11:45am
ณ โรงอาหาร
ขณะที่รับประทานอาหารอยู่ นาราเผอิญหันไปเห็นกวินท์เดินมากับสาวนิรนาม ซึ่งไม่ใช่ดารินทร์เพื่อนสาวของหล่อนอย่างแน่นอน
"แกๆ .. ดูนั่นดิ ใช่แฟนดารินทร์ที่เป็เดือนมหาลัยรึเปล่าอ่ะ!" นาราถามมินวาด้วยน้ำเสียงใมือหนึ่งชี้ไปทางทิศที่กวินท์เดินมากับเมษา
"ใช่แล้วกวินท์! แต่ว่าเดินมากับใครล่ะน่ะ" มินวาโพล่งขึ้น หันขวับมาทางนารา
"ฉันคิดว่าฉันรู้ละ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร" นาราเมื่อมองชัดๆ ค่อนข้างมั่นใจ เพราะเคยได้ยินชื่อเสียงของเมษามาบ้าง
"ใครอ่ะ" มินวาสะกิดนารา
"จะใครล่ะ ก็ยัยเมษาปีสองที่เป็ดาวมหาลัยปีที่แล้วไง แกไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้จัก ชื่อเสียงหล่อนกระชอนจะตาย" นาราบอกให้มินวา หายความสงสัย
"แล้วเค้ามาด้วยกันได้ยังไง..?"
"หรือว่า!?"
มินวาถึงกับเอามือทั้งสองข้างมาปิดปากตนเอง ไม่อยากพูดต่อ
"ไม่มั้ง.. มันอาจไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ เขาอาจจะรู้จักกันเฉยๆ" นาราพูดไปแบบนั้นเพื่อไม่ให้เพื่อนหล่อนคิดมาก ถึงแม้ว่าในใจจะสงสัยเพียงใดก็ตาม
"แต่ฉันว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล" มินวาเชื่อในลางสังหรณ์ เป็อย่างมาก พลางพูดต่อ "ดูจากท่าทางแล้วยังไม่ค่อยสนิทสนมกันสักเท่าไร ฉันว่าเราควรบอกรินทร์ให้รู้นะ"
"ไม่ดีมั้งแก ถ้าไม่ใช่อย่างที่เราคิดละ แย่เลยนะ" นาราคัดค้าน ทั้งที่ในใจก็คิดว่าต้องมีอะไรสักอย่าง เพราะชื่อเสียงของเมษาเื่ผู้ชายนั้นไม่เบาเลยทีเดียว แต่ก็ไม่กล้าบอกเพื่อนเกรงว่าถ้าบอกไปแล้ว เพื่อนจะนำเื่นี้ไปฟ้องดารินทร์
"แต่ยังไงเราก็ควรบอกรินทร์ให้รู้ตัวไว้บ้างนะ" มินวายังคงยืนยันคำเดิม
********************
ขณะเดียวกันกวินท์ที่ได้เดินมาถึงโรงอาหารแล้ว เลยถามเมษา
"เมษาอยากทานอะไรครับ"
"ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ดีไหมคะ" เมษาเลือกร้านนี้เพราะเห็นเพื่อนดารินทร์นั่งอยู่โต๊ะแถวนั้นพอดี เนื่องจากเมษาสนใจในตัวกวินท์มานานพอสมควร เลยเคยเห็นเพื่อนของแฟนสาวกวินท์อยู่บ่อยครั้ง
"งั้นเมษานั่งรอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมไปสั่งมาให้ จะเอาน้ำอะไรครับ" กวินท์ถึงจะไม่ได้เต็มใจมาเท่าไหร่นัก แต่ก็ต้องทำตัวเป็สุภาพบุรุษตามมารยาท
"เมษาขอน้ำเปล่าละกันค่ะ เมษาไม่ดื่มน้ำอัดลม" เมษาได้ทีก็เหมือนบอกให้กวินท์รู้จักหล่อนให้มากขึ้น จากเื่เล็กๆ น้อยๆ
