321 Action! เฮียไป๋ช่วยเบามือหน่อยครับ NC (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 10 นักแสดงตลกที่ถูกภาพลักษณ์ไอดอลฉุดรั้ง

             ด้วยคุณสมบัติของอาชีพนักแสดง ตอนที่ซื้ออะพาร์ตเมนต์ห้องนี้ฉีลั่วอิ่งจึงให้มัณฑนากรออกแบบห้องออกกำลังกายขึ้นมาด้วยเพื่อความเป็๲ส่วนตัวทั้งยังช่วยประหยัดเวลา เนื่องจากการรักษารูปร่างนั้นเป็๲ส่วนหนึ่งของงานไม่เกี่ยวว่าชอบหรือไม่ชอบ

             ผ่านไปสองชั่วโมง ฉีลั่วอิ่งลงมาจากเครื่องออกกำลังกายในสภาพเหมือนคนที่เพิ่งผุดขึ้นจากน้ำเสื้อผ้าบนตัวเขาล้วนชุ่มไปด้วยเหงื่อ

             เขาหันไปมองโทรศัพท์ครั้งหนึ่งและพบว่าเมิ่งไป๋ไป๋ยังไม่ตอบข้อความ

             “กำลังยุ่งอะไรอยู่นะ? ไม่สิ ฉันจะไปสนใจทำไม!” ฉีลั่วอิ่งปิดหน้าต่างแชตและเลื่อนดูโพสต์ในอู้รู่ฉีถูอย่างเรื่อยเปื่อยเขาใช้ผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนคอเช็ดเหงื่อไปด้วย แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ

             ภายในห้องอาบน้ำเต็มไปด้วยไอน้ำ น้ำเส้นเล็กละเอียดราวกับเส้นบะหมี่ไหลออกมาจากฝักบัวอย่างไม่ขาดสายฉีลั่วอิ่งอยู่ด้านหลังฉากกระจกกั้นในห้องอาบน้ำ เขามีรูปร่างสูงเพรียวกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยงามและแฝงไปด้วยพละกำลัง เป็๲หุ่นผู้ชายในอุดมคติที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชื่นชอบในหลายปีที่ผ่านมานี้

             เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่วางไว้บนอ่างล้างมือหินอ่อนดังขึ้นมาไม่หยุดฉีลั่วอิ่งก็ต้องล้มเลิกความคิดที่จะอาบน้ำให้นานกว่านี้สักหน่อย เขาเดินออกจากห้องอาบน้ำดึงผ้าขนหนูผืนใหญ่ด้านข้างมาพันตัวอย่างง่าย มองไปยังสายที่โทรมาครั้งหนึ่งแล้วก็รับโทรศัพท์“ฮัลโหล?”

             “ว่างไหม? ฉันไปหาได้หรือเปล่า?” เสียงของชายหนุ่มดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงกระฉับกระเฉงคุ้นเคย

             ฉีลั่วอิ่งเข้าวงการมาสิบปีจึงมีเพื่อนในวงการมากมาย แต่คนที่คบหาอย่างจริงใจนั้นมีน้อยมากสุดท้ายแล้วทุกคนต่างก็ยุ่งกันหมด แม้๰่๭๫หนึ่งจะถ่ายละครด้วยกันจนสนิทสนมคุ้นเคย แต่จะได้เจอกันอีกครั้งเมื่อไรก็ไม่รู้นานวันเข้ามิตรภาพก็จืดจางลงไปอย่างง่ายดาย

             ส่วน “เหยาเข่อเล่อ” ที่อยู่บริษัทเดียวกัน เป็๲หนึ่งในเพื่อนสนิทที่มีไม่มากของเขาเดิมทีเหยาเข่อเล่อเดบิวต์จากวงไอดอล แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ไม่เป็๲อย่างที่คาดไว้เขาจึงผันตัวมาเป็๲พิธีกรรายการวาไรตี้และได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างคาดไม่ถึง จนมีฉายาว่า“นักแสดงตลกที่ถูกภาพลักษณ์ไอดอลฉุดรั้ง”

             ฉีลั่วอิ่งเปิดลำโพงโทรศัพท์แล้ววางไว้ข้างอ่างล้างมือจากนั้นก็หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดผมแล้วจงใจพูดด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน“ถ้าฉันบอกว่าไม่ว่างนายก็จะไม่มาเหรอ?”

