ตอนที่ 18 แพะรับบาป (1)
‘กระบี่มุกถล่มยุทธจักร’ ถ่ายทำไปได้หลายสิบวันแล้ว โดยทั่วไปเสิ่นซีโหลวคลุกคลีกับนักแสดงที่ถ่ายร่วมกันและเหล่าสตาฟจนคุ้นเคยดีแล้ว พอทีมงานดูแลสคริปต์และสตาฟกองถ่ายเห็นเขามาถึง ต่างทักทายอย่างสนิทสนม
เสิ่นซีโหลวพยักหน้ายิ้มแล้วเดินไป เมื่อมาถึงห้องแต่งหน้านักแสดง ก็ยิ้มมองพี่เปียนเจ๋อในกระจกแต่งหน้าที่กำลังสวมเครื่องตกแต่งทรงผม พลางยักคิ้วหลิ่วตาแล้วกล่าวล้อเล่น “พี่ เมื่อคืนไปทำอะไรมาหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ว่าไปดูดาวบนหลังคากับพี่ปู้หุ่ยทั้งคืนหรอกนะ!”
เปียนเจ๋อที่ง่วงเหงาหาวนอนได้ยินคำพูดนี้ของเขา ก็หัวเราะจนเครื่องตกแต่งผมที่เพิ่งติดหลุดออก ทำเอาช่างแต่งหน้าขมวดคิ้ว
เมื่อคืนมีถ่ายฉากใหญ่ วันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาแต่งหน้า เขาที่อายุมาก คงอดหลับอดนอนสู้พวกคนรุ่นเยาว์อย่างเสิ่นซีโหลวไม่ได้แล้ว
“เจ้าเด็กนี่ ไปให้พ้นเลยนะ นายซนซะขนาดนี้ ระวังถึงตอนนั้นจะโดนลงโทษด้วยกฎในครอบครัว”
“พี่ พี่จะอาศัยอำนาจส่วนรวมมาแก้แค้นเรื่องส่วนตัวไม่ได้นะ! ระวังผมจะฟ้องพี่ปู้หุ่ยเอานะ” ตอนที่เอ่ยหยอกเย้า ก็เห็นเซียวซู่แบกหัวยุ่งเหมือนรังนกเดินเข้ามา นั่งลงข้างๆ เปียนเจ๋อแล้วหลับตารอให้ช่างแต่งหน้ามาจัดการ
เสิ่นซีโหลวเดินเข้าไปก่อกวน ขยี้ผมเขาไปสองที แหย่เล่นจนเซียวซู่มองมาด้วยสายตาดุดัน พูดด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว “ฉันว่านายนี่ขาดคนอบรมสั่งสอนนะ”
“พี่ ช่วยผมด้วย” เขาขยับไปหลบข้างหลังเปียนเจ๋อ ขอให้อีกฝ่ายช่วยถือหางอย่างน่าสงสาร
เปียนเจ๋อมองเขาที่ทำท่าหวาดกลัวก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะหลับตาพักผ่อนต่อ
เสิ่นซีโหลวที่ช่างเจรจาคนนี้พละกำลังล้นเหลือ พอเห็นเปียนเจ๋อกับเซียวซู่ต่างหลับตาไม่สนใจตัวเองอีก ก็จำต้องสนทนากับเหล่าช่างแต่งหน้าที่ถามคำตอบคำ
ผ่านไปสองชั่วโมง ในที่สุดก็แต่งหน้าทำผมเสร็จ หลังจากทั้งสามคนเปลี่ยนชุดแล้ว ไลน์โปรดิวเซอร์จึงพาพวกเขามายังสถานที่ถ่ายทำในวันนี้ ซึ่งเป็นป่าไผ่อันกว้างใหญ่ไพศาล