"ได้ครับงั้นรอผมแป๊บนะ เดี๋ยวผมมา" พูดจบกวินท์ก็สาวเท้าฉับๆ ไปยังร้านโดยเร็ว เขาอยากรีบกิน รีบเสร็จ เพราะสายตาคนนับร้อยในโรงอาหาร เริ่มหันมาสนใจเขาเข้าแล้ว กลัวข่าวจะถึงหูดารินทร์ เขาไม่เคยมีปัญหากับดารินทร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ระหว่างนั้นเมษาก็สังเกต กลุ่มเพื่อนดารินทร์ ที่กำลังจับกลุ่มกระซิบนินทา หันมาทางหล่อน ก็พอใจเป็อย่างมาก
"มแล้วครับ.. ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น" กวินท์ที่กลับมาพร้อมชามก๋วยเตี๋ยวขนาดใหญ่ วางไว้ตรงหน้าเมษา ส่วนตัวเองข้ามไปนั่งอีกฝั่งนึง ซึ่งหันหลังให้เพื่อนดารินทร์พอดิบพอดี เลยไม่ทันสังเกตเห็น
"ว้าว.. หน้าทานจังเลยค่ะ" เมษาทำตาวาว พร้อมท่าทางอยากจะกินมันซะเดี๋ยวนั้น
"หน้าทานก็ทานให้หมดนะครับ นี่ผมสั่งพิเศษให้เมษาเลยนะครับ" กวินท์พูดพลางหยิบตะเกียบให้เมษาไปพลาง
"ถ้าทานหมดนี้ เมษาก็อ้วนพอดีสิคะ" เมษาทำท่าแก้มป่องให้กวินท์ดู หนุ่มน้อยร่างบางพอเห็นเข้าก็ทำเป็ขำออกมา
"อ้วนหรอครับ ก็น่ารักดีนะ ฮ่า ฮ่า" กวินท์ที่พูดไปพลางขำไปพลาง
ทั้งคู่พูดคุยกระหนุงกระหนิงกันอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั้ง มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินใกล้เข้ามา แล้วมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ ของเขาสองคน
"พี่ขอนั่งด้วยคนนะกวินท์ เมษาคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปากถาม แต่ไม่ทันได้รับคำตอบใดๆ ก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างถือวิสาสะ
กวินท์อึ้งไม่พูดอะไรสักคำ
มาได้ไงเนี่ย?
"เชิญค่ะ.. เมษาจะว่าอะไรล่ะ เราก็คนกันเองทั้งนั้น" ถึงไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่นัก แต่เมษาก็ต้องตีสนิทปริชญ์ไว้เช่นกัน เพราะปริชญ์เต้นอยู่ทีมเดียวกับกวินท์ เรียกได้ว่าเป็คนสนิทของกวินท์เลยก็ว่าได้
"เมษาสนิทกับคนง่ายจังเลยนะครับ พี่เห็นวันก่อนเพิ่งแลกไลน์กัน วันนี้มานั่งทานข้าวด้วยกันแล้ว" คนร่างสูงเหน็บแนมทันที
"อ๋อ..พอดีใกล้วันเกิดเมษาแล้วน่ะค่ะ เลยถือโอกาศชวนกวินท์มาฉลองล่วงหน้า" เมษาดูไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่ก็สนทนาต่อ "แล้วพี่ปริชญ์มาคนเดียวเหรอคะ" เมษาพยายามทำใจเย็น โดยไม่สนใจคำพูดของชายร่างสูง
