“อึ่ก!” ร่างโปร่งบางถึงกับสะดุ้งทันทีเมื่อผิวกายถูกน้ำชำระล้าง ไม่ใช่เพราะน้ำนั้นเย็นเกินไป แต่เพราะความเจ็บแสบที่ช่องทางเื้ั
ชายหนุ่มค่อยๆ ค่อยๆ แยกขา ใช้มือแตะส่วนนั้นก็พบว่ามันบวมแดงเหมือนอักเสบแต่ไม่ถึงกับเืออก นอกจากนั้นยังเปียกแฉะและมีของเหลวขาวขุ่นจากภายในก็ค่อยๆ ไหลย้อยออกมาตามต้นขายามเขาขยับตัว ทำเอาคนผิวขาวอยู่แล้วยิ่งดูขาวซีดลงมากขึ้นไปอีก
“นพ!! ” ร่างบางรีบวิ่งถลันไปหน้ากระจกห้องน้ำแล้วตบลงบนขอบอ่างด้วยความโกรธ ร่างที่กอดอกมองกลับมาแม้จะเป็ร่างของเขา แต่กลับมีความรู้สึกนึกคิดคนละแบบ ทั้งยังมีทีท่าเย่อหยิ่งอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง
พวกเขาคือคนเดียวกัน แต่กลับมีบุคลิกแตกแยกออกเป็สองขั้ว หรือที่เรียกว่าคนสองบุคลิก อรรณพหรือน้ำเป็โอเมก้าที่อ่อนแออ่อนหวาน แต่นพหรือตัวตนอีกคนของเขาเป็โอเมก้าที่แข็งแกร่ง ยามที่คนหนึ่งออกมา อีกคนจะกดให้หลับลึกจำอะไรไม่ได้นอกจากจะคุยกันผ่านจิตหรือกระจก
นพปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อ 13 ปีก่อน ในวันที่น้ำฮีตเป็ครั้งแรกและหนีการตามล่าของคนที่คลั่งเพราะกลิ่นฟีโรโมนของเขา น้ำถูกลากเข้าไปในเขตก่อสร้างเพื่อข่มขืน จำได้ว่าตอนนั้นเขาทั้งใทั้งเสียขวัญ ไม่ว่าจะร้องะโแค่ไหนก็ไม่มีใครออกมาช่วย ความหวาดกลัวสุดขีดในตอนนั้นทำเขาสลบไปและคนที่ออกมากู้สถานการณ์ก็คือนพ
น้ำรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อปากรู้สึกเฝื่อนฝาดและกลิ่นเื เนื้อตัวเต็มไปด้วยเืก็จริง แต่มันไม่ได้มาจากร่างกายเขา นอกจากที่รู้สึกชาเพราะถูกตบที่หน้าและถูกต่อยที่ท้อง ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บตรงอื่นแต่อย่างใด แถมในมือซ้ายยังมีท่อเหล็กหงิกๆ งอๆ กับร่างชุ่มโชกเืของเหล่าผู้ร้ายนอนกองอยู่แทบเท้า
น้ำจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ นพเพียงแค่บอกเขาในใจว่าเขาปลอดภัยแล้ว คนเ่าั้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกแล้ว นับแต่นั้นนพก็จะคอยออกมาช่วยเหลือเขา คอยแก้ไขสถานการณ์ที่เขาไม่อาจจัดการได้ เป็เหมือนเทพผู้พิทักษ์ของเขา ที่แม้แต่พ่อกับแม่ก็ยังไม่รู้
แต่แล้วทำไมวันนี้นพถึงไม่ปกป้องเขา! ทำไมอีกฝ่ายปล่อยให้คนพวกนั้นแตะต้องร่างกายเขา! แค่รู้สึกว่าตัวเองถูกคนอื่นล่วงล้ำร่างกาย น้ำก็ขยะแขยงตัวเองเหลือเกินแล้ว!
“ไหนนพว่าจัดการกับพวกอัลฟ่าที่มันวางยาเราไปหมดแล้วไง! แล้วทำไมน้ำถึงได้เจ็บตรงนั้น! แถมยัง...” น้ำก้มหน้ามองต้นขาของตัวเองที่ยังมีคราบของเหลวเหนียวหนืดอยู่ ยิ่งคิดสีหน้าเขายิ่งแย่ลงเรื่อยๆ
เพราะก่อนหน้านี้น้ำต้องพาแขกจากบริษัทคู่ค้าไปเลี้ยงรับรองตามคำสั่งของพ่อที่เป็ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยาในตระกูลอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าแขกสองคนที่เป็คู่ค้าบริษัทยาของเขา คิดจะใช้ยาเร่งการฮีตของโอเมก้าตัวใหม่ที่บริษัทเขาเป็คนคิดค้นขึ้นมา ใช้กับเขาแล้วพาเข้าห้องหวังข่มขืน จากนั้นนพก็ออกมา ส่วนเขาถอยกลับเข้าไปหลับลึกในร่าง แต่พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งกลับพบว่าเจ็บเสียดที่่ล่าง แถมนพที่เอาร่างเขาไปใช้ยังให้ใครคนนั้นปล่อยข้างในอีกด้วย!!
