Zombie Change World

    บทที่ 12 ลาก่อน ...! สแมชลูกพ่อ

    บทที่ 12 ลาก่อน …! สแมชลูกพ่อ
    “โยมจักรทำไมไม่พูดกับอาตมาล่ะ เข้าใจไหม ที่ให้ไปเรียกเทศบาลมานะ เดี๋ยวหมาแมวก็พากันตายหมดกันพอดี สัตว์มันก็มีชีวิตจิตใจนะอย่าเห็นมันเป็นแค่สัตว์สิ รู้ไหมที่อาตมาพูดไปเนี่ย”
    “หลวงพี่ ใจเย็นแล้วฟังผมนะ หลวงพี่รีบถอยออกมาก่อน โยมจักรของหลวงพี่ เข้าน่าจะติดธุระนะครับ อย่าไปเซ้าซี้แก่เลย”
    “ใช้ค่ะ หลวงพี่เชื่อพวกหนูเถอะ”
    พวกนุ๊กพยายามหว่านล้อมไม่ให้พระหนุ่ม เข้าไปใกล้กับชายคนนั้นมากที่สุด ดูจากลักษณะแล้วชายคนนั้นจะไม่ธรรมดา คงเป็นสิ่งที่พวกนุ๊กมักเจอกันบ่อยช่วงนี้
    แต่มันก็แปลกที่ชายคนนั้นไม่ทำร้ายหลวงพี่ดูเหมือนว่าพระหนุ่มรูปนี่จะมีอะไรพิเศษว่าชาวบ้านเขา
    “อะไรของพวกโยม นี่มันโยมจักรนะ เขาเป็นเด็กวัดกว่า 20 ปี ไม่ใช้คนอื่นคนไกลสักหน่อย แปลกคนแท้พวกโยมนี่ละก็”
    ตอนนี้นุ๊กกำลังคิดว่า ถ้าเปลี่ยนหลวงพี่เป็นคนอื่นมันจะดีแค่ไหน คงไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้
    ไม่นานความจริงก็ถูกเปิดเพย ผู้ชายคนนั้นหันหน้ามาทางหลวงพี่
    “เอาล่ะ มันจบสักที่”
    พอผู้ชายคนนั้นหันมา นุ๊กโล่งอกเลย ความรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันได้รับการปลดปล่อย แล้วคงทำให้หลวงพี่รู้ความจริงสักที่ว่า โยมจักรของหลวงพี่นั้นเป็นเช่นไร แต่แล้วสุดท้าย… “โยมจักร ไปทำอะไรมานี่ ดูเนื้อตัวสิมอมแมม เหม็นไปหมด รีบไปอาบน้ำซะล่ะ แปลกคนแท้!!!”
    “แม่งเอ๊ย ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับกูด้วย”
    นุ๊กไม่รู้ว่าควรจะโมโหใครดีระหว่างหลวงพี่กับตัวเองที่ไม่จัดการโยมจักรไปซะที่ปล่อยให้คุยเล่นกันอยู่ได้นานสองนาน
    ตอนนี้ความรู้สึกนุ๊กมันอธิบายไม่ถูกเลย เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกที่สวยงาม จากซอมบี้ที่น่าเกลียดและน่ากลัว พวกมันได้วิวัฒนาการกลายเป็นตัวเลอะเทอะเหมือนคนไปเล่นน้ำโคลนแทน มันเป็นอะไรที่เข้าท่านะ ถ้ามันเป็นเรื่องจริง บางที่คงไม่ต้องสู้กับพวกมัน แค่แนะนำแบบหลวงพี่แทน ไปอาบน้ำซะ จบเลย ทุกอย่างมันจบเลย เลือดไม่มี ไม่เหนื่อยด้วย ทุกคน Happy โลกนี้ Happy แต่ความเป็นจริงก็อย่างที่เรารู้กัน โยมจักรมันไม่ได้เลอเทอะ เลือดเต็มหน้า ตาทะล้นออกมา แขนมีน้ำเมือกคล้ายกรดเต็มไปหมด ไม่ต้องแปลกใจเลย มันคือซอมบี้ระดับ 2
    แล้วสิ่งที่พวกนุ๊กไม่อยากให้เกิดมันก็เกิดขึ้น โยมจักร กำลังเอากรงเล็บตะปบไปที่แขนหลวงพี่หมายจะโจมตี
    วินาทีนั้น นุ๊กตะโกนสุดเสียง
    “หลวงพี่ ระวัง!!”
