เรื่องรัก ฉบับนายซุปตาร์

    ไม่ได้หึงแค่หวง


            11:45am

    ณ โรงอาหาร

    ขณะที่รับประทานอาหารอยู่ นาราเผอิญหันไปเห็นกวินท์เดินมากับสาวนิรนาม ซึ่งไม่ใช่ดารินทร์เพื่อนสาวของหล่อนอย่างแน่นอน

    "แกๆ .. ดูนั่นดิ ใช่แฟนดารินทร์ที่เป็๲เดือนมหาลัยรึเปล่าอ่ะ!" นาราถามมินวาด้วยน้ำเสียง๻๠ใ๽มือหนึ่งชี้ไปทางทิศที่กวินท์เดินมากับเมษา

    "ใช่แล้วกวินท์! แต่ว่าเดินมากับใครล่ะน่ะ" มินวาโพล่งขึ้น หันขวับมาทางนารา

    "ฉันคิดว่าฉันรู้ละ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็๲ใคร" นาราเมื่อมองชัดๆ ค่อนข้างมั่นใจ เพราะเคยได้ยินชื่อเสียงของเมษามาบ้าง

    "ใครอ่ะ" มินวาสะกิดนารา

    "จะใครล่ะ ก็ยัยเมษาปีสองที่เป็๲ดาวมหาลัยปีที่แล้วไง แกไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้จัก ชื่อเสียงหล่อนกระชอนจะตาย" นาราบอกให้มินวา หายความสงสัย

    "แล้วเค้ามาด้วยกันได้ยังไง..?"


    "หรือว่า!?"


    มินวาถึงกับเอามือทั้งสองข้างมาปิดปากตนเอง ไม่อยากพูดต่อ

    "ไม่มั้ง.. มันอาจไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ เขาอาจจะรู้จักกันเฉยๆ" นาราพูดไปแบบนั้นเพื่อไม่ให้เพื่อนหล่อนคิดมาก ถึงแม้ว่าในใจจะสงสัยเพียงใดก็ตาม

    "แต่ฉันว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล" มินวาเชื่อในลางสังหรณ์ เป็๞อย่างมาก พลางพูดต่อ "ดูจากท่าทางแล้วยังไม่ค่อยสนิทสนมกันสักเท่าไร ฉันว่าเราควรบอกรินทร์ให้รู้นะ"

    "ไม่ดีมั้งแก ถ้าไม่ใช่อย่างที่เราคิดละ แย่เลยนะ" นาราคัดค้าน ทั้งที่ในใจก็คิดว่าต้องมีอะไรสักอย่าง เพราะชื่อเสียงของเมษาเ๱ื่๵๹ผู้ชายนั้นไม่เบาเลยทีเดียว แต่ก็ไม่กล้าบอกเพื่อนเกรงว่าถ้าบอกไปแล้ว เพื่อนจะนำเ๱ื่๵๹นี้ไปฟ้องดารินทร์

    "แต่ยังไงเราก็ควรบอกรินทร์ให้รู้ตัวไว้บ้างนะ" มินวายังคงยืนยันคำเดิม


    ********************


    ขณะเดียวกันกวินท์ที่ได้เดินมาถึงโรงอาหารแล้ว เลยถามเมษา

    "เมษาอยากทานอะไรครับ"

    "ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ดีไหมคะ" เมษาเลือกร้านนี้เพราะเห็นเพื่อนดารินทร์นั่งอยู่โต๊ะแถวนั้นพอดี เนื่องจากเมษาสนใจในตัวกวินท์มานานพอสมควร เลยเคยเห็นเพื่อนของแฟนสาวกวินท์อยู่บ่อยครั้ง

    "งั้นเมษานั่งรอตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมไปสั่งมาให้ จะเอาน้ำอะไรครับ" กวินท์ถึงจะไม่ได้เต็มใจมาเท่าไหร่นัก แต่ก็ต้องทำตัวเป็๲สุภาพบุรุษตามมารยาท

