ภายใต้พระบรมเดชานุภาพของ จอมกษัตริย์วายุ ในร่างทศกัณฐ์หนุ่มผู้องอาจ ขุมกำลังแห่งกรุงลงกามิได้มีเพียงั์ที่ถือกระบองเฝ้าทวารพรรคพวกเดิม ๆ เท่านั้น แต่เขาได้จัดระเบียบโครงสร้างอำนาจใหม่เป็ 8 กองพลจตุรบท ที่คอยค้ำจุนราชบัลลังก์ ซึ่งแต่ละฝ่ายล้วนมีวิทยาคมและตบะเดชะที่เลิศล้ำแตกต่างกันไปตามภูมิหลังของพงศ์อสุรา:
วายุวางแผนสร้างเนื้อหาวิดีโอให้หลากหลายตามจริตของเหยื่อที่เขา้าทำลายตบะ:
เมื่อวางงานเสร็จสิ้น วายุก็เสด็จมายัง กองคลังแก้วโกสีย์ ณ กรุงลงกา เป้าหมายสุดท้ายที่จะทำหน้าที่กระจายสินค้าพิฆาตนี้ไปสู่มือศัตรู
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่โถงคลังทองคำ ั์ร่างท้วมผิวกายสีนิลประดับด้วยเครื่องทองเหลืองอร่ามนามว่า "นนทสูร" ผู้เป็เ้ากรมคลังแก้ว ก็รีบวางลูกคิดทองคำในมือแล้วเข้ามาหมอบกราบแทบพระบาท "ฝ่าา! ลมอะไรหอบพระองค์มาถึงคลังแก้วของหม่อมฉันพระเ้าค่ะ? หรือพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะเบิกแก้วมณีรัตน์ไปทำศึกที่ใดพระเ้าค่ะ?"
วายุหยิบศิลาเนตรทิพย์ออกมาจาก ตลับอัญมณีดึงดูดลักษณ์ "นนทสูร... ข้ามิได้มาเพื่อเบิกเงิน แต่ข้ามาเพื่อ 'สร้างเงิน' และ 'สร้างอำนาจ' ชนิดใหม่ ข้ามีงานสำคัญให้เ้า จงนำ 'ศิลาเนตรทิพย์' เหล่านี้ไปกระจายขายในย่าน พนาศรมของเหล่าพระดาบส และตามหัวเมืองวานรของพวกพระรามให้ได้มากที่สุด ยิ่งกระจายได้กว้างเท่าไหร่ ชัยชนะของลงกาก็ยิ่งอยู่แค่เอื้อม!"
นนทสูรรับศิลาทิพย์ไปพิจารณาด้วยความฉงน "สิ่งนี้คือเครื่องรางชนิดใดกันพระเ้าค่ะ? ดูเรียบเนียนไร้รอยจารยันต์แต่กลับมีรัศมีประหลาดอย่างยิ่ง"
วายุอธิบายถึงกลยุทธ์การมอมเมาด้วยวิดีโอสั้นและการบ่อนทำลายตบะเดชะ เมื่อนนทสูรได้ฟัง แววตาของเขาก็ลุกวาวด้วยความเ้าเล่ห์สมกับเป็ขุนคลังแห่งลงกา "ฝ่าาทรงปราดเปรื่องยิ่งนัก! หากพวก พระดาบสหนุ่ม หรือ พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตน มัวแต่จ้องศิลานี้จนไม่ยอมเข้าฌานสมาบัติ ฌานของพวกมันต้องเสื่อมทรามลงเป็แน่ หม่อมฉันมีเครือข่ายพ่อค้าหาบเร่ที่เข้าออกได้ทุกอาศรม รับรองว่าภายในเจ็ดวัน ทุกอาศรมต้องมี ศิลาเนตรทิพย์ นี้อยู่ในมือพระเ้าค่ะ!"
"ดีมาก! ข้าจะมอบให้เ้าหนึ่งแสนเครื่อง จงตั้งราคาขายเพียง ๒ แก้วมณีรัตน์ เท่านั้น!"