“สบายใจได้น่า! ไม่ใช่ไอ้สวะพวกนั้นหรอก” ร่างที่ตอบกลับมาราวกับไม่ใส่ใจนัก
“จะให้สบายใจได้ยังไงในเมื่อนพเอาร่างของน้ำไปให้คนอื่น....” น้ำกัดริมฝีปากตัวเองแน่น
น้ำไม่กล้าพูดประโยคต่อไปเพราะมันจะทำให้เขายิ่งรู้สึกอยากอาเจียนมากยิ่งขึ้น
“แล้วทำไมไม่ป้องกัน! ทำไมไม่ใส่ถุงยาง! คงไม่ใช่ว่าปล่อยให้ถูกกัดไปแล้วหรอกนะ!” น้ำจับหลังคอตัวเองและส่องกระจกดู เพื่อเช็คให้แน่ใจว่าไม่ถูกกัดหลังคอจับคู่โดยที่ตัวเขาไม่ยินยอม
“เลิกคร่ำครวญเถอะน่าน้ำ! ฉันฉีดยาต้านแล้วก็กินยาคุมแล้วเห็นไหม แค่ล้างข้างในไม่สะอาดเท่านั้น!” น้ำปรายตาไปมองถังขยะที่อยู่ด้านล่างอ่างล้างหน้า ตามที่คนในกระจกชี้และพบว่ามีซองยาที่นพไปหาหมอมาแล้วจริงๆ
แม้จะเบาใจได้บ้างแต่ก็ยังไม่ทำให้น้ำหายกังวล เพราะนพไม่เคยเอาร่างของเขาไปให้อัลฟ่าที่ไหนกอดมาก่อน ยิ่งเมื่อเขามีอาการต่อต้านอัลฟ่าอย่างหนักด้วยแล้ว ยิ่งไม่น่าเป็ไปได้ อะไรทำให้นพเปลี่ยนไปขนาดนี้?
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่นพ?” น้ำมองตัวเองอีกคนในกระจก
“ฉันจัดการไอ้สวะคนแรกด้วยแก้วน้ำ ตีมันจนมันสลบ แต่ถูกอีกคนลากเข้าห้องที่มันจองไว้ แต่เพราะฉันยังไม่ขาดสติจึงพลิกสถานการณ์กลับมาจัดการมันได้ แล้วก็... มีเด็กคนหนึ่งเข้ามาพยายามจะช่วยฉัน” น้ำมองนพในกระจก อีกฝ่ายทำสีหน้าราวกับหวนระลึกถึงคืนนั้น
“น้ำ... ฉันว่าจะเลี้ยงอัลฟ่าสักคน” อีกฝ่ายคลี่ยิ้ม ทั้งที่เป็เสือยิ้มยาก
“เด็กนั่นไม่เหมือนอัลฟ่าคนอื่นๆ ที่ฉันเคยพบมา เขาแทบไม่มีปฏิกิริยากับเราที่ถูกยาเร่งฮีตด้วยซ้ำ แต่มี่หนึ่งที่ฉันได้กลิ่นฟีโรโมนของเด็กนั่น มันเป็กลิ่นหอมที่ทำให้ใจฉันสงบขึ้น แล้วฉันก็เห็นภาพตัวเองในแววตาของเขา น้ำ... ฉันกำลังคิดว่าเด็กนั่นคือคู่แห่งโชคชะตาของเรา” น้ำมองสีหน้าหมายมั่นของคนในกระจกอย่างไม่เชื่อสายตา นพมองน้ำกลับมาแล้วพูดต่อ
“น้ำจำวันแรกที่เราฮีตเมื่อ 13 ปีก่อนได้หรือเปล่า?”