    "เมษาขอน้ำเปล่าละกันค่ะ เมษาไม่ดื่มน้ำอัดลม" เมษาได้ทีก็เหมือนบอกให้กวินท์รู้จักหล่อนให้มากขึ้น จากเ๹ื่๪๫เล็กๆ น้อยๆ

    "ได้ครับงั้นรอผมแป๊บนะ เดี๋ยวผมมา" พูดจบกวินท์ก็สาวเท้าฉับๆ ไปยังร้านโดยเร็ว เขาอยากรีบกิน รีบเสร็จ เพราะสายตาคนนับร้อยในโรงอาหาร เริ่มหันมาสนใจเขาเข้าแล้ว กลัวข่าวจะถึงหูดารินทร์ เขาไม่เคยมีปัญหากับดารินทร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว

    ระหว่างนั้นเมษาก็สังเกต กลุ่มเพื่อนดารินทร์ ที่กำลังจับกลุ่มกระซิบนินทา หันมาทางหล่อน ก็พอใจเป็๞อย่างมาก

    "มแล้วครับ.. ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น" กวินท์ที่กลับมาพร้อมชามก๋วยเตี๋ยวขนาดใหญ่ วางไว้ตรงหน้าเมษา ส่วนตัวเองข้ามไปนั่งอีกฝั่งนึง ซึ่งหันหลังให้เพื่อนดารินทร์พอดิบพอดี เลยไม่ทันสังเกตเห็น

    "ว้าว.. หน้าทานจังเลยค่ะ" เมษาทำตาวาว พร้อมท่าทางอยากจะกินมันซะเดี๋ยวนั้น

    "หน้าทานก็ทานให้หมดนะครับ นี่ผมสั่งพิเศษให้เมษาเลยนะครับ" กวินท์พูดพลางหยิบตะเกียบให้เมษาไปพลาง

    "ถ้าทานหมดนี้ เมษาก็อ้วนพอดีสิคะ" เมษาทำท่าแก้มป่องให้กวินท์ดู หนุ่มน้อยร่างบางพอเห็นเข้าก็ทำเป็๞ขำออกมา

    "อ้วนหรอครับ ก็น่ารักดีนะ ฮ่า ฮ่า" กวินท์ที่พูดไปพลางขำไปพลาง


    ทั้งคู่พูดคุยกระหนุงกระหนิงกันอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั้ง มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินใกล้เข้ามา แล้วมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ ของเขาสองคน

    "พี่ขอนั่งด้วยคนนะกวินท์ เมษาคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปากถาม แต่ไม่ทันได้รับคำตอบใดๆ ก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างถือวิสาสะ


    กวินท์อึ้งไม่พูดอะไรสักคำ


    มาได้ไงเนี่ย?


    "เชิญค่ะ.. เมษาจะว่าอะไรล่ะ เราก็คนกันเองทั้งนั้น" ถึงไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่นัก แต่เมษาก็ต้องตีสนิทปริชญ์ไว้เช่นกัน เพราะปริชญ์เต้นอยู่ทีมเดียวกับกวินท์ เรียกได้ว่าเป็๞คนสนิทของกวินท์เลยก็ว่าได้

    "เมษาสนิทกับคนง่ายจังเลยนะครับ พี่เห็นวันก่อนเพิ่งแลกไลน์กัน วันนี้มานั่งทานข้าวด้วยกันแล้ว" คนร่างสูงเหน็บแนมทันที

    "อ๋อ..พอดีใกล้วันเกิดเมษาแล้วน่ะค่ะ เลยถือโอกาศชวนกวินท์มาฉลองล่วงหน้า" เมษาดูไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่ก็สนทนาต่อ "แล้วพี่ปริชญ์มาคนเดียวเหรอคะ" เมษาพยายามทำใจเย็น โดยไม่สนใจคำพูดของชายร่างสูง

