1
คิดเหมือนกัน
ณ หอเทียนลู่ฮัว
“ข้าต้องกลับจวนแล้วเพ่ยหลินไว้มีโอกาสค่อยพบกันใหม่” บุรุษรูปงามเอ่ยกับหญิงคณิกาเ้าของเรือนร่างอวบอั๋น ที่เขาเพิ่งหาความสำราญด้วยไม่นานมานี้ก่อนจะผละออกจากเตียง ไปจัดการใส่เสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยและมอบเงินค่าให้ความสำราญแก่หญิงคนเมื่อครู่แล้วออกจากหอมุ่งกลับบ้านของตน
‘เซี่ยเฟยหง’วัยยี่สิบสามเศษกับตำแหน่งแม่ทัพ ดูจะเป็เื่ที่ไม่ค่อยเข้ากันแต่เพราะเขามีความสามารถด้านการรบที่ฉายแววั้แ่ยังเด็กทำให้ฮ่องเต้เห็นถึงความสามารถด้านนี้ และพระองค์ก็ไม่เคยต้องผิดหวังเพราะเขาไม่เคยปราชัยในสนามรบ แต่ก็เหมือนบุรุษเพศทั่วไป ที่ต้องมาสยบให้กับเหล่าบุปผางามที่มีรูปร่างเย้ายวนใจ
ถึงกระนั้นเฟยหงก็ตระหนักรู้ว่ามันเป็เพียงแค่ความใคร่หาใช่ความรักไม่
นอกจากการใช้บริการนางคณิกาแล้ว ก็ยังมีสตรีอื่นๆที่ต่างก็อยากสานสัมพันธ์กับเขาโดยทุกคนจะต้องยอมรับในข้อตกลงที่เขาตั้งไว้ว่าไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น
ซึ่งก็หาได้มีใครมีปัญหาอันใดไม่ขอเพียงได้ร่วมเตียงกับท่านแม่ทัพผู้ที่หน้าตาหล่อเหลาทั้งยังมีความสามารถมากจนพวกนางเก็บเอาไปฝันทุกคืนสักครั้งก็พอใจแล้วไม่ต้องมาคอยทำผ้าเช็ดหน้าร่วงหล่นยามที่ร่างสูงก้าวผ่านอีกต่อไป...
จึงทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘พยัคฆ์หนุ่มแห่งไท่ซาน’ เมื่อเ้าตัวรู้ก็ภูมิใจมากกับฉายานี้
แต่เห็นทีเร็วๆ นี้พยัคฆ์หนุ่มกำลังจะกลายเป็ลูกแมวน้อยเสียแล้ว….
จวนสกุลเซี่ย
“ว่ากระไรนะท่านพ่อ!!แต่งงานกับบุตรีคนสุดท้องของตระกูลหานรึขอรับ?”
จำได้ว่าตอนแรกเพียงแค่หมั้นหมาย แล้วเื่แต่งงานมาได้อย่างไร!?
พวกผู้ใหญ่แอบไปจัดการเื่นี้ ระหว่างที่เขาไปรบงั้นหรือ...
ต้องใช่แน่ๆ แล้วนี่ต้องแต่งในอีกสองเดือนข้างหน้าเหตุใดจึงเพิ่งมาบอก...
“ใช่แล้วเ้าฟังมิผิดหรอก”เซี่ยถังยี่เอ่ยย้ำ
“แค่ชื่อกับใบหน้าของนางลูกยังจำไม่ได้เลยอีกอย่างลูกก็ไม่ใคร่ชอบนางแม้แต่น้อยขอรับ” เฟยหงยืนยันหนักแน่น
เขาหาได้พูดปดไม่ หน้าน่ะใช่เพราะไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ส่วนเื่อื่น…
“นางชื่อหานอิงมี่ต่อไปนี้จำไว้ให้ดีๆ” ผู้เป็พ่อพูด
“ขอรับ”เขารับคำ ชื่อนี้จะไปลืมลงได้อย่างไร
ยัยคุณหนูเทียนมี่มี่ เอ้ย! หานอิงมี่!
รอบที่เขาเคยเจอนางครั้งล่าสุด ก็น่าจะราวๆ เกือบสิบปีก่อนกระมัง พอนึกถึงตอนไปเยือนจวนสกุลหานความทรงจำต่างๆ ก็เริ่มหลั่งไหลกลับเข้ามา
เซี่ยเฟยหงกล้าพูดเลยว่า…
ช่างเป็สตรีที่ไม่มีคุณสมบัติความเป็สตรีเลยแม้แต่น้อยยายเด็กอายุสิบขวบนั่นทำตัวราวกับม้าดีดกะโหลก นั่งไม่อยู่กับที่ชอบเล่นปีนป่ายเป็ลิง ทั้งยังทำเื่ที่ทำให้เขาใด้วยการฉีกชายกระโปรงตัวเองให้สั้นลง เพราะบอกว่าใส่แล้วอึดอัดวิ่งไม่ถนัดนั่นแหละ…
เด็กผู้หญิงคนอื่นออกจะทะนุถนอมอาภรณ์ของตนแต่กับยายเด็กนั่นมันอะไรกัน!
ไหนจะยังมีไปทำตัวซุกซนจนทำให้ตัวเองเกือบตายอีกสร้างวีรกรรมกับเขาไว้ก็ตั้งหลายเื่
อีกเหตุผลหนึ่งคือเขายังใช้ชีวิตกับการเป็พยัคฆ์ไม่สมใจเลยขอเวลาอีกหน่อยได้หรือไม่ ให้ทำใจสักสองปีขอเปลี่ยนตัวว่าที่เ้าสาวได้เลยก็ยิ่งดี อย่างไรตอนนี้นางกับเขาก็เป็แค่ ‘คู่หมั้น’เท่านั้น
พลันเซี่ยฮูหยินที่นั่งฟังอยู่นานก็เอ่ยปากบ้าง
“ใช่ว่าแม่จะไม่รู้ใจเ้านะเฟยหงแม่จึงอยากบอกว่าต่อให้เ้าแต่งงานแล้วเ้าก็ยังสามารถไปหาความสำราญที่ไหนก็ได้จะรับอนุเข้าบ้านก็ยังได้เลย”
ใจจริงแล้วเซี่ยฮูหยินเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่จะได้บุตรีของตระกูลหานมาเป็ลูกสะใภ้
หากมิใช่เพราะสามีของนางไปทำสัญญากับสหายรักไว้ล่ะก็…นางคงทาบทามเฟยหงให้กับลูกสาวเสนาบดีตระกูลลี่เพื่อนรักของนางเป็แน่แท้
“ขอรับอีกเื่หนึ่ง…อิงมี่นางยินยอมงั้นหรือขอรับ!? เผื่อนางมีคนรักอยู่แล้ว” เฟยหงภาวนาขอให้นางรักใคร่กับชายอื่นเสียเผื่อเขาจะได้มีข้ออ้างถอนหมั้น
“นางยังมิมีผู้ใดหรอกและนางต้องยอมแน่นอน เ้าน่ะว่างๆ ก็แวะไปหานางที่จวนสกุลหานบ้างไปทำความรู้จักกันไว้ล่วงหน้า ทั้งกับนางและครอบครัวนาง…” เซี่ยถังยี่กล่าวอย่างรู้ทันบุตรชาย
“อ้อ…ต้องเรียกว่าไปรื้อฟื้นความสัมพันธ์ถึงจะถูก”
“ขอรับลูกเข้าใจแล้วงั้นลูกขอตัว” เฟยหงพูดตัดบทแล้วจะเดินไปที่เรือนของตนแต่ผู้เป็พ่อก็เรียกไว้อีกรอบ…
“เดี๋ยวก่อน…คุณหนูหานฝากจดหมายมาให้เ้า” แล้วเซี่ยถังยี่ก็ส่งจดหมายที่ถูกม้วนไว้ให้บุตรของตน
“ขอรับ”เฟยหงกล่าวพร้อมรับจดหมายนั้นแล้วเดินจากไปที่เรือนของตน…
---------------------------
เมื่อเฟยหงลับสายตาไปแล้วเซี่ยฮูหยินก็พูดกับผู้เป็สามีด้วยความกังวลใจ
“ท่านพี่ตัดสินใจดีแล้วหรือเ้าคะ!?ที่จะให้ลูกของเราแต่งงานกับบุตรีตระกูลหานจริงๆ”
“หากไม่เ้าคิดว่าข้าจะบอกเฟยหงแบบนั้นหรือไม่เล่า”
“แต่น้องว่า…อิงมี่…” พูดได้แค่นั้นก็เงียบไปด้วยมิอยากพูดต่อ
“ไม่เหมาะสมใช่หรือไม่?”ถังยี่ถามราวกับรู้ใจผู้เป็ภรรยา
“เ้าค่ะ...นางดู...ั้แ่คราก่อนที่ข้าเจอนางนางก็ยังดูเป็เด็ก เล่นสนุกไปวันๆ อยู่เลย กิริยาต่างๆก็หาได้เรียบร้อยไม่...หน้าตานางก็เปรอะเปื้อน”
“คราก่อนนั่นมันกี่ปีแล้วหลานเอ๋อร์?”
“หลายปีก่อนเ้าค่ะ...”เซี่ยฮูหยินหรือ ‘จ้าวหลันหลาน’ ตอบพลางก้มหน้า
“แต่กับตอนนี้มันไม่เหมือนกันเชื่อข้าสิ ถ้าลูกของเราได้เห็นหน้าคุณหนูอิงมี่ตอนนี้เขาจะลืมเื่อยากหาความสำราญนอกจวนไปเลย” ถังยี่พูดอย่างมั่นใจ
---------------------------
ณ เรือนตะวันส่อง
…เฟยหงนั่งคลี่จดหมายจากยายเด็กแก่นแก้วในความทรงจำของเขาออกมาอ่านเมื่ออ่านจบก็ยิ้มออกมา ที่แท้พวกเราก็คิดเหมือนกัน
“เรียนคุณชายเซี่ยเฟยหง
ตัวข้านั้นคือ หานอิงมี่ คู่หมั้นของท่านวันนี้ข้าได้เขียนจดหมายมาเพื่อขอความกรุณาให้ท่านถอนหมั้นจากข้าเสียเพราะข้านั้นมิคู่ควรกับท่าน แลข้ามิ้าออกเรือนตอนนี้อีกอย่างข้ารู้ดีว่าพวกเรามิได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น ด้วยฐานะของท่านแม่ทัพของกองทัพหลวงผู้เกรียงไกร ข้าอยากให้ท่านช่วยเป็ฝ่ายขอถอนหมั้นเสีย
ด้วยความเคารพ
หานอิงมี่”
เช่นนั้นก็ดี…งั้นอีกสองวัน สักยามอู่[1]ข้ากับท่านพ่อท่านแม่จะไปหาเ้าที่จวนและคุยเื่นี้กับตัวเ้าและครอบครัวของเ้าเองละกัน…
[1]ยามอู่ = ่เวลา11.00- 12.59 น. โดยประมาณ