“จำได้” น้ำตอบเสียงอ่อยเมื่อพูดถึงเื่ที่เขาอยากจะลืมมากที่สุด
“ฉันคิดว่าเด็กทารกที่ทำให้น้ำฮีตในตอนนั้นคือเด็กคนเดียวกับที่ฉันเจอเมื่อคืน... เด็กนั่นเป็อัลฟ่าแต่ท่าทางซื่อๆ จนๆ ถ้ายังไงเราเอามันกลับมาเลี้ยงกันไหม? ไหนๆ พ่อกับแม่ก็เลิกคิดจะจับเราแต่งงานกับอัลฟ่าไปแล้ว ไม่สู้เราเลี้ยงอัลฟ่าไว้เองสักคน เลือกเอาคนที่หัวอ่อน ว่านอนสอนง่ายหน่อย ไม่ใช่อัลฟ่ากักขฬะที่คิดว่าโอเมก้าทุกคนเป็เพียงแค่เครื่องมือบำบัดความใคร่หรือแค่คนที่มีไว้คลอดลูกเท่านั้น! ยิ่งเราอายุมากขึ้นทุกวัน โอกาสจะมีลูกก็ยาก ยิ่งพวกเราใช้ยากดฮีตขนานแรงมาตลอดหลายปี ร่างกายเราจะรับไม่ไหวเอา” น้ำย่นคิ้วแล้วจ้องตัวเองจากในกระจก นพไม่เคยให้ความสนใจกับใครแบบนี้มาก่อน ครั้งนี้นอกจากดูต่างออกไปแล้ว ยังสรรหาเื่มาโน้มน้าวเขาอีก
“ทำไมนพดูจะติดใจเด็กคนนั้นนัก? แค่เพราะรู้สึกว่าเด็กนั่นเป็คู่แท้เท่านั้นเหรอ? นพคิดจริงๆ หรือว่าโลกนี้มีคู่แห่งโชคชะตาอยู่จริงๆ”
“จริงสิ! ฉันรู้สึกได้!” อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างดีใจ แต่น้ำหลับตาลงย่นหัวคิ้วเข้าหากัน ตอนนี้เขาปวดหัวเกินว่าจะคิดเื่อื่นอีกแล้ว แถมยังทำท่าจะมีไข้ต่ำๆ ด้วย
“เอาไว้เราคุยเื่นี้กันทีหลังเถอะ” น้ำตัดบทแล้วหันหลังให้อีกฝ่ายก่อนจะกดให้นพหลับลึกลงไปในร่าง
หลังจากกดให้นพหายไปจากตรงหน้าได้ น้ำก็พรูลมหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เขาไม่เชื่อเื่ที่นพพูด เขาไม่เชื่อในเื่คู่แท้หรือคู่แห่งโชคชะตาทั้งนั้น เื่พรรค์นั้นไม่เคยมีจริง
ดูจากพ่อเขาเป็ตัวอย่าง ั้แ่เล็กๆ น้ำที่เกิดมาเป็ความหวังของครอบครัว เขาฉลาดกว่าเด็กในวัยเดียวกัน นอกจากเื่กีฬาแล้ว ทั้งความสามารถทางภาษา ดนตรี และศิลปะ ไม่ว่าอะไรน้ำก็ทำได้ดีหมด เป็ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลธารมิกรณ์ที่พ่อกับแม่ภูมิใจ
จนกระทั่งเมื่อผลการตรวจร่างกายของเขาออกมาและพบว่าเพศรองของเขาคือโอเมก้า ทั้งที่พ่อและแม่ของเขาที่มาจากอัลฟ่าตระกูลเก่าแก่ พ่อก็เอาแต่โทษว่าเป็ความผิดของแม่ แม่ก็โทษพ่อ ต่างฝ่ายต่างแอบมีคู่ขาคนใหม่ ครอบครัวไม่ใช่ครอบครัวอีกต่อไป แม่ยังดีหน่อยที่ไม่เคยเอาคู่ขาเข้าบ้าน แต่แม่ก็แทบไม่กลับบ้านมาอีกเลยเพราะเลี้ยงดูคนของตัวเองไว้ข้างนอก ส่วนพ่อก็ย่ามใจ ครั้งหนึ่งน้ำเคยเห็นพ่อเอาโอเมก้าคนหนึ่งเข้ามานอนที่บ้าน อีกฝ่ายมีรอยกัดที่เป็สัญลักษณ์ที่ต้นคอ แต่สุดท้ายก็ยังถูกพ่อเขาเขี่ยทิ้งอยู่ดี เพราะมีลูกที่เป็อัลฟ่าให้ไม่ได้
สำหรับโอเมก้าแล้ว การกัดที่หลังคอเป็การทำสัญลักษณ์แสดงความเป็เ้าของ โอเมก้าคนนั้นจะไม่สามารถนอนกับใครได้อีกนอกจากอัลฟ่าที่ทำสัญลักษณ์ไว้ แต่สำหรับอัลฟ่ามันคือการผูกขาดคนของตัวเองไม่ให้อีกฝ่ายนอนกับใครได้นอกจากตัวเองเท่านั้น