    เดชะบุญ หลวงพี่หลบกรงเล็บที่กำลังตะปบเข้ามา แล้วหันตัวกลับมาพูดกับพวกนุ๊กแบบหน้าตาเฉย
    “อะไรล่ะโยม ตะโกนซะดังลั่นเลย รู้ไหมว่าที่นี่มัน วัด เขตปลอดเสียง มีอะไรเราต้องตั้งสติอย่าให้ *ผัสสะ มากระทบต่อสติของตัวเรา รู้ไหม”
    วินาทีที่หลวงพี่หลบการโจมตีจากโยมจักร มันเหมือนกับปาฏิหาริย์ นุ๊กคิดว่ามันต้องใช้แล้วจังหวะนี้ เป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว
    “ผ้าเหลืองแน่ๆ โห!! ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แม่งไม่น่าเชื่อหลบได้ไงวะ”
    นุ๊กไม่รู้ว่าผ้าเหลืองมันศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่า แต่วินาทีนั้น มันสุดยอดมาก พอเสียง ฟุบ! จากแขนซอมบี้ หลวงพี่หันปั๊บ!แล้วกลับมาคุยกับเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จังหวะมันสุดยอดมาก ถ้าใครเห็นแบบนี้คงต้องขอดูภาพช้า มันเสียววินาทีจริงๆ แต่ความบันเทิงมันไม่ได้หยุดแค่ตรงนั้น โยมจักรเดินเอากรงเล็บตะปดไปอีกที่ แต่มันเอาอีกแล้ว พอนุ๊กเห็น เขาอุทานออกมา
    “คุณพระ แม่ง เดจาวูชัดๆ สุดยอด”
    นุ๊กนึกว่ากำลังดูหนังกำลังภายในอยู่มันเอาอีกแล้วคราวนี้จังหวะที่โยมจักรตะปดกรงเล็บมาอีกครั้ง หลวงพี่หันหลบ แล้วกลับไปพูดกับโยมจักรแทน
    “โยมจักร แล้วหลวงพ่อล่ะ เห็นท่านไหม ฝากบอกท่านด้วย อีก 3 วันมีกิจนิมนต์ที่*แม่สรวย อย่าลืมล่ะ รับปากมาแล้ว ไม่ไปไม่ได้รู้ไหมมันผิดศีล”
    นุ๊กอยากปรบมือให้หลวงพี่มาก นี้และพระตัวอย่าง รับปากแล้วต้องไป มันเป็นตัวอย่างที่ดี เราควรจะจดจำไว้ สำหรับพระภิกษุสงฆ์แล้วการรับกิจนิมนต์ก็เหมือนที่ เราคนธรรมดาทำงานกัน บางคนอาจบอกว่าทำไมพระต้องไปรับกิจนิมนต์ด้วย แล้วใครจะรู้ สังคมเปลี่ยนโลกเปลี่ยน แต่นุ๊กรู้แน่ๆว่าตอนนี้ หลวงพ่อคงไม่ได้ไปกิจนิมนต์ที่ ท่าสรวยแน่ เหตุผลมันง่ายมากแค่ 3 กิโล จากหมู่บ้านอยู่ดีมีสุข มาถึงวัดนี้ กว่าจะมากันได้แทบตาย แล้วไป แม่สรวยคงไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะเป็นยังไง
    “พี่นุ๊กค่ะ เราจะทำไงดี จะปล่อยไว้อย่างนี้ หรอ หนูว่าหากไม่ทำอะไรโยมจักรได้ตะปบหลวงพี่ตายแน่”
    พอนุ๊กได้ยินเสียงเมย์เรียก จึงมองไปที่ โยมจักร แล้วกระชับดาบในมือพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปเพื่อช่วยเหลือหลวงพี่ แล้วบอกกับเมย์ไปว่า
    “เมย์ เราพาหลวงพี่ไปที่รถก่อน”
    “ค่ะ หลวงพี่ทางนี้ค่ะ อย่าเป็นห่วงเลยเดี๋ยวพี่จักรคงต้องบอกหลวงพ่อแน่ ไปกันเถอะค่ะ”
    “เอางั้นหรอโยม อื๊มก็ดีเหมือนกัน ฝากด้วยล่ะโยมจักรอย่าลืมนะ มันสำคัญมาก”
    แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินออกไป ระหว่างที่หลวงพี่เดินออกไป
    นุ๊กพุ่งเข้าไปหาโยมจักร แล้วฟันดาบไปโดนแขนที่กำลังจะตะปบมาที่เขา แล้วตวัดดาบตัดไปที่หัวทันที่ จนโยมจักรตาย
    หลังจากโยมจักรตายนุ๊กรีบวิ่งตามพวกเมย์ ไป แต่ข้างหลังกับมีฝูงหมา แมว ไล่ตามมาเป็นพวน พอได้ยินเสียงที่วิ่งตามมา
    “เฮ้อ!! ชีวิต ทำไมมันลำบากแบบนี้วะ”
    นุ๊กอยากถามว่ามันเริ่มตอนไหนที่ทุกอย่างมันดูวุ่นวายไปหมด เขาแค่พาเมย์ไปเข้าห้องน้ำเองทำไมมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ ถ้าหากเข้าไม่หยุดแล้วเดินตามเสียงสวดมนต์ไป มันคงอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ แต่คำว่าหากมันคงเป็นอดีตไปแล้ว เพราะตอนนี้หมากับแมวมันดูจะสามัคคีช่วยกันวิ่งไล่ตามเขาไม่หยุด
    ไม่นานนุ๊กก็วิ่งตามพวกเมย์ทัน
    “พี่นุ๊กโยมจักรเรียบร้อยแล้วใช้ไหมค่ะ”
    “อื๊อ แต่ยังมีข้างหลังพี่อีก เรารีบวิ่งกลับไปที่รถดีกว่า”
    พอพวกเขามาถึงที่รถ มันก็มีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่เสียงครั้งนี้เป็นเสียงที่ทำให้นุ๊กมีความสุขกว่าเสียงเมื่อก่อนหน้านี้อย่างเทียบกันไม่ติด บรึนนน!! บรึนนนน!! เสียงยิ่งมาใกล้มันยิ่งดังมากขึ้น ด้วยความสงสัยนุ๊กเงยหน้ามองไปที่เสียงที่กำลังเข้ามา แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งมาจากทางหน้าวัด
    พอนุ๊กเห็นคนที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา ความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกมันรู้สึกดีขึ้นมาทันที่ เขาลืมทุกอย่างไปเลยว่าตอนนี้ยังมีหมา แมววิ่งไล่ตามมาอยู่ มันไม่ใช้ใครเลย นั้นคือเพื่อนที่เขาทิ้งไว้
    นุ๊กหัวเราะออกมาแล้วตะโกนออกไป
    “ฮ่าฮ่า ไอ้วิทย์”
    พอวิทย์ได้ยินเสียงเรียก มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยมาก แต่พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นนุ๊กที่กำลังตะโกนแล้วมองมาทางเขา แต่พอสังเกตุดีๆแล้วเขาก็เห็นว่าข้างหลังมันยังมีหมา แมว อีกเป็นพวนที่วิ่งไล่มา
    วินาทีนั้นวิทย์ตะโกนบอกแล้วเร่งเครื่องขี่เข้าไปหาฝูงหมา แมวทันที่
    “หลบโว้ย!! ข้างหลังมึงอะ”
    พอวิทย์ขี่พุ่งเข้ามา แต่จู่ สแมช ก็เกิดอาการรวนดูเหมือนความร้อนในเครื่องมันจะขึ้น เพราะตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาเร่งเครื่องบิดคันเร่งจนสุดไม่รู้จะสุดยังไงแล้ว มันคงทนไม่ไหว แล้วพอมันเกิดอาการแบบนั้น ความรู้สึกมันบอกว่า
    “เชี่ย!! ตั้งนานมึงไม่เป็น”
    จนท้ายสุดเครื่องดับลง แต่ล้อที่กำลังวิ่งมันดันไม่หยุดตาม แล้วจังหวะที่วิทย์สวมวิญญาณนักแข่งอยู่คงไม่ต้องบอกถึงความเร็ว มันเร็วมาก ถ้าเจ้าของสแมช มาเห็นคงจะบอกว่า
    “เชี่ย รถกูบรรลัยหมดแล้ว มือมึงมันทำด้วยอะไรบิดจังเลย มึงนึกว่าเป็นประตูบ้านหรอ สงสารรถกูบ้าง”
    พอความเร็วมันขนาดนั้น ถ้าตัดสินใจเบรคกระทันหัน คงจะเป็นอย่างที่ บัซไลเยีย พูดไว้ “สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพน” ตัววิทย์คงต้องลอยไปกับสายลมอุ่นๆแน่นอน แล้วจะทำไง มันเลยเกิดอาการที่เรียกกันว่า เปิดซิง ขึ้นมา
    วิทย์เปิดใช้ทักษะ Backstep แล้วตัวเขาก็ลอยถอยหลังออกไปจากรถมอเตอร์ไซค์
    “มาวะ ลอยเว้ย สตันไม่ต้อง ฮ่าฮ่า ให้มันได้อย่างนี่สิ”
    หลังจากวิทย์ลอยออกมา มอเตอร์ไซค์ก็เสียการทรงตัวมันล้มไถลไปกับพื้นทันที่
    ตา วิทย์ก็มองไปที่ สแมชอันเป็นที่รัก วินาทีนั้นมันเจ็บปวดมาก เขายังจำเวลาที่ขี่ฝ่าฝูงซอมบี้ออกมาได้อยู่เลย ภาพตรงหน้ามันให้ความรู้สึกเหมือนที่ คนตัวเล็กกำลังโยนแหวนอันเป็นที่รักลงไปในภูเขาไฟ มันรู้สึกสะเทือนใจ ได้แต่มองแล้วบอกไปกับมัน
    “ลาก่อน สแมชลูกพ่อ!!”
    แล้ว สแมช ก็ไม่ได้ทำให้วิทย์ผิดหวัง มันมีความเป็นนักสู้พอสมควร การไถลครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความรุนแรง โครม!! เสียงปะทะระหว่างสแมช กับฝูงหมา,แมวกลายพันธุ์ จนฝูงหมา แมว แยกกันกะจักกะจ่ายหลบไปคนละทิศคนละทาง
    วิทย์เห็นแล้วสะใจมากพร้อมกับยกนิ้วโป้งไปให้กับ สแมช ที่ทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้าย
    “ฮ่าฮ่า เยียมมากลูกพ่อ”
    พอระยะเวลาทักษะหมด วิทย์รีบส่งเสียงตะโกนบอกแผนการทันที่
    ไอ้นุ๊ก มึงเอาปืนกับกระสุนออกมาก เราจะฆ่าพวกมันให้หมด ส่วนแจ็คเอ็งเตรียมพร้อมสตาร์รถ ถ้าไม่ไหวเราจะหนีกันทันที่ ส่วนคนอื่น ตามอยู่ห่างๆไว้ แล้วแจ็คเอ็งเอากระสุนปืนลูกซองมาให้พี่ด้วยเอามาให้หมดเลย เข้าใจนะ
    พอพวกนุ๊กได้ฟังแผนการก็ทำตามทันที่ แต่เหมือนวิทย์จะลืมใครไปซักคน แล้วคนที่ถูกลืมคนนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้
    “พวกโยมทำอะไรกัน เอาปืนออกมากันทำไมเยอะแยะ นี่วัดไม่ใช้สนามรบ เราแค่เรียกเทศบาล มาจัดการก็จบแล้ว เชื่ออาตมาสิ”
    พอได้ยินเสียงที่พูดออกมา วิทย์หันไปดูแล้วก็เห็นพระหนุ่มรูปหนึ่งหน้าตาสดใส ดูไปแล้วอายุไม่น่าถึง 30 ปี แถมสรีระยังดูกลมๆอวบๆใครเห็นก็คงบอกว่าน่ารัก คงจะโกรธไม่ลงเป็นแน่ แต่ความน่ารักมันก็ไม่ช่วยให้วิทย์หยุดการใช้ความรุนแรงไปได้
    แล้วในที่สุดมันก็เริ่มขึ้น ฝูงหมา แมว เมื่อมันเห็นพวกวิทย์ มันวิ่งเข้าหาแถมจะทันที่ เหมือนว่ามันเห็นพวกเขาเป็นแค่อาหารที่ไม่ได้กินมานาน แล้วเมื่ออาหารมาอยู่ตรงหน้าคงไม่ต้องบอกว่าพวกมันจะทำยังไง แต่มีหรือที่อาหารอย่างพวกวิทย์จะให้มันกินกันสบาย ออร์เดิร์ฟแรกของวันนี้ ตะกั่วผัดเผ็ด จานนี้ไม่ธรรมดา เป็นการผัดที่อุณภูมิปานกลาง มีกลิ่นเนื้อปรายๆ ติดอยู่ให้ลิ้มรส ส่วนพริกแกงที่ผัดหนักไปทาง จัดจ้าน!! เต็มทุกคำ แล้วอาหารก็พร้อมเสิร์ฟ
    ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! 4 ปังแรกเกิดจากลูกซองของวิทย์ แล้วหลังจากนั้นเป็นพริกแกงล้วนๆที่นุ๊กเป็นคนจัดเตรียมเอาไว้ ตัวพริกแกงนั้นมีรหัสว่า M16 เตรียมพร้อมรอไว้แล้ว
    พอเห็นวิทย์เปิดฉาก นุ๊กไม่รอช้าช่วยเติมเต็มรสชาติในอาหารจานนี้ จนผู้มากินอาหารตั้งตัวไม่ทัน เพราะพริกแกงที่ใช้รสชาติมีกว่า 30 นัด แถมยังสามารถเติมเพิ่มรสชาติได้อีกด้วย แล้วอาหารจานนี้ก็เสร็จสมบูรณ์ คนกินอร่อยทั่วหน้า ลุกไม่ขึ้นกันเลยที่เดี่ยว แต่แล้วเจ้าของร้านอาหารก็เดินเข้ามาแล้วพูดไปว่า
    “พวกโยมทำอะไรลงไป ป่าเถือนที่สุด สัพเพ สัตตา ฯลฯ บาปกรรมแท้ ทำไมไม่รอเทศบาลเขา ดูสิเห็นไหมศพเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด คราวนี้จะทำไงกัน เชื่อโรคทั้งนั้น เดี๋ยวหลวงพ่อกลับมา อาตมาจะบอกกับท่านยังไง คิดกันบ้างไหม”
    เจ้าของร้านอาหารเกิดอาการวีนแตก ทำให้ทางเชฟต้องช่วยกันเก็บวัตถุดิบที่เหลืออยู่
    “โอเค จบและ เก็บของกันได้ รอไรล่ะมาช่วยกันเร็ว เดี๋ยวมันก็หายหมด”



    ป.ล. นิยายเรื่องนี้ไม่ใช้นิยายทำอาหาร โปรดใช้วิจารณาญาณในการอ่าน ขอบคุณครับ *-*
    *ผัสสะ ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง สัมผัส การกระทบ การถูกต้องที่ให้เกิดความรู้สึก
    *ท่าสรวย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย