ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 09/05/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 8
โนวา Talk
แสงจากโคมไฟหัวเตียงส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ทาบลงบนผนังสีซีดของห้องพักแบบรวมที่เราเช่าร่วมกันเพื่อถ่ายทำโปรเจกต์นี้ ห้องมันไม่กว้างมากหรอก แต่พอทุกคนกระจายตัวแยกย้ายกันไปตามจังหวะชีวิตในแต่ละคืน ก็เหลือเพียงความเงียบที่เคยชิน...
แต่คืนนี้มันเงียบเกินไป
ผมนั่งพิงหัวเตียง มือข้างหนึ่งกอดหมอนข้างไว้แน่น ส่วนสายตาจ้องไปที่หน้าต่างบานหนึ่งที่สามารถมองออกไปเห็นฝั่งห้องพักอีกอาคารหนึ่งได้ชัดเจน
ไฟจากฝั่งนั้นยังเปิดอยู่
เสียงหัวเราะเจือเสียงผู้หญิงลอดผ่านลมยามค่ำแทรกเข้ามาในห้อง ราวกับมันจงใจผ่านผ้าม่านบาง ๆ เพื่อให้ผมได้ยินชัด
เสียงนั้น...เป็เสียงของเธอ
ผมหลับตา แล้วก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหันไปหยิบสมุดบันทึกงานตัดต่อที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาเปิดดู หน้าเปล่าหลายหน้าเรียงตัวกันอยู่ตรงหน้า ไม่มีแม้แต่ตัวอักษร ไม่มีแม้แต่สเก็ตซ์ ไม่มีแม้แต่แพลนไทม์ไลน์สำหรับวิดีโอที่ควรจะต้องเสร็จภายในอาทิตย์หน้า
เพราะอะไรเหรอ?
เพราะในหัวผม...มีแต่ภาพของเธอ
วันนี้ทั้งวัน ผมแทบไม่ได้ถ่ายอะไรเลยนอกจากภาพของไบร์ท คนอื่นที่อยู่ในช็อตเดียวกันกลายเป็แค่เงาหรือแบ็กกราวด์ พอจะกดลบภาพหนึ่ง ก็เผลอเลื่อนดูอีกภาพของเธอแทน
ทั้งที่ตอนนั้น...ผมตั้งใจจะไม่สนใจแล้วด้วยซ้ำ
แต่สุดท้าย ผมก็ยังเป็แบบนี้
ไบร์ทยิ้มให้พี่ทีตอนซ้อมบท รอยยิ้มที่เธอเคยมีให้ผมบ่อย ๆ มันไปปรากฏอยู่ตรงหน้าใครอีกคน ที่ไม่ใช่ผม
ตอนนั้นผมนิ่งเงียบ ถ่ายรูปต่ออย่างไม่มีคำพูด แต่ในใจมันเหมือนอะไรบางอย่างถูกกระแทกซ้ำ ๆ ใต้กระดูกซี่โครง
ผมรู้ดีว่า...ไม่ควรรู้สึกอะไรแบบนั้นด้วยซ้ำ
ก็เรามันแค่เพื่อนกันนี่
แต่ความคิดที่แวบเข้ามากลับเป็อีกคำหนึ่ง ‘อิจฉา’
ผมก้มหน้าลง ช้า ๆ พิงหน้าผากเข้ากับปลายหมอนข้างที่ยังคงกอดเอาไว้แน่น
"นี่กู...อิจฉาเหรอวะ?"
คำถามนั้นมันไม่ใช่แค่เสียงในหัว แต่มันกลั่นออกมาเป็เสียงจริง ๆ ที่ผมพึมพำออกมาเบาแ่ราวกับกลัวใครจะได้ยิน ทั้งที่ผมนั่งอยู่คนเดียวในห้อง
แล้วผมก็หลับตาแน่น
ไม่อยากยอมรับมัน ไม่อยากรู้ตัว ไม่อยากรู้สึก ไม่อยากให้มันกลายเป็อะไรไปมากกว่าความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุดระหว่างเรา ‘เพื่อน’
แต่ตอนนี้...ผมไม่แน่ใจแล้วว่าผมยังเป็เพื่อนที่ดีให้เธอได้อยู่ไหม
ผมเปิดสมุดบันทึกในมืออีกครั้ง พยายามจรดปากกาเพื่อเขียนอะไรลงไปเกี่ยวกับโปรเจกต์ แต่มือมันกลับค้างอยู่กลางหน้ากระดาษ ไม่มีคำไหนพรั่งพรูออกมาเลย
เพราะหัวใจมันพร่ำแต่ประโยคเดียว
‘กลัวจะเสียเธอไป’
และที่น่ากลัวกว่านั้น...
