ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น
คุณเคยได้ยินเื่มิติคู่ขนานหรือจักรวาลคู่ขนานหรือไม่????
คุณอาจได้เห็นเื่นี้จากภาพยนตร์หรือนิยายมากมายหลายเื่จริงไหม????
คุณคิดว่าเื่นี้เป็เพียงทฤษฎีหรือว่าเื่จริง????
คุณเคยหยุดและฉุกคิดบ้างไหม????
ว่ามันเป็เื่จริงหรือเปล่า????
แต่สำหรับผมแล้วเื่นี้มันคือเื่จริงอย่างแน่นอน
แม้ตัวผมจะไม่อยากเชื่อก็ตาม……………………….
สถานที่แห่งหนึ่ง
พื้นดินแยกระยับเป็ผุยผงูเาพังราบ เวิ้งฟ้าลุกไหม้ราวกับวันสิ้นโลกคำอธิบายเพียงคำเดียวสำหรับสถานที่แห่งนี้คือ วันโลกาวินาศทุกสิ่งล้วนพังทะลายราวกับถูกอุกกาบาตพุ่งชนแต่หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากการกระทำของคนเพียงสองคนเท่านั้น
“จอมมาร!!!วันนี้คือวันตายของเ้า”
“โอหัง!!! แน่จริงก็เข้ามา”
กลางเวิ้งฟ้ามีร่างสองร่างเข้าต่อสู่โรมรันกันด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทันทุกการปะทะก่อให้เกิดแรงะเิกระจายไปทั่วคลื่นพลังที่แผ่ออกมาทำให้ทุกอย่างพังพินาศ
นอกจากทั้งสองคนแล้วยังมีอีกสี่คนอยู่บนพื้นดิน แต่ละคนล้วนได้รับาเ็กันถ้วนหน้า ร่างกายเต็มไปด้วยาแและคราบเืทั้งสี่ล้วนเป็สมาชิกทีมผู้กล้านั่นเอง
“หวังว่าผู้กล้าจะจัดการจอมมารได้นะคะ”
หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเธออยู่ในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ที่ตอนนี้มันเลอะไปด้วยคราบเืทั้งของตัวเองและผองเพื่อน เธอคือนักบุญหญิงของศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์อาเซอุสถูกแต่งตั้งมาเป็คู่หูของผู้กล้า
อีกสามคนพยักหน้าเห็นด้วยคนแรกเป็ชายหนุ่มรูปงาม คนที่สองเป็ชายร่างกำยำที่มีหนวดเครารกครึ้ม คนที่สามเป็ชายร่างผอมสูงสวมชุดคลุมสีคราม
“ผู้กล้าแข็งแกร่งมากไม่มีทางแพ้จอมมารแน่นอน”
ชายผู้มีหนวดเครารกครึ้มเอ่ยอย่างมั่นใจสีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในตัวผู้กล้าอย่างที่สุด
“ข้าเองก็เห็นด้วย”ชายชุดคลุมสีครามถอนใจออกมา “แต่พวกเรากลับทำอะไรไม่ได้เลยแค่จะเข้าไปใกล้การต่อสู้ก็ยังทำไม่ได้”
“พวกเราอ่อนแอเกินไป”
ชายหนุ่มรูปงามได้แต่ถอดถอนใจที่ไม่อาจเข้าไปแทรกการต่อสู้กลางเวิ้งฟ้านั้นได้เลยตอนแรกพวกเขาก็ลงมือช่วยโจมตี ทว่าแค่โดนจอมมารโจมตีสวนกลับมาครั้งเดียวทั้งสี่ก็าเ็กันถ้วนหน้า จนต้องถอยห่างออกมาปล่อยให้ผู้กล้าเข้าต่อสู้เพียงลำพัง
ผู้กล้าอยู่ในชุดเกราะสีทองเปล่งประกายเช่นเดียวกับดาบดาวในมือเขาที่รัศมีพลังของมันราวกับดวงสุริยันสาดแสงเค้าใบหน้าผู้กล้าแม้ไม่หล่อเหลามาก แต่ก็เต็มไปด้วยความอหังการ หยิ่งทะนงมั่นใจในตัวเองมาก
ส่วนจอมมารอยู่ในชุดเกราะสีดำด้านไร้ประกายทว่ากลับให้ความรู้สึกหวาดกลัวราวกับจ้องมองขุมนรก อาวุธของเขาคือดาบยาวสีดำทมิฬรอบตัวดาบเต็มไปด้วยไอสีดำแห่งความตาย ที่พร้อมจะพรากชีวิตอะไรก็ตามที่ััมัน เค้าใบหน้าของจอมมารหล่อเหลาราวเทพจุติผิวเข้มของเขาทำให้จอมมารดูเป็พระเอกมากกว่าผู้กล้าเสียอีก
ทั้งสองอาจเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนพื้นพิภพแล้วก็ได้ในตอนนี้คนหนึ่งคือสัญลักษณ์แห่งความหวังของมวลมนุษย์ชาติคนหนึ่งคือตัวแทนของความสิ้นหวังที่มอบให้กับโลกใบนี้ การต่อสู้ของทั้งสองคนคือชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
การต่อสู้ของทั้งสองคนสั่นะเืไปทั้งแผ่นดินทะลวงถึงเก้าชั้นฟ้า พลังทำลายที่เกิดขึ้นเหนือกว่าภัยพิบัติใดที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกและอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายทว่าครั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันมากมายกว่าครั้งไหนที่ผ่านมา การต่อสู้ของทั้งสองกินเวลายาวนานถึงเจ็ดวันและในที่สุดมันถึง่เวลาตัดสิน เมื่อทั้งสองต่างทุ่มพลังโจมตีทั้งหมดเข้าใส่กัน
“ตาย!!!!”