โลกของ Omegaverse ช่างเน่าเฟะและน่ารังเกียจ โอเมก้าก็เป็ดั่งวรรณะที่ต่ำที่สุด แม้ชาติกำเนิดจะสูงส่ง แต่ก็ยังต่ำต้อยด้อยศักดิ์ศรีอยู่ดี แม้จะปฏิเสธเื่นั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่ากลิ่นอายของคนที่ทิ้งไว้บนร่างทำให้เขาใจสงบอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าน้ำกำลังถูกอัลฟ่าคนนั้นห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ฟีโรโมนไม่พลุ่งพล่านอีก น้ำส่ายหัวแล้วรีบออกไปแต่งตัวทันที
------------------------------------
“น้อง! ออกมาได้แล้ว มีคนมาประกันตัวแล้ว” จักรีที่นั่งนิ่งในห้องขังมาตลอดจึงเดินตามร้อยเวรออกมา พอเห็นชายหนุ่มสวมสูทสีกรมพอดีตัวกำลังเซ็นเอกสารรออยู่จักรีก็รีบยกมือไหว้ทักทาย
“เป็ครั้งแรกเลยนะที่นายเป็ฝ่ายโทรมาขอให้พี่ช่วย” ชายหนุ่มยิ้มแล้วโอบไหล่เขาและพาเดินมาที่รถ
จักรียิ้มเจื่อน หากเป็ไปได้เขาก็ไม่อยากรบกวนพี่เอกเท่าไหร่ เพราะพี่เอก หรือเอกรินทร์เป็ลูกของบ้านเดิมพ่อ ซึ่งพ่อของเขาก็หย่าขาดจากบ้านนั้นไปนานแล้ว เขาและแม่จึงอยู่กันอย่างเจียมตัวมาตลอด เพราะแม่คิดว่าตัวเองเป็คนแย่งพ่อมา แต่พ่อกลับบอกว่าคุณอินหรือคุณอินทิราของบ้านนั้นไม่ใช่คนหัวโบราณและคิดมากเหมือนคนรุ่นก่อนๆ เมื่อมีทายาทด้วยกันแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายเพราะไม่ได้แต่งเพราะรักกัน กลับกัน ที่บ้านของพี่เอกยังเอ็นดูเขาและแม่ที่เป็โอมาก้าชายอีกด้วย จนอยากจะรับพวกเขาเข้าตระกูลทิพยนารถด้วยซ้ำ ติดที่แม่ของเขาเป็ผู้ชาย ถึงจะมีเพศรองเป็โอเมก้าแต่ก็ยังมีศักดิ์ศรีของตัวเอง
แม่ของจักรีและพ่ออาศัยอยู่ที่ไร่ทางเชียงใหม่ มีกิจการไร่ชาและสวนดอกไม้ส่งออก แม่นั้นดูแลควบคุมคนงานและผลผลิตในไร่ ส่วนพ่อดูแลเื่ดอกไม้ส่งออกและชา พ่อทำงานในไร่ชาคู่กับดูแลกิจการจิวเวลรี่ของตระกูลฝั่งพ่อไปด้วย ดังนั้นจึงเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่เสมอ และเพราะพ่อของจักรีเป็แม่ของพี่เอกนี้เอง ทำให้ผังความสัมพันธ์ของคนสองตระกูลค่อนข้างยุ่งเหยิงพอสมควร แถมบ้านเดิมและบ้านใหม่ก็รักใคร่ปรองดอง ไม่มีปัญหากันเหมือนบ้านอื่นๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็เพราะพ่อของพี่เอกและพ่อของเขาเป็อัลฟ่าหญิง และทั้งคู่ก็ถูกจับให้แต่งงานกันเพื่อเกี่ยวดองทางสายเื พอพ่อคลอดพี่เอกแล้วผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงไม่คิดเหนี่ยวรั้งพ่อที่้าจะหย่าเพื่อมาแต่งกับแม่เขาอีก
กลับกัน... เป็เขาเสียอีกที่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่พี่ชายฝั่งบ้านเดิมของพ่อญาติดีด้วย แถมพ่อของทางบ้านโน้นก็ชอบเรียกให้เขาไปหาบ่อยๆ บางครั้งก็รบเร้าให้ย้ายออกจากห้องพักราคาถูกแถวมหาลัยที่เขาพัก แล้วย้ายไปอยู่ด้วยกัน ข้าวปลาอาหารก็ไม่ต้องหากินเอง รถก็มีให้ใช้ขับไปมหาลัย แต่จักรีอยากมาลองใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาตัวเอง จึงได้ปฏิเสธความหวังดีของคุณอินทิราไป
