ฮัวหยางแนบริมฝีปากที่ต้นคอของอู๋จือ มือปราบหญิงแหงนหน้าขึ้นร้องอืมเบาๆ ลูบไล้สองมือบนต้นขาของหมอหนุ่มไปมา ฮัวหยางเบียดสะโพกเข้า การบดเบียดเสียดสีทำให้ต่างฝ่ายต่างอารมณ์คุโชน
อู๋จือแอ่นตัวไปข้างหน้า ปล่อยให้ฮัวหยางจูบบ่าไหล่ไปถึงแผ่นหลัง มือใหญ่สองข้างลูบไล้หน้าอกของคนร่างบาง แล้วค่อยๆ ผลักให้อู๋จือโน้มตัวไปข้างหน้า
มือปราบหญิงหันกลับมาประคองใบหน้าคมคายของท่านหมออู๋ขึ้นแล้วแนบริมฝีปากลงไป ฮัวหยางสอดลิ้นเข้าแทรกในปากของอีกฝ่ายอย่างชำนาญ อู๋จือครางน้อยๆ ก่อนจะเบียดกายกอดรัดร่างกำยำ
ความร้อนในน้ำยามนี้น่าจะร้อนน้อยกว่าความรู้สึกของคนทั้งสอง แผ่นอกที่แนบชิด ท่อนล่างที่เสียดสีกันจนเหยียดตึง ฮัวหยางรู้สึกว่าตนอยากจะกลืนกินคนที่อยู่ในอ้อมแขน เขาดันให้ร่างอู๋จือเหยียดขึ้นแล้วจูบไล่ลงไปตามแผ่นอก
“จือจือ...ข้ารักเ้า”
อู๋จือเกร็งทุกคราวที่ริมฝีปากของหมอรูปงามััไปบนผิวที่ถูกผู้อื่นแตะต้อง เขาครางเบาๆ เป็การตอบรับ ในหัวของมือปราบหญิงมีภาพในตำราสอนรักของหวังหวั่นวนเวียนเข้ามา
...ไม่ว่าฮัวหยางแตะต้องไปที่ใดของร่างกาย สำหรับนางล้วนเป็ความรู้สึกวาบหวามและตื่นเต้นที่ไม่สิ้นสุด...
ฮัวหยางจูบเปลือกตาของอีกฝ่าย เขารู้สึกว่าอู๋จือยังไม่คลายความระวังตัว เขาจึงลดความเร่าร้อนและเพิ่มความอ่อนโยนเพื่อให้มือปราบหญิงคุ้นเคยกับร่างกายของเขามากขึ้น น้ำที่มีไอกรุ่นร้อนลอยอย่างเกียจคร้านกระเพื่อมแรงตามความปรารถนาของสองหนุ่มสาวที่ถาโถมใส่กัน
อู๋จือทรุดกายนอนลงบนเตียง โดยมีฮัวหยางต้มยาใส่ถ้วยเข้ามายื่นให้ มือปราบหญิงเบ้ปากย่นจมูก
“ข้ามันขม เมื่อใดจะได้เลิกดื่มเสียที”
ฮัวหยางยิ้มน้อยๆ ดวงตาพราวระยับ “นี่ไม่ใช่ยาสลายพิษ แต่เป็ยาบำรุงร่างกายเ้าเพราะข้าใช้ร่างกายเ้ามาสองวันแล้ว เกรงว่าด้านล่างอาจจะระบม”
ดวงตาของคนฟังทอประกายแค้นเคืองขึ้นมาทันที “ท่านมันหมอชั่ว”
“จือจือ” ฮัวหยางยื่นมือมาลูบแขนมือปราบหญิงอย่างเอาใจ น้ำเสียงออดอ้อนฟังแล้วชวนจั๊กกะจี้ “ตอนนี้เ้าแข็งแรงขึ้นมาก ข้าว่าคืนนี้เ้านอนดึกหน่อยก็แล้วกันนะ”
อู๋จือเม้มริมฝีปากแน่น ก้มหน้างุด ในใจก็นึกโทษตนเองที่ใจอ่อนยอมให้อีกฝ่ายทำอย่างว่า
“มา มะ ดื่มยาเถิด ตอนนี้สมดุลหยินหยางในกายเ้า เป็เพราะข้าออกแรงรักษาแบบเข้าถึงภายใน ไม่นานเ้าหายดีแน่”
นางหน้าแดงก่ำ กัดฟันกรอด “ไร้ยางอาย”
ชายหนุ่มหัวเราะพอใจ ในขณะที่คนป่วยรีบหยิบเอาถ้วยยาขึ้นมาดื่มอักๆ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายป้อน พอกระแทกถ้วยยาลงบนถาดก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เ้าของบ้าน
ฮัวหยางยิ้มกริ่ม หันไปวางถ้วยยาไว้บนโต๊ะ ดับเทียนแล้วล้มตัวลง มุดเข้าไปในผ้าห่มด้านหลังคนที่นอนโมโห เขาซ้อนมือเข้าไปกอดอู๋จือแล้วกระเถิบเข้าไปแนบชิดแทบทุกส่วน ครู่หนึ่งนางก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายของเขาคึกคักอยากจะทำเื่อย่างนั้นอีกครั้งแล้ว
“จือจือ ข้าอยากจะ....”
นางหันหน้าไปคิดจะปรามอีกฝ่าย ทว่ากลายเป็การเปิดโอกาสให้ฮัวหยางได้ใช้ริมฝีปากปิดปากของนาง หญิงสาวคล้ายจะไร้เรี่ยวแรงขัดขืน นางเองก็ยากจะต้านความรู้สึกที่ตนเองมีต่อเขา
สุดท้ายคนทั้งสองที่นอนกอดกันใต้ผ้าห่มก็ส่งเสียงครวญครางด้วยความสุขสมไปด้วยกัน
อู๋ฮูหยินนอนรออยู่สองวันก็รู้สึกร้อนใจ นางระแวงว่าหัวหน้าจางจะโกหกเื่อาการาเ็ของบุตรสาวเพราะยังไม่ยอมส่งรถม้ามารับนางเสียที อู๋ฮูหยินจึงว่าจ้างรถม้าให้พานางไปตามหาเรือนปรุงยาของคุณชายใหญ่ฮัวที่นอกเมือง
หลังจากวนเวียนสืบเสาะอยู่พักใหญ่ รถม้าก็พานางไปจอดยังบ้านขนาดกลางที่มีรั้วรอบขอบชิดหลังหนึ่ง “น่าจะเป็หลังนี้ล่ะขอรับ”
“เ้ารอข้าอยู่ข้างนอกก่อนนะ”
หญิงสูงวัยเคาะประตูอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีผู้ใดออกมา พอนางลองผลักประตูก็พบว่าสามารถเปิดได้ นางจึงเดินเข้าไปพร้อมกับร้องถาม
“นี่ใช่เรือนคุณชายใหญ่ฮัวหรือไม่ ”
บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาหา “ท่านมาหาผู้ใดหรือขอรับ ”
“ข้ามาหาอู๋จือ ข้าเป็มารดาของนาง”
“อ้อ มือปราบอู๋หรือขอรับ นอนอยู่ห้องตรงเรือนใหญ่ ท่านเข้าไปได้เลย”
“นางาเ็หนักหรือ ”
“ไม่ขอรับ นางดีขึ้นมากแล้ว กำลังนอนพักผ่อน”
อู๋ฮูหยินเดินลิ่วไปอย่างรวดเร็ว ในใจก็นึกโล่งที่รู้ว่าบุตรสาวตนเองไม่ได้อาการหนักอย่างที่คิด พอถึงหน้าเรือนใหญ่ก็ผลักเข้าไปด้านใน
“จือจือ เ้าอยู่ในนี้ใช่หรือไม่ ”
ฮัวหยางกำลังยกช้อนที่ป้อนข้าวต้มกำลังใส่ปากให้อู๋จือหันมายิ้มให้กับ อู๋ฮูหยิน “ท่านน้า มาได้อย่างไรขอรับ ”
น้ำเสียงของบุตรสาวฟังดูแหบโหย อู๋ฮูหยินกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปที่เตียง
“เ้าปลอดภัยดีนะลูกแม่”
“เ้าค่ะ ข้าปลอดภัยดี”หญิงสาวตอบอ้อมแอ้ม
สายตาของมารดามองไปยังเตียงนอนใหญ่ ผ้าห่มดูยับยู่ยี่เป็บริเวณกว้าง “ดูจากสภาพเตียงของเ้าแล้ว...”