"เปล่าหรอกพี่นัดเพื่อนไว้ เดี๋ยวสักพักก็คงมา" ปริชญ์ตอบเมษาเสียงเรียบนิ่ง
"แล้วพี่ปริชญ์นัดใครหรอคะ เผื่อเมษารู้จัก" เมษายังคงสนทนากับปริชญ์เรื่อยๆ
"เมษารู้จักคนเยอะเหรอครับ แต่พี่คิดว่าคนนี้เมษาก็น่าจะรู้จักดีเลยนะ" ปริชญ์เปิดปมปริศนา ให้เมษาร้อนใจเล่นๆ "ยังไงพี่ขอตัวไปสั่งอาหารก่อนนะครับ" พูดจบปริชร์ก็ลุกขึ้นเต็มความสูง โดยไม่สนใจคำที่เมษากำลังจะพูดแม้แต่น้อย
"คะ.. คะ.. ค่ะ! " เสียงเมษาตามหลังมาแว่วๆ ในใจเมษาตอนนี้คิดว่าปริชญ์มีท่าทางแปลกๆ ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่หล่อนก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่ากวินท์อีกแล้ว
"หมูตุ๋นอร่อยดี กวินท์ว่าไหม"
"ครับ.. อร่อยครับ"
กวินท์ที่ไม่วางใจเอาซะเลยที่ปริชญ์มาแบบนี้ หวังว่าคงจะไม่ทำอะไรบ้าๆ นะ
"กวินท์คะคราวหน้า เรามาทานกันอีกนะคะ" เมษายังคงหาเื่สนทนามาเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนหนุ่มน้อยร่างบาง จะไม่ได้สนใจเข้าเสียแล้ว
"..." พี่ปริชญ์มาแปลกๆ ต้องคิดทำอะไรสักอย่างแน่ๆ จากเคยเจอที่โรงหนัง หนุ่มน้อยร่างบางไม่ไว้ใจคนร่างสูงเอาซะเลย
"กวินท์คะ.. กวินท์ ..กวินท์คะ!" เมษาเรียกกวินท์ที่กำลังเหม่อลอย
"อ๋อครับ ว่าไงนะ ขอโทษทีครับ" กวินท์พอรู้สึกตัวก็กลับมาตั้งสติ
"กวินท์กำลังคิดอะไรอยู่ เมษาบอกว่าคราวหน้าเรามาทานกันอีกนะคะ หมูตุ๋นอร่อยดี"
"อ๋อ.. ได้สิครับ" กวินท์ตอบเพียงสั้นๆ
"คุยอะไรกันอยู่ครับนินทาพี่อยู่รึเปล่า" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากทางด้านหลังหนุ่มร่างบาง
"ใครจะกล้านินทราพี่ปริชญ์กันคะ อีกอย่างพี่ปริชญ์ก็ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องนินทาเลยนี่นา" เมษาพูดพลางก็สงสัยว่าปริชญ์จะมาไม้ไหน แกล้งพูดต่อ "แต่เมื่อกี้นี้ กวินท์เหม่ออะไรก็ไม่รู้ค่ะ เมษาเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ"
"คงไม่ได้เหม่อเื่พี่นะกวินท์" ชายร่างสูงยิงคำถามจนหนุ่มน้อยร่างบางต้องชงัก
"...!" ั้แ่ชายร่างสูงเดินเข้ามา หนุ่มน้อยร่างบางเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาแม้แต่ครึ่งคำ
จะทำอะไรของเขากันแน่ กวินท์ในหัวตอนนี้มีแต่คำถาม
"เห็นไหมคะ .. เงียบอีกแล้ว ไม่รู้คิดถึงใครอยู่" เมษาทำท่าเหมือนน้อยใจ มากับหล่อนแท้ๆ แต่กลับคิดถึงคนอื่น
"พี่พอจะรู้นะว่ากวินท์กำลังคิดอะไร ใช่ไหมกวินท์" ชายร่าสูงยั่วยวนเกินไปแล้ว จนหนุ่มน้อยร่างบางต้องพูดบ้างแล้วล่ะ
"พี่จะรู้ได้ไงครับว่าผมคิดอะไร พี่ไม่ใช่ผมสักหน่อย" หนุ่มน้อยร่างบางพูดเหมือนงอนๆ มองค้อนใส่
"แล้วพี่ปริชญ์ว่ากวินท์คิดอะไรอยู่เหรอคะ" เมษาถามด้วยความสงสัย เหมือนเชื่อว่าปริชญ์รู้จริงๆ แต่โดนกวินท์แทรกขึ้นมาก่อน
"เมษาก็เป็ไปกับเขาด้วยเหรอครับ พี่ปริชญ์เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ"
"จริงครับ พี่ไม่รู้หรอกกวินท์คิดอะไร แต่พี่พอจะเดาออกนะ ว่าเมษากำลังคิดจะทำอะไร" คำพูดของชายร่างสูงทำเอาเมษาไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่แสดงท่าทีออกมาไม่ได้ ซึ่งผิดจากนิสัยปกติของหล่อน ถ้าเจอใครพูดใส่แบบนี้หล่อนด่ากลับไปแล้ว เมษากำมือแน่น
"พี่ปริชญ์!!" เมษายับยั้งอารมณ์ไว้ก่อนจะพูดต่อ "เราเพิ่งรู้จักกันเองนะคะ พี่จะมารู้จักเมษาดีได้ยังไง"
"จริง.. พี่อาจจะเพิ่งรู้จัก แต่เพื่อนพี่ไม่แน่" ร่างสูงตอบทันควัน
ทันไดนั้นก็มีชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมคาย ผิวสีแทน เดินเข้ามาทัก
"หวัดดีเมษา ไม่เจอกันนานสบายดีนะ" เมธัท อดีตแฟนหนุ่มของเมษา และเป็เพื่อนของปริชญ์สมัยมัธยม ดีกรีเดือนมาหาลัยเมื่อสี่ปีที่แล้ว
"พี่เมธัท..!" เมษาถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เสียงแหบพร่าพูดออกมาเบาๆ
"สะ..สบายดีค่ะ ว่าแต่พี่มาได้ไงคะ" เมษาจำต้องทักทายตามมารยาท
"อ่อ.. พี่นัดปริชญ์ไว้น่ะ ขอร่วมโต๊ะด้วยคนนะ" เมทัธกล่าวพร้อมหย่อนก้นลงนั่ง
"เมษาคงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าเพื่อนพี่จะร่วมโต๊ะด้วย" ชายร่างสูงมัดมือชก เมษาให้ยากที่จะปฏิเสธ
"เมษาจะว่าอะไรได้ละคะ ก็เพื่อนพี่นี่" เมษาพูดแบบขอไปที
กวินท์งงไปหมดแล้วกับสถานการณ์ตรงหน้าในหัวมีแต่คำถามว่าเมธัทคือใครรู้จักเมษาได้ยังไง
ส่วนทางเมษาก็ถึงกับตลึงไม่คิดว่าปริชญ์และเมธัทจะเป็เพื่อนกัน
"กวินท์พี่ขอร่วมโต๊ะด้วยคนนะ" เมธัทเอ่ยถามกวินท์ตามมารยาท
"ตามสบายครับพี่" หนุ่มน้อยร่างบางตอบเพียงสั้นๆ
"พี่ชื่อเมธัทนะ เป็แฟนเก่าเมษา" เมธัทจงใจพูดให้เมษาเสียหน้า และคิดว่ากวินท์ก็คงกำลังสงสัยในตัวเขาเช่นกัน ส่วนเมษาเมื่อได้ยินอย่างนั้นถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก
"ครับ.. ผมกวินท์ยินดีที่ได้รู้จัก" ตอนนี้หนุ่มร่างบางค่อนข้างมันใจแล้ว ว่าชายร่างสูงคิดจะทำอะไร แต่ก็แสดงอาการออกมาไม่ได้ เพราะกลัวความลับจะแตก
เมษานั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ส่วนฝ่ายปริชญ์นั้นก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ได้แต่พอใจกับแผนการของเขาเองอย่างมาก
"เออ.. เมธัทกูสั่งข้าวให้แล้วนะ สักพักก็คงได้ละ" เมธัทพยักหน้ารับ
กวินท์ยังคงไม่เข้าใจว่าปริชญ์ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ได้แต่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไรั้แ่ปริชญ์เดินเข้ามาแล้ว
"เมษาอิ่มแล้วหรอครับ ทำไมไม่ทานต่อล่ะ" ชายร่างสูงใช้น้ำเสียงยั่วยวน
"อ๋อ.. ค่ะ" เมษาตอบเสียงแข็ง
สุดท้ายกวินท์ก็ทนไม่ได้เลยชวนปริชญ์ไปคุยข้างนอก
"พี่ปริชญ์ผมมีอะไรจะคุยด้วย เชิญข้างนอกหน่อยครับ" หนุ่มน้อยร่างบางคว้าแขนชายร่างสูง แล้วลากออกไปหาที่ลับตาคน
"พี่ทำแบบนี้ทำไม" หนุ่มน้อยร่างบางทำเสียงดุ
"พี่ทำอะไร พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย" ชายร่างสูงยังคงแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
"ผมรู้นะว่านี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ พี่หึงผมเหรอ ถึงต้องทำกันขนาดนี้" กวินท์ไม่เชื่อคำโกหกของชายร่างสูง เพราะในหัวคิดว่าไม่ใช่เื่บังเอิญเป็แน่
"ใช่พี่หึง..!! พอใจหรือยัง พี่บอกแล้วไงยอมให้รินทร์แค่คนเดียว อีกอย่างพี่เป็ห่วงกวินท์ด้วย ไม่อยากให้ยุ่งกับเมษา เขรมมันก็ย้ำหนักย้ำหนาแล้วไม่ใช่เหรอ" ปริชญ์พูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"แต่นี้มันเกินไปนะครับ พี่ไม่ไว้หน้าเขาเลย ถ้าเขาสงสัยเราขึ้นมาจะทำยังไง เพราะผมยังมองไม่เห็นเหตุผมอื่นเลย ที่พี่จะไม่ชอบหน้าเขา นอกจากหึงผม เพราะก่อนหน้านี้ พี่ก็ไม่มีทีท่าว่าไม่ชอบหน้าเขาสักนิด" หนุ่มน้อยร่างบางร่ายยาวเหยียด เก็บอารมณ์ไม่อยู่
"กวินท์ที่พี่ทำไปไม่ใช่ไม่ชอบหน้าเมษานะ จริงอยู่พี่อาจจะหึง แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่ต้องเกลียดเขา พี่มีเหตุผมของพี่ เอาเป็ว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะเป็ห่วงกวินท์ละกัน" ปริชญ์ไม่รู้จะอธิบายยังไง ว่าเขาไม่อยากให้แฟนเมษามายุ่งกับกวินท์ เพราะดูท่าแล้วกวินท์คงไม่ยอมฟัง หรือเข้าใจความหมายง่ายๆ
"เป็ห่วงผมยังงั้นเหรอ .. เหอะ! ฟังดูไม่ขึ้นเลยนะครับ" กวินท์ยังคงไม่เข้าใจ
"พี่บอกตอนนี้ไม่ได้ ถ้าไม่อยากให้เมษาสงสัยเื่ของเรา ก็ควรรีบกลับเข้าไปข้างในดีกว่า" ปริชญ์เลี่ยงที่จะอธิบายตอนนี้ เพราะคิดว่ากวินท์คงไม่ยอมฟังเป็แน่
กวินท์ไม่พูดอะไรได้แต่เดินนำปริชญ์กลับเข้าไปที่โต๊ะ อย่างไม่สบอารมณ์
"ปริชญ์กินข้าวก่อนสิ เดี๋ยวเย็นหมดซะก่อน" เมธัทเอ่ยชวนเพื่อนซี้ เพราะจุดประสงค์ที่นัดกันมาคือมากินข้าว
"..." ปริชญ์ไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้ารับ
"ไปไหนกันมาเหรอคะ?" เมษาเอ่ยถามกวินท์
"อ่อไปคุยกันมานิดหน่อยครับ"
"ความลับเหรอคะ?" เมษายังคงเค้นต่อ
"ก็ไม่เชิงความลับอะไรหรอก แค่เป็เื่ในทีมน่ะ พอดีกำลังจะมีแข่งเต้นเร็วๆ นี้ ทานต่อดีกว่านะครับ" กวินท์ตัดบทไม่อยากตอบคำถาม
"พอดีทีมมีปัญหานิดหน่อย เลยต้องออกไปเคลียร์กัน ไม่มีอะไรมากหรอกเมษาทานต่อเถอะ" ปริชญ์สำทับอีกเสียงเพื่อไม่ให้เมษาสงสัย
"ปัญหาด่วนขนาดนั้นเลยหรอคะ" เมษายังคงยิงคำถามไม่หยุด
"นี่... เมษาจะไปยุ่งเื่ของเขาทำไม แค่เขาเดินออกไปคุยกันข้างนอก ก็น่าจะรู้นะว่าเขาไม่อยากให้เราได้ยิน ยังมีหน้าไปถามอีก" เมธัททนไม่ได้กับการเสียมารยาทของเมษา เลยต่อว่าออกไป
"พี่เมธัท! มันจะมากไปแล้วนะ" เมษาเริ่มโมโห กับเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ผิดแผนไปหมด แทนที่เขาจะได้ทำคะแนนกับกวินท์ แต่กลับมาเจออะไรก็ไม่รู้
"พี่พูดผิดตรงไหน" เมธัทยังคงพูดต่อ
"ไม่ผิดหรอกค่ะ งั้นเมษาต้องขอโทษด้วยนะคะ" เมษาเอ่ยขอโทษอย่างประชดประชัน
"ไม่เป็ไรครับ" กวินท์ตอบเพียงสั้นๆ
"เมษาอย่าไปคิดมากเลยนะ เพื่อนพี่มันปากหมาไปงั้นแหละ" ปริชญ์พูดปัดคาดโทษไปทางเพื่อนซี้ของตน
แต่เมษานั้นไม่หลงกลด้วย เนื่องจากหล่อนคิดว่านี้ต้องเป็แผนการของปริชญ์แน่ๆ แต่แค่ไม่แน่ใจว่าปริชญ์ทำไปเพื่ออะไร
ทั้งสี่คนพอทานอาหารเสร็จก็พากันแยกย้าย ทิ้งให้เมษาอยู่กับความสงสัย กวินท์ก็เช่นกันที่ยังคงไม่เข้าใจเหตุผลของปริชญ์
********************
ส่วนทางฝ่ายมินวาและนารา ที่นั่งดูสถานการณ์จนจบ
"เห็นไหมเขามากันตั้งสี่คน ไม่ได้มาสองต่อสองสักหน่อย" นาราพูดขึ้น
"เออ.. ฉันคงคิดมากไปเองแหละ" มินวาพูดพร้อมถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก
"งั้นเราไม่ต้องบอกรินทร์หรอกเนาะ" มินวาเสนอความเห็นอีกครั้ง
"คงงั้นแหละ.. ดีนะที่นั่งดูเหตุการณ์จนจบ ไม่งั้นคงคิดกันไปไหนต่อไหนแล้ว ฮ่า ฮ่า" นาราพูดติดตลก เพราะไม่อยากให้มินวาคิดมาก ทั้งที่ในใจหล่อนคิดว่ามันต้องมีอะไร
"กลับกันเหอะ" ทันทีที่เห็นเหตุการจนจบนาราก็ชวนเพื่อนกลับทันที