"หือ?!" นนทสูรอุทาน "เหตุใดถูกนักพระเ้าค่ะ! ขายถูกเช่นนี้มิขาดทุนย่อยยับหรือ?"
วายุหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า "ข้ามิได้้าแก้วมณีรัตน์ของพวกมัน แต่ข้า้า 'เวลา' และ 'ดวงจิต' ของพวกมัน เมื่อพวกมันเสพติดความสนุกที่ข้ามอบให้ เมื่อนั้นข้าจะเป็ผู้บงการพวกมันแต่เพียงผู้เดียว!"
ในขณะที่วายุกำลังสั่งการ หน้าจอศิลาเนตรทิพย์ของเขาก็สั่นแจ้งเตือน มีข้อความส่วนตัวจาก พระนางรัศมี ส่งวิดีโอมาให้ วายุเผลอกดดูและพบว่าเป็ภาพรัศมีในชุด "ปัญญาชนนงคราญ" ที่รัดรึงสัดส่วนอย่างถึงที่สุด นางเต้นสะบัดสไบพลางส่งสายตาหยาดเยิ้มผ่านหน้าจอ จนวายุต้องรีบปิดหน้าจอลงด้วยใจที่สั่นไหว
"นางั์จอมยั่วคนนี้... ถ้าข้ามิได้ติดว่าต้องบำเพ็ญตบะรักษาพรหมจรรย์เพื่อฝึก 'พระเวทตบะเดชะมหาจักรพรรดิ' ให้บรรลุถึงขั้นที่สิบละก็..." วายุสบถเบา ๆ ก่อนจะร่ายอาคมบังคับธาตุลม สลายร่างเป็ลมพายุหายไปจากกองคลังในชั่วพริบตา
ทิ้งให้ นนทสูร รีบเรียก "สิบสมุนขุนคลัง" มาสั่งการทันที "พวกเ้าจงจำแลงกายเป็พ่อค้าวานิช นำ ศิลาเนตรทิพย์ นี้ไปกระจายในป่าหิมพานต์และเมืองขีดขินให้หมด! ใครทำพลาด ข้าจะส่งไปเฝ้าป่าช้าผีดิบเสียให้เข็ด!"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หนึ่งในสมุนขุนคลังนามว่า "สินชัย" ได้เดินทางมาถึงประตู เมืองวารินทร์ ซึ่งเป็จุดนัดพบของเหล่าพรานป่าและวิทยาธรที่เดินทางมาจากเขาไกรลาศ เขาจำแลงกายเป็คหบดีใจดีสวมชุดพัสตราภรณ์ผ้าไหมพุ่มพวง ทหารยามวานรสองตนเห็นเข้าก็รีบเข้ามาประจบสอพลอ
"ท่านคหบดีสินชัย! วันนี้หอบเอาของดีอะไรมาเสนอหรือ?"
สินชัยคลี่ยิ้มกริ่ม "หึหึ... รอบนี้ข้ามี 'ศิลาเนตรทิพย์' มานำเสนอ ดียิ่งกว่าแก้วมณีรัตน์ดวงเขื่องเป็หมื่นเท่า หากพวกเ้าอยากเห็น หลังออกเวรจงแวะไปหาข้าที่ ศาลาท่าน้ำท้ายตลาด... แต่ระวังนะ ถ้าช้าเพียงนิด ของทิพย์นี้อาจหลุดไปอยู่ในมือพวก พระดาบส ตามอาศรมต่าง ๆ จนหมดเสียก่อน!"
เขาทิ้งท้ายไว้อย่างเยือกเย็นก่อนจะเดินนวยนาดเข้าสู่ย่านตลาดบกไป ทิ้งให้ทหารยามวานรทั้งสองยืนกระสับกระส่ายด้วยความอยากรู้ าที่ใช้ "ความบันเทิง" เป็อาวุธล้างตบะ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!