“สวัสดีค่ะ คุณเทย์เลอร์” มาร่ารับรู้ตามคําแนะนํานั้นอย่างตื่นใจเต็มทีและก็ได้รับเพียงรอยยิ้มกับการพยัก หน้ารับแทนการทักทายกลับมา
“ซีลีนเขามาพักในวันหยุดสุดสัปดาห์กับผมที่นี่”เขาพูดต่อ “ดูเหมือนมิได้มีข้อห้ามไว้ในสัญญาเช่านะครับ...ผมหมายถึงว่าห้ามไม่ให้เอาเพื่อนมาพักที่นี่ด้วยน่ะ”
“อ๋อ...ไม่มีหรอกค่ะ” มาร่าไม่ชอบน้ำเสียงที่คล้ายกับกําลังหลอกล่อเธออยู่เช่นนั้น“แต่คุณก็คงทราบแล้วนะคะว่ามันมีห้องนอนอยู่แค่ห้องเดียวเท่านั้น” เธอตอบด้วยน้ำเสียงชาเย็นแต่ทันใดก็นึกอยากจะกัดลิ้นตัวเอง ที่พูด อะไรโง่ ๆ พรรค์นั้นออกไป เพราะเธอเห็นแววเ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
“อ๋อ...ผมทราบแล้วละครับ คุณเพรนทิส...ขอโทษคุณก็ยังเป็มิสอยู่ใช่ไหมครับ” อีกครั้งหนึ่งที่เขาทําให้เส้นประสาทของเธอตึงเครียดขึ้นมาอีก
“ใช่ค่ะ” มาร่าต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่กระแทกเสียงตอบออกไป วิธีเดียวที่จะหลีกเลี่ยงให้พ้นเสียจากความยุ่งยากทั้งหลายที่กําลังเกิดอยู่และไม่เป็ที่น่าพอใจนัก ก็คือหาเหตุออกไปให้พ้นเสียจากที่นี่ “ฉันคิดว่าคุณคงอยากจะเอากระเป๋าเดินทางเข้ามาแล้วก็จัดเสื้อผ้าเข้าตู้ให้เรียบร้อยเพราะฉะนั้นก็จะไม่อยู่รบกวนคุณหรอกค่ะ สวัสดีนะคะ คุณบูคาแนน....คุณเทย์เลอร์”
มาร่ากําลังจะเดินออกประตูบ้านอยู่แล้ว ตอนที่มีเสียงทุ้ม ๆเอ่ยทักท้วงขึ้น
“คุณเพรนทิสครับ คุณไม่ลืมอะไรหรือครับ”
เธอเอี้ยวตัวไปมองหน้าเขา แววในดวงตาบอกความฉงนอยู่
“ขอโทษ...คุณว่าฉันลืมอะไรหรือคะ”
“ก็กุญแจบ้านน่ะสิครับ” ซินตอบ“ถึงยังไง ผมก็อยากจะได้ไว้สักดอกเหมือนกัน”
มาร่าด่าตัวเองอยู่ในใจว่าช่างทําอะไรแบบคนโง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้ก็ไม่รู้และรีบล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจออกมา ซิน บูคาแนนเดินเข้ามารับมันไปจากมือเธอ และมาร่าก็แทบจะโยนใส่มือเขาด้วยความรีบร้อน
ดวงตาของเธอเป็ประกายกล้าขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มที่จุดขึ้นตรงมุมปาก ดวงตาคู่สีฟ้าแกมเทาเหลือแลไปทั่วใบหน้ามาร่าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนมีปมด้อยเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิตและเธอก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยน แปลงอะไรอะไรได้ด้วย
“ขอบคุณมาก” ฝ่ามือข้างนั้นกํากุญแจเข้าไว้
มาร่าได้แต่พยักหน้ารับรู้ และรีบรุดเดินออกประตูบ้านไปแต่พอนึกขึ้นมาได้ก็พยายามรักษาจังหวะของฝีเท้าไว้มิให้เขาเห็นในความรีบร้อนที่เธออยากจะออกมาให้พ้นจากบ้านน้อยหลังนั้นเสียโดยเร็วกว่าจะเดินไปถึงรถก็สั่นไปทั้งตัว