ผู้ช่วยผู้กำกับหลิวสยงเห็นพวกเขามาแล้วก็เริ่มอธิบายฉากให้ทั้งสามฟัง “วันนี้ถ่ายฉากที่ฉีเทียนโย่วรู้จักกับเยียนตานเป็นครั้งแรก อีกเดี๋ยวตอนขี่ม้าไล่ตามมือสังหารที่หลบหนี พวกคุณสามคนจะพบหัวหน้ากลุ่มเยียนตาน จากนั้นพวกคุณก็ลงมือต่อสู้อย่างดุเดือด” ขณะพูดก็มองเสิ่นซีโหลวกับเซียวซู่แล้วเอ่ย “จากนั้นพวกคุณจะถูกล้อมโจมตี เซียวซู่ เดิมทีคุณมีวรยุทธ์ไม่สูง ดังนั้นในฉาก ซีโหลวจะบาดเจ็บเพราะช่วยคุณนะ”
เสิ่นซีโหลวฟังพลางพยักหน้าด้วยความตั้งใจ ผู้ช่วยผู้กำกับมองไปทางเปียนเจ๋ออีกทีแล้วกล่าว “อีกเดี๋ยวคุณจะมีซีนถ่ายโคลสอัปตอนสบตากับเยียนตานนะ
“จะถ่ายฉากรวมก่อน แล้วค่อยถ่ายช็อตส่วนตัวของพวกคุณ”
หลิวสยงเห็นทั้งสามต่างเข้าใจแล้ว ก็หมุนตัวไปถามไลน์โปรดิวเซอร์ “นางรองหนิงซานซานมาแล้วหรือยัง”
ไลน์โปรดิวเซอร์เห็นผู้ช่วยผู้กำกับถามขึ้นมาก็นิ่วหน้าเอ่ย “เมื่อกี้เร่งผู้จัดการเธอแล้วครับ บอกว่าอยู่ระหว่างเดินทางมา อีกครึ่งชั่วโมงน่าจะถึงครับ”
หลิวสยงได้ยินก็ด่าออกมาอย่างหัวเสีย “ต้องเซ่นไหว้อัญเชิญมาจริงๆ คุณไปเร่งเธออีกทีนะ ดูซิ ตอนนี้มันปาเข้าไปกี่โมงแล้ว”
ไลน์โปรดิวเซอร์เสี่ยวหมิงทำได้แค่ยิ้มอย่างกล้ำกลืน ก่อนบากหน้าโทรไปอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน หนิงซานซานคนนี้ไม่ใช่เพราะอาศัยหลี่หรงเซวียน ราชาแห่งวงการบันเทิงหรอกเหรอ วันๆ ถึงได้สะบัดสะบิ้งเล่นตัว
เหตุเพราะนางรองหนิงซานซานมาสาย เดิมทีฉากที่วันนี้สามารถถ่ายได้เสร็จสิ้นก่อนอาทิตย์ตกดิน เลยต้องถ่ายลากยาวไปจนฟ้ามืดถึงได้เลิกกอง
เสิ่นซีโหลวนั่งบนเก้าอี้ รอให้ช่างแต่งหน้าช่วยแกะเครื่องตกแต่งผมออก เครื่องตกแต่งนี่สวมไว้ทั้งวันก็ทรมานจนทนไม่ไหว หลังแกะเสร็จแล้ว ผิวตรงจอนผมทั้งสองข้างก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย ผู้ช่วยอู๋เฮ่าจึงรีบหยิบยาที่พกติดมาส่งให้พี่เสิ่นทา
เสิ่นซีโหลวแพ้กาวติดวิกผม วันแรกตอนถ่ายละครเสร็จไม่ได้สังเกต คิดไม่ถึงว่าวันที่สองใบหน้าจะปูดบวมขึ้น ตอนที่วิดีโอคอลกับกู้อู๋เหยียนเพื่อดูเจ้าเอซ ยังโดนเขาหัวเราะเยาะว่าเหมือนหัวหมู
โชคดีที่พี่หลี่พกยานี้มาด้วย ทุกครั้งหลังแกะเครื่องตกแต่งผมเสร็จก็จะทาลงไป ไม่นานรอยแดงก็หายและไม่บวมอีก
ไม่รู้ว่าตอนนี้กู้อู๋เหยียนทำอะไรอยู่ เขาถ่ายฉากใหญ่ช่วงกลางคืนติดต่อกันหลายวัน นี่ก็นานมากแล้วที่ไม่ได้ติดต่ออีกฝ่าย ไม่รู้ว่าเอซเป็นอย่างไรบ้างแล้ว