คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก
บทนำ?
300 ปีก่อน หลังจากยุคล้มสลายของมนุษยาชาติ มนุษย์ที่เหลือรอดได้พยายามสร้างอารยะธรรมขึ้นอีกครั้งจากออโรร่าคริสตัล แหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์ที่มนุษย์ไฝ่ฝันทำให้มนุษยาชาติพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาได้อีกครั้ง
จนกระทั่ง 20 ปีก่อนมนุษย์ได้ถูกสิ่งมีชีวิตจักรจู่โจมนามว่าไซบัค มันได้สร้างความหวาดกลัวและเดือดร้อนให้ผู้คนเป็อย่างมาก ด้วยพละกำลังและความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทำให้ไม่อาจต้านทานได้จนเสียพื้นที่อยู่เกือบไป 50% นั้นทำให้ไซบัคกลายเป็ศัตรูอันดับหนึ่งของมนุษยาชาติ
เมื่อ 5 ปีก่อนเกิดเหตุเหตุการณ์ Colorless memories หรือ ‘ความทรงจำไร้สี’ทำให้ผมคนเสียความทรงจำไปเป็จำนวนมากสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก
หลังจากนั้นไม่นานเกิดาครั้งใหญ่สุดที่ตัดสินอนาคตระหว่าง มนุษยาชาติและไซบัคที่เรียกกันว่ามหาา ซึ้งมนุษย์เป็ฝ่ายมีชัยไปแต่ก็ได้รับความเสียหายต้องทำการฟื้นฟูเป็การใหญ่ ส่วนไซบัคที่พ่ายก็ถอยล้นกลับไปหรือไม่ก็กบดานหลบซ่อนตัวรอเวลาที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
“เมเปิ้ลรีบปั่นเร็ว มันตามมาแล้ว!” เสียงของเด็กสาวที่นั่งอยู่บนจักรยานเบาะหลังกำลังตะโกนบอกอย่างร้อนรนชื่ออลิซ เธอไว้ผมทรงทวินเทลสีทองนัยตาสีแดงสดผิวขาวใสอยู่ในชุดนักเรียนสวมเสื้อกาวทับไว้และใส่แว่นตาสีแดง ในมือถือปืนพกพิเศษที่บรรจุพลังงานออโรร่าคริสตัลไว้เป็นกระสุนกำลังหันไปยิงสิ่งที่ตามหลังพวกเธอเสียงปืนดัง ปังๆ “แฮ่กๆ นี้ก็ปั่นสุดชีวิตแล้วเนี้ย อลิซ!” เด็กสาวที่นั่งอยู่หน้าตะโกนตอบอย่างเหนื่อยล่าขณะกำลังปั่นจักรยานหนีสุดชีวิตชื่อเมเปิ้ล เธอไว้ผมทรงทวินเทลสีดำนัยตาสีดำเข้มผิวขาวนวลสวมเสื้อพละสีฟ้าอ่อนกับกางเกงซับในสีดำ ตะแกรงหน้าจักรยานมีกระเป๋าเป้เดินทางใบใหญ่วางไว้อยู่โดยมีพลั่วเหล็กเสียบอยู่ในกระเป๋า เธอกำลังออกแรงถีบปั่นจักรยานหนีสิ่งที่ตามหลังมาอย่าง “คู ~ ~ ว” เสียงร้องน่ารักของสัตว์ตัวน้อยๆดังขึ้นบนหัวเมเปิ้ลที่กำลังปั่นจักรยาน สิ่งที่กำลังเกาะบนหัวเมเปิ้ลดูเหมือนตุ๊กตาสัตว์ลูกหมีสีดำตัวน้อยน่ารักกำลังจ้องมองทางข้างด้วยตากลมโตสีน้ำเงินกำลังยิ้มอย่างสนุกสนานพวกเธอตั้งชื่อว่า คูว ตามเสียงร้องของมัน คูวหรือไซเบอร์เอลฟ์ สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันเป็นมิตรกับมนุษย์คนส่วนใหญ่นับถือเป็นภูตแห่งการปกป้องรักษา