เมื่อมาร่ากลับมาถึงบ้านอารมณ์ของเธอก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดใกล้จะถึงจุดเดือดเต็มที ซินแคลร์ บูคาแนนสร้างสถานการณ์ที่ทําให้เธอกลายเป็ตัวตลกในสายตาของเขาไปได้ซึ่งเธอไม่ชอบสถานการณ์นั้นและตัวเขาด้วยเธอควรจะรู้ว่าตําแหน่งใหม่ของตัวเองนั้นมันดีเกินกว่าที่จะเป็ความจริงไปได้ ทําไมนะ..ทําไมเธอถึงเชื่อฮาร์ฟและยอมให้มีการเช่าบ้านหลังนั้นโดยที่มิได้ทำความรู้จักกับคนที่จะมาเช่าให้ดีเสียก่อน
แต่ถึงอย่างไรก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีกแล้วมาร่าสรุปอยู่ในใจขณะที่เดินเข้าบ้านทางประตูด้านหลังเพราะถึงอย่างไรถ้าจะพบกันในตอนแรก ซินแคลร์ บูคาแนนก็คงจะไม่พาผู้หญิงของเขามาพบกับเธอแน่อันที่จริงเธอก็มิได้คิดจะแคร์เลยกับการที่เขาจะมีคู่เชยมาด้วยมาร่าพยายามเตือนสติตัวเองไว้ แต่คนคู่นี้โดยเฉพาะนายซินคนนั้นทำให้เธอกลายเป็คนเขลาไปได้ชั่วพริบตา ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอก็มิได้เป็เช่นนั้นเลยไม่สนใจด้วยถ้าใครคนไหนในโลกจะมีพฤติกรรมอย่างไรต่อกัน
เธอกระแทกประตูปิดตามหลังด้วยแรงอารมณ์โยนกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์ซึ่งมันก็เลื่อนไถลไปติดอยู่กับถุงใส่เครื่องกระป๋องของตัวเองที่ซื้อมามาร่าพยายามให้เหตุผลกับตัวเองว่า เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมจะไม่เกิดขึ้นถ้าเธอจะมิได้ใช้เวลาซื้อของอยู่ในเมืองนานจนเกินไปนัก ถ้ากลับมาเร็วกว่านี้เธอก็คงจะจัดข้าวของของเขาให้เข้าที่ทางเรียบร้อยและคงจะมีเวลาเหลือพอที่จะรอเขาอยู่ที่นี่ เมื่อเขาแวะมารับกุญแจซึ่งถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็ไปเช่นนั้นเธอก็คงจะไม่ต้องพบกับความหงุดหงิดรําคาญใจอย่างแน่นอน
“มาร่า” พ่อของเธอไถเก้าอี้ล้อเลื่อนมาหยุดอยู่ในครัวซึ่งทําให้เธอรีบหันไปเปิดถุงเครื่องกระป๋องออกทันที “คุณบูคาแนนเขาแวะมาที่นี่พ่อก็เลยให้เขาตรงไปที่บ้านโน้นเลย พบกันแล้วใช่ไหมลูก”
“พบแล้ว” เธอตอบห้วน ๆ
“แล้วเขาชอบบ้านนั้นไหมล่ะ” อดัมถามต่อ “พ่อมองเห็นเมียเขาแบหนึ่งแต่เท่าที่มองเห็นก็รู้สึกว่าเป็ผู้หญิงที่สวยมากทีเดียวแต่ไม่ใช่ลักษณะของคนที่จะมาอยู่กระท่อมน้อยในป่าเพนซิลวาเนียหรอก”
“ก็เห็นเขาชอบมากนี่” ในกระแสเสียงมีสําเนียงหยันเยาะปนอยู่อย่างเห็นได้ชัดคําว่า ‘ซินขา’ ยังก้องอยู่ใน หู “แต่ไม่ใช่เมียเขาหรอก”
น้ำเสียงที่กล่าวประโยคหลังออกมาดูรุนแรงและกระด้างอย่างมากมาร่าแสร้งทําเป็สนใจกับการจัดเก็บเครื่องกระป๋องเข้าตุ้โดยไม่คิดจะพักมือแต่มันก็ยังมีอาการกระแทกกระทั้นเกิดอยู่
“อ้าว...ไม่ใช่เมียเขาหรอกหรือ” อดัมย้อนถามด้วยน้ำเสียงว่างเปล่า “ลูกหมายความว่า...”และแล้วเขาก็เปล่งเสียงหัวเราะอยู่ในลําคอเมื่อได้ตระหนักว่าที่ลูกสาวพูดนั้นหมายความถึงอะไร “มันก็เื่ธรรมดาของคนหนุ่มๆ เป็ความผิดพลาดทางธรรมชาติเท่านั้น” ซึ่งมาร่าก็มิได้พูอะไรออกมา ไม่อยากจะยอมรับว่ามันเป็ความผิดพลาดที่เธอเองก็มีส่วนก่อให้เกิดขึ้นเช่นกัน“การที่ใครจะพาสาวน้อยมาให้บริการตัวเองในยามว่างหรือเมื่อมีโอกาสได้พักผ่อนนั้น มันเป็เื่ธรรมดาจริงๆ”
“นี่เลิกพูดเื่บ้า ๆ นี่เสียทีได้ไหม”มาร่ากระแทกประตูตู้เก็บของยิ่งใหญ่ ภาพของผู้ชายคนนั้นกับคู่เชยของเขาที่ก่ายกอดกันอยู่หน้าเตาผิง กลับมาฉายชัดขึ้นในดวงความคิดอีกครั้งและมันทําให้อารมณ์ของเธอพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
แรงอารมณ์ที่ะเิออกมานั้นทําให้ความสงัดเงียบเข้ามาปกคลุมบรรยากาศภายในครัวอยู่เป็ครู่เมื่อบิดาเอ่ยปากขึ้นนั้น แววแห่งความขบขันในน้ำเสียงได้เลือนหายไปหมดสิ้นแล้วคราวนี้เป็การพูดอย่างจริงจัง และ ด้วยเสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยนยิ่งนัก
“มาร่า เื่ความสัมพันธ์ทางเพศมันก็ไม่ใช่เื่หยาบคายหรือต่ำช้าอะไรเลยนะมันเป็เื่ของความสวยสดงดงามเสียด้งบงซ้ำ”
“ฉันไม่สนใจจะรับฟังคําบรรยายเื่อย่างนี้จากคุณหรอก”เธอสวนกลับมาทันที
มีเสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังขึ้นทางเื้ัตามมาด้วยเสียงหมุนของลูกล้อที่ครูดอยู่กับพื้นห้องเมื่อเก้าอี้ล้อเลื่อนตัวนั้นพ้นจากห้องไปแล้วก็เหลือเพียงมาร่าที่ยังยืนอยู่เพียงลําพังในครัวมือที่จับอยู่กับขอบเคาน์เตอร์กระชับแน่น
่วันที่เหลือและตลอดวันเสาร์มาร่าปิดกันมิให้จิตใจของตัวเองล่องลอยไปถึงบ้านหลังนั้น รวมทั้งผู้เช่าอาศัยโดยเด็ดขาด
เช้าวันอาทิตย์มาร่าตื่นเช้าตามปกติเมื่อตั้งกาแฟไว้บนเตาเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินออกไปยังตู้ไปรษณีย์เพื่อไปเอาหนังสือฉบับเช้าวันอาทิตย์อดัมตื่นนอนแล้วตอนที่เธอเดินกลับเข้ามาหลังจากที่ช่วยสวมเสื้อคลุมให้เรียบร้อยแล้ว เธอก็จับเก้าอี้ล้อเลื่อนไว้ให้มั่นขณะที่อดัมเลื่อนตัวจากเตียงลงไปนั่งในรถ
ซึ่งกิจวัตรประจําวันนั้น จะกับเวลาที่กาแฟเดือดพอดีมาร่าไสเก้าอี้ล้อเลื่อนเข้าไปในครัว จากนั้นก็ รินน้ำส้มใส่แก้วกับกาแฟร้อน ๆอีกหนึ่งถ้วยใส่ถาดมาให้ ก่อนที่มาร่าจะทําอาหารเช้าซึ่งประกอบด้วย แฮม ไข่ และขนมปังร้อน ๆ
หลังจากที่การรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยลงแล้วเธอก็เก็บจานกองซ้อนลงในอ่าง ผสมน้ำร้อนกับผงล้างจานและลงมือทํางานต่อเก้าอี้ล้อเลื่อนของพ่อยังคงตั้งอยู่ตรงโต๊ะอาหารขณะที่เขาอ่านหนังสือพิมพ์และจิบกาแฟไปพลาง
มาร่าล้างจานไปเรื่อย ๆ ทีละใบๆ ราวกับตัวเองเป็เครื่องกลไกอัตโนมัติอะไรสักอย่างหนึ่งหัวใจดูจะว่างเปล่าอย่างแปลกประหลาด ขณะที่ล้างจานอยู่นั้นเธอก็ทอดสายตาออกไปทางหน้าต่างเหนืออ่างล้างจานซึ่งสามารถจะมองเห็นไปถึงราวป่าที่รายรอบตัวบ้านไว้
มีอะไรบางอย่างเป็สีน้ำเงินไหว ๆ อยู่ในระหว่างแมกไม้ เมื่อเพ่งสายตามองดูก็เห็นร่างของใครคนหนึ่งกําลังวิ่งเหยาะๆ มาตามเส้นทางที่เข้าสู่บ้านน้อยหลังนั้น ซิน บูคาแนน นั่นเองเขาอยู่ในชุดกีฬาสีฟ้าเข้ม เรือนร่างที่ผึ่งผายนั้นจ๊อคกิ้งมาเรื่อย ๆเหมือนไม่ต้องใช้ความพยายาม หรือออกแรงแต่อย่างใดเลย ท่าทางที่วิ่งบอกความเป็นักกีฬาเต็มตัว