เมิ่งฉีที่กำลังมีความสุขและยินดีที่ทางตระกูลให้ความสำคัญกับตนและเห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้จะช่วยให้บิดาของตนได้กลายเป็ผู้นำตระกูลคนต่อไปอย่างมั่นคงขณะนั้นเองเมิ่งฉีหันไปมองโต๊ะของเมิ่งเจี้ยนเฉินที่มีเซี่ยชิงอี้นั่งข้างๆทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม
ใบหน้าของเมิ่งฉียิ้มเล็กน้อยเมื่อมองไปยังเซี่ยชิงอี้เมื่อห้าปีก่อนตอนที่เซี่ยชิงอี้ย้ายมาอยู่ที่ตระกูลเมิ่งตนเองก็อยู่ด้วยั้แ่ตอนนั้นเมิ่งฉีก็หลงในความงามของอีกฝ่ายแล้วแม้จะอายุเพียง7 ปีแต่ความงดงามกลับแสดงออกมาแล้วเพียงแต่ปู่ของตนเองได้หมั้นหมายเซี่ยชิงอี้และเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้ทำให้ตนไม่สามารถทำอะไรมากได้แต่ตอนนี้กลับไม่เหมือนกันตนมีสถานะเป็ถึงศิษย์ของสำนักเจินอูอนาคตย่อมดีกว่าคนไร้ประโยชน์อย่างเมิ่งเจี้ยนเฉินแน่
เมิ่งฉีลุกขึ้นก่อนจะเดินไปทางเซี่ยชิงอี้ศิษย์ของสำนักเจินอูก็ดวงตาเป็ประกายพวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาวคนไหนงดงามเท่าเซี่ยชิงอี้มาก่อนแม้แต่เทพธิดาของสำนักเจินอูก็ยังไม่งดงามเท่านี้
“ดูเหมือนหลายปีที่สหายเมิ่งฉีไม่สนใจหญิงสาวในสำนักคงเพราะมีคนในดวงใจแล้วนี่เอง”ศิษย์ของสำนักเจินอูกล่าวและหัวเราะ
ผู้าุโในตระกูลเมิ่งพากันใจกระตุกมองไปยังเมิ่งเหยียนหากอีกฝ่ายได้ยินละก็ด้วยความรักและความลำเอียงเกรงว่าจะต้องโกรธอย่างมากถึงตอนนั้นเมิ่งคงก็ย่อมโดนลูกหลงไปด้วยแน่
“แม่นางเซี่ยไม่เจอกันนานน้องเจี้ยนเฉินเองก็ด้วยไม่เจอกันนาน” เมิ่งฉีเข้าไปทักทายเซี่ยชิงอี้ก่อนเมิ่งเจี้ยนเฉินเสียอีกทำให้หลายคนขมวดคิ้ว
โดยเฉพาะผู้าุโระดับสูงในตระกูลที่ไม่ได้ออกหน้าไปต้อนรับเมิ่งฉีพวกเขาคือเสาหลักของตระกูลย่อมไม่แสดงการกระทำไร้ยางอายแบบนั้นและการกระทำนี้ของเมิ่งฉีก็เหมือนกับการเห็นหญิงสาวดีกว่าพี่น้องในตระกูล
“ไม่เจอกันนานคุณชายเมิ่งฉี”เซี่ยชิงอี้พยักหน้าตอบรับแบบง่ายๆ
“อืมไม่เจอกันห้าปีแล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“ไม่ทราบว่าตอนนี้แม่นางเซี่ยบรรลุขอบเขตใดแล้ว”เมิ่งฉีกล่าวเห็นได้ชัดว่าเมิ่งฉีกำลังจะโอ้อวดเซี่ยชิงอี้ถึงขอบเขตตนเอง
“พี่ชายฉีพี่สาวชิงอี้บรรลุขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แล้วและกำลังจะปิดด่านทะลวงขั้นปราณแท้แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินตอบ
“อะไรนะ”เมิ่งฉีในี่เท่ากับว่าเซี่ยชิงอี้แข็งแกร่งกว่าตนไม่ใช่หรือแต่ว่าตนเองฝึกฝนในสำนักได้รับทรัพยากรมากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ผู้าุโยังเอ่ยปากชมว่าตนคืออัจฉริยะแต่เซี่ยชิงอี้เรียกได้ว่าไม่ค่อยมีใครชี้แนะแถมทรัพยากรก็ไม่ได้มากแต่กลับบรรลุขอบเขตสูงกว่าตนเสียอีก
“เป็ยังไงอึ้งเลยใช่ไหมละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้มอย่างภูมิใจ
“ทำไมกลายเป็เ้าที่ภูมิใจละเ้าอายุ 10ปีแล้วยังไม่เริ่มฝึกตนอีกหรือ” เมิ่งฉีกล่าวอย่างดูแคลนแต่ใบหน้ายังคงยิ้ม
“ข้าี้เีนี่นาแถมมีพี่สาวชิงอี้อยู่ข้าจะต้องฝึกฝนทำไม”เมิ่งเจี้ยนเฉินส่งยิ้มให้เซี่ยชิงอี้อีกฝ่ายปิดปากหัวเราะปอกผลไม้ป้อนเมิ่งเจี้ยนเฉิน
เมิ่งฉีที่เห็นภาพนี้กำหมัดแน่นรู้สึกโกรธในใจเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยชิงอี้ถึงทำดีกับคนไร้ประโยชน์แบบนี้
“ถึงอย่างไรเ้าก็เป็ผู้ชายไม่ควรให้ผู้หญิงมาปกป้องแบบนั้นออกจะไร้ยางอายเกินไปและยังเสียชื่อเสียงของตระกูลอีกด้วย”เมิ่งฉีกล่าว
“นั่นสิทำไมนายน้อยเจี้ยนเฉินถึงยังไม่เริ่มฝึกตนเลยละ”
“อาจจะไม่มีพร์ก็ได้”ผู้าุโหลายคนที่ไม่รู้เื่วงนัยเองก็สงสัย
มีเพียงผู้าุโระดับสูงที่เป็เสาหลักของตระกูลที่พอจะรู้บ้างเพราะหากเมิ่งเจี้ยนเฉินฝึกตนเมื่อไหร่เมืองหลวงจะไม่ลังเลอีกต่อไปต้องส่งกองทัพมาแน่เพราะงั้นเพื่อตระกูลเมิ่งเจี้ยนเฉินถึงได้ยอมอยู่เงียบๆในตระกูลเรียกได้ว่าโลกทั้งใบของเมิ่งเจี้ยนเฉินตลอด10 ปีมานี้ส่วนใหญ่อยู่แค่ตระกูลเมิ่งแม้แต่เดินออกไปเที่ยวในเมืองชิงยังน้อยครั้งจนนับนิ้วได้
“นายน้อยฉีเื่บางเื่ควรจะคิดก่อนพูดออกมา” ผู้าุโระดับสูงคนหนึ่งกล่าว
“ผู้าุโหมายความว่ายังไง”เมิ่งฉีขมวดคิ้ว
“เป็ฉีเอ๋อที่อยู่ข้างนอกมานานจึงไม่รู้เื่ภายใน”เมิ่งคงรีบคารวะขออภัยไปทางผู้าุโระดับสูงทันที
“......”เมิ่งฉียังคงงุนงงไม่เข้าใจ
“กลับไปนั่งเถอะ”เมิ่งเหยียนที่นั่งเงียบมาตลอดกล่าวขึ้น
เมิ่งฉีได้แต่กลับไปนั่งด้วยสีหน้าไม่เข้าใจตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่จากสายตาของเมิ่งฉีผู้าุโระดับสูงเหมือนจะรักและเอ็นดูเมิ่งเจี้ยนเฉินมาก
“ท่านปู่จางอย่าโกรธไปแล้วพี่ชายฉีกลายเป็เซียนบนูเาแล้วจึงไม่รู้เื่ของล่างูเา”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ยังคงเป็เ้าที่ใจกว้างเสมอ”ผู้าุโนามเมิ่งจางหัวเราะลูบหัวเมิ่งเจี้ยนเฉินอย่างเอ็นดู
“ข้าได้ยินว่าเ้าออกไปซื้อสมบัติกลับมาแจกให้ตาเฒ่าเหยียนแถมยังเป็ของดีอีกด้วยแล้วไม่มีของพวกข้าบ้างเหรอ”ผู้าุโระดับสูงอีกคนกล่าว
“ออกไปครั้งนี้ข้าได้ของมาไม่กี่ชิ้นแต่ข้าได้ของดีมาอย่างหนึ่งพึ่งมอบให้กับตระกูลไปเป็วิชากระบี่ที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่ง” เมิ่งเจี้ยนเฉินกระซิบกับพวกชายชรา
“อะไรนะทักษะกระบี่จากยุคโบราณ เด็กดีเ้านี่มันตัวนำโชคของตระกูลเมิ่งจริงๆ” พวกผู้าุโระดับสูงพากันหัวเราะ
ยิ่งได้เห็นภาพนี้เมิ่งฉีก็ยิ่งไม่ชอบใจตนไม่เข้าใจว่าทำไมคนในตระกูลเมิ่งถึงชื่นชอบคนไร้ประโยชน์ที่ไม่เคยสร้างผลงานหรือชื่อเสียงให้กับตระกูลอย่างเมิ่งเจี้ยนเฉินกัน
“สหายฉีตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นไม่ใช่เ้าบอกว่าลูกพี่ลูกน้องของเ้าเป็คนไร้ประโยชน์หรอกเหรอทำไมข้ารู้สึกว่าคนในตระกูลดูจะชอบเขามากกว่าเ้าเสียอีก”ศิษย์ของสำนักเจินอูนามจ้งชิงกล่าว
“ใช่แล้วแบบนี้มันไม่ยุติธรรมต่อเ้าเลยนะเ้าออกไปจากตระกูลฝึกฝนอย่างหนักเพื่อตระกูลแต่ตระกูลกลับเห็นคนไร้ประโยชน์ดีกว่าเ้าเป็ข้าคงอัดอั้นตาย”ศิษย์นามว่าป่ายโจวกล่าว
“.....”เมิ่งฉีไม่ได้ตอบเพราะไม่รู้ว่าควรเอ่ยอะไรออกไปดีตนเองก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์
เมิ่งคงมองไปยังบุตรชายของตนเองและศิษย์ที่ติดตามมาทุกคำกล่าวล้วนแต่ถูกเมิ่งคงจดจำเอาไว้หมด
“อิ่มข้า อิ่มแล้วข้าขอตัวไปนอนก่อนแล้วกันนะ” ขณะที่งานเลี้ยงยังคงดำเนินเมิ่งเจี้ยนเฉินก็ลุกขึ้นเดินจากไปพร้อมกับเซี่ยชิงอี้ทันที
“นี่ออกจะไม่เหมาะหรือเปล่า”ผู้าุโบางคนกล่าว
“อย่าได้ไปกล่าวอะไรเลยเดี๋ยวจะหาเื่ใส่ตัวเองเปล่าๆ”ผู้าุโอีกคนส่ายหน้า
“เอาละงานเลี้ยงในวันนี้ข้ามีเื่จะหารือกับพวกเ้าพอดีหลังจากนี้ให้มารวมตัวกันที่ห้องโถงด้วย”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ขอบรับ”พวกผู้าุโพากันพยักหน้า
ไม่นานผู้าุโจำนวนมากก็ตามเมิ่งเหยีนนไปที่ห้องโถงสำหรับการประชุมเมิ่งฉีเองก็ตามมาด้วยตอนแรกศิษย์ของสำนักเจินอูยังคิดจะหน้าด้านตามมาแต่ถูกเมิ่งเหยียนส่งสายตาไปทำให้ทั้งสี่คนได้แต่ถอยหลังกลับไปห้องพักของตนเอง
“ฉีเอ๋อสหายกลุ่มนี้ของเ้าวันหน้าก็อย่าได้เอาอย่างพวกเขาเด็ดขาด”เมิ่งคงกล่าว
“ทำไมงั้นเหรอท่านพ่อ”เมิ่งฉีขมวดคิ้ว
“ทุกการกระทำของพวกเขาั้แ่เข้ามาในตระกูลเมิ่งล้วนอยู่ในสายตาของท่านปู่เ้าทั้งหมดแม้ท่านปู่เ้าจะไม่กล่าวอะไรออกมาแต่สายตาที่มองมายังเ้าเป็อย่างไรเ้าไม่รู้จริงๆงั้นเหรอ”เมิ่งคงกล่าว
เมิ่งฉีคลายข้อสงสัยทันทีในงานเลี้ยงต้อนรับตนเองแต่ท่านปู่กลับไม่พูดอะไรออกมาเลยเพียงแค่ทานอาหารอย่างเงียบๆเท่านั้นนี่ทำให้เมิ่งฉีสงสัยว่าเพราะเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่เอ่ยชมอะไรตนเลย
“เ้าโตแล้วหลายอย่างควรจะคิดได้เองสหายแบบไหนที่ควรคบสหายแบบไหนที่ไม่ควรไปยุ่งเ้าจะต้องพึ่งพาตนเองแล้ว” เมิ่งคงตบบ่าลูกชายของตน
อีกด้านหนึ่งเมิ่งเจี้ยนเฉินที่กลับมาก็กำลังจะนอนกลับถูกอาจารย์ของตนโบกมือโยนร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินเข้ามาในห้องโถง
“หืมเจี้ยนเฉินน้อยเ้าเองก็จะเข้าประชุมด้วยงั้นเหรอ” เมิ่งเหยียนอมยิ้มและรู้ว่าคนที่ลงมือคือใคร
“เอ่อข้าเองก็เป็คนตระกูลเมิ่งเหมือนกันย่อมต้องมาประชุมด้วย” เมิ่งเจี้ยนเฉินกัดฟันอยากจะก้นด่าอาจารย์ของตนสักหลายรอบ
“เหอะเ้าเด็กนี่อายุแค่นี้แต่จะี้เีเกินไปแล้วเอะอะก็จะนอนท่าเดียวเลย” นักพรตชราเค้นเสียง
“ก็ไม่ใช่ว่าเหมือนท่านงั้นเหรอ”ชิงเสวี่ยกล่าว
