หลังจาก เวิ่ยเซี่ย กับฟางเหนียง ติดตามหยวนซิงก้าน ขึ้นมาบนยอดเขางานแรกที่มันมอบหมายให้สองแม่ลูกทำก็คือ การเก็บกวาดบ้าน ตักน้ำ หุงหาอาหาร ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เพราะยังไงเสีย หยวนซิงก้านก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณของพวกมัน วันแรกก็ดูปรกติดีแต่ทว่า..พอย่างเข้าวันที่สามที่สี่ หยวนซิงก้านก็เริ่มออกลาย มันแอบจับก้น จับหน้าอกฟางเหนียงเล่นยังกับตาเฒ่าลามกบ้ากาม เวิ่ยเซี่ยโกรธมากแต่ก็มิอาจทำอันใด หยวนซิงก้านได้ อย่าว่าแต่ เวิ่ยเซี่ยเลย แม้แต่ฟางเหนียงที่มีวรยุทธ์สูงกว่าบุตรชาย นางเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน ไม่อาจหลบหลีก หรือ ปัดป้องได้เลย ทำได้แค่แค่นเสียงดุ หยวนซิงก้านออกมาแรง ๆ แต่ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ลามกก็หาได้สนใจไม่ และพอหนัก ๆ เข้าเวิ่ยเซี่ยจึงคิดจะพาฟางเหนียงลงเขากลางดึกเพื่อหลบหนี แต่สุดท้ายก็ถูกหยวนซิงก้านมานอนขวางไว้ทุกครั้ง..
สองแม่ลูกก้มหน้ารับชะตากรรมแบบนั้นอยู่หลายวัน จนล่วงเข้าวันที่สิบ หยวนซิงก้านจึงได้กล่าวบางอย่างขึ้น หลังจากใช้มือบีบสองเต้างามของฟางเหนียงเล่นจน โดนนางด่าเสียงดังลั่นขุนเขา
"หึหึ เป็นไงบ้างล่ะไอ้หนูตลอดสิบวันที่เห็นข้าล่วงเกินมารดาของเจ้ารู้สึกเจ็บแค้นใช่หรือไม่ รึว่าเจ้าอยากจะลองทำแบบข้าดูบ้างไหมล่ะ ข้าจะสอนให้" พอเวิ่ยเซี่ยได้ยินวาจาของหยวนซิงก้าวกล่าวออกมาเช่นนั้นใบหน้าของมันก็พลันแดงก่ำ มิรู้ว่าโกรธ หรืออายกันแน่ หรืออาจจะทั้งสองอย่าง "ท่านพูดบ้าอันใด คะ ใครจะไปอยากทำเช่นนั้นกับมารดาตนเอง ต่อให้ท่านอยากสอนข้า ข้าก็ไม่อยากเรียนหรอก.." น้ำเสียงของเวิ่ยเซี่ยสั่นเครือในลำคอ ฟางเหนียงที่ฟังอยู่นางเองก็อายหน้าแดงเช่นกัน
"ช่างน่าเสียดายจริง ๆ เจ้านี่ช่างไม่เข้าใจอะไรเสียเลย"
"ขะ ข้าไม่เข้าใจอันใด? " เวิ่ยเซี่ย มุ่นคิ้วก่อนจะกล่าวถาม
"สิ่งที่ข้าทำกับมารดาเจ้า ดูผิวเผินเหมือนเป็นการล่วงเกินนาง แต่อันที่จริงมันคือสุดยอดเคล็ดวิชาต่างหาก"
สิ่งที่หยวนซิงก้านกล่าวออกมาสร้างความงุนงงสับสนให้กับสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่ามองมุมไหนก็ไม่เห็นจะเหมือนสุดยอดวิชาเลยสักนิด หยวนซิงก้านจึงอธิบายต่อ
"การเคลื่อนไหวที่ข้าใช้เรียกว่า ฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ เป็นสุดยอดวิชาที่ข้าคิดค้นขึ้น เหนือกว่าเยื้องย่างไร้ตัวตนของเจ้ามากมายนัก ส่วนมือที่ข้าใช้สัมผัสเรือนร่างแม่เจ้ามีชื่อว่า ฝ่ามือมารราคะลอยล่อง หากฝึกฝนจนแตกฉานเจ้าจะสามารถเข้าถึงตัวคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย แต่น่าเศร้าจริง ๆ ที่เจ้าไม่สนใจจะฝึกฝน เฮ้ออออ…สงสัยข้าต้องถ่ายทอดวิชาอย่างอื่นให้เจ้าแทนเสียแล้ว แต่วิชาเหล่านั้นก็ใช้เวลานานข้าจะฝึกเจ้าทันหรือไม่นะ" หยวนซิงก้านได้แต่ส่ายศีรษะ และบ่นงึมงำ
พอเวิ่ยเซี่ยกับฟางเหนียงได้ยินแบบนั้นต่างก็มองหน้ากัน ก่อนที่เวิ่ยเซี่ยจะรีบคุกเข่า และขอโทษหยวนซิงก้านที่มันเข้าใจผิด แถมยังอ้อนวอนให้ หยวนซิงก้านรับมันเป็นศิษย์ด้วย
"หึหึ ข้าคิดแล้วว่าสุดท้ายเจ้าจะต้องมาคุกเข่าขอร้องข้า ข้าเองก็ตั้งใจจะถ่ายทอดวิชาพวกนี้ให้เจ้าอยู่แล้วไม่งั้นงานข้าจะสำเร็จลุล่วงได้รึเจ้าหนู.. แต่ไม่ต้องมาก้มหัวคำนับข้าเป็นอาจารย์หรอกข้าไม่คิดรับผู้ใดเป็นศิษย์ลุกขึ้นเถิด"
"ขะ..ขอรับ.."
"ข้าจะแสดงวิชานี้ให้เจ้าดูหนึ่งครั้ง จากนั้นเจ้าต้องฝึกฝนกับมารดาของเจ้าต่อเอง จับต้องสัมผัสเรือนร่างแบบที่ข้าทำกับนางได้เมื่อไรก็ถือว่าเจ้าฝึกสำเร็จ"
พอสองแม่ลูกได้ฟังดังนั้นใบหน้าก็พลันแดงก่ำด้วยความอายแต่มิได้กล่าวอันใดออกมา
"เมื่อเจ้าฝึกวิชานี้สำเร็จข้าจะถ่ายทอด เพลงกระบี่ เก้าราคะไร้คู่เปรียบ กับ วิชาฝ่ามือมังกรตาเดียว 18 กระบวนท่าให้ เพียงเท่านี้ก็น่าจะมากพอแล้ว อ้อจริงสิ ไหน ๆ สิบวันที่ผ่านมานี่แม่เจ้าก็ให้ข้าเล่นสนุกกับร่างกาย เอ๊ย!! มิใช่ ๆ นางทำอาหารอร่อย ๆ ให้ข้ากินหลายอย่าง เพื่อเป็นการตอบแทน ช่วง ๆ ปลายเดือนก่อนลงเขา ข้าจะสอน เพลงกระบี่ราคะคู่มารผสานใจ ให้พวกเจ้าสองแม่ลูกด้วย หากใช้พร้อมกันสองคนมันจะมีอานุภาพไร้เทียมทานยากที่ผู้ใดจะรับมือได้"
พอเวิ่ยเซี่ย กับฟางเหนียงได้ยินหยวนซิงก้าวกล่าวเช่นนั้น รอยยิ้มสว่างสดใสก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสอง ก่อนจะกล่าวขอบคุณอาวุโสเฒ่าเป็นการใหญ่ และหลังจากนั้นหยวนซิงก้านก็เริ่มถ่ายทอดสองวิชาให้เวิ่ยเซี่ยฝึกตาม อย่างที่รู้กันเวิ่ยเซี่ยนั้นหัวไว และมีพวงสวรรค์ เอ๊ย!! พรสวรรค์ในการฝึกวรยุทธ์เป็นอย่างมาก ดูสิ่งที่หยวนซิงก้านทำให้เพียงรอบเดียวก็จำได้หมด ที่เหลือก็แค่การฝึกให้ชำนาญเพียงเท่านั้นเอง
เวิ่ยเซี่ยตั้งใจฝึกฝนมาก ซึ่งหากเป็นวิชาอื่น ๆ ฟางเหนียงคงจะภูมิใจในตัวบุตรชายอยู่ไม่น้อยแต่ทว่า…ในครั้งนี้หากเวิ่ยเซี่ยฝึกสำเร็จ แปลว่ามันจะสามารถล่วงร่างกายเกินนางได้ นางจะรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่ตลอดเวลา
"ขะ เข้ามาเลยเวิ่ยเซี่ย.." ฟางเหนียงกล่าวขึ้นกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักในลำคอ
"เช่นนั้นลูกขอล่วงเกินแล้วท่านแม่ วิชาฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ..!!"
เวิ่ยเซี่ยกล่าวพร้อมกับโคจรลมปราณไปที่ขาทั้งสองข้างก่อนจะพุ่งไปหาฟางเหนียงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงใช้วืชา ฝ่ามือมารราคะลอยล่องอย่างต่อเนื่องทันที สองมือของเวิ่ยเซี่ยพลิ้วไหว ไร้ทิศทาง แต่ยังมิไวพอพอที่จะจับเนื้อต้องตัวฟางเหนียง นางจะหมุนตัวหลบบุตรชายได้อยู่
"ดีแล้วเจ้าหนูเคลื่อนไหวได้ดี แต่ยังไม่ไวพอจงฝึกต่อไป อีกไม่นานเจ้าจะต้องทำได้แน่ๆ " เสียงของหยวนซิงก้านที่นอนตะแคงอยู่บนกิ่งไม้กล่าวขึ้น เวิ่ยเซี่ยพยักหน้าก่อนจะฝึกต่ออย่างตั้งใจ จากหนึ่งวันเป็นสองวันจากสองวันเป็นสี่วัน ความเร็ว และความคล่องแคล่วของเวิ่ยเซี่ยก้าวหน้าขึ้นอย่างเหลือเชื่อ บัดนี้ ปลายนิ้วมือของมันเฉียดตัวของฟางเหนียงได้แล้ว นางเองก็ตกใจมากแต่ก็ยังไม่ยอมให้เวิ่ยเซี่ยโดนตัวได้ง่าย เหงื่อกาฬของนางแตกเต็มหน้า และที่สำคัญยามนี้การเคลื่อนไหวของฟางเหนียงมาถึงจุดสูงสุดที่จะทำได้แล้ว "นี่ข้าควรจะทำเช่นไรดี? ข้าไม่สามารถเร็วกว่านี้ได้อีกแล้ว แต่ของเวิ่ยเซี่ย กลับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อข้าคงจะโดย…..ว้าย!!" ในขณะที่ฟางเหนียงกำลังคิดกังวลอยู่ จู่ ๆ นางก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เนื่องจากยามนี้ฝ่ามือของเวิ่ยเซี่ยแตะโดนหน้าอกเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ฟางเหนียงรีบตั้งสติก่อนจะกระโดดถอยออกมาหลายก้าวจากบุตรชาย ใบหน้าของนาง แดงแปร๊ดก่อนจะรีบเอาสองแขนมาปิดบังที่หน้าอกด้วยความเขินอาย เวิ่ยเซี่ยเองในทีแรกมันก็ดีใจที่ฝึกสำเร็จแต่ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่าพึ่งล่วงเกินมารดาตนเองไป มันจึงรีบโขกหัวขอโทษฟางเหนียงหลายครั้ง ฟางเหนียงพูดในลำคออย่างกล้อมแกล้มให้เวิ่ยเซี่ยลุกขึ้นนางไม่ถือสาอะไรเพราะนี้เป็นการฝึกวรยุทธ์
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ข้านึกว่าเจ้าจะใช้เวลามากกว่านี้เสียอีก นี่เพียงแค่สี่วันเจ้าก็ทำได้แล้ว ข้ามองคนไม่ผิดจริง ๆ " หยวนซิงก้าน หัวเรอะร่าอย่างพึงพอใจก่อนที่มันจะกระโดดลงมาจากกิ่งไม้
"เช่นนั้นข้าจะถ่ายทอดอีกสองวิชาที่เหลือให้เจ้าต่อเลยก็แล้วกัน ดูท่าทางคงจะใช้เวลาฝึกไม่นาน ฝึกเสร็จเจ้าจะได้ลงเขาไปทำงานให้ข้า"
เวิ่ยเซี่ย ค่อมศีรษะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่นตั้งใจ วิชาที่หยวนซิงก้านถ่ายทอดให้ไม่ได้ใช้แค่ทำให้งานใหญ่ของมันลุล่วง ภายภาคหน้ามันเองจะได้ใช้สิ่งเหล่านี้แก้แค้นให้เว่ยถังบิดาได้ด้วย
หลังจากวันนั้นเวิ่ยเซี่ยก็หมั่นฝึกฝน เพลงกระบี่ เก้าราคะไร้คู่เปรียบ กับ วิชาฝ่ามือมังกรตาเดียว 18 กระบวน อย่างหนักหน่วงมาตลอด สองวิชานี้ไม่ใช่จะฝึกสำเร็จได้ง่าย ๆ แม้เวิ่ยเซี่ยจะมีพรสวรรค์มากแค่ไหน หยวนซิงก้านคอยชี้แนะบ้างเล็กน้อย แต่สิ่งที่มันมักจะชักชวนให้เวิ่นกวงไปทำบ่อย ๆ นั่นก็คือการไปดูฟางเหนียงอาบน้ำ ไม่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อรู้ตัวนางมักจะแผดเสียงตวาดออกมาดังลั่น และ ตามไล่จับบุตรชายเพื่อทุบตี แต่ทว่ายามนี้..วิชาเท้ามาราคะท่องวายุของเวิ่นกวงก้าวหน้าไปมาก ฟางเหนียงจึงมิอาจจับตัวลูกชายได้ง่าย ๆ กับ หยวนซิงก้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางเทียบมันไม่ได้อยู่แล้ว
เวลาผ่านอีกประมาณสิบห้าวัน เวิ่ยเซี่ย ฝึกเพลงกระบี่เก้าราคะไร้คู่เปรียบได้เพียงแค่ขั้น 4 ส่วนวิชาฝ่ามือมังกรตาเดียว 18 กระบวนท่า ก็ฝึกได้เพียงแค่ 9 กระบวนท่า หากแต่ก็มิได้ผิดไปจากที่หยวนซิงก้านคาดการณ์ไว้ ถ้าต้องการจะฝึกให้บรรลุถึงขั้นสูงสุด เวิ่ยเซี่ยจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ สามเดือนแต่เท่านี้ก็เพียงพอจะให้มันแอบเข้าไปในพรรคมารแล้วใช้ ยาพิษ สังหารเทียนยู่อี้แล้ว
เมื่อเห็นว่าเหลืออีกเพียงห้าวันก่อนสองแม่ลูกจะลงเขา หยวนซิงก้านจึงเรียกทั้งคู่มาถ่ายทอดวิชากระบี่ราคะคู่มารผสานใจ ให้ การฝึกนั้นดูง่ายแต่การที่ทั้งสองคนจะประสานจนเกิดอานุภาพนั้นยากยิ่ง เนื่องจากเพลงกระบี่ชุดนี้จริง ๆ แล้วจะต้องเป็นชายกับหญิงที่เป็นคู่รัก หรือเป็นผัวเมียกันได้ก็ยิ่งดี ทั้งกายทั้งใจจะยิ่งสอดคล้องผสมผสานกลมกลืนกันมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว น่าเสียดายที่สองคนเป็นแม่ลูกจึงมิอาจดึงพลังของเพลงกระบี่ออกมาได้อย่างเต็มที่..
และแล้วก็ครบหนึ่งเดือน หยวนซิงก้านจึงได้มอบลูกดอกพิษมารเทวะที่มันเพียรคิดค้นคิดตลอดหลายสิบปีด้วยความเคียดแค้นให้เวิ่ยเซี่ยนำไป ลอบสังหาร เทียนยู่อี้ในพรรคมารราคะ เมื่องานสำเร็จลุล่วงถึงจะกลับมารับการถอนพิษดอกราคะส่วนสุดท้ายในร่าง…
จบบทที่ 36
ตอนต่อไป อาทิตย์ที่ 19 นะครับ (อาทิตย์นี้ไปทำธุระที่ต่างจังหวัด)
แจ้งเรื่องการลงนิยายนะครับต่อไปจะลงทุกวันอาทิตย์ ทุกเรื่อง อาจจะมีเว้นบ้างบางอาทิตย์
(ติดธุระ ป่วย หรือ ปวดตา) แต่ไม่ลงสะเปะสะปะเหมือนเมื่อก่อนแน่นอน..หวังว่าจะติดตามผลงานดี ๆ กันต่อไปครับ^^ มีเรื่อง เสียว ๆ เอ๊ย!! สนุก ๆ รออีกเพียบ