King of world ราชันแห่งพิภพ

    โกเลมดาวตก


    พอทุกคนเริ่มหลับใหลไปทีละคนจนเกือบหมด งานเลี้ยงก็จบลง ที่เหลือรอดมาคือหนึ่งชายหนุ่ม หนึ่งชราและเหล่าผู้สูงอายุของเผ่าพันธุ์วีดอีกหลายคนที่ไม่มีแรงไปเต้นแร้งเต้นกาเหมือนเหล่าผู้เยาว์
    ใบหน้าวาสแดงอ่อนๆ ภายหลังที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวไปนอนในกระโจม เขาก็กลับมานั่งข้างๆผู้เฒ่าเวนก้า
    “ผมมีเรื่องอยากจะถามท่านผู้เฒ่าหน่อยครับ”
    “ถามสิ่งใดหรือท่านวาส”
    ชายหนุ่มเดินไปยังจุดที่มีข้าวของของเขาวางอยู่และดึงผ้าคลุมที่ปกคลุมบางอย่างออก สิ่งที่อยู่ใต้ผ้าคลุมคือศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำที่วาสได้มาเนิ่นนานแล้ว
    ผู้เฒ่าเวนก้าเพ่งสายตามอง จากนั้นแววตาก็ฉายแววแตกตื่น!
    “โกเลมดาวตก! ท่านเอามันมาจากไหนกัน!”วาสเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่วิหารกายาแห่งเอลไฮม์ให้ผู้เฒ่าเวนก้า ต้นไม้ชรามองชายหนุ่มชาวมนุษย์ด้วยสายตาทึ่งปนอิจฉาในโชคลาภของเขา
    “ท่านช่างโชคดีจริงๆที่ได้พบกับมรดกของเผ่าพันธุ์เอลไฮม์”
    “ท่าผู้เฒ่ารู้จักเผ่าพันธุ์เอลไฮม์ด้วยหรือครับ”ผู้เฒ่าเวนก้าถอนหายใจยาวเหยียด แววตาฉายแววรำลึกความหลัง
    “ เผ่าพันธุ์เอลไฮม์เดิมเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ชาวเอลไฮม์ทุกคนล้วนมีจิตใจเมตตา พวกเขาถือเป็นเผ่าพันธุ์แรกๆที่มายังโลกใบนี้ ภายหลังที่เริ่มตั้งตัวได้พวกเขาก็เริ่มคอยดูแลมือใหม่ที่ถูกส่งมา คอยสั่งสอนสิ่งที่ควรเรียนรู้ คอยปกป้องทุกชีวิตจากอันตราย ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนเคารพชาวเอลไฮม์ แต่มีวันหนึ่งเผ่าพันธุ์ของเขากลับล่มสลายไปอย่างกะทันหัน แทบไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุการล่มสลายนั้นและไม่ใช่แค่เผ่าพันธุ์เอลไฮม์เท่านั้นที่ล่มสลาย หลายเผ่าพันธุ์ที่จงรักภักดีกับพวกเขาก็ล่มสลายตามไปด้วยเช่นกัน จากนั้นก็ไม่มีใครเคยพบเผ่าพันธุ์เอลไฮม์และบริวารของพวกเขาอีกเลย”
    “แล้ววิหารนั้น...”
    “นั่นคือวิหารที่ราชาเอลไฮม์สร้างขึ้น แหวนทั้ง 5 วงคือสัญลักษณ์ของราชาของเผ่าพันธุ์เอลไฮม์ หากผู้ใดสามารถครอบครองได้ทั้ง 5 วงก็จะได้เป็นราชาคนต่อไปของเผ่าพันธุ์เอลไฮม์ ส่วนโกเลมดาวตกก็คือสิ่งที่ชาวเอลไฮมสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณ มันทำขึ้นจากแร่หายากที่มาจากดวงดาวที่ตกกระทบลงมาบนโลก มีความแข็งแรงคงทนมากมีเพียงอาวุธระดับ 9ที่จะทำลายลงได้ หากนำไปทำอาวุธหรือชุดเกราะมันสามารถกลายเป็นของระดับ 8 ได้อย่าง่ายดาย และสิ่งที่ทำให้มันขยับได้ก็เพราะแก่นชีวิตที่อยู่ภายในศีรษะของมัน แก่นชีวิตสามารถมอบชีวิตให้กับสิ่งนั้นและยังทำให้มันมีความสามารถซ่อมแซมส่วนที่ผุพังได้ในพริบตานับเป็นอีกสิ่งที่ล้ำค่าเช่นกัน จากเท่าที่ข้าเดาพวกเขาคงสร้างโกเลมดาวตกไว้เพื่อทดสอบผู้สืบทอดตำแหน่งราชาของพวกเขา การที่ท่านได้แหวนวงนั้นมาครองก็แสดงว่าท่านก็มีโอกาสจะขึ้นเป็นราชาของเผ่าพันธุ์เอลไฮม์เช่นกัน แต่น่าเสียดาย... ”วาสรับฟังเรื่อยๆ ตั้งใจฟังแต่สิ่งที่เขาสนใจเท่านั้นเรื่องอื่นไม่ค่อยสนสักเท่าไหร่ พอได้ฟังว่าแร่ที่ทำเจ้าโกลเมดาวตกนี้สามารถนำไปสร้างอาวุธและชุดเกราะระดับ 8 ได้ก็ดีใจจนเนื้อเต้น ยิ่งคิดไปถึงร่างที่ไร้ศีรษะของมันที่นอนนิ่งอยู่ในวิหาร เขาก็ยิ่งรู้สึกยินดีแต่เมื่อคิดถึงพวกก็อบลินและสมาคมนักสำรวจที่ค้นพบวิหารนั้นเช่นกันก็เริ่มรู้สึกังวล
    ‘เป้าหมายแรกที่ต้องไปก็คือวิหารกายาแห่งเอลไฮม์สินะ’ชายหนุ่มรีบกล่าวราตรีสวัสดิ์กับผู้เฒ่าเวนก้าและขอตัวไปนอนหลับพักผ่อน พรุ่งนี้เขาต้องรีบออกเดินทางเพื่อป้องกันไม่ให้ใครนำร่างโกเลมดาวตกไปก่อน
    หลังจากวาสจากไปไม่นานก็มีชายชราชาววีดอีกคนเดินมาหาผู้เฒ่าเวนก้าและเอ่ยถามว่า
    “ทำไมท่านถึงไม่เล่าเรื่องเผ่าพันธุ์เอลไฮม์ให้เขาฟังทั้งหมดกันละ?”ผู้เฒ่าเวนก้าเงียบแล้วถอนหายใจออกมากล่าวเสียงเรียบว่า
    “มันยังไม่ถึงเวลา.....”




    “ฉันไปก่อนนะ”เช้าวันต่อมาวาสก็มายืนอยู่ปากทางเข้าหุบเขาลวงตา ที่ด้านหลังคือไป๋ฟาง โตโต้และผู้เฒ่าเวนก้าที่ออกมาส่ง
    ครั้งนี้ชายหนุ่มเลือกที่จะเดินทางคนเดียว เหตุเพราะโตโต้ต้องการจะอยู่กับครอบครัวสักระยะหนึ่ง ส่วนไป๋ฟางก็ถูกผู้เฒ่าเวนก้าขอร้องให้ช่วยปรับสภาพแวดล้อมในโลกมิติโดยแลกกับการจะช่วยสั่งสอนเกี่ยวกับการปรุงยาและพันธุ์พืชต่างๆเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของมันออกมา
    วาสกระโดดขึ้นหลังซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์ เขาไม่ได้เรียกซากทัพออกมาคุ้มกันสักตัว เนื่องจากชายหนุ่มสามารถเรียกพวกมันออกมาได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
    อีกอย่างถ้ามีซากทัพมากเกินไปก็จะสะดุดตาไปเปล่าๆ
    ซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์กระพือปีกใหญ่พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า ชายหนุ่มสั่งให้มันบินเหนือเมฆหลบเลี่ยงจากสายตาสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน
    อากาศยามเช้าวันนี้สดชื่นเหมือนทุกวัน ชายหนุ่มยื่นมือไปสัมผัสเมฆที่อยู่รอบตัว ท้องฟ้าเหนือเมฆมีแต่ทะเลเมฆที่ขาวสะอาดกว้างสุดสายตา
    แต่การขึ้นมาสูงเช่นนี้ร่างกายของเขาก็ต้องพบการแผดเผาจากดวงอาทิตย์ในระยะที่ใกล้ขึ้น ชายหนุ่มเร่งซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์ให้บินเร็วขึ้น ใช้สายลมดับความร้อน มือหนาจิกเข้าไปที่ขนของซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์เพื่อยึดร่างไม่ให้ปลิวไปตามลม
    ซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์บินขึ้นลงเหนือใต้เมฆหลายครั้ง เพราะวาสมองไม่เห็นเส้นทางที่จะไป จุดมุ่งหมายในวันนี้คือวิหารกายาแห่งเอลไฮม์ที่เขาเคยมาในอดีต
    วิหารกายาแห่งเอลไฮม์อยู่อีกด้านหนึ่งของป่าหมื่นพิษ และเป็นทิศตรงข้ามกับที่วาสเดินทางมาหุบเขาลวงตา
    ดังนั้นเขาจึงต้องเสียเวลาไปป่าหมื่นพิษก่อนและเดินทางไปที่วิหารกายาแห่งเอลไฮม์ต่อ
    ‘จะว่าไปเราเคยทิ้งซากทัพจำนวนหนึ่งไว้ที่หลุมของไส้เดือนกระหายเลือดนี่หว่า’ดูท่าก่อนจะไปวิหารกายาแห่งเอลไฮม์เขาจะต้องแวะไปรับซากทัพที่ซ่อนไว้ก่อน
    เพียงไม่นานวาสก็มาถึงป่าหมื่นพิษ ชายหนุ่มมองป่าหมื่นพิษแบบผ่านๆและตรงไปที่ที่ราบกว้างใหญ่ที่แห้งแล้งจนแทบไม่มีหญ้าขึ้นสักต้น พื้นดินถูกปะปนไปด้วยกรวดทรายและเต็มไปด้วยหลุมลึก
    ซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์ร่อนลงสู่พื้นดิน วาสมองไปรอบๆและตรงไปที่หลุมหนึ่งซึ่งปากหลุมเขาได้ทำสัญลักษณ์ไว้เพื่อให้จดจำได้
    หลังเก็บซากทัพมาหมดเขาก็ออกเดินทางต่อทันที จุดหมายต่อไปคือภูเขาสูงที่ตั้งของวิหารกายาแห่งเอลไฮม์!
    “หือ..นั่นมัน..พวกก็อบลิน”ที่หน้ากำแพงดินสูงใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาลูกนี้มีประตูที่ถูกทำขึ้นจากหินสีขาวที่มีบานพับถูกแกะสลักและวาดด้วยลวดลายสีทองสวยงาม และบริเวณรอบข้างเต็มไปด้วยกระโจมที่พักหลายหลัง ก็อบลินมากมายเดินขวักไขว่ เต็มไปหมด
    พวกก็อบลินชี้นิ้วมองซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์ตัวใหญ่ที่เหนือศีรษะพวกมันด้วยความสนใจ พวกมันคิดว่าซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์ เป็นมอนเตอรตัวหนึ่ง แต่พวกมันไม่อาจเห็นได้ว่าบนหลังของนกตัวใหญ่นั้นมีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่
    ‘พวกมันมาทำอะไร สมบัติเราก็เอาไปหมดแล้วนี่..อ่ะ!..โกเลมดาวตก’ที่ประตูสีขาวขนาดใหญ่ พวกก็อบลินนับร้อยตัวกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างไร้ศีรษะอันหนักอึ้งของโกเลมดาวตกออกมา
    ‘เกือบมาไม่ทันแล้ว’ชายหนุ่มรู้สึกหวาดเสียวเล็กๆ หากมาช้ากว่านี้อีกนิด ร่างของโกเลมดาวตกคงถูกพวกมันชิงตัดหน้าเอาไปก่อนแน่
    ‘มีราวๆพันตัว น่าจะไหวอยู่’ซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์บินฉีกไปด้านหลังภูเขา หายลับไปจากสายตาพวกก็อบลิน
    ชายหนุ่มกลับลงสู่ผืนดิน หันมองรอบตัวไม่เห็นมีก็อบลินก็เรียกใช้วังวนสีฟ้าขึ้นมา
    ซากทัพตัวแล้วตัวเล่าทยอยออกจากวังวนจนมีจำนวนนับพันตัว วาสสั่งให้พวกมันกระจายไปล้อมรอบภูเขาลูกนี้
    ซากทัพกระจัดกระจายเดินไปทั่วเหมือนมอนเตอร์ธรรมดา วาสขึ้นหลังซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์และสั่งให้มันขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง
    ชายหนุ่มคอยสั่งซากทัพทางความคิดจากบนฟ้า ให้พวกมันกระชับพื้นที่ล้อมกรอบค่ายก็อบลิน ในระหว่างนั้นมีซากทัพบางตัวที่พบก็อบลินอยู่ในป่า พวกมันรุมสังหารก็อบลินพวกนั้นอย่างรวดเร็วและออกเดินต่อ
    ทันทีที่ได้ระยะเหมาะสมชายหนุ่มก็สั่งการในหัวว่า
    ‘ฆ่าพวกมันให้หมด’
    กี้ๆๆๆ มอนเตอร์บุก!
    ก็อบลินพากันตะโกนเสียงหลง พวกมันพากันหยิบอาวุธออกมารับมือซากทัพที่โผล่ออกมาทุกทิศทาง
    “เกิดอะไรขึ้น!”ก็อบลินตัวใหญ่เดินออกมาจากกระโจม ในมือมีดาบสองคมเล่มใหญ่ ครั้นเห็นซากทัพจำนวนมากมันก็ตวาดลั่นพุ่งเข้าโรมรันกับซากทัพอย่างดุร้าย ดาบสองคมหั่นร่างซากทัพขาดเป็นชิ้นๆ
    ‘เก่งขนาดนี้...ขุนพลก็อบลินแน่ๆ’ชายหนุ่มคิดสีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก
    ซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์บินโฉบเหนือพื้นที่ต่อสู้ ชายหนุ่มกระโดดทิ้งตัวลงมาฟันดาบยักษ์สีดำข้าใส่ขุนพลก็อบลิน
    ขุนพลก็อบลินเห็นเงาดำที่ทาบผ่านศีรษะจึงเงยหน้าขึ้นมองสบเข้ากับดวงตาเย็นชาสีดำระยะประชิด
    “มนุษย์! อ๊ากกก!”ขุนพลก็อบลินไม่อาจป้องกันการโจมตีของวาสได้ทัน ได้แต่เบี่ยงคมดาบให้พ้นจุดตาย ดาบยักษ์สีดำวาดผ่านตั้งแต่ช่วงไหล่ยาวลงมาจนถึงสะโพก
    “เจ้า!....”ขุนพลก็อบลินถอยหลังกรู แต่มันไม่รู้ว่าที่ด้านหลังมันปรากฏวังวนสฟ้าขึ้น ก่อนจะมีขวานเล่มใหญ่ฟันเข้าใส่แผ่นหลังมันอย่างแรง
    อ๊ากกก!
    ขุนพลก็อบลินกลิ้งไปกับพื้น บาดแผลฉกรรจ์บนร่างมีน้ำพุเลือดฉีดพุ่งออกมา มันหันมองไปที่ด้านหลังด้วยสายตาไม่เข้าใจ
    เจ้าของการกระทำเดินออกมาจากวังวนสีฟ้า มันคือก็อบลินตัวใหญ่มัดกล้ามเป็นมัดๆ บนร่างสวมเกราะสีแดงและมีขวานสองคมถืออยู่ในมือ
    “จะ..จีซัส!”ขุนพลก็อบลินขยายตากว้าง มองซากทัพขุนพลก็อบลินด้วยความตื่นตะลึง
    แต่วาสขี้เกียจฟังมันพูดพล่าม ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่ขุนพลก็อบลินพร้อมๆกับซากทัพจีซัส
    “บัดซบ!”อาวุธในมือขุนพลก็อบลินมีเพียงหนึ่งแต่ต้องรับมือศัตรูถึงสอง มันตัดสินใจยกดาบปัดขวานของซากทัพจีซัสและกระโจนถอยหลังหลบดาบยักษ์สีดำของวาส
    ชายหนุ่มฉีกยิ้ม ใช้สกิลออกมา
    สกิลมิติเชื่อมต่อ!
    วังวนสีฟ้าปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของวาสและด้านหลังของขุนพลก็อบลินพร้อมๆกัน ชายหนุ่มแทงดาบยักษ์สีดำเข้าไปสุดแรง
    คมดาบยักษ์สีดำหายเข้าไปในวังวนสีฟ้าและโผล่ออกมาจากวังวนสีฟ้าด้านหลังขุนพลก็อบลิน ทะลวงผ่านกลางอกของมันอย่างเลือดเย็น
    เลือดสีแดงคล้ำทะลักออกมาจากปากของขุนพลก็อบลิน มันมองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่ชีวิตของมันจะดับวูบลง
    ‘น่าเสียดาย ยังไม่รู้เลยว่ามันใช้สกิลอะไรได้บ้าง’
    วาสกระชากดาบออกมา ร่างของขุนพลก็อบลินหล่นตุบลงกับพื้น ก็อบลินรอบๆมองศพของขุนพลก็อบลินอย่างไม่เชื่อสายตา
    ชายหนุ่มไม่คิดปราณีพวกมัน สั่งซากทัพไล่ฆ่าจนไม่เหลือแม้ตัวเดียว!!



    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179