“ไร้สาระข้านอนเท่ากับฝึกจะเหมือนกันได้อย่างไร”
“แต่ศิษย์น้องเล็กก็ฝึกในความฝันไม่ใช่หรือ”ชิงเสวี่ยยิ้ม
“ยังเร็วเกินไปที่เ้าเด็กนั่นจะเรียนแบบข้าอย่างน้อยรากฐานแรกเริ่มก็ควรจะเริ่มฝึกด้วยตัวเองไม่ใช่พึ่งตำราห้วงความฝันเพราะมันมีข้อเสียร้ายแรงอยู่”ใบหน้าของนักพรตชรากลายเป็จริงจัง
“เอาละก่อนอื่นเลยพวกเ้าคงเข้าใจสถานการณ์ของพวกเราดีวันก่อนทูตจากเมืองหลวงได้มาเยือนตระกูลเมิ่งของเราเพื่อแจ้งประสงค์ของฝ่าาและคำสั่งที่ฝ่าาส่งลงมาคือให้กองทัพตระกูลเมิ่งเคลื่อนพลไปยังชายแดนบุกยึดเมืองและชายแดนกลับคืนมา”เมิ่งเหยียนกล่าว
“บัดซบนั่นมันไม่ต่างจากถูกสั่งให้ไปตายเลยนะ”
“ใช่แล้วให้แค่กองทัพของตระกูลเมิ่งออกไปต่อสู้แต่กองทัพของเมืองหลวงและพวกขุนนางกลับอยู่เฉยๆแบบนี้ข้าคนหนึ่งไม่ยอมไปตายอย่างเปล่าประโยชน์แบบนี้”ผู้าุโคนหนึ่งคำรามด้วยความโกรธ
“ข้าเห็นด้วยหากให้ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองข้าย่อมไม่คัดค้านแต่ให้ไปตายอย่างไรประโยชน์และไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ข้ารับไม่ได้”
“ท่านผู้นำเื่นี้ไม่จำเป็ต้องกล่าวให้มากความข้าเชื่อว่าท่านย่อมไม่เห็นด้วยแน่ต่อให้อีกฝ่ายข่มขู่พวกเรายังต้องกลัว”ผู้าุโจางกล่าว
“พวกเ้าทุกคนคิดเห็นเหมือนกันใช่หรือไม่”เมิ่งเหยียนหันไปมองผู้าุโในตระกูลทุกคนต่างก็พยักหน้าพวกเขาไม่มีความคิดที่จะเดินตามรอยของตระกูลเซี่ยที่ออกไปรบแล้วถูกแทงจากด้านหลังจนคนในตระกูลแทบล่มสลายเหลือเพียงแต่นางน้อยเพียงคนเดียว
“ดีเช่นนั้นจากนี้ข้ามีสองทางเลือกที่จะเสนอให้พวกเ้า ข้อแรกบุกไปยังเมืองหลวงเข้ายึดเมืองหลวงและตัดศีรษะของฮ่องเต้ซะจากนั้นก็กำจัดขุนนางชั่วทั้งหมดแล้วก่อตั้งราชวงศ์เมิ่งขึ้นมา
ส่วนอีกข้อพวกเราประกาศถอนตัวออกจากแคว้นสุ่ยย้ายไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเส้นทางจากทหารกลายเป็ผู้ฝึกวรยุทธและผู้ฝึกตนเพื่อบรรลุเซียนในเส้นทางที่สองค่อนข้างจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็ต้องเป็รุ่นของฉีเอ๋อและเจี้ยนเฉินน้อยของพวกเราที่จะทำสำเร็จ” เมิ่งเหยียนกล่าว
“นี่!!!!”หลายคนกลายเป็ใแม้แต่เมิ่งซานและเมิ่งคงยังใพวกเขาพึ่งจะได้ยินเื่นี้
“เดี๋ยวก่อนข้าเข้าใจว่านายน้อยฉีย่อมช่วยให้พวกเรากลายเป็ตระกูลเซียนได้แต่นายน้อยเจี้ยนเฉินที่ยังไม่ได้ฝึกตนจะทำได้อย่างไร”ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
“เ้าโง่อยู่ตระกูลเมิ่งมาตั้งกี่ปีแล้วยังคิดไม่ได้ในบรรดาพวกเ้าใครที่สามารถเข้าใจได้บ้างว่าทำไมเจี้ยนเฉินน้อยถึงแทบไม่ออกจากตระกูลแถมไม่ฝึกตน”ผู้าุโจางกล่าว
หลายคนแสดงสีหน้าละอายใจเพราะพวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆส่วนเมิ่งเจี้ยนเฉินกลับกรอกตารู้สึกว่าเื่ยุ่งยากกำลังมาหาตนแล้ว