    "เปล่าหรอกพี่นัดเพื่อนไว้ เดี๋ยวสักพักก็คงมา" ปริชญ์ตอบเมษาเสียงเรียบนิ่ง

    "แล้วพี่ปริชญ์นัดใครหรอคะ เผื่อเมษารู้จัก" เมษายังคงสนทนากับปริชญ์เรื่อยๆ

    "เมษารู้จักคนเยอะเหรอครับ แต่พี่คิดว่าคนนี้เมษาก็น่าจะรู้จักดีเลยนะ" ปริชญ์เปิดปมปริศนา ให้เมษาร้อนใจเล่นๆ "ยังไงพี่ขอตัวไปสั่งอาหารก่อนนะครับ" พูดจบปริชร์ก็ลุกขึ้นเต็มความสูง โดยไม่สนใจคำที่เมษากำลังจะพูดแม้แต่น้อย

    "คะ.. คะ.. ค่ะ! " เสียงเมษาตามหลังมาแว่วๆ ในใจเมษาตอนนี้คิดว่าปริชญ์มีท่าทางแปลกๆ ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่หล่อนก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่ากวินท์อีกแล้ว

    "หมูตุ๋นอร่อยดี กวินท์ว่าไหม"

    "ครับ.. อร่อยครับ"

    กวินท์ที่ไม่วางใจเอาซะเลยที่ปริชญ์มาแบบนี้ หวังว่าคงจะไม่ทำอะไรบ้าๆ นะ

    "กวินท์คะคราวหน้า เรามาทานกันอีกนะคะ" เมษายังคงหาเ๹ื่๪๫สนทนามาเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนหนุ่มน้อยร่างบาง จะไม่ได้สนใจเข้าเสียแล้ว


    "..." พี่ปริชญ์มาแปลกๆ ต้องคิดทำอะไรสักอย่างแน่ๆ จากเคยเจอที่โรงหนัง หนุ่มน้อยร่างบางไม่ไว้ใจคนร่างสูงเอาซะเลย


    "กวินท์คะ.. กวินท์ ..กวินท์คะ!" เมษาเรียกกวินท์ที่กำลังเหม่อลอย

    "อ๋อครับ ว่าไงนะ ขอโทษทีครับ" กวินท์พอรู้สึกตัวก็กลับมาตั้งสติ

    "กวินท์กำลังคิดอะไรอยู่ เมษาบอกว่าคราวหน้าเรามาทานกันอีกนะคะ หมูตุ๋นอร่อยดี"

    "อ๋อ.. ได้สิครับ" กวินท์ตอบเพียงสั้นๆ

    "คุยอะไรกันอยู่ครับนินทาพี่อยู่รึเปล่า" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากทางด้านหลังหนุ่มร่างบาง

    "ใครจะกล้านินทราพี่ปริชญ์กันคะ อีกอย่างพี่ปริชญ์ก็ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องนินทาเลยนี่นา" เมษาพูดพลางก็สงสัยว่าปริชญ์จะมาไม้ไหน แกล้งพูดต่อ "แต่เมื่อกี้นี้ กวินท์เหม่ออะไรก็ไม่รู้ค่ะ เมษาเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ"

    "คงไม่ได้เหม่อเ๹ื่๪๫พี่นะกวินท์" ชายร่างสูงยิงคำถามจนหนุ่มน้อยร่างบางต้องชงัก

    "...!" ๻ั้๹แ๻่ชายร่างสูงเดินเข้ามา หนุ่มน้อยร่างบางเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาแม้แต่ครึ่งคำ


    จะทำอะไรของเขากันแน่ กวินท์ในหัวตอนนี้มีแต่คำถาม


    "เห็นไหมคะ .. เงียบอีกแล้ว ไม่รู้คิดถึงใครอยู่" เมษาทำท่าเหมือนน้อยใจ มากับหล่อนแท้ๆ แต่กลับคิดถึงคนอื่น

    "พี่พอจะรู้นะว่ากวินท์กำลังคิดอะไร ใช่ไหมกวินท์" ชายร่าสูงยั่วยวนเกินไปแล้ว จนหนุ่มน้อยร่างบางต้องพูดบ้างแล้วล่ะ