ผมกลัวว่า ถ้าไม่ทำอะไรตอนนี้ ผมอาจจะไม่ได้แม้แต่สถานะเพื่อนอีกเลย
ผมนั่งอยู่นิ่ง ๆ อย่างนั้นนานจนเสียงหัวเราะจากฝั่งห้องของไบร์ทเงียบลงไป เสียงเปิด–ปิดประตูบางเบาดังขึ้นแทน ก่อนจะถูกกลืนหายไปในเงียบงันของค่ำคืน
คงเข้านอนกันแล้ว
ไฟห้องฝั่งนั้นยังเปิดอยู่ แต่ผ้าม่านถูกรูดลง ปิดบังทุกภาพที่ผมเคยแอบมองผ่านบานหน้าต่าง
ผมขยับตัวช้า ๆ วางสมุดลงบนโต๊ะข้างเตียง หยิบกล้องที่วางพาดอยู่บนกระเป๋ากล้องขึ้นมา เปิดดูรูปภาพที่เพิ่งถ่ายไว้ในวันนี้ ปลายนิ้วแตะปุ่มเลื่อนภาพอย่างไร้จุดหมาย
แต่ทุกภาพที่โผล่ขึ้นมา...กลับมีแต่เธอ
ไบร์ทตอนก้มหน้าดูบท ไบร์ทตอนหัวเราะกับทีมงาน ไบร์ทที่หันมายิ้มให้กล้องด้วยแววตาสดใสแบบที่ผมไม่เคยเห็นในตอนที่อยู่กับผม
เธอยิ้มให้คนอื่นมากกว่ายิ้มให้ผมแล้วใช่ไหม?
ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างร้อน ๆ วูบผ่านหน้าอกด้านซ้าย มันไม่ถึงขั้นเจ็บ แต่มันทรมาน
ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า การที่เราอ้อนเธอบ้าง หยอกเล่นบ้าง มันก็แค่เื่ของความเคยชิน การอยู่ใกล้กันมันทำให้เราชินกับการมีเธอในชีวิตแบบนี้
แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจ
มันอาจไม่ใช่แค่เคยชินอีกต่อไปแล้ว
เสียงในหัวมันเถียงกันวุ่นวาย มีทั้งกล้าและกลัวตีกันสลับไปมา
กล้า...ที่จะยอมรับว่ารู้สึก
กลัว...ที่จะเสียเธอไป
กล้า...ที่จะเปลี่ยนสถานะ
กลัว...ว่าเธอจะไม่้ามัน
ผมหลับตาลงอีกครั้ง พิงหลังกับหัวเตียงอย่างเหนื่อยล้า รู้สึกว่าทั้งวันมันดูยาวนานกว่าปกติ ทั้งที่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่าการถ่ายทำและกินข้าวเย็นเหมือนทุกวัน
แค่วันนี้...มีพี่ทีที่ยืนอยู่ข้างเธอ และเธอก็ยิ้มให้เขาเหมือนที่เคยยิ้มให้ผม
เท่านั้นเอง
แต่ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนผมกำลังหล่นลงไปในหลุมลึกที่ไม่มีใครมองเห็น
ผมถอนหายใจเบา ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปปิดไฟในห้อง ทิ้งความมืดให้กลืนกินทุกสิ่งอย่างช้า ๆ ก่อนจะกลับมาล้มตัวลงนอนบนฟูกเดี่ยวแคบ ๆ ที่เย็นเยียบ
จ้องเพดานอย่างว่างเปล่า...และบอกกับตัวเองในใจ
พรุ่งนี้จะไม่อ้อนแล้ว
เพราะถ้าเธอไม่รู้ว่ามันสำคัญแค่ไหน...งั้นผมคงต้องหยุดก่อนจะกลายเป็คนที่น่ารำคาญในสายตาเธอจริง ๆ
แล้วดูซิ ว่าเธอจะรู้สึกอะไรบ้างไหม ถ้าผมหายไปจากมุมที่เธอเคยเห็นทุกวัน