“วันนี้พี่เอาเบนซ์มา คนขับจอดรออยู่ข้างนอก” พี่เอกกล่าวพร้อมกับเอามือรุนหลังเขาให้รีบเดินขึ้นรถ
จักรีไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่โทรไปขอความช่วยเหลือกับพี่เอก แต่ตอนที่ถูกจับเขาจนตรอกจริงๆ ใครจะไปคิดว่าตอนนั้นที่เขากำลังพยายามแก้มัดมือเพื่อหนีออกจากห้อง หลังจากที่ป้าคนนั้นข่มเหงเขาและหนีไปแล้ว อยู่ๆ จะเจอแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดพอดี เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่ แถมยังถูกมัดมือ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทำให้แม่บ้านได้ยินเสียงลูกค้าที่ถูกซ้อมปางตายในห้องน้ำอีก
สุดท้ายเขาจึงถูกจับและจบลงที่ห้องขัง ลูกค้าคนนั้นถูกส่งโรงพยาบาล โชคยังดีที่ตอนนั้นเขาสามารถใช้โทรศัพท์ได้หนึ่งครั้ง จึงโทรไปขอร้องให้พี่เอกช่วยมาประกันตัวเขาออกไป อย่างน้อยเขายังพอเจรจากับพี่เอกได้ แต่ถ้าหากเื่ถูกจับรู้ถึงหูแม่ ไม่แน่ว่าแม่จะคิดมากอีกก็ได้ อุตส่าห์ได้มาเรียนที่กรุงเทพ นอกจากจะดูแลตัวเองไม่ได้แล้วยังมาถูกโอเมก้ารุ่นป้าหลอกฟัน ถ้าฝ่ายนั้นท้องขึ้นมาที่นี่ล่ะเื่ยุ่งแน่ๆ
“แล้วนั่นหน้าไปโดนอะไรมา รอยฟันเหรอ? ไหนเล่าให้ฟังสิทำไมอยู่ดีๆ ถึงถูกจับได้” จักรีเหลือบมองพี่เอกที่ใช้สายตากรุ้มกริ่มมองเขาหลังจากขึ้นรถมาแล้ว
“ถ้าผมเล่าพี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่บอกพ่อกับคุณจัน”
“เออน่า! รีบๆ เล่ามา” จักรีทำหน้าบึ้ง จากนั้นก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นในโรงแรมให้พี่เอกฟัง แต่แทนที่อีกฝ่ายจะเดือดร้อนแทนเขา กลับหัวเราะลั่นซะอย่างนั้น!
“ฮ่ะๆ พี่ล่ะอยากเห็นโอเมก้าคนนั้นจริงๆ ล้มอัลฟ่าได้ แถมยังได้กินเด็กหนุ่มบริสุทธิ์อีก ที่เค้ากัดแก้มนายคือทิ้งสัญลักษณ์เหรอ? ฮ่ะฮ่าๆ”
“เลิกหัวเราะได้แล้ว! ผมเครียดนะพี่ เกิดฝ่ายนั้นท้องขึ้นมาจะทำไงล่ะ ผมยังเรียนอยู่นะ” จักรีขยี้หัวตัวเองด้วยความขัดใจ อีกฝ่ายจึงเอ่ยปาก
“พี่ว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดติดต่อนายอีกแล้วล่ะ ถึงติดต่อก็คงตามหาตัวไม่เจออยู่ดี ก็นายบอกเค้าไปว่านายชื่อศุภโชคไม่ใช่หรอ ฮ่ะๆ” จักรีมองพี่ชายแล้วเบ้ปาก เขาไม่ได้บอกซะหน่อย อีกฝ่ายทึกทักไปเองต่างหาก
“ผมถูกจับั้แ่เด็กแบบนี้ไม่รู้จะถูกลงบันทึกเป็ประวัติเสียหรือเปล่า ไหนจะงานของพี่โชคอีก เขาถูกให้ออกจากงานก็เพราะผมทำพัง”
“เื่ประวัติเสียพี่ช่วยเคลียให้ั้แ่นายอยู่ในห้องขังแล้ว แค่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น รับรองประวัตินายขาวสะอาดแน่นอน ส่วนเื่งานเดี๋ยวจะฝากงานที่โรงแรมเพื่อนพี่ให้ แต่ว่า... ที่พี่ช่วยประกันตัวให้นายวันนี้ มีอะไรแลกเปลี่ยนหรือเปล่า?” พี่เอกหรี่ตามองเขาอย่างมีเลศนัย
“พี่จะให้ผมทำอะไรล่ะ?”
