มือหนารั้งใบหน้าเรียวสวยเข้ามาประกบจูบเบาๆ แต่งงานกับนางมาสามปี ไม่มีวันใดเลยที่มู่หยางรู้สึกเบื่อเมื่อได้ลิ้มรสริมฝีปากบางหวานดั่งน้ำผึ้งนี้ ยิ่งได้ััเขาก็ยิ่งหลงใหลเหมือนกับยาเสพติดชนิดหนึ่งที่ไม่อาจขาดมันไปได้
“พอได้แล้ว ปากข้าบวมหมดแล้ว” เมื่อเห็นว่ามือหนาของเขาเริ่มซุกซน หยู่ถงก็รีบร้องห้ามเขาไว้ เห็นมู่หยางมีสีหน้าไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก ริมฝีปากบางถึงกับคลี่ยิ้มออกมา
“ท่านบอกให้ข้ารู้ได้หรือไม่? ไฉนท่านถึงเสนอฮ่องเต้ขอมาทำราชกิจที่นี่? ”
“เ้ารู้รึ ? ใครเป็คนบอกเ้ากัน? ” มู่หยางเอ่ยถามพลางถอดเสื้อคลุมออกแล้วเดินไปรินชาขึ้นดื่ม
“ผู้ใดบอกข้าไม่สำคัญหรอกเ้าค่ะ ท่านจะบอกข้าดีๆ หรือจะให้ข้าเรียกลี่หลินมาจับท่านแยกห้องนอนกับข้า”
ได้ยินคำขู่จากร่างบาง มู่หยางถึงกับอดยิ้มไม่ได้ ไม่มีอะไรผ่านตานางไปได้จริงๆ ฮูหยินของตนช่างฉลาดเกินคนเสียจริง หยู่ถงเดินไปนั่งที่เตียงจ้องมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่จริงจัง หากเขาไม่หลีกหน้าลี่หลินก็คงไม่แอบบุกเข้ามาในห้องนางเช่นนี้หรอก
“ฮ่องเต้มีคำสั่งให้ข้ามาอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนพร้อมกับให้เ้าติดตามข้ามาที่นี่ด้วย”
คิ้วบางขมวดชนกันแน่นอย่างสงสัย ภายในหัวครุ่นคิดวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ฮ่องเต้มีคำสั่งเช่นนั้น หากเขามีราชกิจที่สำคัญที่จะต้องทำที่นี่ไยนางถึงติดตามเขามาได้ ฮ่องเต้ต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆ เลย
“น่าแปลก ปกติเวลาที่ท่านมีราชกิจสำคัญฮูหยินจะตามไปด้วยไม่ได้มิใช่รึ ? ครั้งนี้ก็คงเป็ราชกิจที่สำคัญ ไยฮ่องเต้ถึงให้ข้าตามท่านมาได้? ท่านรู้จุดประสงค์ของฮ่องเต้ใช่หรือไม่? ”
สายตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ท่านแม่ทัพผู้นี้เป็บุรุษที่เดาความคิดได้ยากจริงๆ หากเขาไม่ยอมบอกคืนนี้นางคงต้องใช้ไม้ตายมารยาหญิงอ่อยเขาเสียแล้ว เพราะหยู่ถงรู้ดีว่าจุดอ่อนของเขาก็คือฮูหยินที่เขารักที่สุด...มู่หยางจ้องมองหน้าสตรีที่อยู่ตรงหน้านานพักหนึ่ง ในใจสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะบอกเื่ที่เขารู้ให้นางรู้ดีหรือไม่ ? แต่ที่นางมาที่นี่ก็เื่หยกหงส์มิใช่รึ?
“ข้าอยากให้ท่านบอกความจริงกับข้า ท่านคือสามีของข้าและข้าก็คือฮูหยินของท่าน เราไม่ควรที่จะปิดบังกันไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม ข้าจะคอยอยู่เคียงข้างท่าน เราจะผ่านเื่ราวร้ายๆ ไปด้วยกัน”
“ที่เ้าปลอมตัวเป็ผู้ชายเพราะมาสืบเื่ของหยกหงส์ใช่หรือไม่ ? ”
“ถ้าข้าบอกกับท่านว่าใช่ แล้วท่านจะทำกระไรข้า จะห้ามข้ารึหรือจะยอมเสี่ยงชีวิตแทนข้ากันล่ะ ? ”
หยู่ถงชำเลืองมองมู่หยางด้วยสายตาที่เรียบเฉย เขาก็มีสีหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างจากนาง ที่เขาเงียบไปครู่นานเช่นนี้ หมายความว่าที่นางพูดเมื่อครู่นางพูดถูกสินะ แต่มีเื่หนึ่งที่เขายังไม่รู้ นั่นก็คือ ...
“หยกที่ท่านขโมยไปเมื่อครู่มิใช่หยกหงส์จริง หากท่านนำหยกหงส์นั่นไปยืนยันตัวตนท่านอาจจะไม่รอดกลับมาก็ได้”
ใบหน้าคมเข้มรีบหันขวับไปมองหยู่ถงที่นั่งอยู่ข้างๆ ตน ริมฝีบางผุดยิ้มที่มุมปาก เมื่อครู่ที่เขาดึงตนเข้าไปจูบ นางรู้ได้ว่าเขาแอบขโมยเอาหยกนั่นที่ซ่อนไว้ที่เอวไปและที่เขาถอดเสื้อคลุมออกก็เพื่อซ่อนหยกนั่นไว้ในเสื้อคลุม นางถึงได้รู้ว่าที่เขารีบร้อนมาที่นี่ก็เพราะหยกหงส์นั่น
เมื่อสองวันก่อน นางได้แอบออกจากจวนไปตามหาช่างทำหยก ให้ช่างทำหยกปลอมหยกหงส์นี้ขึ้นมา หยกหงส์สำคัญขนาดนี้ไม่ได้มีเพียงฮ่องเต้แน่ที่้า และวันที่นางแก้อักษรลับจากจดหมายไร้อักษรนั่นได้ อีกมุมของกระดาษได้เขียนบอกไว้ว่าให้ไปพบบุรุษที่มีนามว่าชุนเถาที่จวนสกุลหม่า
เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง หยู่ถงถึงได้ไปให้ช่างหยกทำหยกปลอมที่คล้ายกลับหยกหงส์จริงนี่ให้ และที่รู้ว่าหยกหงส์มีความสำคัญอย่างไร นางก็ได้รู้จากปากของช่างทำหยก พวกเขากำลังตามหาหยกหงส์เพื่อที่จะได้ท่าเรือของตระกูลหม่า ไม่มีผู้ใดทำหยกหงส์ปลอมเสมือนจริงขึ้นมาได้ เพราะหยกหงส์จริงหากส่องจากแสงพระอาทิตย์ส่องลงแม่น้ำหยกหงส์นั่นจะประกายแสงวิบวับ
มู่หยางใไม่น้อย ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะตกหลุมพรางฮูหยินจอมเ้าเล่ห์ของตัวเองได้ ร่างกำยำเดินไปหยิบเอาหยกนั่นออกมาดู มันคือหยกปลอมอย่างที่นางบอกไว้จริงๆ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหยู่ถงก่อนจะโน้มหน้าลงไปสบกับั์ตาคู่สวยนั่น
“ร้ายนักนะ ได้ ข้าบอกเ้าก็ได้ ฮ่องเต้มีคำสั่งให้ข้าคอยมาเฝ้าสังเกตการณ์ที่นี่ หากข้าเดาไม่ผิด คนของฮ่องเต้น่าจะรู้แล้วว่าหยกหงส์กำลังอยู่ที่บุตรของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อ แต่ ....”
“แต่ฮ่องเต้ยังไม่รู้ว่าใครคือบุตรของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อสินะเ้าคะ”
“ฝ่าากำลังสงสัยมากกว่า ข้าถึงได้รีบมาหาเ้าอย่างไรเล่า”
“แล้วท่านจะอยากได้หยกหงส์ไปทำไมกันเ้าคะ ? จะเอาไปยืนยันตัวตนเองรึ? ”
“ข้ามาเพื่อปกป้องเ้าถงเอ๋อร์ ข้ายอมตายแทนเ้าได้ แต่ข้าไม่ยอมให้เ้าตายจากข้าไป”
หยู่ถงแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา แขนเรียวโอบกอดรอบคอมู่หยางไว้แน่น สายตามองเขาด้วยแววตาที่หวานหยาดเยิ้ม
“แล้วท่านไม่คิดหรือเ้าคะ ? หากท่านจากข้าไปข้าจะอยู่อย่างไร หืม ~”
“เ้าเป็สตรีที่แกร่งที่สุดในเจ้อเจียง ก่อนข้าจะจากเ้าไปข้าจะฝากเ้าก้อนแป้งไว้กับเ้าจะได้ไม่เหงา”
“เฮ้อ ~ ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว” ร่างบางผละอ้อมกอดแล้วหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เดิม
“ทีนี้เ้าบอกข้าได้หรือยังว่าเ้ามาที่นี่มีแผนอะไร”
มู่หยางเดินไปนั่งข้างๆ หยู่ถงก่อนจะยื่นหยกหงส์ปลอมคืนให้กับนาง เขารู้ว่าที่นางมาที่นี่ต้องมีแผนแน่ คงไม่ได้มาแบบซึ่งไร้แผนเป็แน่
“ข้าคือบุตรสาวของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อ ข้าจะต้องมาสืบทอดกิจการของของท่านแม่ข้าสิเ้าคะ”
ความจริงแล้วนางอยากจะมาสืบความจริงต่างหากล่ะ หากเ้าของร่างเดิมรู้ว่าตนคือบุตรสาวของท่านหญิงที่ทรงอำนาจที่สุดต้องดีใจเป็แน่ แต่หากรู้ความจริงเื้ัว่ามีคนสั่งฆ่าท่านแม่ของตัวเอง เ้าของร่างเดิมต้องโกรธแค้นอย่างแน่นอน
และหยู่ถงก็ไม่รู้ว่าคนที่ส่งจดหมายลับกับหยกหงส์มาให้นางเป็คนของฝ่ายใดกันแน่ ? มีจุดประสงค์อะไร ใช่คนของท่านหญิงหม่าเย่วเล่อจริงหรือไม่? บางที นี่อาจจะเป็กับดักล่อให้นางเอาหยกหงส์จริงมาให้ก่อนจะลงมือสังหารนางก็ได้ ก่อนที่จะให้คนกลุ่มนั้นสมหวัง นางจะต้องกำจัดพวกเขาก่อน
“ข้าเป็ห่วงเ้ามากเลยนะถงเอ๋อร์ เื่นี้เ้าตัวคนเดียวมิอาจสู้กับคนของฮ่องเต้ได้”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นด้วยความเป็ห่วง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างสู้ไปพร้อมกับนาง
“ท่านไม่ต้องเป็กังวลไปเ้าค่ะ ข้าวางแผนไว้หมดแล้ว ข้าไม่มีอะไรต้องเสีย เห็นชาวเมืองที่นี่อยู่กันอย่างมีความสุข ข้าไม่อยากให้ใครมาพรากความสุขของชาวเมืองไป”
แววตาหยู่ถงสั่นไหวเล็กน้อย นางทำบาปมามากแล้ว เกิดใหม่ครานี้นางก็อยากจะทำดีบ้าง ท่านหญิงหม่าเย่วเล่อก็คงอยากจะเห็นนางทำเช่นนั้นเหมือนกัน
“ข้าซึ้งใจแทนชาวเมืองเป่ยหลงยิ่งนัก แต่เ้ายังมีข้า เมื่อครู่เ้าบอกกับข้ามิใช่รึ ? ว่าเราจะผ่านเื่ราวร้ายๆ ไปด้วยกัน”
หยู่ถงหันไปจ้องมองหน้ามู่หยางอยู่นานครู่นาน ไม่ว่าอย่างไร บุรุษที่อยู่ตรงหน้านางในยามนี้ก็คือคนที่นางไว้ใจที่สุด นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบอกแผนการที่นางได้วางไว้ให้เขารู้
เช้าวันต่อมา
มู่หยางแอบออกจากเรือนพักไปั้แ่เช้าตรู่ เขาให้เหตุผลว่าไม่อยากจะพบหน้าลี่หลินเกรงว่าจะห้ามใจไม่ไหวอาจจะลงมือบีบคอนางตายได้ หยู่ถงผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนจะเดินออกจากเรือนพักไป
“ฮูหยิน เราจะไปไหนกันขอรับ ? ” หยงโห่วเดินมาเอ่ยทักหยู่ถงทันทีที่เห็นนางเดินออกมาจากเรือนพัก สายตาคมสะดุดเข้ากับรอยแดงที่คอของหยงโห่ว ภายในใจแอบสงสัยอยู่แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป
“ก่อนอื่นเ้าเตรียมของเลย เราจะย้ายไปพักที่อื่น”
“พักที่นี่ทำไมเหรอขอรับ ? ” หยงโห่วแอบสงสัยจึงรีบถามออกไป ทว่าครู่นั้นลี่หลินก็เดินมาพอดี
“ที่พักที่นี่ไม่ดีเหรอเ้าคะ ? ไยถึงอยากย้ายไปพักที่อื่น? ”
ลี่หลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อม สายตามองมาที่หยู่ถงอย่างยั่วยวน หยู่ถงรู้สึกแปลกๆ จึงเหลือบไปมองหยงโห่ว เห็นสีหน้าของหยงโห่วไม่ค่อยจะดีนัก แววตาที่มองลี่หลินฉายแววหึงหวง หยู่ถงพอจะเดาได้ว่ารอยแดงที่คอของหยงโห่วได้มาจากไหน
“ขอบใจเ้ามากลี่หลินที่ให้ที่พักแก่ข้า ที่พักดียิ่ง แต่น่าเสียดายที่นี่ไม่มีสตรีให้ข้าได้เชยชม ข้าถึงอยากจะย้ายไปพักที่อื่น”
“อย่างนั้นหรือเ้าคะ ? หากคุณชายหยู่้า ข้าหาสตรีให้ได้นะเ้าคะ? ”
ลี่หลินเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ หยู่ถง ก่อนจะใช้มือลูบไล้ตามแขนเรียวไปมา นางก็ไม่มีทีท่าขัดขืนใดๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบางๆ สายตาชำเลืองมองไปที่หยงโห่วอยู่เป็ระยะ
“ไม่รบกวนแม่นางลี่หลินดีกว่า สหายมู่หยางของข้าเดินทางมาถึงที่เมืองเป่ยหลงแล้ว ข้าจะไปพักกับสหายของข้า”
“ท่านแม่ทัพ เอ่อ ท่านมู่หยางเดินทางมาถึงแล้วเหรอขอรับคุณชาย ? ” หย่งโห่วเอ่ยถามอย่างใ
“อืม ข้าไปนะ ขอบใจแม่นางลี่หลินอย่างมาก” สิ้นประโยค หยู่ถงก็รีบเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ‘ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หยงโห่วเป็เครื่องมือสินะ ไม่ง่ายขนาดนั้น ลี่หลิน’
หยู่ถงใช้ผ้าปิดปกปิดใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองไว้ ก่อนจะเดินไปที่ตรอกซอยเปลี่ยวที่ได้นัดกับเนี่ยนจินไว้ พอเดินไปถึงก็เห็นเนี่ยนจินยืนรอตนอยู่ก่อนแล้ว มองช้ายแลขวาไม่เห็นผู้ใดตามตนมาจึงรีบเข้าไปใกล้แล้วลากเนี่ยนจินหลบที่เรือนร้างข้างๆ
“เนี่ยนจิน มีผู้ใดตามเ้ามาหรือไม่ ? ”
“ฮูหยิน ไม่มีเ้าค่ะ”
“เ้านำสิ่งนี้ไปให้ชุนเถาดูนะ เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าห้ามพูดอะไรไปมากกว่าที่ข้าได้บอกไว้กับเ้า”
“เ้าค่ะ บ่าวรู้แล้วเ้าค่ะ” หยู่ถงยื่นหงส์ที่ห่อไว้ในกระดาษให้กับเนี่ยนจิน ก่อนจะเดินออกมาแล้วมองหามู่หยางที่กำลังหลบอยู่อีกมุม
แผนแรกที่หยู่ถงจะทำ นั่นก็คือพิสูจน์ตัวตนของชุนเถาผู้นี้ มือเล็กถอดผ้าปกปิดใบหน้าออก ก่อนจะเดินตามเนี่ยนจินที่ปลอมตัวเป็บุรุษปกปิดใบหน้าไปที่จวนสกุลหม่า พอเดินไปถึงหยู่ถงก็ได้พยักหน้าให้เนี่ยนจินเข้าไปข้างใน ส่วนตนก็หาที่หลบซ่อนตัว
เนี่ยนจินสูดอากาศหายใจลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน จวนสกุลหม่าเป็จวนที่ใหญ่โอ่อ่าที่สุดในเมืองเป่ยหลงแล้ว บ่าวรับใช้ต่างอยากเข้ามารับใช้คนในจวนสกุลหม่ากันหมดเพราะค่าแรงได้สูงกว่าที่อื่น ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินเข้าไปข้างในจวนเลย เนี่ยนจินก็พบกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังเดินมาพอดี
“ขะ...ข้าคือคุณชายหยู่ ท่านเป็ใครกัน? ข้า้าพบท่านชุนเถา”
เนี่ยนจินพยายามปรับโทนเสียงให้เป็ปกติที่สุด ชายวัยกลางผู้นั้นค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เนี่ยนจิน สายตาสุดแสนจะน่ากลัวจ้องมองเนี่ยนจินอย่างสงสัย
“เ้ามีเื่อันใดกับท่านชุนเถารึ ? ”
“ข้ามีเื่สำคัญที่อยากจะมาถามท่านชุนเถา ข้าคือคนที่ท่านชุนเถา้าพบที่สุด”
เนี่ยนจิน พูดตามคำพูดที่ฮูหยินของตนบอกไม่ผิดสักคำ ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ หยู่ถงได้ให้เนี่ยนจินท่องทุกคำให้ขึ้นใจ หากแผนการนี้พังเท่ากับชีวิตของเนี่ยนจินเอง