พวกเธอกำลังขี่จักรยานบนถนนใหญ่อยู่ในเมืองหนึ่งที่ถูกทิ้งล้างไว้หลายปีแล้ว อาคารและตึกเก่าถูกไว้สภาพดูโทรมไม่รับการดูแลรักษาหรือทำความสะอาดจนต้นไม้และพืชพันธุ์ทั้งหลายใหญ่โตเต็มไปหมด ตามตึกสูงต่างๆลอยกระจกแตกแว้งมากมายไปทั่ว ไม้เลือยชัยไปเข้าไปทั่วในอาคาร ตามทางเดินทางเท้าที่เคยถูกปูกระเบื้องอยู่ดีตลอดแนวทาง ตอนนี้ทุ่งหญ้าสูงเกือบถึงหัวเข่าในหญ้ายังคงมีเศษกระจกที่แตกหลงเหลืออยู่ รถสภาพดีหลายคันที่ถูกทิ้งไว้ตอนนี้ต่างมีสภาพไม่ต่างจากเศษเหล็กกลายเป็นกระถางใหญ่ชั้นดีให้ดอกไม้หลากหลายขึ้นดูสวยงาม แม้ภาพจะเหมือนกับเหตุการณ์วันสิ้นโลกแต่พวกเธอก็อดไม่ได้ที่จะชมความสวยงามที่สิ่งที่มนุษย์สร้างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ภาพงดงามของธรรมชาติอันเขียวขจี แสงยามบ่ายไม่แรงจนเกินไปพร้อมสายลมเย็นสดชื่นกลิ่นของธรรมชาติ มันคงเป็นสถานที่ดีที่หนึ่งในนั่งปิกนิกดื่มด่ำกับธรรมชาติ ถ้าพวกเธอไม่ได้กำลังหนีเอาชีวิตรอดอยู่ กรร เสียงขู่ในคอของสัตว์ป่าดังตามพวกเธอมาติดๆ อลิซหันกลับไปมองเจ้าของเสียงขู่ที่กำลังไล่ตามมา มันคือ ไซบัคหมาป่า สิ่งมีชีวิตจักรที่มีรูปร่างเหมือนหมาป่าทุกปราการตามชื่อแต่เป็นเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์นั้นเอง มันตามสองตัวและกำลังจองด้วยตาสีแดงอย่างดุร้ายมาหาพวกเธอ พวกมันไล่ตามมาอย่างเร็วถ้าไม่ใช้เมเปิ้ลที่เป็นคนปั่นจักรยานด้วยความเร็วพอๆกับมอเตอร์ไซค์คงเสร็จพวกมันไปนานแล้ว “แฮ่กๆ แฮ่กๆ” เสียงหอบของเมเปิ้ลดังขึ้นพร้อมเหงื่อที่เต็มบนใบหน้า ความเร็วจักรยานเริ่มตกลงเรื่อยๆ เธอปั่นจักรยานมาตลอดทางแล้วต้องมาปั่นหนีไซบัคมาอีกทำให้ใกล้หมดแรงเต็มที อลิซมองที่ปืนพกมันขึ้นเตือนเหลือแค่ 3 นัด ซึ่งไม่พอจัดการไซบัคสองตัวที่ตามมาแม้ตัวเดียวยังไม่รู้ว่าจะพอเปล่า แม็กสำรองที่อยู่กับตัวใช้ไปแล้วส่วนที่เหลืออยู่ในกระเป๋าเป้ใหญ่ที่อยู่หน้าเมเปิ้ล “เมปิ้ลหักเลี้ยวซ้ายข้างหน้านี้นะ!” อลิซชี้ไปทางสี่แยกข้างหน้าที่กำลังจะถึง “เอ๊ะ แต่ความเร็วจะ…” “ไม่เป็นไร ฉันมีแผน” อลิซดันแว่นสีแดงที่หนึ่งพร้อมแววตาที่มั่นใจมองมาหาเมเปิ้ล “เข้าใจละ!” แม้เมเปิ้ลจะไม่รู้ว่าแผนคืออะไรแต่ก็เชื่อใจในคู่หูเชื่อใจในแววตานั้น แรงเธอใกล้หมดแล้วคงปั่นหนีอย่างนี้ต่อไปได้อีกไม่นาน ถ้าเลี้ยวข้างหน้านี้ต้องเบรกไม่งั้นจักรยานคว่ำแน่เพราะเธอปั่นมาเร็ว แต่ถ้าเบรกความเร็วก็ตกลงคงตามทันในอีกไม่ถึงนาที “เอาละน่ะ หึบ!”เมเปิ้ลหักเลี้ยวซ้ายกระทันหัน เธอใช้เบรกมือทั้งสองข้างและใช้เท้าซ้ายเบรกประคองไว้ จักรยานหักเลี้ยวเดลิบจนเอียง 45 องศา รอยควันและรอยยางเป็นทางยาวตามจักรยามที่หักเลี้ยว คูวและอลิซกอดเมเปิ้ลไว้แน่นไม่แรงเวียงพาทั้งคู่ตกจักรยาน เมื่อหักเลี้ยวได้ไม่รอช้าเมเปิ้ลรีบออกแรงปั่นต่อในทันที “เลี้ยวมาแล้วเอาไงต่ออะอลิซ…อลิซ?” เมเปิ้ลเรียกคู่หูไปแต่ไม่มีการตอบกลับ พอหันไปก็เห็นอลิซหันหลังให้เธอเปลี่ยนท่านั่งหันตัวไปทางข้างหลังพร้อมถือปืนพกตั้งท่ามั่นคงพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ แม้จะไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่าพวกมันกำลังโผล่ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ตัวอลิซมีความสามารถพิเศษบางอย่างสามารถสัมผัสจิตความคิดและความรู้สึกสิ่งที่อยู่รอบตัวได้และตอนนี้เธอกำลังสัมผัสความรู้สึกมุ่งร้ายไซบัคที่กำลังตามมา “มาแล้ว!” อลิซว่าเสร็จ ไซบัคทั้งสองก็วิ่งพ้นตึกมากำลังเบรกเลี้ยวตามพวกเธอไปและนั้นคือสิ่งที่อลิซกำลังรอ เธอเล็งไปที่ตัวที่สองกำลังจะเบรก ปังๆๆ เสียงปืนดังขึ้นสามนัดตรงไปขาของไซบัคตัวที่สอง ขาที่โดยยิงให้เสียการทรงตัวเบรกไม่อยู่จนล้มพื้นถไลไปโดนไซบัคตัวแรกที่กำลังเบรกอยู่ลากเอาทั้งคู่ไปชนกับกระจกเข้าไปร้านหนึ่งของมุมตึก “ตอนนี้และรีบไปจากที่กันเถอะ” “อื้ม” เมเปิ้ลออกแรงปั่นไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ไม่รอเธอก็ต้องเบรกกระทันหัน “เมเปิ้ลหยุดรถทำไม?!” “พวกเราโดนดักหน้าสะแล้ว” ว่าเสร็จอลิซหันไปมองทางที่เมเปิ้ลชี้ไปข้างหน้า ถนนข้างหน้ามีไซบัคหมาป่าขวางทางไว้อยู่ ดูจากลองรอยพวกเธอคิดว่าตัวที่อลิซยิงจัดการก่อนหน้านี้ แต่มันไม่ได้มาตัวเดียว ข้างๆมีไซบัคหมาป่าที่ตัวใหญ่ที่น่าจะเป็นตัวจ่าฝูงด้วยอีกตัวกำลังจ้องมาทางพวกเธอเงียบๆอย่างดุร้าย “ต้องรีบหนีไปทางข้างหลัง…” อลิซที่กำลังบอกให้เมเปิ้ลกลับรถก็ต้องเจอไซบัคหมาป่าสองตัวที่ไล่ตามมาเมื่อกี่ยืนดักทางข้างหลังไว้ไม่ให้พวกเธอหนี ตอนนี้พวกเธอโดนรอบไว้หมดแล้ว “เอาไงดีอลิซ” “มีแต่ต้องสู้กันที่นี้เท่านั้น” ว่าเสร็จพวกเธอมองหน้ากันก่อนลงมาจากจักรยาน เมเปิ้ลหยิบพลั่วเหล็กที่อยู่ในกระเป๋าเป้ออกมา ส่วนอลิซก็หยิบซองกระสุนที่อยู่ในกระเป๋าเป้ออกมาเปลี่ยน ตัวปืนขึ้นเลข 15 นัดเต็มแม็กพร้อมใช้งานและก็หยิบแม็กสำรองออกมาด้วยอีกหนึ่งก่อนยืนให้เมเปิ้ล “เอ๊ะ อลิซไม่ใช้หรือ?” “ไม่อะ สถานการณ์อย่างนี้ใช้ไอนี้น่าจะดีกว่า” พูดจบอลิซก็หยิบสิ่งที่เหมือนเหรียญตรารูปร่างแปดเหลี่ยมสีน้ำเงินขาวที่มีตัวอักษร X อยู่บนเหรียญตรานั้นในมือให้เมเปิ้ลดู “จะไม่เป็นไรหรือ เธอไหวนะ” “คูวว…” เมเปิ้ลและคูวต่างแสดงสีหน้ากังวลกับสิ่งที่อลิซจะทำ “ไม่เป็นไร ฉันโอเค… น่าจะโอเคกว่าคนที่ปั่นจักรยานด้วยซ้ำ” อลิซจัดการเช็ดหน้าด้วยแขนเสื้อกาวอย่างหมดจด เมเปิ้ลโดนเช็ดได้แต่ร้องอือๆระหว่างเช็ดจนเสร็จ เมเปิ้ลไม่อย่างให้อลิซใช้เท่าไรแต่จากสถานการณ์คงไม่มีทางเลือก “เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยละ” “เธอก็ด้วย” เมเปิ้ลรับปืนพกและแม็กสำรองมาใส่ในกระเป๋าเสื้อพละถือพลั่วเตรียมพร้อมที่จะสู้ “ว่าแต่พวกนี้ก็มารายาทดีจังแหะ พอพวกเราคุยกันเสร็จด้วย” ระหว่างที่พวกเธอกำลังเตรียมตัวพวกมันไม่เข้ามาจู่โจมในทันทีกลับค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆอย่างช้าเหมือนจะบอกว่า พวกมันไม่ต้องรีบร้อนเพราะตอนนี้เหยื่ออยู่ในกำมือเรียบร้อยแล้ว “เอาละนะ [Bio X • Access]!” สิ้นเสียงคำสั่ง Bio Drive หรือ เหรียญตรา X ในมือเกิดละอองแสงออโรร่าปะทุขึ้นออกมาจากเหรียญตรานั้น ละอองแสงนั้นค่อยๆล้อมรอบตัวอลิซโอบกอดเข้า ละอองแสงรอบตัวอลิซค่อยๆรวมตัวกันเป็นชิ้นส่วนเล็กเหมือนกับจิ๊กซอว์ จิ๊กซอว์แต่ละชิ้นค่อยๆรวมตัวประกอบบนร่างอลิซกลายเป็นชุดเกราะส่วนต่างๆ ทั้งเกราะแขน เกราะขา เกราะอก และเกราะหัวเปิดบริเวณใบหน้าไว้ ชุดเกราะที่อลิซสวมเป็นชุดเกราะเบาสีน้ำเงินสลับขาว “Bioman X มาแล้ว!” อลิซทำการโฟสท่าเปิดตัวเวลาแปลงร่างเสร็จแบบฮีโร่พระเอกที่ชอบทำกันในทีวีเป็นประจำอย่างมั่นใจสุดๆ “เป็นไงพอใจมั้ย?” “สุดๆเลยจ้า~” อลิซตอบคำถามเมเปิ้ลพร้อมรอยยิ้มชอบใจสุดๆและตาเป็นประกาย พอเมเปิ้ลเห็นอลิซดูมีความสุขก็ได้แต่ยิ้มตาม “ว่าแต่เอาเลยมั้ย” “นั้นสินะ” พวกเธอหลังอลิซแปลงเสร็จพวกไซบัคก็หยุดอยู่กับที่ไป พวกมันเปลี่ยนท่าทีระวังตัวเตรียมพร้อมจะเข้ามาจู่โจมได้ทุกเมื่อ “พวกด้านหน้านี้ฉันจัดการเอง” “ของฉันข้างหลังสินะ” ทั้งคู่หันหลังชนกันมองไซบัค อลิซเปลี่ยนเกราะแขนขวาของเธอเป็นปืนติดแขน X Buster ส่วนเมเปิ้ลถือพลั่วด้วยมือสองข้างให้กระชับมือทั้งคู่เตรียมพร้อมสู้ กรรรร ไซบัคหมาป่าตัวหัวหน้าร้องขู่ขึ้น ตัวอื่นก็ร้องขู่ตามเตรียมจะสู้ “ยิงกระสุนเม็ดถั่วเหลืองให้ถูกด้วยละ” “กระสุนพลาสม่าจ้า กระ สุน พลาส ม่า!ให้เกียรติ X Buster ฉันด้วย” ในขณะที่อลิซทำกำลังโว้ยเรื่องที่เมเปิ้ลพูดแต่เจ้าตัวกำลังกั้นขำที่พูดไป เสียงหอนของไซบัคหัวหน้าหมาป่าดังขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณเริ่มสู้ “ถ้างั้น… ลุยกันเลย!” “รับแซบ!” ทั้งคู่ต่างวิ่งเข้าใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า………