หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 ชาตินี้ติดค้างเจ้าแล้ว (ยามสอง)

            คานไม้โทรมๆ กับบานหน้าต่างที่มีรูให้สายลมพัดผ่านเข้ามา

            นอกหน้าต่างดวงจันทร์ยังคงลอยเด่น แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนเตียงของตน บนเตียงมีผ้าห่มขาดๆ อีกผืนหนึ่ง

            ความจริงแล้วก็ไม่ได้ขาดรุ่งริ่งถึงเพียงนั้น เพียงแค่มีรอยปะอยู่หลายรอย ทว่าใยฝ้ายด้านในยังคงแน่นดี ทว่าเมื่อเทียบกับผ้าไหมขาวปักลายแสนประณีตในวังหลวงแล้ว ผ้าห่มผืนนี้ก็นับได้ว่าเป็นเพียงเศษผ้าผืนหนึ่ง

            ที่นี่ไม่เพียงผ้าห่มเท่านั้นที่ขาด เตียงก็ผุพังเช่นกัน

            ตระกูลจ้งของเขานั้นแสวงหาการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เรื่องการนอนจึงชอบใช้เตียงที่ทำจากหยก

            เตียงหยกยามคิมหันต์ก็เย็นสบาย เมื่อเข้าสู่ยามเหมันต์ก็อบอุ่นตลอดคืน อีกทั้งการนอนบนเตียงหยกนั้นยังช่วยเรื่องการคิดวิเคราะห์อีกด้วย ทว่าบัดนี้เขากลับนอนอยู่บนเตียงกระดานเก่าๆ เท่านั้น มิใช่เตียงเนื้อหยกที่แสนหรูหรา เตียงไม้ที่แสนธรรมดาไม่มีลวดลายสลักอันใด มีเพียงรอยมีดหลงเหลือไว้รอยหนึ่ง

            เป็นไปได้ว่าคนที่เคยนอนอยู่บนเตียงนี้อาจจะโดนคนที่ลอบเข้ามากลางดึกพยายามแทงเจ้าของเตียงให้สิ้นชีพ ทว่าเจ้าของเตียงอาจจะหลบได้จึงพลาดแทงลงบนเตียง จากนั้นคนร้ายก็คงจะลงมือแทงอีกที ครั้งนั้นเจ้าของเตียงคงจะโดนคมมีดเข้าเต็มๆ จนเลือดเจิ่งนองจากบาดแผล สุดท้ายคนร้ายก็ย่อมต้องแทงซ้ำอีกหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าของเตียงได้สิ้นชีพแล้ว

            เนื้อไม้นั้นสามารถดูดซับเลือด บนเตียงนี้จึงมีรอยเลือดจางๆ อยู่

            หลังจากเขากระอักเลือดก็ถูกส่งตัวกลับมา คนรอบกายล้วนไม่ถามสิ่งใดกับเขา เขาเองก็ไม่ได้เล่าอะไร

            ความจริงแล้วคนในตระกูลจ้งคุ้นชินกับการกระอักเลือด ทุกครั้งยามที่ต้องเสี่ยงทายก็เหมือนว่าจะกระอักเลือดกันทุกครั้ง กระอักอยู่เช่นนั้นหลายครั้งหลายครา ไม่นานก็ชินกันไปเอง ด้วยนี้จึงทำให้คนตระกูลจ้งอายุสั้นนัก

            ทว่าที่เขากระอักเลือดในวันนี้ เมื่อกระอักออกมาแล้วก็รู้สึกสบายกายขึ้นมาก

            ชายชรามองดวงจันทร์ที่อยู่แสนไกลอย่างเลื่อนลอย

            เขาต้องการทบทวนเรื่องราวสักหน่อย

            องค์หญิงใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ นางก็คือเจ้าเด็กปีศาจ เจ้าเด็กปีศาจก็คือนาง

            เมื่อก่อนก็คิดไปว่าคงจะเป็นเมื่อชาติก่อน หรือหลายชาติก่อนที่เขาได้ติดค้างเจ้าเด็กปีศาจไว้ จึงได้ถูกนางทรมานอยู่ทุกวี่ทุกวัน บัดนี้เพิ่งจะเข้าใจว่าไม่ใช่ชาติที่แล้ว แต่เป็นชาตินี้ต่างหากที่เขาติดค้างนางอยู่

            ชาตินี้เป็นเขาที่ติดค้างนางแล้ว

            “จิ๊ด จิ๊ด จิ๊ด.......” นอกหน้าต่างเสียงแมลงร้องยังคงดังระงม

            โดยเฉพาะในคืนอันเงียบสงัดเช่นนี้ ช่างเหมือนกับว่าแมลงนับร้อยนับพันนั้นมาร้องอยู่ข้างหูตนก็ไม่ปาน

            เตียงไม้ที่ไม่เรียบเสมอกันทำให้นอนแล้วปวดเอวอยู่เสมอ ทว่าเขาก็ยังคงเหยียดตัวลงนอน ไม่มองนอกหน้าต่างอีกต่อไป เพียงนอนราบลงไปบนเตียง

            เตียงหลังนี้ไม่มีผ้าม่านหนาคอยบังไว้ ยอมมองขึ้นไปจึงเห็นเพียงหลังคาเท่านั้น

            หลังคากระท่อมก็ทำจากไม้ ซ้ำยังมีรอยรั่ว ตามรอยรั่วดูเหมือนจะมีแสงจันทร์ลอดผ่านลงมา

            เขาพลาดไปแล้ว เรื่องในปีนั้นเป็นเขาที่ทำผิดไป

            แม้จะกล่าวว่าทำเพื่อแคว้นเชิน ทว่าเมื่อกลับมาคิดทบทวนดูก็พบว่าสิ่งที่เขาทำไปก็ยังคงมีความผิดอยู่ดี

            กระทั่งชะตาชีวิตขององค์หญิงใหญ่ที่ถูกพรากไป เขาก็ไม่ใส่ใจ ทั้งยังไปช่วยสนับสนุนคนร้ายเสียได้

            ราชครูพลันเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดสถานที่ที่ทวยเทพทอดทิ้งเช่นนี้จึงมีเด็กและทารกได้ เด็กหญิงเดิมทีก็ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่แล้ว ทว่าดินแดนที่ทวยเทพทอดทิ้งแห่งนี้กลับส่งผลดีต่อนาง ค่ายกลสังหารที่อยู่มานับพันปีที่ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายนั้นได้กลายมาเป็นแหล่งพลังชีวิตของเด็กหญิง

            ทว่าเด็กหญิงนั้นคงเผลอไปทำลายค่ายกลสังหารโดยไม่ตั้งใจ ด้วยเหตุนี้ภูเขาลูกนี้จึงค่อยๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมา ทว่าคำวินิจฉัยของท่านหมอหูที่กล่าวว่าเด็กหญิงจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวัยปักปิ่นนั้นก็ชัดเจนเหลือเกิน

            แม้ว่าค่ายกลสังหารพันปีจะร้ายกาจนัก แต่เด็กหญิงที่ถูกแย่งชะตาชีวิตไปตั้งแต่กำเนิดก็ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่เช่นกัน

            ราชครูเองก็คิดไม่ออกเช่นกันว่าเหตุใดปีนั้นเขาจึงลงมือทำเรื่องที่เหี้ยมโหดถึงเพียงนั้นลงไปได้

            แต่ก็โชคดีที่เขาทำเช่นนั้นลงไป

            เมื่อชะตาชีวิตขององค์หญิงถูกพรากไป วิญญาณของนางก็จะค่อยๆ สลายไปเช่นกัน การที่เขาสะกดนางไว้ใต้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ก็นับเป็นการรวบรวมจิตวิญญาณให้กลับมารวมกัน จากนั้นก็ไม่รู้ว่าอาลู่เก็บนางขึ้นมาได้อย่างไร ต่อมาอาลู่และนางก็คงถูกจับกลับมายังภูเขาลูกนี้

            ชีวิตและโชคชะตาล้วนเกี่ยวพันกันไม่รู้จบ

            ราชครูเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มที่ราวกับเพิ่งได้รับการปลดเปลื้องพันธนาการในใจออกมา

            “จิ๊ด จิ๊ด จิ๊ด.......” เหล่าแมลงยังคงร้องระงม ส่วนราชครูก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไปพร้อมเสียงของมัน

            “จิ๊ด จิ๊ด จิ๊ด.......” ราชครูค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าตรงหน้าตนนั้นมีใบหน้ากลมพร้อมผมจุกที่ชี้ไปทุกทิศทุกทางกำลังส่งยิ้มให้ตนอยู่

            “ท่านอาจารย์ ตะวันส่องก้นแล้วท่านก็ยังไม่ตื่นนอนอีกหรือ หรือว่าท่านกำลังแอบอู้อยู่”

            ราชครู “...”

            เมื่อคืนเขายังคิดเรื่องเจ้าเด็กปีศาจนี่อยู่ค่อนคืน กลางดึกจึงเพิ่งจะผล็อยหลับไป

            บัดนี้กลับได้ยินเจ้าเด็กปีศาจกล่าวว่าตนแอบอู้ จิตใจก็พลันรู้สึกอ่อนล้านัก

            “อาจารย์รู้สึกไม่ค่อยสบาย วันนี้หยุดเรียนสักวันหนึ่งแล้วกัน ถือว่าอาจารย์ขอลาหยุด” ราชครูมองไปข้างนอกก็เห็นว่าพระอาทิตย์ลอยสูงแล้วจริงๆ

            คาดไม่ถึงว่าเขาจะหลับลึกถึงเพียงนี้

            “ท่านอาจารย์จะให้ข้าช่วยเรียกท่านหมอหูมาไหม” เฉินโย่วถามขึ้น

            ราชครูได้ยินเช่นนั้นก็รีบส่ายหน้า เรื่องของตนเองเขาย่อมรู้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องตามหมอมา

            “เช่นนั้นข้าไปรอท่านอาจารย์อยู่ด้านนอกก็แล้วกัน ท่านอาจารย์ต้องกลัวว่ายาจะขมเป็นแน่ ความจริงแล้วยาไม่ขมหรอก เพียงแต่ไม่อาจช่วยอันใดได้” เฉินโย่วเดินจากไปพร้อมกับจุกผมที่ส่ายไปส่ายมาของนาง ปากน้อยๆ ยังคงพล่ามไม่หยุด

            ราชครูมองแผ่นหลังของเจ้าเด็กปีศาจแล้วในปากก็พลันรู้สึกขมขึ้นมา

            เจ้าเด็กปีศาจนั้นจำเป็นต้องดื่มยา และต้องดื่มมันลงไปทุกวัน

            ราชครูลุกขึ้นมาล้างหน้าแต่งตัว กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเสนอว่าจะไปดูเรือนนางเสียหน่อย

            เฉินโย่วเมื่อได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความดีใจ

            ไม่ต้องไปเรียน ทั้งยังออกไปเล่นได้ แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องดี

            จากนั้นมือคู่เล็กนั้นยังคงยื่นออกมาจับมือใหญ่อย่างเป็นธรรมชาติ

            ใต้แสงตะวันที่สาดส่องเห็นกระท่อมไม้ บนหน้าผาสูงไกลๆ ยังมองเห็นว่าบนยอดเขายังมีหิมะที่ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปก็ไม่เคยละลายปกคลุมอยู่

            เส้นทางสายเล็ก สะพานเถาวัลย์ ถ้ำใหญ่ และทุ่งหญ้า

            ราชครูยังคงจูงมือของเด็กหญิงเดินไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้า เพราะเด็กหญิงนั้นอารมณ์ดีนักจึงเอาแต่กระโดดโลดเต้น

            เขานั้นแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยนึกฝันว่าตนนั้นจะได้จูงมือองค์หญิงใหญ่เดินอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ บนเส้นทางสายน้อยเช่นนี้

            แม้ว่าเขาจะเป็นราชครูที่สถานะสูงส่งเหนือใคร ทว่ายามอยู่ในวังหลวงองค์หญิงก็มีเหล่าข้าราชบริพารกลุ่มใหญ่คอยตามรับใช้อยู่แล้ว เขาจึงไม่อาจไปดูแลนางเช่นนี้ได้

            กระทั่งศิษย์ของเขาก็มีคนคอยตามรับใช้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องดูแลเช่นกัน ตัวเขาเองก็ไม่เคยจูงมือใคร