             เหยาเข่อเล่อจับความกระแนะกระแหนในคำพูดของฉีลั่วอิ่งออก และหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจ“ฉันอยู่หน้าประตูแล้ว มาเปิดประตูสิ!”

             ฉีลั่วอิ่งเดาะลิ้นครั้งหนึ่ง“นายรู้ใช่ไหมว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่ากริ่งประตูน่ะ?”

             “คราวก่อนฉันกดกริ่งแล้ว แต่นายไม่สนใจฉัน”

             “คราวนั้นนายบอกว่าฉันไม่อยู่บ้านไม่ใช่เหรอ?”

             “เหมือนจะเป็๲อย่างนั้นนะ?”

             “รอแป๊บหนึ่ง ฉันไปใส่เสื้อผ้าก่อน” ฉีลั่วอิ่งเช็ดผมจนหมาดและหยดน้ำบนตัวก็แห้งเกือบหมดแล้วแต่เขาก็ยังต้องใส่เสื้อผ้า สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่จะสามารถเห็นกันและกันในสภาพเปลือยเปล่าได้

             “นายคงไม่ได้อยู่ใน๰่๥๹เวลาสำคัญใช่ไหม? ฉันกลับก่อนจะดีกว่าหรือเปล่า?อีกเดี๋ยวเจอหน้ากันจะเรียกว่าอะไรดี? ไม่สินายบอกมาก่อนว่าเป็๲ผู้ชายหรือผู้หญิง? เป็๲คนในวงการหรือนอกวงการ? ให้ฉันเตรียมใจสักหน่อย”

             “สมองนายมีแต่ความคิดสกปรกหรือยังไง? เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็ต้องใส่เสื้อผ้าสิ”

             “เสร็จธุระแล้วเหรอ? งั้นแปลว่าฉันก็ไม่ได้มารบกวนนาย”

             ฉีลั่วอิ่งกลอกตามองบน “นายรอก่อนเถอะ อย่าหนีล่ะ”

             “เฮ้! อย่าพูดอย่างนี้สิ ฉันกลัวนะ”

             ฉีลั่วอิ่งเลิกคิ้ว หลังจากจงใจส่งเสียงฮึดฮัดออกไปก็วางสายโทรศัพท์แล้วเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวเลือกเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวและกางเกงลำลองออกมา

             ภาพที่ฉีลั่วอิ่งเห็นหลังจากเปิดประตู คือ เหยาเข่อเล่อที่กำลังนั่งยองๆอย่างไร้ภาพลักษณ์อยู่ด้านนอกและศึกษาลวดลายบนพื้นอย่างเบื่อหน่ายเมื่อเห็นประตูเปิดออกเขาก็เริ่มประท้วงทันที “ทำไมถึงใส่เสื้อผ้านานขนาดนี้?ถึงนายจะไม่ใส่เสื้อผ้าแล้วมาเปิดประตูให้ฉันก่อนฉันก็ไม่ถือหรอกนะ”

             “แต่ฉันถือ!” ฉีลั่วอิ่งถลึงตาใส่เหยาเข่อเล่อครั้งหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเอียงตัวเปิดทาง“เข้ามาสิ”

             “นายไม่ใช่ดาราสาวสักหน่อย ไม่มีคนอยากดูมากมายขนาดนั้นหรอก”

    ----------

    ฉีฉี : “ใครบอกว่าไม่มีคนอยากดู? อย่างน้อยเมิ่งไป๋ไป๋ก็อยากดูใช่ไหม?”