ตอนที่ 17 ผีน้ำอาละวาด
เมื่อได้ยินนักพรตตู๋พูดแบบนี้ ผมก็ตกตะลึงทันที
ใช่ ผมเป็คนธาตุน้ำ ไม่เพียงแค่นั้นผมยังเกิดในวันน้ำเดือนน้ำและปีน้ำ จึงถูกเรียกว่าธาตุน้ำไม่มีที่สิ้นสุด
ถึงแม้คนที่เป็แบบผมจะมีไม่มาก แต่มันก็มี
แต่วันเดือนปีเกิดของผมไปทำอะไรใครเข้า ทำไมถึงถูกสิ่งชั่วร้ายจ้องเล่นงานได้กันนะ
หลังจากอาจารย์ได้ยิน เขาเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
จากนั้นอาจารย์ก็ถามนักพรตตู๋ “ท่านนักพรตตู๋ ที่คุณพูด คือของในน้ำไม่ได้ออกมา และ้าใช้ร่างของเสี่ยวฝานงั้นเหรอ”
เมื่อนักพรตตู๋ได้ยิน เขาก็พยักหน้ารับ “ใช่ครับ ที่นี่กลายเป็ที่ขังั เ้าตัวร้ายนั้นอยากจะออกมา แต่ก็จำเป็ต้องใช้ร่างคนที่มีธาตุน้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุดครับ ต้องทำแบบนี้เท่านั้น เขาถึงจะออกมาจากในน้ำได้ ไม่อย่างนั้นการฆ่าคนจำนวนมากก็ไม่ได้ช่วยอะไร”
“แต่สิ่งที่บังเอิญมากคือ โชคชะตาของเสี่ยวฝานดันเข้าตาของเ้านั้นพอดี นี่ถึงได้เกิดเื่ผีร้ายมาทวงชีวิตครับ!”
ตามการคาดเดาของนักพรตตู๋และประสบการณ์ส่วนตัวของผม สำหรับเื่ทั้งหมดนี้ผมเองก็มีการคาดเดาและความคิดเป็ของตัวเอง
ถ้าที่ท่านนักพรตตู๋พูดไม่ผิด งั้นชาวประมงคู่นั้น ั้แ่ต้นจนจบ ก็ถูกคนทำร้าย
เพราะท่านนักพรตตู๋บอกว่า การตายของชาวประมงคู่นี้ 90 เปอร์เซ็นมีความเกี่ยวข้องกับผีน้ำตัวร้าย
และเขายังเดาอีกอย่าง คือก่อนวันที่ชาวประมงคู่นี้จะตาย น่าจะมีใครคนหนึ่งต้องทุกข์ทรมาน นั้นก็คือหลี่กวางหลง เพียงแค่ไม่มีใครรู้เท่านั้น
ภายในระยะเวลานี้ ผมและหลี่เหล่าซานดันเข้าไปเก็บศพที่อ่างเก็บน้ำอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ผลลัพธ์ก็ออกมาดีจริงๆ โชคชะตาที่แสนวิเศษของผม ดันมีความแตกต่างต่อหน้าิญญาร้าย ดังนั้นจึงดึงดูดการฆาตกรรมเข้าสู่ตัว
นี่ก็คือเหตุผล ที่ทำไมก่อนหน้านี้ผีร้ายต้องบุกมาพรากชีวิตผมอย่างต่อเนื่อง
แต่มันก็น่าเสียดายมาก เพราะการพรากชีวิตอย่างต่อเนื่องนั้นกลับล้มเหลว
ผีร้ายที่อยู่ในน้ำยังคงไม่ได้พัก จึงเริ่มใช้วิธีแปลกใหม่กว่าเดิม ควบคุมหลี่กวางหลงที่ตายไปก่อนหน้าสองสามีภรรยาชาวประมงให้ออกไปรับเถ้ากระดูก
จากนั้นก็ทำหลุมฝังศพที่ชั่วร้ายไว้ด้านหลังูเา เพื่อเพิ่มความร้ายกาจให้ผีร้ายทั้งสองตน
แต่ใน่เวลานั้น อาจารย์และเหล่าฉินกลับใช้วิธีต้องห้าม คือให้ผมแต่งงานกับคนตาย
จึงได้ไปศาลเ้าหลักเมือง ฉากที่ยายโม่ออกมาให้ความช่วยเหลือนั้นเอง
สองสามีภรรยาชาวประมงพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผีร้ายตนนั้นจึงเริ่มใช้ไพ่ของหลี่กวางหลง
ในเวลาเดียวกัน วันรุ่งขึ้นพวกเราก็ทำตามที่ยายโม่บอก คือการออกไปสับเปลี่ยนเถ้ากระดูก
จากนั้นก็ได้ค้นพบลูกไม้ที่คนทำไว้โดยบังเอิญ สุดท้ายก็ไล่สืบมาจนถึงบ้านหลี่กวางหลง และพบว่าที่จริงหลี่กวางหลงนั้นได้ผูกคอตายไปนานแล้ว
แต่สิ่งที่บังเอิญยิ่งกว่าคือเมื่อคืน หลี่กวางหลงดันบุกเข้ามาที่บ้าน
ผีตนนี้ร้ายกาจมาก สามารถวางแผนล่วงหน้าทำให้อาจารย์และเหล่าฉินสลบไปได้
ตอนแรกมันคงคิดว่าผมต้องตายแน่ๆ แต่ทันใดนั้นผีเมียก็ปรากฎขึ้น หลี่กวางหลงใกลัวจนเสียสติ เขายังไม่ได้ลงมือก็วิ่งคอตกออกไปทันที
แน่นอน ในเื่นี้ ผม อาจารย์และเหล่าฉิน ต่างไม่มีใครพูดเื่ผีเมียเลยสักคน
แค่พูดว่า ใช้ฝีมือของตัวเอง จนสามารถช่วยชีวิตให้ผ่านไปได้คืนแล้วคืนเล่า
ตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจ จนตอนหลังผมถึงได้รู้ว่า
ชีวิตของคนกับสิ่งลี้ลับมีข้อห้ามเยอะมาก แม้ว่าจะอยู่ในสายงานนี้ก็ตาม แต่ใครก็ไม่อาจล้ำเส้นกันได้
ดังนั้น อาจารย์และเหล่าฉินจึงไม่พูดถึง เมื่อพวกเขาทั้งสองคนไม่พูดมันก็เป็ธรรมดาที่ผมเองก็จะไม่โง่พูดออกมาว่าตัวเองแต่งงานกับคนตาย
หลังจากนักพรตตู๋ทบทวนอีกครั้ง เขาก็สรุปให้พวกเราฟัง
แต่เดิมเื่ราวทั้งหมดต่างขุ่นมัว สุดท้ายพวกเราก็ได้เข้าใจมันอย่างชัดเจน
อาจารย์ถามนักพรตตู๋ว่า “ท่านนักพรตตู๋ ถ้าเป็แบบที่พูด คนที่สร้างเื่นี้ขึ้นมา ก็คือผีชั่วที่อยู่ในน้ำ ขอแค่พวกเราหาวิธีจัดการมันได้ เื่นี้ก็จะจบลงแล้วใช่ไหมครับ”
นักพรตตู๋พยักหน้าเล็กน้อย “ถึงจะเป็แบบนั้น แต่พวกคุณเคยคิดไหมว่า ผีชั่วตนนี้ มีฝีมือได้ถึงขนาดนี้ เกรงว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่จัดการได้ง่ายๆ มันเองก็มีชีวิตเฉกเช่นเดียวกับพวกเรา ต่างเชี่ยวชาญศาสตร์ด้านนี้ คิดจะกำจัดเขา คงจะทำได้ยาก!”
เหล่าฉินขมวดคิ้ว “ไอ้เด็กนี้แล้วมันทำได้ไหมฮะ ฉันเรียกแกมาเพื่อให้จัดการเื่นี้ แต่แกกลับบอกฉันว่าจัดการได้ยากเนี่ยนะ”
เหล่าฉินพูดจาเลวร้ายมาก แต่นักพรตตู๋ก็ยังไม่โกรธ
เขายังยิ้มและพูดกับเหล่าฉิน “ศิษย์พี่คุณยังอารมณ์ร้อนเหมือนเดิมเลยนะ แม้ว่าเื่มันจะจัดการยาก แต่ถ้าพวกเราร่วมมือกัน ก็ไม่ได้แปลว่าจะจัดการไม่ได้นิครับ! ก่อนหน้านี้ผมก็ทำลูกเล่นไว้ที่หลุมศพแล้ว และยังติดยันต์เหลืองไว้ที่บ้านของผีผูกคอตายตนนั้นด้วย”
“รอให้ถึงคืนนี้ พวกเราจะไปรอกันที่บ้านของผีผูกคอตายตนนั้น ถ้าผีชั่วนั้นคิดจะควบคุมทาสพวกนี้อีก เพื่อให้มันได้ร่างกายนี้ของเสี่ยวฝาน คืนนี้มันก็ต้องมา!”
นักพรตตู๋พูดประโยคนี้ด้วยความมั่นใจมาก ราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขา
แต่ผมไม่เข้าใจ จึงถามขึ้น “ท่านผู้าุโตู๋ คุณพูดแบบนี้ คือผีชั่วนี้สามารถขึ้นฝั่งได้ และยังร้ายกาจมากอีกด้วย แล้วทำไมเขาไม่มาลงมือกับผมด้วยตัวเองละครับ ทำไมต้องเปลืองแรงมากขนาดนั้น และอีกอย่างคุณมั่นใจได้ยังไงครับว่าคืนนี้มันต้องมาแน่ๆ”
เมื่อผมพูดขนาดนี้ เหล่าฉินและอาจารย์ก็ต่างหันไปมองที่นักพรตตู๋ อยากฟังคำอธิบายที่สมบูรณ์แบบ
แต่นักพรตตู๋กลับพูด “ที่ผีน้ำสามารถขึ้นฝั่งได้นั้น จะต้องใช้ร่างมนุษย์อย่างแน่นอน เมื่อเข้าสู่ร่างมนุษย์ ความสามารถที่มีก็จะไม่เท่ากับตอนที่อยู่ในน้ำ”
“สำหรับเื่ที่ทำไมถึงมั่นใจ ก็เพราะยันต์เหลืองแผ่นนั้นถูกเรียกว่ายันต์ชำระล้าง ถ้ายันต์แผ่นนี้ยังอยู่ เวลาผีผูกคอตายตนนั้นถูกควบคุมก็จะมีข้อจำกัดเกิดขึ้น ดังนั้นเขาจะต้องมากำจัดมันด้วยตัวเอง”
เมื่อฟังเื่พวกนี้จบ ทุกคนก็เข้าใจทันที
เมื่อมองท้องฟ้า มันก็กลายเป็สีดำไปเสียแล้ว
เพื่อไม่ให้เสียเวลา พวกเราจึงรีบกลับไปที่ร้าน เตรียมของสารพัดหลากหลาย แม้แต่นำเถ้ากระดูกของสองสามีภรรยานั้นมาด้วย เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
่นั้นพวกเรายังกินอะไรกันนิดหน่อย จากนั้นก็ตรงมาที่บ้านของหลี่กวางหลง
บ้านของหลี่กวางหลงเป็บ้านเดียว รอบๆไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ดังนั้นการมาที่นี่ของพวกเรา จึงไม่มีใครพบเห็น
เมื่อมาถึงบ้าน เป็อย่างที่คิดผนังด้านหนึ่งของในบ้าน มียันต์สีเหลืองถูกแปะไว้แผ่นหนึ่งจริงๆ
แต่ว่าเมื่อมองพัดลมเพดานที่อยู่ในบ้าน มันก็ทำให้ผมคิดถึงสภาพที่หลี่กวางหลงผูกคอตาย ทันใดนั้นใจของผมก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
ตอนนี้เป็เวลา 3 ทุ่มตรง พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าผีชั่วตนนั้นจะมาเมื่อไหร่ ทุกคนจึงทำได้เพียงแค่นั่งรอกันอยู่ในบ้าน
ชายชราทั้งสามคนนั้นพูดคุยกันสองสามประโยคเพื่อเป็การฆ่าเวลา เมื่อผมเห็นว่าเฟิงเฉ่วหานเองก็มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม จึงคิดว่าจะเข้าไปทักทายเขาสักหน่อย
แต่สุดท้ายเ้าเด็กนี้กลับทำหน้าเ็า จ้องผมและตอบกลับมา “พวกนายยังมีเื่ปิดบังฉันและอาจารย์ นายไม่ได้แค่โดนผีน้ำตามล่า น่าจะยังมีสิ่งชั่วร้ายอย่างอื่นจ้องอยู่ด้วย! ทางที่ดีคืนนี้นายควรตามติดฉันเอาไว้ ไม่อย่างนั้นนายได้ตายแน่!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของเฟิงเฉ่วหาน ผมถึงกับงงในทันที
ยังมีผีตามติดฉัน นอกจากผีสองสามีภรรยานั้น ผีผูกคอตาย แล้วจะยังมีใครอีกละ
ไม่มีทาง ไม่มีทางหรือว่านักพรตตู๋อ่าวจะมองเห็นผีเมียที่คอยตามปกป้องผมงั้นเหรอ
เดิมทีผมยังคิดจะคุยอีกสองสามประโยค แต่เ้าเด็กนี้กับทำท่าทางเ็าแล้วยังไม่พูดกับผม
เฮ้อช่างน่าเบื่อจริงๆ สุดท้ายผมก็ได้แต่นั่งซังกะตายอยู่ในบ้าน
เมื่อรอบๆเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยมาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง จู่ๆในบ้านก็เย็นขึ้นมาเป็พิเศษ สายลมที่เยือกเย็นไหลเข้ามาสู้ในบ้านอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเทียนในบ้านสั่นไหว “พรึบพรึบพรึบ” ทันใดนั้นแสงเทียนก็เปลี่ยนเป็สีเขียว
เมื่อนักพรตตู๋เห็นสิ่งนี้ เขาก็หน้าซีด รีบพูดออกมาทันที “ทุกคนรีบไปซ่อนตัว เ้านั้นมาแล้ว……”