            ยามเด็กก็ไม่เคยจะกล้าจูงมือท่านพ่อและท่านแม่ เมื่อเติบใหญ่ก็ไม่อยากจะจูงมือศิษย์

            ทว่าบัดนี้มือของเขากลับถูกมือน้อยๆ ของเจ้าเด็กปีศาจจับไว้แน่น

            ด้านหลังชายชราและเด็กหญิงมีม้าตัวหนึ่งย่องตามมาอยู่ตลอด ท่าทางของมันก็ดูเอ้อระเหยนัก

            “ท่านอาจารย์ ท่านไม่มีความสุขหรือ” เด็กหญิงรู้สึกว่าวันนี้ท่านอาจารย์ของตนดูแปลกไป จึงได้เอ่ยถามขึ้น

            “ไม่นี่ อาจารย์มีความสุขดี”

            “อาโย่ว แล้วเจ้าเล่ามีความสุขหรือไม่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันเกิดของตัวเองคือวันใด เมื่อถึงวันเกิดเจ้าแล้ว อาจารย์จะได้มอบของขวัญให้เจ้าสักชิ้นหนึ่ง เจ้ามีอะไรที่อยากได้หรือไม่”

            เฉินโย่วที่กระโดดบ้างเต้นบ้างอยู่นั้นพลันมองเห็นว่าก้อนหินกำลังกระโดดอยู่ มองไปทางดอกไม้ก็เห็นว่าดอกไม้ก็กระโดดอยู่ มองไปทางลำธารก็เห็นว่าลำธารกำลังกระโดดอยู่

            เมื่อได้ยินคำถามของท่านอาจารย์ เฉินโย่วก็ตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก “วันเกิดข้าอยู่ในช่วงฤดูหนาว ยังอีกนานกว่าจะถึง เมื่อถึงแล้วพี่ชายจะทำของอร่อยให้ข้ากิน ข้าอยากได้ชุดขาวๆ นุ่มๆ สักชุดหนึ่ง เมื่อถึงฤดูหนาวทีไรพี่ชายก็ชอบจับข้าห่อเสียจนเป็นก้อนกลม ยามเดินก็หกล้มทุกที”

            เดิมทีราชครูคิดว่านางคงจะกล่าวถึงของขวัญล้ำค่าสักชิ้นหนึ่ง ทว่ากลับกลายมาพูดถึงเสื้อผ้าเสียได้

            ใจของชายชราพลันรู้สึกปวดแปลบๆ

            ของขวัญที่เจ้าเด็กปีศาจอยากได้นั้นกลับเป็นเพียงเสื้อผ้าชุดหนึ่ง

            ราชครูนั้นไม่รู้ว่าควรตอบนางอย่างไรดี

            นางเป็นถึงองค์หญิง นับประสาอะไรกับเสื้อผ้าเพียงชุดเดียว แม้กระทั่งเมืองเมืองหนึ่งก็ยังนำมามอบเป็นของขวัญวันเกิดให้นางได้

            ทว่าเมื่อคิดถึงสภาพของตัวเขาในตอนนี้ราชครูจึงได้แต่อ้าปาก ทว่าก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกมา ทั้งไม่ได้ตอบตกลงกับเด็กหญิง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธนางเช่นกัน

            ราชครูจึงมองเด็กหญิงค่อยๆ เดินออกมาจากถ้ำ

            ในอดีตที่นี่เคยมีม่านลวงตาอยู่ ทว่าหลังจากที่นายท่านใหญ่สิ้นไป ภาพลวงตาก็สลายไปเช่นกัน กลายเป็นเพียงปากถ้ำธรรมดาที่มีทิวทัศน์งดงามเกินบรรยาย

            เมื่อเดินออกมาจากปากถ้ำ สิ่งแรกที่เห็นก็คือทุ่งหญ้ากว้างไร้จุดสิ้นสุด ทำให้คนมองแล้วรู้สึกปลอดโปร่งใจนัก

            กลางทุ่งหญ้าเขียวขจีมีฝูงม้าวิ่งอยู่ มีฝูงแกะขนขาวปุกปุย และจามรีขนยาวเป็นมัน

            ราชครูยืนมองบรรยากาศตรงหน้าอย่างลุ่มหลง โดยมีเฉินโย่วที่ยิ้มกว้างยืนอยู่ข้างกาย

            มือคู่น้อยชี้ไปยังเรือนหลังงามแถวหนึ่งข้างหน้าผา แล้วจึงกล่าวขึ้น “บ้านข้าอยู่ตรงนั้น”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247