“ผู้ฝึกตน...คุณหนูสี่ เ้าล้อข้าเล่นแล้วกระมัง?” อิงฮวาเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาถึงแม้คำพูดของนางจะฟังดูสุภาพอยู่บ้าง แต่มันก็ดูแปลกพิกลอยู่ดี
“ข้าย่อมจริงจังในคำที่ข้ากล่าวออกมา” เมิ่ง ชิงชิงตอบกลับด้วยใบหน้าจริงจังนางมิได้สนใจในการหยอกล้อของอีกฝ่ายเลยสักนิด
สิ่งนี้บ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายมิได้ล้อเล่นในสิ่งที่กล่าวถามออกมาจริงๆ
“เช่นนั้นข้าขอถามท่านถ้าข้าอยากแล้วเป็เช่นไร ไม่อยากแล้วเป็เช่นไร”อิงฮวากล่าวถามออกมา
“ถ้าเ้าอยากเป็ผู้ฝึกตนข้าจะหาทางช่วยเ้าให้ได้ฝึกวิชาของตระกูลเมิ่งแต่ถ้าเ้าไม่อยากข้าก็ว่าอะไรเ้าไม่ได้ ทุกสิ่งอยู่ที่เ้าตัดสินใจ”เด็กสาวตัวน้อยที่มีศักดิ์เป็ถึงคุณหนูสี่ของตระกูลเมิ่งกล่าวอธิบายออกมาให้เพื่อนของนางได้รับฟัง
ภายในใจของนางก็รู้ดีว่าเื่นี้มิใช่ง่ายดายดั่งเช่นที่นางคาดคิดเป็แน่แต่ถ้าเพื่อนของนาง้าไม่ว่าจะด้วยวิธีใดนางก็จะช่วยเหลืออีกฝ่ายเท่าที่ทำได้
แม้ว่านางจะอายุเพียงห้าขวบแต่ก็ใช่ว่านางจะมองคนไม่ออก! ข้อเสนอในครานี้ก็นับเป็การลงทุนเพื่ออนาคตอย่างหนึ่งเช่นกัน
สุดท้ายแล้วปัญหายุ่งยากจะเกิดขึ้นตามที่นางคาดคิดหรือไม่นั้นก็ต้องมารอดูกันหลังจากที่อิงฮวาตัดสินใจแล้วอีกทีหนึ่ง
“ถ้าข้าเป็ผู้ฝึกตนแล้วใครจะดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ของข้ากัน?”อิงฮวาทำใบหน้ากลุ้มใจพลางกล่าวออกมา คำถามของนางเรียกรอยยิ้มเล็ก ๆบนมุมปากของผู้คนได้เป็อย่างดี
นอกจากมีใบหน้าที่น่ารักน่าชังยังมีลักษณะนิสัยที่ดี รู้จักความกตัญญูต่อบิดามารดาไม่ว่าใครที่พบเห็นเด็กน้อยเช่นนี้ก็ย่อมเกิดความเอ็นดูปรากฏขึ้นเป็ธรรมดา
“นั่นเป็แค่เื่เล็กน้อยถ้าเ้ากลายเป็ผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งเมื่อไรครอบครัวของเ้าจะสุขสบายมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อถึงตอนนั้นข้าเกรงว่าแม้แต่งานบ้านบิดาและมารดาของเ้าก็จะมิต้องลงมือทำด้วยตนเองอีกต่อไป!”เมิ่ง ชิงชิงตอบคำถามของเพื่อนคนแรกของตนด้วยความจริงจัง
นางไม่้าให้อีกฝ่ายคิดว่าเื่ทั้งหมดเป็การล้อเล่นดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็ใบหน้า ดวงตา น้ำเสียงทุกอย่างล้วนถูกแสดงออกว่านางพูดจริง!