    "พี่จะรู้ได้ไงครับว่าผมคิดอะไร พี่ไม่ใช่ผมสักหน่อย" หนุ่มน้อยร่างบางพูดเหมือนงอนๆ มองค้อนใส่

    "แล้วพี่ปริชญ์ว่ากวินท์คิดอะไรอยู่เหรอคะ" เมษาถามด้วยความสงสัย เหมือนเชื่อว่าปริชญ์รู้จริงๆ แต่โดนกวินท์แทรกขึ้นมาก่อน

    "เมษาก็เป็๲ไปกับเขาด้วยเหรอครับ พี่ปริชญ์เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ"

    "จริงครับ พี่ไม่รู้หรอกกวินท์คิดอะไร แต่พี่พอจะเดาออกนะ ว่าเมษากำลังคิดจะทำอะไร" คำพูดของชายร่างสูงทำเอาเมษาไม่พอใจเป็๞อย่างมาก แต่แสดงท่าทีออกมาไม่ได้ ซึ่งผิดจากนิสัยปกติของหล่อน ถ้าเจอใครพูดใส่แบบนี้หล่อนด่ากลับไปแล้ว เมษากำมือแน่น

    "พี่ปริชญ์!!" เมษายับยั้งอารมณ์ไว้ก่อนจะพูดต่อ "เราเพิ่งรู้จักกันเองนะคะ พี่จะมารู้จักเมษาดีได้ยังไง"

    "จริง.. พี่อาจจะเพิ่งรู้จัก แต่เพื่อนพี่ไม่แน่" ร่างสูงตอบทันควัน

    ทันไดนั้นก็มีชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาคมคาย ผิวสีแทน เดินเข้ามาทัก

    "หวัดดีเมษา ไม่เจอกันนานสบายดีนะ" เมธัท อดีตแฟนหนุ่มของเมษา และเป็๞เพื่อนของปริชญ์สมัยมัธยม ดีกรีเดือนมาหาลัยเมื่อสี่ปีที่แล้ว

    "พี่เมธัท..!" เมษาถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เสียงแหบพร่าพูดออกมาเบาๆ

    "สะ..สบายดีค่ะ ว่าแต่พี่มาได้ไงคะ" เมษาจำต้องทักทายตามมารยาท

    "อ่อ.. พี่นัดปริชญ์ไว้น่ะ ขอร่วมโต๊ะด้วยคนนะ" เมทัธกล่าวพร้อมหย่อนก้นลงนั่ง

    "เมษาคงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าเพื่อนพี่จะร่วมโต๊ะด้วย" ชายร่างสูงมัดมือชก เมษาให้ยากที่จะปฏิเสธ

    "เมษาจะว่าอะไรได้ละคะ ก็เพื่อนพี่นี่" เมษาพูดแบบขอไปที


    กวินท์งงไปหมดแล้วกับสถานการณ์ตรงหน้าในหัวมีแต่คำถามว่าเมธัทคือใครรู้จักเมษาได้ยังไง


    ส่วนทางเมษาก็ถึงกับตลึงไม่คิดว่าปริชญ์และเมธัทจะเป็๲เพื่อนกัน


    "กวินท์พี่ขอร่วมโต๊ะด้วยคนนะ" เมธัทเอ่ยถามกวินท์ตามมารยาท

    "ตามสบายครับพี่" หนุ่มน้อยร่างบางตอบเพียงสั้นๆ

    "พี่ชื่อเมธัทนะ เป็๲แฟนเก่าเมษา" เมธัทจงใจพูดให้เมษาเสียหน้า และคิดว่ากวินท์ก็คงกำลังสงสัยในตัวเขาเช่นกัน ส่วนเมษาเมื่อได้ยินอย่างนั้นถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก

    "ครับ.. ผมกวินท์ยินดีที่ได้รู้จัก" ตอนนี้หนุ่มร่างบางค่อนข้างมันใจแล้ว ว่าชายร่างสูงคิดจะทำอะไร แต่ก็แสดงอาการออกมาไม่ได้ เพราะกลัวความลับจะแตก

