ตอนที่ 24 ธงแห่งชัยชนะ (2)
“หึ!” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มเย็น “เพราะอะไรพี่หยวนเฟิงถึงไปสอบขุนนางได้ แต่หยวนซิ่ง หยวนวั่ง หยวนเซิงกลับไม่สามารถแม้แต่จะไปเรียนได้ หากลดค่าใช้จ่ายของพี่หยวนเฟิงลงสักหน่อย น้องชายทั้งสามในบ้านก็จะสามารถเข้าเรียนได้แล้ว”
หนิวซื่อได้ยินเช่นนี้ก็โมโหไม่น้อย รู้สึกว่าลูกชายทั้งสองของตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงสนับสนุนอันเสี่ยวเย่ว์ “ใช่แล้ว! เงินของทั้งบ้านก็ให้เขาคนเดียว จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้เป็นขุนนางไม่ใช่หรือ ไม่รู้ว่าจะต้องรอจนถึงเมื่อไร อย่าให้รอถึงอายุหกสิบก็ยังสอบไม่ได้แล้วกัน แบบนั้นทั้งบ้านต้องลำบากเพราะเขาแล้ว”
อันหยวนเฟิงเป็นคนฉลาด เขาจะให้หนิวซื่อไปอยู่ฝั่งอันเสี่ยวเย่ว์ไม่ได้ จึงรีบพูดขึ้น “อาสะใภ้สี่อย่ากังวลใจไป ข้าเชื่อว่าปีหน้าข้าจะต้องสอบติดจวี่เหรินได้แน่ รอให้ข้าเป็นขุนนางแล้ว จะต้องให้หยวนซิ่งกับหยวนวั่งไปเรียนในสำนักศึกษาที่ดีที่สุด”
เพื่อแสดงความจริงใจ อันหยวนเฟิงยังแบ่งเนื้อไก่ในชามของตนให้กับอันหยวนซิ่งและอันหยวนวั่งเล็กน้อยด้วย “น้องชายทั้งสองเป็นคนฉลาดมาก กินให้มากหน่อย บำรุงร่างกาย ต่อไปเข้าเรียนจะได้ฉลาดกว่าเด็กคนอื่น”
อันเสี่ยวเย่ว์เองก็ไม่ยอมให้หัวข้อนี้ถูกเบี่ยงประเด็น จึงเอ่ยว่า “พี่หยวนเฟิง พ่อข้าเป็นคนล่าไก่ป่ามาได้ ท่านเอาของที่พ่อข้าหามาไปให้คนอื่นเป็นสินน้ำใจ ไม่รู้สึกอายบ้างหรือ”
ตอนนี้อันลี่เปิ่นรวบรวมความกล้าแล้วลุกขึ้นพูดกับอันเฉิงเยี่ยว่า “ท่านพ่อ ข้าลำบากล่าสัตว์มา ตากแดดตากฝน ทั้งยังต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อล่าสัตว์ป่า สัตว์ที่ได้กลับมา ทั้งบ้านของเจ้าสามและเจ้าสี่ต่างก็มีส่วนแบ่ง มีแต่ข้ากับลูกๆ ของข้าเท่านั้นที่ไม่ได้กิน แล้วอย่างนี้ข้าจะต้องขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกทำไม ถ้าวันนี้บ้านข้ากับพี่ใหญ่ไม่ได้กินเนื้อไก่ป่านี้ ข้าจะไม่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกแล้ว ข้าจะช่วยที่บ้านทำนาทำสวนแล้วกัน!”
ในใจอันเสี่ยวเย่ว์แอบร้องว่าดี ต่อให้นางพูดเป็นหมื่นประโยค ก็ยังสู้น้ำหนักวาจาที่อันสี่เปิ่นพูดประโยคนี้ไม่ได้ ขอแค่อันลี่เปิ่นยอมต่อต้าน ก็ยังพอมีความหวัง
“ต่อต้านหรือ” หม่าซื่อพุ่งไปตรงด้านหน้าอันลี่เปิ่นแล้วชี้จมูกเขา “ข้าลำบากเลี้ยงดูเจ้ามาจนโต ให้เจ้าขึ้นเขาไปล่าสัตว์ เจ้ากล้ามาสร้างเงื่อนไขหรือ ปีกกล้าขาแข็งแล้ว กล้าขึ้นมาขี้บนหัวข้าแล้ว มีคนอกตัญญูแบบนี้ที่ไหนกัน”
หม่าซื่อด่าไปพักหนึ่ง ก็ลงไปนั่งร้องไห้โวยวายที่พื้น “อันลี่เปิ่น เจ้ามันคนไม่มีหัวใจ ไม่รู้จักกตัญญูพ่อแม่ ขอให้ฟ้าผ่า ไม่ได้ตายดี เจ้ายังกล้าด่าข้า เจ้าตีข้า...”
อันเสี่ยวเย่ว์ถึงกับหมดคำพูด มีคนมองอยู่ตั้งมากมายขนาดนี้! อันลี่เปิ่นยังไม่ได้ด่าทอทุบตีหม่าซื่อเลยสักนิด ความสามารถในการพูดโกหกต่อหน้าต่อตาทุกคน ช่างนับว่าของแท้เลยจริงๆ
อันเสี่ยวเย่ว์กลัวอันลี่เปิ่นจะรับการโจมตีของหม่าซื่อไม่ไหว และรู้ว่าหม่าซื่อไม่ฟังเหตุผล จึงพูดกับอันเฉิงเยี่ยว่า “ท่านปู่ หรือว่าพวกเราไม่ใช่หลานสาวหลานชายของท่าน เพราะอะไรพวกเขามีส่วนแบ่งแต่พวกข้าไม่มี โดยเฉพาะไก่ป่านี่ยังเป็นพ่อข้าที่ล่ามาด้วย แล้วเพราะอะไรถึงไม่ได้กินสักคำหรือ ท่านปู่ ท่านเป็นเจ้าบ้าน ท่านจะปฏิบัติกับเด็กๆ อย่างพวกเราให้ยุติธรรมหน่อยได้หรือไม่ ถ้าเกิดเรื่องนี้แพร่ออกไป ท่านไม่กลัวขายหน้าคนอื่นหรือ”
อันเสี่ยวเย่ว์กำลังเตือนอันเฉิงเยี่ย หากเรื่องนี้ของบ้านตระกูลอันแพร่ออกไปจะขายหน้ามาก และเป็นการเตือนอันเฉิงเยี่ยด้วยว่า การล่าสัตว์ของอันลี่เปิ่นคือรายได้หลักของเงินในบ้าน
อันเฉิงเยี่ยตะคอก “ไม่ต้องโวยวายแล้ว! แบ่งไก่ป่าให้บ้านใหญ่กับบ้านรองสักหน่อยเถอะ!”
อันเสี่ยวเย่ว์กับอันลี่เปิ่นเดิมก็ส่งสายตาคุยกันอยู่แล้ว ตอนนี้คล้ายกับกำลังฉลองที่การต่อต้านครั้งแรกได้รับชัยชนะ ถ้าไม่ใช่เพราะอันเสี่ยวเย่ว์คอยให้กำลังใจ อันลี่เปิ่นคิดว่าตนคงจะไม่กล้าทำตัวไม่เชื่อฟังไปตลอดแน่
อันเสี่ยวเย่ว์คิดว่าวันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยเฉพาะการที่พี่สาวและน้องชายได้ชิมไก่ป่าด้วยกัน แต่กลับไม่รู้ว่าหม่าซื่อแค้นตนมาก ในใจกำลังคิดแผนการชั่วร้ายแล้ว