ฮัวหยางหน้าซีด เขานึกแช่งชักหักกระดูกจางเจิ้งจีอยู่ในใจ เขาบอกให้สหายคอยดูอู๋ฮูหยินเอาไว้ก่อน หากจะพานางมาก็ควรบอกกล่าวเขาเสียก่อน ตอนนี้อู๋ฮูหยินบุกมาถึงเรือนปรุงยาของเขา เมื่อครู่หากเขาหูไม่ไวได้ยินเสียงฝีเท้านางก็คงจะลุกจากเตียงไม่ทัน ชายหนุ่มแทบจะกลั้นหายใจรอคำพูดต่อไปของอู๋ฮูหยิน
“ดูเหมือนเ้าจะนอนทั้งวันเลยนะจือจือ”
เ้าของเรือนถึงกับแอบถอนหายใจ “ขอรับ ร่างกายของนางโดนพิษอาคเนย์จำต้องแช่น้ำยาสมุนไพรรักษาวันละหลายครั้งและยังต้องดื่มยาสูตรพิเศษด้วย”
อู๋ฮูหยินหันมาส่งสายตาและประสานมือค้อมศีรษะขอบคุณท่านหมอหนุ่ม “ข้าน้อยต้องขอบคุณคุณชายใหญ่ฮัวมากเ้าค่ะ หากไม่ได้ท่าน บุตรสาวของข้าไม่รู้ว่าป่านนี้จะอยู่ในสภาพใด”
ฮัวหยางละอายใจขึ้นมาวูบ เขารีบใช้สองมือจับแขนของอู๋ฮูหยินด้วยความเกรงใจ “เป็เพราะอู๋จือได้รับาเ็เพื่อป้องกันข้าขอรับ ท่านน้าอย่าได้เกรงใจ ข้าดูแลนางก็สมควรแล้ว”
อู๋ฮูหยินอยู่สอบถามอาการของบุตรสาวอยู่ครู่หนึ่ง พลันนึกขึ้นมาได้ “เมื่อครู่คุณชายใหญ่ป้อนข้าวต้มเ้าอยู่ มือของเ้ายังได้รับาเ็หรือ ”
อู๋จือชะงัก ก่อนหน้าที่มารดานางจะบุกเข้ามา ฮัวหยางเอาข้าวต้มเข้ามาให้นางในห้อง ระหว่างที่รอให้ข้าวต้มเย็นลง เขาก็มุดเข้าไปในผ้าห่มและเย้าหยอกกับนาง พอได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้ที่คุ้นเคย ฮัวหยางจึงรีบกระโจนลงจากเตียงไปคว้าชามข้าวต้มมาทำท่าป้อนนาง
“ก็ยังไม่ค่อยมีแรงเ้าค่ะ คุณชายใหญ่ก็เลยกรุณาช่วยเหลือข้า” หญิงสาวก้มหน้าตอบไม่เต็มเสียง
อู๋ฮูหยินยิ่งรู้สึกเกรงใจฮัวหยางมากยิ่งกว่าเดิม สตรีสูงวัยควักเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ “คุณชายใหญ่ ท่านช่างดีกับพวกเราเหลือเกินเ้าค่ะ ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านได้อย่างไร ”
“ไม่ต้องเกรงใจขอรับ ท่านน้า ข้าบอกแล้วว่านี่เป็สิ่งที่ข้าควรต้องทำ เพียงแต่ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาแช่น้ำยาของอู๋จือแล้ว ท่านน้ากลับไปก่อนเถิด อีกไม่กี่วันนางก็จะหายดีแล้ว”
******************