    เมษานั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ส่วนฝ่ายปริชญ์นั้นก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ได้แต่พอใจกับแผนการของเขาเองอย่างมาก

    "เออ.. เมธัทกูสั่งข้าวให้แล้วนะ สักพักก็คงได้ละ" เมธัทพยักหน้ารับ

    กวินท์ยังคงไม่เข้าใจว่าปริชญ์ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ได้แต่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไร๻ั้๹แ๻่ปริชญ์เดินเข้ามาแล้ว

    "เมษาอิ่มแล้วหรอครับ ทำไมไม่ทานต่อล่ะ" ชายร่างสูงใช้น้ำเสียงยั่วยวน

    "อ๋อ.. ค่ะ" เมษาตอบเสียงแข็ง

    สุดท้ายกวินท์ก็ทนไม่ได้เลยชวนปริชญ์ไปคุยข้างนอก

    "พี่ปริชญ์ผมมีอะไรจะคุยด้วย เชิญข้างนอกหน่อยครับ" หนุ่มน้อยร่างบางคว้าแขนชายร่างสูง แล้วลากออกไปหาที่ลับตาคน

    "พี่ทำแบบนี้ทำไม" หนุ่มน้อยร่างบางทำเสียงดุ

    "พี่ทำอะไร พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย" ชายร่างสูงยังคงแสร้งทำเป็๲ไม่รู้เ๱ื่๵๹

    "ผมรู้นะว่านี่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ พี่หึงผมเหรอ ถึงต้องทำกันขนาดนี้" กวินท์ไม่เชื่อคำโกหกของชายร่างสูง เพราะในหัวคิดว่าไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญเป็๞แน่

    "ใช่พี่หึง..!! พอใจหรือยัง พี่บอกแล้วไงยอมให้รินทร์แค่คนเดียว อีกอย่างพี่เป็๲ห่วงกวินท์ด้วย ไม่อยากให้ยุ่งกับเมษา เขรมมันก็ย้ำหนักย้ำหนาแล้วไม่ใช่เหรอ" ปริชญ์พูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

    "แต่นี้มันเกินไปนะครับ พี่ไม่ไว้หน้าเขาเลย ถ้าเขาสงสัยเราขึ้นมาจะทำยังไง เพราะผมยังมองไม่เห็นเหตุผมอื่นเลย ที่พี่จะไม่ชอบหน้าเขา นอกจากหึงผม เพราะก่อนหน้านี้ พี่ก็ไม่มีทีท่าว่าไม่ชอบหน้าเขาสักนิด" หนุ่มน้อยร่างบางร่ายยาวเหยียด เก็บอารมณ์ไม่อยู่

    "กวินท์ที่พี่ทำไปไม่ใช่ไม่ชอบหน้าเมษานะ จริงอยู่พี่อาจจะหึง แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่ต้องเกลียดเขา พี่มีเหตุผมของพี่ เอาเป็๲ว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะเป็๲ห่วงกวินท์ละกัน" ปริชญ์ไม่รู้จะอธิบายยังไง ว่าเขาไม่อยากให้แฟนเมษามายุ่งกับกวินท์ เพราะดูท่าแล้วกวินท์คงไม่ยอมฟัง หรือเข้าใจความหมายง่ายๆ

    "เป็๞ห่วงผมยังงั้นเหรอ .. เหอะ! ฟังดูไม่ขึ้นเลยนะครับ" กวินท์ยังคงไม่เข้าใจ

    "พี่บอกตอนนี้ไม่ได้ ถ้าไม่อยากให้เมษาสงสัยเ๱ื่๵๹ของเรา ก็ควรรีบกลับเข้าไปข้างในดีกว่า" ปริชญ์เลี่ยงที่จะอธิบายตอนนี้ เพราะคิดว่ากวินท์คงไม่ยอมฟังเป็๲แน่

    กวินท์ไม่พูดอะไรได้แต่เดินนำปริชญ์กลับเข้าไปที่โต๊ะ อย่างไม่สบอารมณ์

    "ปริชญ์กินข้าวก่อนสิ เดี๋ยวเย็นหมดซะก่อน" เมธัทเอ่ยชวนเพื่อนซี้ เพราะจุดประสงค์ที่นัดกันมาคือมากินข้าว

    "..." ปริชญ์ไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้ารับ

    "ไปไหนกันมาเหรอคะ?" เมษาเอ่ยถามกวินท์

    "อ่อไปคุยกันมานิดหน่อยครับ"

    "ความลับเหรอคะ?" เมษายังคงเค้นต่อ

    "ก็ไม่เชิงความลับอะไรหรอก แค่เป็๞เ๹ื่๪๫ในทีมน่ะ พอดีกำลังจะมีแข่งเต้นเร็วๆ นี้ ทานต่อดีกว่านะครับ" กวินท์ตัดบทไม่อยากตอบคำถาม

    "พอดีทีมมีปัญหานิดหน่อย เลยต้องออกไปเคลียร์กัน ไม่มีอะไรมากหรอกเมษาทานต่อเถอะ" ปริชญ์สำทับอีกเสียงเพื่อไม่ให้เมษาสงสัย

    "ปัญหาด่วนขนาดนั้นเลยหรอคะ" เมษายังคงยิงคำถามไม่หยุด

    "นี่... เมษาจะไปยุ่งเ๱ื่๵๹ของเขาทำไม แค่เขาเดินออกไปคุยกันข้างนอก ก็น่าจะรู้นะว่าเขาไม่อยากให้เราได้ยิน ยังมีหน้าไปถามอีก" เมธัททนไม่ได้กับการเสียมารยาทของเมษา เลยต่อว่าออกไป

    "พี่เมธัท! มันจะมากไปแล้วนะ" เมษาเริ่มโมโห กับเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ผิดแผนไปหมด แทนที่เขาจะได้ทำคะแนนกับกวินท์ แต่กลับมาเจออะไรก็ไม่รู้

    "พี่พูดผิดตรงไหน" เมธัทยังคงพูดต่อ

    "ไม่ผิดหรอกค่ะ งั้นเมษาต้องขอโทษด้วยนะคะ" เมษาเอ่ยขอโทษอย่างประชดประชัน

    "ไม่เป็๲ไรครับ" กวินท์ตอบเพียงสั้นๆ

    "เมษาอย่าไปคิดมากเลยนะ เพื่อนพี่มันปากหมาไปงั้นแหละ" ปริชญ์พูดปัดคาดโทษไปทางเพื่อนซี้ของตน

    แต่เมษานั้นไม่หลงกลด้วย เนื่องจากหล่อนคิดว่านี้ต้องเป็๲แผนการของปริชญ์แน่ๆ แต่แค่ไม่แน่ใจว่าปริชญ์ทำไปเพื่ออะไร

    ทั้งสี่คนพอทานอาหารเสร็จก็พากันแยกย้าย ทิ้งให้เมษาอยู่กับความสงสัย กวินท์ก็เช่นกันที่ยังคงไม่เข้าใจเหตุผลของปริชญ์


    ********************


    ส่วนทางฝ่ายมินวาและนารา ที่นั่งดูสถานการณ์จนจบ

    "เห็นไหมเขามากันตั้งสี่คน ไม่ได้มาสองต่อสองสักหน่อย" นาราพูดขึ้น

    "เออ.. ฉันคงคิดมากไปเองแหละ" มินวาพูดพร้อมถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก

    "งั้นเราไม่ต้องบอกรินทร์หรอกเนาะ" มินวาเสนอความเห็นอีกครั้ง

    "คงงั้นแหละ.. ดีนะที่นั่งดูเหตุการณ์จนจบ ไม่งั้นคงคิดกันไปไหนต่อไหนแล้ว ฮ่า ฮ่า" นาราพูดติดตลก เพราะไม่อยากให้มินวาคิดมาก ทั้งที่ในใจหล่อนคิดว่ามันต้องมีอะไร

    "กลับกันเหอะ" ทันทีที่เห็นเหตุการจนจบนาราก็ชวนเพื่อนกลับทันที