ตอนที่ 17 เห็นผลในครั้งแรก (1)
วิธีรักษาด้วยการนวดเป็นการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาจนไปถึงกายภาพบำบัด นอกจากเส้นประสาท ข้อต่อกระดูกแล้ว ยังให้ผลดีอันน่าทึ่งกับโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้ออีกด้วย
และสิ่งที่กู้เชียนเสวี่ยกำลังทำ คือเน้นไปที่การนวดรักษาอาการชาและการแข็งตัวของกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่แพทย์ในยุคปัจจุบันคิดค้นขึ้นมา เทียบกับการการกดจุดในสมัยโบราณแล้ว จะออกแรงและกำลังอย่างเต็มที่ มือที่นวดก็ต้องเร็วและใช้แรงมากทีเดียว แม้ผู้ป่วยจะต้องทนรับความเจ็บปวด แต่ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจน
ที่กู้เชียนเสวี่ยมีทักษะด้านนี้เพราะยุคปัจจุบัน นางเคยเป็นอาสาสมัครที่สถานสงเคราะห์ และภายในสถานสงเคราะห์นั้น ก็มีเด็กพิการแต่กำเนิดหลายคน รวมถึงเด็กที่พิการทางสมองและป่วยเป็นดาวน์ซินโดรม เพราะการรักษาที่ดูรุนแรงมีผลดีต่อโรคเหล่านี้ กู้เชียนเสวี่ยจึงเลือกเรียนโดยเฉพาะ
แต่ก็ไม่เคยคิดว่าขนาดข้ามมิติมาในช่วงเวลานี้แล้วจะยังได้ใช้มันอีก!
ในขณะที่กู้เชียนเสวี่ยกำลังนวด นางก็นวดคลึงราวกับพระสนมฉินเฟยเป็นก้อนแป้งที่ไร้ชีวิต มีบางมุมที่เข้าใจผิดนึกว่ากำลังดึงแยกกระดูกออกจากกันเสียอีก
เซินหมอมอตกใจอ้าปากตาค้าง นางมีสีหน้าซีดเผือดและอยากจะเข้าไปห้าม แต่พอได้เห็นสีหน้าของกู้เชียนเสวี่ยที่ดูตั้งใจนั่นแล้วก็ยอมอดทนเอาไว้
สุดท้ายอาจเพราะดูป่าเถื่อนมากเกินไป เซินหมอมอจึงหันหลังให้เสียเลย ไม่กล้ามองดูอีก
การนวดดำเนินต่อไปถึงครึ่งชั่วยาม[1]
ความจริงแล้ว กู้เชียนเสวี่ยรักษาเกินความเหมาะสมไปเสียหน่อย หากเป็นสถานการณ์ปกติทั่วไป ระยะเวลาของการนวดเพื่อการรักษานั้นอยู่ที่แค่ประมาณยี่สิบนาทีเท่านั้น อย่างมากที่สุดก็ไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง แต่ที่นางทำมาถึงหนึ่งชั่วโมง ที่จริงก็เพื่อแค่…ความปลอดภัยของตัวเอง นางถึงได้ฝ่าฝืนความเสี่ยงนี้
เมื่อการนวดสิ้นสุดลง กู้เชียนเสวี่ยเหงื่อโทรมกายมาสักพักแล้ว ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือทั้งสองข้างปวดจนเหมือนจะขาดเสียให้ได้
ไม่รู้ว่าเพราะกู้เชียนเสวี่ยเดาถูกวิธี หรือเพราะสวรรค์เห็นใจกันแน่ มันได้ผลจริงๆ!
เห็นใบหน้าของพระสนมฉินเฟยที่ขาวราวกระดาษในทีแรกเริ่มมีสีแดงฝาดขึ้นมาแล้ว หากบอกว่าก่อนหน้านี้พระสนมฉินเฟยเหมือนคนป่วยที่นอนหลับไม่ตื่น ทว่าในตอนนี้กลับเหมือนนอนหลับฝันหวาน
คิ้วของพระสนมฉินเฟยโค้งสวย ขนตาบางละเอียด จนไปถึงจมูกเล็กๆ ที่งดงาม ริมฝีปากที่ค่อยๆ แดงวาวขึ้น ราวกับกำลังแย้มยิ้ม มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นเล็กน้อย แม้จะหลับอยู่ แต่กลับเผยถึงความงามของสตรีที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม
กู้เชียนเสวี่ยก้มหน้ามองพระสนมฉินเฟย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา “พระสนมต้องเป็นสตรีที่อ่อนโยนมากแน่ๆ”
เมื่อเซินหมอมอได้ยินเช่นนั้น ก็หันตัวกลับไป
ในตอนที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพระสนมฉินเฟย ก็ตกใจเสียจนตัวสั่นสะท้าน
ดวงตาคู่นั้นสิ้นความดุดัน เต็มไปด้วยความตื้นตัน ดวงตาคู่นั้นเก็บน้ำตาเอาไว้มากมาย ผ่านไปเพียงครู่ก็ทนไม่ไหวรีบพุ่งตัวเข้าไปคุกเข่าที่ข้างเตียงทันที “พระสนม ได้โปรดตื่นเกิด พระสนม ได้โปรดตื่นขึ้นมาเถิด!”
กู้เชียนเสวี่ยถอนหายใจออกมา อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน “เซินหมอมอ ข้าเพียงช่วยทำให้เลือดของพระสนมไหลเวียนดีขึ้นเท่านั้น ที่จริงแล้วยังมิใช่การรักษาอะไร การนวดเช่นนี้กับอาการถูกยาพิษของพระสนมนั้น ยังถือว่าผิวเผินนัก”
เซินหมอมอมีท่าทีเหมือนกับได้เห็นแผ่นไม้ลอยน้ำกลางทะเล รีบพุ่งตัวมากอดขาของกู้เชียนเสวี่ยเอาไว้ในทันที “คุณหนูกู้ ท่านจะต้องรักษาพระสนมของพวกเราให้หายดี พระสนมของพวกเราเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาที่สุดในแผ่นดินนี้แล้ว ท่านต้องรักษาพระสนมให้ได้นะเจ้าคะ!” สะอึกสะอื้นจนแทบไม่มีเสียงอยู่แล้ว
กู้เชียนเสวี่ยรีบยื่นมือไปประคองเซินหมอมอขึ้นมา “หมอมอโปรดใจเย็นก่อน ข้าสาบานจะพยายามหาหนทางรักษาพระสนมให้ได้”
เซินหมอมอตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จับมือของกู้เชียนเสวี่ยไม่ยอมปล่อย “สวรรค์มองเห็นแล้วจริงๆ ในที่สุดก็มีผู้ที่สามารถรักษาอาการของพระสนมได้! คุณหนูกู้ท่านโปรดรักษาให้ดีเถิด หากท่านรักษาจนหายแล้ว ลี่อ๋องจะต้องปฏิบัติต่อท่านอย่างยุติธรรมแน่นอน หากต้องใช้ยาอะไร ให้รีบสั่งมาเถิด ขอแค่ในแผ่นดินนี้มี ฝ่าบาทก็หามาให้ได้ทั้งนั้น”
กู้เชียนเสวี่ยจนปัญญา อันที่จริงนางยังไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของพิษที่พระสนมฉินเฟยโดนเลยสักนิด แค่เดาว่าพิษนั่นมันมีฤทธิ์ที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ นางจะพูดออกไปไม่ได้
“พระสนมถูกวางยามานาน ไม่สามารถรักษาให้หายได้ภายในวันสองวัน หมอมอท่านต้องเตรียมใจเอาไว้ด้วย” กู้เชียนเสวี่ยกล่าว
เชิงอรรถ
^ ครึ่งชั่วยาม เท่ากับหนึ่งชั่วโมง