
ณ สรวง์
แม่ทัพแห่ง์ เทพสายฟ้า เทพวายุ และเทพบุปผา เทพทั้ง 4 คือเพื่อนรักกัน พบปะคบหากันมานาน สนิทสนมจนรู้ใจกัน ไม่ว่าเป็เทพองค์ใดในสรวง์ ต่างก็รู้ว่าพวกเขาทั้ง 4 เป็เพื่อนรักที่สามารถตายแทนกันได้ มักจะเห็นพวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน และอยู่ด้วยกันเสมอ
วันหนึ่งในขณะที่เทพบุปผากำลังถือศีล เทพวายุกับเทพสายฟ้าได้รับพระบัญชาจากองค์เง็กเซียนให้ลงไปจุติบนโลกมนุษย์ ทำให้เกิดเื่วุ่นวายเล็กๆ ขึ้น
ณ ตำหนักเหมันต์
แม่ทัพแห่ง์เดินเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“นี่ข้าได้ข่าวว่าพวกท่านทั้งสองจะลงไปจุติยังโลกมนุษย์เหรอ” แม่ทัพ์ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ใช่พวกข้าได้รับคำสั่งให้ลงไปรวบรวมแผ่นดินให้เป็หนึ่ง และนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่มวลมนุษย์” เทพสายฟ้า
“เื่เล็กเพียงเท่านี้เหตุใดท่านต้องเสียงดังใส่พวกข้าด้วย” เทพวายุ
“พวกท่านทั้งสองจะลงไปท่องเที่ยวสนุกสนาน แล้วจะปล่อยให้ข้าอยู่ข้างบนนี้คนเดียวได้อย่างไร” แม่ทัพ์ถลึงตามองเทพสายฟ้าและเทพวายุอย่างกับโกรธกันมานานปี
“นี่เป็ความประสงค์ขององค์เง็กเซียน ท่านจะให้พวกข้าทำอย่างไรเล่า” เทพสายฟ้าส่ายหน้าระอาใจกับความเอาแต่ใจของแม่ทัพ์
“พวกท่านทั้งสองไม่ต้องทำสิ่งใด อยู่เฉยๆ แบบนี้แหละดีแล้ว เื่ทุกอย่างข้าจะจัดการเอง”
“ท่านจะทำอย่างไร อย่าได้วู่วามใจร้อนเด็ดขาดเชียวนะ เดี๋ยวจะเป็จุดอ่อนให้คนอื่นเอาเื่นี้มาใส่ร้ายโจมตีท่านได้” เทพวายุเอ่ยเตือนเพราะรู้จักนิสัยแม่ทัพ์เป็อย่างดี
"ข้าก็จะไปเรียนองค์เง็กเซียน ว่าข้าจะลงไปจุติพร้อมกับพวกเ้าด้วยอย่างไรล่ะ”
“เ้าจะไปกับพวกข้าได้อย่างไร แล้วใครจะดูแลความสงบเรียบร้อยบน์” เทพสายฟ้า
“ต้องได้สิทำไมจะไม่ได้ล่ะ ใช่ว่าบน์แห่งนี้มีข้าเพียงผู้เดียวซะเมื่อไหร่ เทพองค์อื่นก็มีอีกตั้งเยอะ จะไม่มีใครมีฝีมือปกป้อง์นอกจากข้าเลยหรือไง”
“แล้วถ้าพวกเราไปกันหมด เทพบุปผาออกมาจากการบำเพ็ญเพียรจะไม่โวยวายแย่หรือว่าพวกเราทิ้งนางเอาไว้คนเดียว” เทพวายุ
“นางออกจากการบำเพ็ญเพียรเมื่อไหร่ ก็คงจะตามพวกเราไปเองนั่นแหละไม่เชื่อพวกเ้าก็คอยดูสิ”
“เ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือ นางอาจจะไม่อยากลงไปจุติยังเบื้องล่างก็ได้นะ” เทพสายฟ้า
“พวกเ้าเชื่อข้าเถอะ มีเื่สนุกรอนางอยู่แบบนี้ เทพอย่างนางไม่มีทางรออยู่เฉยๆ หรอก ข้าเชื่อว่านางต้องตามพวกเราลงไปแน่ๆ” แม่ทัพ์ตาเป็ประกายส่งยิ้มเ้าเล่ห์
“เ้ายังไม่ได้ไปพูดกับองค์เง็กเซียนเลย เ้าทราบได้อย่างไรว่าองค์เง็กเซียนจะอนุญาตให้เ้าลงไปจุติพร้อมกับพวกข้า” เทพวายุ
“หึหึ ข้ามั่นใจอย่างไรข้าก็ต้องได้ไปจุติพร้อมกับพวกเ้าแน่ๆ” แม่ทัพแห่ง์ยิ้มอย่างผู้มีชัย
เทพสายฟ้ากับเทพวายุต่างก็ส่ายหัวให้กับความเอาแต่ใจของแม่ทัพแห่ง์ ถ้าเป็เื่ของส่วนรวมแม่ทัพแห่ง์จะน่าเคารพ น่าเกรงขามเสมอ แต่ถ้าเป็เื่ส่วนตัวแม่ทัพแห่ง์ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเอาแต่ใจคนหนึ่ง
ณ ตำหนักขององค์เง็กเซียน
“ท่านแม่ทัพมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์์
“อนุญาต”
“ถวายพระพรองค์เง็กเซียนพ่ะย่ะค่ะ”
“ตามสบายเถอะ”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านแม่ทัพรีบเร่งมาหาเราเช่นนี้ มีเื่ด่วนอันใดหรือ”
“ต้องขอประทานอภัยด้วยที่เราไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เราทราบมาว่า ท่านมีรับสั่งให้เทพสายฟ้ากับเทพวายุลงไปจุติยังโลกมนุษย์ เราจึงอยากจะขอลงไปจุติพร้อมกับพวกเขาทั้งสองด้วย หวังว่าท่านจะอนุญาต”
“ท่านจะลงไปได้อย่างไร มันไม่ใช่ธุระหน้าที่ของท่าน หน้าที่ของท่านอยู่เบื้องบนนี้ไม่ใช่เบื้องล่าง”
“เบื้องบนก็หาได้มีสิ่งใด ์ก็ห่างหายจากการรบทัพจับศึกไปนานหลายร้อยปีแล้ว ท่านจะให้เรานั่งเล่นไปวันๆ ทำไม ไม่รู้ล่ะไม่ว่าท่านจะพูดอย่างไรเราก็จะลงไป เราเพียงมาแจ้งให้ท่านทราบว่าเราจะลงไปจุติเบื้องล่างเท่านั้น”
“ปั้ง บังอาจ ท่านอย่าถือว่าตนเป็แม่ทัพแล้วจะมาอวดดีกับเราได้นะ” เง็กเซียนทุบที่วางแขนอย่างแรง และเริ่มโกรธจนหนวดกระดิก กับท่าทางยโสของแม่ทัพ์
“เราไม่ได้คิดเช่นนั้น เพียงแต่เราอยากจะลงไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็เท่านั้น เราพูดกับท่านตรงๆ แล้ว หวังว่าท่านคงจะไม่มีปัญหาอะไรกับการที่เราจะลงไปจุตินะ”
เง็กเซียนรู้จักท่านแม่ทัพแห่ง์ดีว่าเป็คนหัวรั้น และเชื่อมั่นในตนเองมากเพียงใด จึงได้คิดหาข้อต่อรองเพื่อให้แม่ทัพ์ยกเลิกความคิดที่จะลงมาจุติยังโลกมนุษย์
“ได้ถ้าท่านอยากลงไปจุติ ณ เบื้องล่างเราก็อนุญาต แต่ท่านก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ จะลงไปเพียงเล่นสนุกไม่ได้ ท่านจะยินยอมหรือไม่” เง็กเซียนยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์และรีบปรับสีหน้ากลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าก็ยังคงเรียบเฉย เพื่อไม่ให้ท่านแม่ทัพจับได้ถึงเล่ห์กลของตน
“ท่านจะให้เราลงไปทำอะไร ท่านลองบอกเรามาก่อน” แม่ทัพแห่ง์รู้ดีว่าเง็กเซียนเ้าเล่ห์มากเพียงใด จึงมิกล้าตกปากรับคำก่อนที่จะได้ฟังรับสั่งจากองค์เง็กเซียน
“ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร”
ข้อแรก ท่านไม่สามารถนำของวิเศษชิ้นใดลงไปใช้เบื้องล่างได้
ข้อสอง ข้าจะเป็ผู้ลิขิตชีวิตของท่านเอง
ข้อสาม...
“นี่ 2 ข้อยังไม่พออีกหรือยังจะมีข้อ 3 อีกหรือ” แม่ทัพ์โวยวาย
“ท่านยังจะฟังเราต่ออยู่หรือไม่”
“ฟังก็ฟัง ท่านมีข้อเรียกร้องอะไรก็พูดออกมาให้หมด แต่ข้าไม่รับปากนะว่าจะทำ” แม่ทัพ์ชักสีหน้าไม่พอใจ
“ข้อสาม ท่านจะยังคงเป็แม่ทัพทั้งเบื้องล่างและเบื้องบน คราใดที่์เกิดเหตุเภทภัย ข้าจะดึงตัวท่านขึ้นมาทันที แต่ท่านไม่ต้องกังวล เราจะดึงท่านขึ้นมาเพียงแค่ดวงจิต ส่วนร่างของท่าน ณ เบื้องล่างก็เพียงแค่หลับใหลไป”
“นี่ใจคอท่านจะไม่ให้ข้าได้พักเลยเหรอ ขนาดข้าจะลงไปจุติยังจะต้องขึ้นมารับใช้ท่านเบื้องบนอีกหรือ” แม่ทัพ์เสียงดังแทบจะตะคอกเง็กเซียน
“แล้วท่านจะให้ใครบัญชากองทัพของ์แทนท่านเล่า ถ้าท่านไม่ขึ้นมาบัญชาด้วยตนเอง” เง็กเซียนโต้กลับอย่างใจเย็นแบบคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ได้เอาตามนั้น แต่ถ้าเทพสายฟ้ากับเทพวายุได้อะไรติดตัวไป ข้าก็ต้องได้ด้วย มิเช่นนั้นข้าจะขึ้นมาพังตำหนักท่าน ถึงข้าจะขึ้นมาเองไม่ได้แต่ถ้าข้าขึ้นมาได้เมื่อไหร่ ข้าพังตำหนักท่านแน่” แม่ทัพแห่ง์จำใจต้องยอมทำตามคำสั่งขององค์เง็กเซียน เพราะไม่สามารถหาข้อโต้แย้งอะไรมาเถียงเพื่อเอาชนะองค์เง็กเซียนได้
“ไม่ต้องกังวลเื่นั้น เทพสายฟ้ากับเทพวายุจะไม่ได้สิ่งวิเศษใดๆ ติดตัวไป ท่านเองก็เช่นกัน จะต้องทิ้งของวิเศษเอาไว้ที่ตำหนักเบื้องบนทั้งหมด”
“ท่านไม่ให้ของวิเศษติดตัวไป แล้วพวกข้าจะทำอะไรได้”
“ถึงจะไม่มีของวิเศษติดตัวไป แต่พวกท่านต่างก็มีสติปัญญา แถมตัวท่านเองก็มีฝีมือถือเป็หนึ่งในใต้หล้า ยังจะเกรงกลัวสิ่งใดอีกเล่า หรือว่าท่านไม่มั่นใจในฝีมือของตนเอง ท่านก็อยู่เบื้องบนไม่ต้องลงไปเบื้องล่างก็ได้นะ ท่านจะได้ปลอดภัย” เง็กเซียนตาเป็ประกายยิ้มมุมปากเล็กน้อย นึกสนุกที่ได้จะกลั่นแกล้งเอาคืนแม่ทัพ์ หลังจากที่ยอมให้โอหังมานานหลายร้อยปี