“คุณหนู! ท่านจะล้อเล่นก็ต้องให้มีขอบเขตบ้างนะขอรับ!” ชายชราที่ถูกเรียกว่าลุงฉีกล่าวออกมาด้วยความไม่เห็นด้วยเื่เช่นนี้มิใช่ว่าแค่พูดออกมาทุกอย่างก็จะเป็ไปตามนั้น
เคล็ดวิชาการฝึกตนของตระกูลเมิ่งแม้จะมิใช่เคล็ดวิชาลับอันใดแต่ก็มีความสำคัญเป็อย่างมากเพราะเคล็ดวิชานี้นับว่าเป็รากฐานของผู้พิทักษ์ตระกูลเมิ่งเลยก็ว่าได้ทุกคนล้วนได้ฝึกเคล็ดวิชานี้กันทั้งนั้น
ดังนั้นแล้วการที่จะฝึกเคล็ดวิชาของตระกูลเมิ่งได้นั้นจะต้องตรงตามเงื่อนไขที่ทางตระกูลวางเอาไว้ซึ่งการที่คุณหนูของเขาตัดสินใจด้วยตนเองเช่นนี้อาจทำให้มีหลายฝ่ายไม่พอใจเอาได้
ถึงจะเป็ธิดาคนเล็กของผู้นำตระกูลก็เถอะแต่ก็อาจจะเกิดเสียงซุบซิบภายในตระกูลเมิ่งเอาได้
“ข้าพูดจริงนะลุงฉีท่านไม่คิดว่าอิงฮวามีคุณสมบัติที่ดีพร้อมในการฝึกตนหรือไร?”เมิ่ง ชิงชิงหันไปกล่าวตอบข้ารับใช้คนสนิทของตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มนางเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายกังวลในเื่อันใดอยู่
ครึ่งหลัง
“...ข้ามิทราบขอรับ”ฉีฟ่านหลี่เหลือบตามองร่างของเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังถูกพูดถึงเขานิ่งคิดอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป
ความจริงการตอบเช่นนี้ของอีกฝ่ายก็เหมือนเป็การยอมรับกลายๆ ในคำกล่าวของคุณหนูของตนเพราะมิเช่นนั้นชายชราผู้นี้ก็คงกล่าวออกมาแล้วว่าอีกฝ่ายไม่เหมาะกับการฝึกตน
ถึงแม้ข้าจะไม่อยากยอมรับแต่ศักยภาพของเด็กน้อยผู้นี้นั้นมิได้ด้อยกว่าคุณหนูเลยบางทีการที่คุณหนูกับนางได้กลายเป็เพื่อนที่ดีต่อกันก็อาจจะเป็ผลดีในภายภาคหน้าก็เป็ได้
“ท่านมิทราบหรือมิกล้ากล่าวออกมากันแน่?” เมิ่ง ชิงชิงเอียงคอพลางถามออกมาแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้กล่าวอะไรเป็การตอบโต้
“มีใครในที่นี้้ากล่าวอะไรเื่นี้อีกหรือไม่?” เมื่อเห็นว่าชายชรามิยอมตอบอันใดเด็กสาวจึงกล่าวถามทุกคนภายในห้องพลางกวาดสายตามองไปด้วย
“คุณหนูสี่ ข้ามีเลือกจะกล่าวสักเล็กน้อย” ฟ่านกวนหยูที่ยืนกอดอกอยู่ยกมือขึ้นก่อนจะกล่าวออกมา
“เชิญท่านผู้าุโกล่าวออกมาได้เลยเ้าค่ะ” เมิ่ง ชิงชิงพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตให้อีกฝ่ายพูดได้
“การที่คุณหนูจะสนับสนุนให้เด็กน้อยผู้นี้ย่อมมิมีผู้อื่นคัดค้านอยู่แล้วแต่ถึงอย่างนั้นท่านก็อย่าลืมว่าจะต้องได้รับการยินยอมจากเ้าตัวและเ้าตัวจะต้องผ่านการทดสอบประจำตระกูลด้วย”ฟ่านกวนหยูกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
แน่นอนว่าเื่ที่คุณหนูสี่จะสนับสนุนซิ่วอิงฮวาให้กลายเป็ผู้ฝึกตนของตระกูลย่อมมิมีผู้ใดกล้ากล่าวอะไรออกมาอยู่แล้ว เนื่องจากว่ามันเป็สิทธิพิเศษที่พึงมีของสมาชิกระดับสูงของตระกูลอยู่แล้ว
นั่นก็คือการที่สามารถส่งรายชื่อผู้ที่มิได้มีสายเืของตระกูลเมิ่งเข้าชิงตำแหน่งผู้ฝึกตนของตระกูลได้นั่นเองซึ่งสมาชิกระดับสูงของตระกูลเมิ่งหนึ่งคนจะสามารถส่งรายชื่อได้หนึ่งรายชื่อเท่านั้น
ในความเป็จริงด้วยความรักที่ท่านผู้นำตระกูลมีให้กับคุณหนูสี่การที่นางจะเลือกใครสักคนให้เข้าฝึกตนในตระกูลเมิ่งก็มิใช่เื่ยากอันใดแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องผ่านกฎเกณฑ์ข้อบังคับบางอย่างเสียก่อนอยู่ดีถึงจะเป็คนที่คุณหนูสี่เลือกมาก็มิใช่ข้อยกเว้นมิเช่นนั้นกฎของตระกูลก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป
“จริงด้วยสิ! ข้าก็ลืมไปเสียสนิท” เมิ่ง ชิงชิงอุทานออกมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้เื่นี้จะโทษนางก็มิได้เพราะนางก็เพิ่งจะอายุได้ห้าขวบเท่านั้น เื่ราวต่าง ๆภายในตระกูลก็ใช่ว่าจะรู้แจ้งไปเสียทุกเื่
นางเพียงได้ยินมาจากท่านพ่อว่านางสามารถเสนอชื่อผู้อื่นให้กลายเป็ผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งได้ก็เท่านั้นในส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้นนางก็รู้มาเพียงคร่าว ๆ ไม่กระจ่างมากนัก
“ถ้าท่าน้าจะส่งรายชื่อของแม่หนูน้อยผู้นี้เข้าเป็ผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งข้าก็จะให้การสนับสนุนเช่นกันแต่ก่อนอื่นท่านลองสอบถามแม่หนูน้อยผู้นี้ก่อนเถิดว่านางจะตอบตกลงหรือไม่” ฟ่านกวนหยูกล่าวขึ้นมาอีกครั้งในครานี้คำพูดของเขาสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนมิใช่น้อย
เนื่องจากสถานะผู้าุโภายนอกของอีกฝ่ายก็มิใช่ต่ำต้อยการที่บุคคลในระดับนี้กล่าวว่าจะสนับสนุนซิ่วอิงฮวาออกมานั่นหมายความว่าเขาต้องมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวของนางเป็แน่
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ให้การสนับสนุนเ้าค่ะ!” อิงฮวาผสานมือคารวะอีกฝ่ายพลางกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อมแต่ภายในใจกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
เป็ตาเฒ่าเ้าเล่ห์เสียจริงขนาดตัวของข้ายังมิได้ก่อกำเนิดปราณภายในยังสามารถัับางสิ่งจากตัวข้าได้อีกเห็นทีว่าข้าต้องระวังตัวให้มากขึ้นเสียหน่อยแล้วแผนการที่คิดเอาไว้ก็คงต้องปรับเปลี่ยนเสียใหม่
หรูเป้ยเฟิงหันไปสบตากับภรรยาของตนเล็กน้อยซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าตอบรับกลับไป หลังจากนั้นเขาจึงหันไปกล่าวกับลูกรักของตนว่า “ลูกรัก ทำตามที่ใจของเ้าปรารถนาเถิด พ่อกับแม่ของเ้ามิเป็อันใดหรอก”
“เช่นนั้นแล้ว อิงฮวาเ้าจะตอบรับข้อเสนอในการเข้าชิงตำแหน่งผู้ฝึกตนของตระกูลเมิ่งหรือไม่?” เมิ่ง ชิงชิงที่เห็นว่าสถานการณ์ทุกอย่างเรียบร้อยดี นางจึงกล่าวถามเพื่อนของนางขึ้นมาอีกคราซึ่งในคราวนี้คำตอบของอีกฝ่ายก็มิได้ทำให้นางผิดหวังแต่อย่างใด
“ข้ายอมรับข้อเสนอของเ้า!”เด็กสาวตัวน้อยผู้มีผมทรงซาลาเปาสองลูกตอบกลับเพื่อนของตนด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ!