ตึกๆๆๆๆ!!
เสียงฝีเท้าอันเหนื่อยอ่อนและเสียงหอบที่ดันลางๆมาจากบัคกี้จนปลุกอดัมไห้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งมีดที่เคยสับคาอยู่นั้นบัดนี้ได้หลุดออกไปพร้อมาแที่กลับมาหายดีอีกครั้งอดัมในตอนนี้ที่ใส่แค่กางเกงขาดๆและร่างกายสูงไหญ่ที่โดนแบกโดยชายร่างเล็กอย่างบัคกี้นั้นทำไห้ชายหนุ่มดูมีสภาพย่ำแย่มาก
สัญลักษณ์กะโหลกกลายเป็สีแดงอีกครั้งย้ำเตือนว่าการตายครั้งต่อไปจะไม่สามรถกลับมาได้อีกพลังชีวิตของอดัมตอนนี้นั้นลดลงเหลือเพียง39เท่านั้นซึ่งพลังชีวิตนั้นโดยปกติจะหาได้ยากที่จะลดลงแม้จะพึ่งต่อาเ็สาหัสมาก็ตาม
นอกจากเหตุการณ์จะมีตัวแปลพิเศษเช่นพิษที่ใช้ลดพลังชีวิตโดยตรงหรือในกรณีของอดัม.....หากตายไปข้าก็จะค่อยๆอ่อนแอลงทีละน้อยสิน่ะข้าคงต้องเลิกพึ่งยีนส์ลึกลับตัวนี้ไห้น้อยลงในอนาคตถ้าเลี่ยงได้ข้าจะต้องไม่บุ่มบ่ามอีก.....
เมืุ่์ตายนั้นพลังชีวิตจะลดลงจนเหลือ0ในทันที และเซลล์ที่ส่วนต่างๆจะค่อยๆตายตามแต่ในเคสของอดัมนั้นคือการตายผ่อนส่งที่หากพลังชีวิตเหลือ0ก็จะไม่สามารถฟื้นกลับมาได้อีกซึ่งจำเป็ต้องดึงพลังชีวิตจากคนตายมาเป็เชื้อเพลิงในการคืนชีพหรือจะคล้ายการบูชายัญของลัทธิโบราณก็ว่าได้
เสียงวิ่งอย่างหืดหอบค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆจนทำไห้อดัมหลุดออกจาความคิดและตื่นตัวมากขึ้น
“ข้าหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว.. แล้วที่นี่ที่ไหน?”
“ท่านกลับมาจากความตายจริงๆด้วย.. อย่าที่เจนเคยบอกฮะๆๆๆ... ”
บัคกี้หยุดฝีเท้าลงก่อนจะตอบกลับชายหนุ่มเคล้าเสียงหัวเราะเบาๆพร้อมเสียงหอบและเหงื่อที่ไหลย้อยเต็มใบหน้า
“ข้าวิ่งมาชั่วโมงนึงแล้วที่นี่เป็เขตเมืองเก่าที่ล่มสลายทางทิศเหนือ.. ท่านเป็ยังไงบ้างพี่ชาย!!”
อดัมลงจากหลังและยืนขึ้นด้วยสภาพร่างกายอ่อนแรงพร้อมหันไปมองรอบๆรอบด้านนั้นมีแต่ซากปรักหักพังและตึกสูงที่เหมือนร่วงหล่นลงมาจากฟ้าที่นี่ไร้ซึ่งแสงไฟในตัวตึกบางแห่งนั้นมีความเคลื่อนไหวของคนหลายกลุ่มย่อยในตึกต่างๆซึ่งคาดว่าคงเป็พวกไร้บ้านที่อาศัยกันอยู่บริเวณนี้
โลกใบนี้นั้นศักดิ์ศรีของผู้คนล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งผู้ที่มียีนส์เด่นกว่าจะอยู่เหนือผู้ที่มียีนส์ด้วยกว่าหากท่านเป็บุตรยาจกที่มียีนส์พิเศษระดับSท่านจะกลายเป็าาในค่ำคืนหากท่านเป็บุตรของาาที่มียีนส์ขยะอย่างการมีผิวพรรณที่ผุดผ่องนั้นท่านจะกลายเป็ขยะไปด้วยเช่นกัน
แต่การตัดต่อยีนส์นั้นเป็เื่ที่ง่ายดายมากในยุคนี้ขอเพียงท่านมีเงินแต่ยีนส์ที่ถูกขายในท้องตลาดมักเป็ยีนส์ที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์เพราะยีนส์ที่หายากและแข็งแกร่งนั้นน้อยครั้งที่จะมีคนขายและมันย่อมต้องขายในการประมูลไหญ่ๆที่มีแต่คนที่มั่งคั่งมาสู้กันด้วยเงิน
“ดูเหมือนที่นี่จะมีแต่ซากปรักหักพัง..เ้านั่นอาจจะไล่ตามเจนไปเราหลบกันที่นี่สักคืนก่อนแล้วค่อยออกเดินทางต่อตอนนี้ข้าอยากพักฟื้นร่างกายก่อน”
อดัมและบัคกี้เข้าไปในซากตึกแห่งหนึ่งที่ด้านในนั้นมืดสลัวหนูและแมลงสาบต่างวิ่งกันเต็มไปหมดดูเหมือนที่นี่จะไม่มีใครอาศัยอยู่เลยไม่มีการเคลื่อนไหวใดนอกจากสัตว์และแมลงเล็กๆ
อดัมเข้ามาในห้องนึงที่มีโซฟาโทรมๆอยู่สองตัวบัคกี้ที่เหนื่อยจัดตอนนี้นั่งลงที่โซฟาทันทีส่วนอดัมนั้นเอนตัวลงและหลับไปทันที......หลับง่ายจังน้าาาาพี่ชายยย!!.......
บัคกี้นั่งมองอดัมที่กำลังหลับด้วยสายตาที่สงสัยชายหนุ่มนั้นกังวลเกินกว่าจะข่มตานอนก่อนจะลุกขึ้นไปที่ริมหน้าต่างและมองซากปรักหักพังด้านนอกพร้อมครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“หลังจากนี้จะเป็ยังไงต่อล่ะเนี่ย....ไม่มีที่ไห้กลับไปและก็ไม่มีที่ไห้ไปต่อ บัคกี้คนนี้ชักกลัวขึ้นมาแล้วสิ เฮ้ออออ!!”
ความเงียบของเวลาไกล้รุ่งนั้นทำไห้ความเคว้งคว้างในใจชายหนุ่มผุดขึ้นมาอีกครั้งบัคกี้กลับไปที่ห้องพร้อมนอนลงบนโซฟาที่ตั้งอยู่ไกล้อดัม บัคกี้นอนลืมตาพร้อมหันไปมองหน้าอดัมที่กำลังหลับอยู่......ถ้าต้องสู้กับคนพันนี้ข้าจะรอดไปได้ไหมน่ะไม่สิข้าคงตายั้แ่หมัดแรกแล้วโชคดีจริงๆที่เราไม่ได้เป็ศัตรูกัน.....
ทันใดนั้นอดัมก็ลืมตาขึ้นมาทันทีทำไห้บัคกี้ที่มองอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งอดัมรีบลุกขึ้นนั่งพร้อมหันมามองทางบัคกี้บัคกี้รีบลุกขึ้นนั่งอย่าลนลานพร้อมเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก
“อ่า.. เอ่อ..... มีอะไรหรือพี่ชาย”
“มีใครบางคนอยู่ที่นี่..”
อดัมลุกขึ้นและออกจากห้องไปทันทีบัคกี้รีบตามไปด้วยความร้อนรนอดัมเดินไปตามทางเดินในอาคารแม้ทางจะมืดแต่ก็ไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับอดัมที่มองกลางคืนได้เหมือนเวลากลางวัน
อดัมเดินมาถึงห้องหนึ่งซึ่งมีประตูกระจกทึบปิดอยู่และล็อคไว้ตามมาด้วยบัคกี้ที่เดินชนโน่นนี่ในความมืดอดัมต่อยประตูจนแตกเป็ชิ้นๆปรากฎเงาเด็กสาวผมเงินที่มัดผมหางม้าบนหัวสองข้างบนร่างกายเด็กสาวนั้นไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวหน้าอกที่อวบอิ่มและผิวที่ขาวซีดนั้นเพียงพอที่จะทำไห้อดัมเกิดไฟราคะขึ้นแต่แค่อึดใจเดียวมันก็หายไปพร้อมความตึงเครียดที่กลับมาอีกครั้ง
เด็กสาวที่เหมือนจะมีอายุประมาณ17ปีนั้นยืนอยู่ที่มุมห้องก่อนจะหันหน้ามามองอดัมด้วยในตาสีเงินสลับกับคิ้วสีดำอย่างสนใจเล็กน้อยก่อนจะเดินหายตัวเข้าไปในกำแพง
“นางเป็ใครกัน”
“ข้าว่ามันคงมืดเกินไปนะ.. ข้าจึงมองไม่เห็นใครเลย ”
วู๊ป!!
แฮร่!!
หญิงสาวคนเดิมปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหน้าอดัมซึ่งหน้าของนางที่มีลูกกะตาหมุนคว้างคนละทิศละทางและกำลังแลปลิ้นห่างจากใบหน้าอดัมแค่ไม่กี่นิ้วชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการใดโดยยังมองหน้านางด้วยใบหน้าเ็า
หญิงสาวที่ตอนนี้กำลังลอยตัวบนอากาศไปมาค่อยๆผละตัวออกจากอดัมและลอยไปมาในห้องที่มืดสนิท
“เ้าตัวเหม็นน่ารังเกียจ!!”
“เ้าเป็ใคร...”
อดัมถามกลับไปยังหญิงสาวที่ตอนนี้ลอยกลับหัวไปมาอยู่ในห้องหญิงสาวหยุดชงักเล็กน้อยก่อนจะหมุนกลับหัวมาตามเดิมพร้อมลอยมาด้านหน้าอดัมอีกครั้ง
“เ้ามองเห็นข้าเหรอ?”
“นั่นไม่ใช่คำตอบ..”
หญิงสาวคนนั้นตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับอดัมไป
“ไม่ๆๆๆเ้ามองเห็นข้าได้ยังไงกัน”
“ที่นี่ไม่ได้มืดสำหรับข้า..”
“มืด? นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าหมายถึง!!”
“แล้ว...”
“เอ่อ...นี่พี่ชาย!ท่านกำลังคุยกับใครอยู่เหรอข้าไม่เห็นได้ยินอะไรเลย”
“เ้าหมายความว่าไงบัคกี้”
อดัมที่หันไปถามบัคกี้นั้นได้หันกลับมามองเด็กสาวที่กำลังยืนตื่นตระหนกอีกครั้งพร้อมหันไปเห็นกองหนังสือเก่าๆที่ด้านหลังและรอยน้ำมันที่ยังหลงเหลืออยู่ในขวดเล็กน้อยซึ่งน่าจะเป็ของพวกที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่
เคร้งงงง!!
ฟึ้บบ!!
อดัมใช้เศษเหล็กที่อยู่บริเวณไกล้ๆขีดกับกำแพงจนเกิดสะเก็ตไฟและแน่นอนว่าขวดน้ำมันที่เตียมไว้นั้นมีไฟลุกท่วมขึ้นมาทันทีกองไฟลามใส่กองหนังสือทันทีจนเกิดเป็กองไฟเล็กๆกองหนึ่งที่พอจะไห้แสงสว่างต่อห้องอันมืดมิดนี้ได้ บัคกี้ที่กำลังยืนมองด้วยความงุนงงนั้นหันไปคุยกับอดัม
“เอ่อ.... เมื่อกี้ท่านคุยกับใครเหรอ?”
“..........!!”
อดัมได้แต่นิ่งเงียบกับคำถามที่ทำไห้เขาประหลาดใจ..
“ข้าบอกเ้าแล้วว่ามันไม่เกี่ยวกับความมืด..และไม่แปลกหรอกน่ะที่เ้านี่จะมองไม่เห็นข้า แต่เป็เ้าต่างหากที่แปลก!!”
“หมายความว่าไง?”
“ตอนนี้ร่างกายของข้านั้นเป็สสารอิสระที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า..หรือจะว่าเป็ิญญาก็ไม่ผิดหรอกแต่ทำไมเ้าถึงมองเห็นข้าได้น่ะเ้ามันแปลกนักมาไห้ข้าดูไกล้ๆอีกทีซิ!!”
สาวน้อยทำท่าทางเอาแต่ใจก่อนจะลอยมาจ้องหน้าอดัมอย่างไกล้ชิดอีกครั้งพร้อมใบหน้าที่จริงจังส่วนบัคกี้จอมขี้ขลาดตอนนี้ได้แต่ยืนขาสั่นเมื่อเห็นอดัมยืนคุยกับอากาศพร้อมเข้ามาหลบด้านหลังอดัม
ฟึ้บบ!!
หืออออ?..
อดัมเอื้อมมือออกไปคว้าคอของเด็กสาวอย่างรวดเร็วสาวน้อยนั้นไม่ได้หลบออกไปแต่สิ่งที่อดัมคว้าไว้ได้มีเพียงอากาศเท่านั้น
“เ้าโง่งี่เง่าสมองกลวง!!เ้าไม่ได้ฟังสิ่งที่ข้าบอกไปหรือยังไง ”
“ยีนส์พิเศษงั้นหรือ?”
“ปิ๊งป่องงง!!เ้ามันแสนรู้จริงๆ..น่าเสียดายที่ข้าไม่มีขนมไห้เ้าหรอกนะฮิฮิ ”
“หยุดเล่นลิ้นแล้วตอบคำถามข้า”
“โอ่ๆๆๆข้าแค่ล้อเล่นน่ะ..ถึงจะถูกแต่ก็แค่ครึ่งเดียวเท่านั้นแหละ สิ่งนี้มันเหนือกว่ายีนส์พิเศษที่เ้าหมายถึงมันเป็สิ่งที่ตกทอดมาจากสิ่งมีชีวิตโบราณที่มนุษย์เคยเรียกกันว่าเทพเ้าในสมัยก่อนซึ่งจริงๆแล้วมันเป็สิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกระบบแกแลคซี่ของเราไปไกลแสนไกลในหมู่ดาวแห่งสรวง์....เฮ้อ เื่มันยาวน่ะพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน”
“แล้วเ้าเป็พวกนั้นเหรอ”
“เปล่าหรอก.. ข้าเป็แค่มนุษย์ที่บังเอิญไปเจอมันแล้วก็บังเอิญได้รับยีนส์แห่งเทพเ้ามา.. แล้วก็.... แล้วก็ เอ๋!!”
“..............??”
“ทะๆๆ.. ทำไมิญญาของเ้าถึงยังเป็เด็กล่ะ แถมยัง....อย่าบอกน่ะว่าเ้าก็มียีนส์แห่งเทพเ้าเหมือนกันน่ะ!!”
“เ้าเห็นมันได้ยังไง?”
“ข้านั้นมียีนส์แห่งความตายที่สามารถควบคุมความตายของตัวเองได้..และยังสามารถคงอยู่ในร่างอิสระที่ไม่สามารถโจมตีหรือถูกโจมตีได้และในบรรดาความสามารถทั้งหมดนั้นก็รวมไปถึงการมองเห็นิญญาหรือตรวจจับิญญาที่อยู่ในระยะตรวจจับได้หรือว่าเ้าจะ.. ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้น่ะว่าเ้าได้รับยีนส์แห่งเทพมาได้ยังไงและเ้าเกี่ยวข้องอะไรกับแจ๊ค ลาส..”
“นั่นไม่ใช่เื่ของเ้า..”
#บัคกี้:ทั้งกลัวทั้งงง.. เขาคุยไรกัน55