“ไปถ่ายแบบให้พี่ บริษัทพี่รับงานโฆษณาของบริษัทยาธารมิกรณ์มา กำลังหาอัลฟ่าหน้าตาดีมาลงโฆษณา”
“โฆษณา! ไม่เอาอ่ะอายตายเลย!” จักรีนิ่วหน้า
“อะไรวะ! เสียชื่อเดือนมหาลัยชะมัด อุตส่าห์เกิดมาหน้าตาดีทั้งที” พี่เอกยื่นมือมายีหัวเขา จักรีรีบเอนตัวหนี
จักรีไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองหน้าตาดี เขาแค่โชคดีที่ผิวขาวและหน้าตี๋เหมือนแม่ มีดวงตาเรียวรูปแอลมอลและตาชั้นเดียว แต่จมูกค่อนข้างโด่งและมีรูปปากเหมือนพ่อ พอบวกกับที่เขาผมเยอะและคิ้วเข้ม จึงเป็หนุ่มตี๋ที่เครื่องหน้าครบและค่อนข้างเด่นกว่าคนอื่น อีกอย่างคือเขารูปร่างสมส่วน ไม่อ้วนเกินไปและไม่ได้ผอมเกินไป
“ไม่รู้แหละ! นายเข้าไปแล้วถ่ายภาพนิ่งดูหน่อย ถ้าเกิดได้ขึ้นมาก็ถือซะว่ามีค่าขนมกิน ถ้าไม่ยอมไป เื่นี้ถึงหูแม่ยุแน่!” พี่เอกพูดขู่เสร็จก็จัดแจงนัดวันเวลาที่ตรงกันทันทีเพื่อให้เขาเข้ามาแคสติ้ง
----------------------------------------
“อ๊ากกก!! ทำไงดีวะ! ” จักรียีหัวตัวเองด้วยความโมโหก่อนจะฟุ๊บหน้าลงกับโต๊ะใต้ตึกคณะหลังพักกินข้าวเที่ยวเสร็จ เรียกสายตาจากพวกเพื่อนๆ ที่นั่งรายล้อมอยู่ใกล้ๆ ให้หันกลับมามองอีกฝ่ายเป็ตาเดียว
“เป็เชี่ยไรวะกี ทำพวกกูใหมด!” ไอ้แมนหรือเมืองแมนเพื่อนของเขาที่นั่งใกล้ๆ โวยวายขึ้นทันที
“หรือเครียดเื่รายงานกลุ่มของอาจารย์เบญจมาศเมื่อกี๊?” เพื่อนหญิงอีกคนชื่อฟ้าหรือช่อฟ้าถาม เมื่อยังเห็นเขาเงียบไม่ตอบ เพื่อนอีกคนชื่อปอหรือโอปอก็หัวเราะ
“ฉันว่าท่าทางแบบนี้คงไม่พ้นเื่...หัวใจ~” ปอพูดจบก็เขยิบเข้าไปกระแซะฟ้าแล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้แมน
“เอ~ หรือจะเป็ดาวคณะบัญชีคนนั้นวะกี” ไอ้แมนล้อ
“ฉันว่าไม่ใช่ น่าจะเป็น้องกฤษดาโอเมก้าคณะนิเทศคนนั้นมากกว่า ทั้งขาวทั้งบางโคตรน่ากดอ่ะ” ฟ้าพูดพลางซี๊ดปาก
“แต่ฉันกลับคิดว่าน่าจะเป็น้องรหัสของมันมากกว่า น้องนัทอะไรนั่นน่ะ วันก่อนเห็นเอาคุกกี้อบเองมาให้ด้วยไม่ใช่หรือไง” ปอก็เอากับเค้าด้วย จากนั้นทั้งสามคนก็เอาแต่ล้อเขาไปมา
จักรีมองเพื่อนทั้งสามคนแล้วส่ายหัว เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนอัลฟ่าพวกนี้และเขาจะได้ชื่อว่าจตุรเทพแห่งคณะบริหารธุรกิจ เมืองแมนมีพ่อเป็รองผบ.ตร. ไม่ต้องบอกว่ามีอิทธิพลขนาดไหน ที่บ้านช่อฟ้าทำไร่กาแฟส่งออก รวยจนไม่รู้จะนับเงินยังไง โอปอเองครอบครัวก็มีธุรกิจโรงแรมและเป็เ้าของโรงแรมที่พี่โชคแกทำงานเป็ Bellboy อยู่ เพราะงั้นเขาจึงสามารถเข้าไปช่วยทำงานแทนได้
และเพราะเพื่อนรอบตัวเขามีแต่คนที่ฐานะทางบ้านดีไม่ต้องคิดมากเื่เงินที่ต้องกินต้องใช้ในวันพรุ่งนี้ ทั้งยังเป็ทายาทคนรอง หรือไม่ก็มีพี่ชายพี่สาวที่รับ่ต่อของตระกูลแล้ว จึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย คนเราเมื่อรู้สึกผ่อนคลายก็เลยทำตัวตามสบายจนไม่มีมาด แบบนี้เขาก็เลยพลอยปล่อยตัวไม่สมเป็อัลฟ่าไปด้วย
เห็นพวกเพื่อนๆ ยังคงหยอกล้อเื่พวกโอเมก้าที่เข้ามาติดพัน หัวคิ้วจักรีก็ยิ่งพันกัน ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวหนักกว่าเดิม นั่นเพราะมันทำให้เขานึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายคืนก่อนที่ถูกโมเมก้าคนสวยข่มขืน แถมยังถูกจับติดคุก และถูกพี่ชายต่างพ่อข่มขู่ให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบอีก ถึงเื่ที่เกิดขึ้นจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตาม
“เครียดโว้ย! ” จักรีทึ้งหัวตัวเองแล้วโวยวายลั่น
“อยู่ๆ แหกปากทำไมวะ!” ช่อฟ้าเอาสมุดหนังสือแถวๆ นั้นๆ มาตีเขา
“นั่นดิ มึงเครียดเื่ไรวะกี?” เมืองแมนถาม
จักรีเหล่มองพวกเพื่อนๆ ก่อนจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ทุกคนฟัง แต่พวกเพื่อนๆ ฟังแล้วกลับติดใจเื่ที่เขายังไม่เคยทำเื่อย่างว่ามากกว่า
“ไอ้กี แกเพิ่งถูกเปิดซิงจริงดิ” ช่อฟ้าจ้องหน้าเขาทำท่าเหลือเชื่อ
“ฉันเป็เด็กดีโว้ย! พ่อแม่สอนมาดี ไม่ให้เที่ยวไปข่มเหงรังแกโอเมก้าเค้า ไม่เหมือนพวกแกหรอก!” จักรีรู้สึกร้อนตัวอย่างไรชอบกล
“จ้า~ ไอ้เด็กดี กว่ามึงจะเสียตัวก็ปาเข้าไป 20 กว่าแล้ว ช้าโคตร!” เมืองแมนกระแนะกระแหน ทำเอาไอ้ปอกับไอ้ฟ้าพลอยหัวเราะไปด้วย
“หรือว่าพวกแก...” จักรีมองหน้าพวกเพื่อนๆ
“กูขึ้นครูั้แ่อยู่ ม.5 แล้ว! เป็เด็กอ่างแถวรัชดาฯ” เมืองแมนตอบ
“ส่วนของฉันตอนม.6 เทอม 2 หลังสอบเสร็จก็เข้าโรงแรมกับแฟนคนแรกเลย ตอนนั้นทุลักทุเลฉิบหายเลยฮ่ะๆ” โอปอเล่าพร้อมกับนึกภาพ่เวลานั้นไปด้วย จักรีหันไปมองช่อฟ้าที่ยังนั่งเงียบ
“ไม่ต้องมามองเลย! ของฉันตอนปี 1 ก็ได้กินพี่เค้กที่อยู่ปี 2 แล้ว” ช่อฟ้าผลักหน้าเขาจนหงายเงิบไปด้านหลัง
“แกก็อย่ารุนแรงกับกีมันนักเลย กีน้อยจิตใจบอบช้ำจะแย่แล้ว” โอปอทำท่าเชยคางเพื่อนชาย
“พวกแกว่าเค้าจะตามหาฉันป่ะวะ?” พวกเพื่อนๆ มองหน้ากันไปมา เมื่อเห็นกีท่าทางเศร้าๆ แปลกๆ
“เค้าจะตามหามึงทำไมวะ? โอเมก้าที่ฮีตปกติแค่หาคนมาช่วยดับฮีตตัวเองได้แล้วก็จบๆ กันไป เค้าคงไม่อยากให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่าดันฮีตขึ้นมาจนต้องนอนกับใครก็ไม่รู้” คำพูดของเมืองแมนทำให้จักรีต้องแอบพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาน่าๆ อย่ามัวแต่เศร้ากันอยู่เลย ไหนๆ วันนี้ก็เลิกเร็ว เราไปหาอะไรกินที่ห้างก่อนกลับกันเถอะ” ช่อฟ้าพยายามเปลี่ยนเื่
“ฉันอยากกินอาหารเกาหลี!” โอปอชูมือ
“งั้นเอารถกูไปแล้วกัน” เมืองแมนเสนอ
ในบรรดาพวกเขา 4 คน มีเพียงจักรีเท่านั้นที่ไม่มีรถยนต์ใช้ เด็กหนุ่มมีแต่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟเครื่องยนต์ 4 จังหวะ รุ่นยอดนิยมไว้ใช้เวลาไปไหนมาไหน ส่วนเวลากลับบ้านต่างจังหวัดค่อยแพ๊กกระเป๋าขึ้นเครื่องไป
หลังจากที่ตกลงกันได้ คนทั้ง 4 ก็มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาลัยนัก หลังจากที่ได้ที่จอดรถ พวกเขาก็พากันเดินมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเกาหลีที่อยู่ในห้างทันที
ขณะนั้นเอง จักรีก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เตะจมูก พอเงยหน้ามองหาต้นตอของกลิ่นนั้น ก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาในชุดสูทสีเทา เดินออกมาจากร้านอาหารใกล้ๆ จักรีรีบก้าวเข้าไปจับแขนของคนผู้นั้นทันทีที่เห็นเสี้ยวหน้าคุ้นตาโดยที่ไม่รู้ตัว
“เอ๊ะ!” ทันทีที่หนุ่มหน้าสวยถูกคนแปลกหน้าคว้าแขนก็หันมามองด้วยความแปลกใจ
“คนรู้จักหรอน้ำ?” ในตอนนั้นเองที่อยู่ๆ หญิงสาวลูกครึ่งร่างสูงโปร่ง สวมชุดเดรสสั้นสีดำสวมทับด้วยชุดสูททรงแปลกๆ และรองเท้าสีแดงโผล่มาคั่นกลางระหว่างพวกเขา
“คุณจำผมไม่ได้เหรอ?” จักรีมองเห็นสายตาว่างเปล่าที่มองกลับมาก็รู้สึกใจแป้ว เป็เขาเองที่หุนหันเกินไปจนเผลอเข้ามาทักคุณคนสวย
“ขอโทษนะ.. พวกเรารู้จักกันหรอ?” คุณคนสวยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พร้อมกับขยับแขนดึงตัวเองออกจากการจับของเขา
ระหว่างนั้นหญิงสาวร่างสูงก็วางมือลงบนไหล่ของคุณคนสวย ก่อนจะแผ่กลิ่นอายของอัลฟ่าออกมาในบรรยากาศเพื่อกดดันเขาให้ถอยออกไป จักรีรู้สึกใจวูบโหวงแปลกๆ ยามที่เห็นพวกเขาขยับตัวเข้าใกล้กัน และรักษาระยะห่างจากเขา
“ขอโทษครับ ผมคงจำคนผิด” จักรีรีบยกมือไหว้คนทั้งคู่
“ไอ้กี!” ตอนนั้นเองที่พวกเพื่อนๆ รู้สึกตัวว่าจักรีหายตัวไป พอหันมาเห็นจักรียืนงงอยู่ข้างคู่รักคู่หนึ่ง ก็รีบเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์
“ขอโทษนะคะพี่ๆ พอดีเพื่อนหนู่นี้สติสตางค์มันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปหน่อย เลยเสียมารยาทกับพวกพี่เข้า” โอปอรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย
“อื้ม ช่างเถอะ” อัลฟ่าหญิงสาวสวยพยักหน้าส่งๆ จากนั้นก็หันไปกอดเอวรั้งร่างบางในชุดสูทข้างๆ รีบเดินออกจากตรงนั้นไปทันที
“อยู่ดีๆ มึงเดินไปทักเค้าทำไมวะกี?” เมืองแมนถอนหายใจเฮือกที่อีกฝ่ายไม่เอาเื่พวกเขา จึงรีบหันมาหาด่าเพื่อนซี๊ตัวแสบ
“ฉันว่าฉันคุ้นหน้าคนคู่นั้นมากเลยว่ะ ชื่อติดอยู่ที่ปากนี่แหละ แต่ยังนึกไม่ออกว่าชื่ออะไร” ช่อฟ้าเกาหัว
“เค้าบอกว่าเค้าไม่รู้จักฉัน” พวกเพื่อนๆ เห็นท่าทางจักรีเหม่อลอยแล้วเอาแต่พึมพำก็มองหน้ากันไปมา
“แล้วแกรู้จักเค้าเหรอ?” โอปอถาม
“ก็เค้าคือโอเมก้าที่ฉันนอนด้วยเมื่อหลายคืนก่อน ทำไมฉันจะจำเค้าไม่ได้”
“ห๊ะ!! ” พวกเพื่อนๆ ร้องออกมาด้วยความใแทบจะพร้อมกัน
---------------------------
To Be Con