ผู้กล้าตวาดลั่นเขาเงื้อดาบขึ้นและฟาดฟันลงมา คลื่นพลังอันหนาแน่นหนักราวมหาบรรพตกดทับลงมาจากฟากฟ้าเข้าใส่จอมมารห้วงอากาศฉีกขาดราวกับกระดาษเปื่อยด้วยไม่อาจทานทนต่อกระแสพลังนี้ได้นี่เป็การโจมตีของผู้กล้าที่รวบรวมพลังเวทมหาศาลเข้ามาในพริบตาแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในการควบคุมพลังเวทของเขาได้เป็อย่างดี
“กรอด...”
จอมมารกัดฟัดกรอดััได้ถึงได้อันตรายถึงชีวิตจากการโจมตีนี้ ดาบในมือพลันะเิพลังออกมาจนไอสีดำหนาแน่นขึ้นทันทีจอมมารเงื้อดาบไปด้านหลังพร้อมพลังเวทที่ถูกเร่งขึ้นจนขีดสุด ทันในนั้นเขาก็แทงดาบออกไป
คลื่นพลังสีดำทมิฬพุ่งแหวกอากาศขึ้นไปห้วงอากาศที่มันพุ่งผ่านล้วนแตกสลายราวกับแก้วที่เปราะบาง พลังเวทมหาศาลที่อัดแน่นของมันไม่ด้อยกว่าการโจมตีของผู้กล้าเลยแม้แต่น้อยพลังทั้งสองเข้าปะทะกันกลางเวิ้งฟ้า
บรึม!!!!!!!!!!
แรงะเิทำลายทุกอย่างในรัศมีจนกลายเป็ผุยผงทั้งจอมมารและผู้กล้าต่างถูกแรงะเิอัดกระเด็นไปด้วยกันทั้งคู่ผู้กล้าลอยละลิ่วสูงขึ้นไปและตกลงเป็เส้นโค้งอย่างสวยงาม ร่างของเขากระแทกพื้นดินจนมันยุบตัวลงเป็วงกว้างอย่างน่ากลัว
“อัก!!”
ผู้กล้ากระอักเืออกมาคำโตพลังชีวิตของเขาลดไปพอสมควรทีเดียวจากการปะทะรวมถึงการตกลงมากระแทกพื้นด้วยความสูงขนาดนั้น แต่ด้วยเลเวลและค่าสเตตัสของเขาที่สูงลิบบวกกับชุดเกราะที่ช่วยสลายแรงแม้จะทำให้มันพังเสียหายจนน่าใ แต่ก็ทำให้ไม่ตายจากการกระแทกนี้ทว่าก็ได้รับาเ็สาหัสอยู่ดี เขาพยุงร่างขึ้นมาและมองไปยังทิศทางที่จอมมารอยู่
ส่วนจอมมารนั้นเนื่องจากอยู่ต่ำกว่าจุดะเิเขาจึงถูกแรงะเิอัดลงพื้นดินเต็มแรงจุดที่จอมมารลงมากระแทกพื้นยุบเป็วงกว้างยิ่งกว่าของผู้กล้าเสียอีกชุดเกราะของเขาได้รับความเสียหายหนักจนแตกสลายไปหลายแห่ง
จอมมารเองก็มีสภาพไม่ต่างจากผู้กล้าแถมยังแย่กว่าด้วยซ้ำ หลังกระอักเืออกมาก็พยายามจะขืนยืนขึ้นมา แต่เขาก็ต้องชันเข่าลงไปพลังชีวิตของเขาลดลงจนเข้าขั้นวิกฤตนี่อาจเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกเฉียดใกล้ความตายมากขนาดนี้นับั้แ่ได้รับฉายาจอมมารมา
ทั้งสองล้วนมีเลเวลที่สูงมากจนน่าใทั้งค่าสเตตัสที่สูงลิบ สกิลที่ฝึกฝนมามากมายและอยู่ในระดับสูงด้วยกันทั้งนั้นมันจึงทำให้การต่อสู้ของพวกเขาสูสีกันมาก จนไม่อาจตัดสินได้ในเวลาอันสั้นขึ้นอยู่กับว่าใครจะเกิดความผิดพลาดก่อน
แม้จะอยู่ห่างกันไกลแต่ทั้งสองต่างก็มองเห็นและััได้ถึงอีกฝ่ายได้จอมมารฝืนลุกขึ้นมาได้สำเร็จแม้พลังชีวิตจะลดลงมากแต่พละกำลังของเขาก็ยังเหลืออยู่ไม่น้อย เขายกมือขึ้นค้างไว้ชั่วประเดี๋ยวดาบคู่กายที่กระเด็นไปตอนปะทะก็พุ่งหวือกลับมาอยู่ในมือ
ผู้กล้าเห็นจอมมารลุกขึ้นมาได้ก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีเวลาหยุดพักหายใจเขาะเิพุ่งร่างออกไปทันที ร่างของเขาพุ่งแหวกอากาศออกไปจนเกิดคลื่นกระเพื่อมนี่เป็การเคลื่อนที่โดยอาศัยเพียงพลังของตัวเองเพียงอย่างเดียว ด้วยสกิลประเมินที่เปิดใช้ตลอดเวลาทำให้ผู้กล้าเห็นค่าพลังชีวิตของจอมมารรวมถึงค่าอื่นที่ลดลงด้วย ทำให้เขาตัดสินใจเผ็ดจศึกนี้
จอมมารตั้งท่าจรดดาบเตรียมพร้อมเขาเช็ดเืที่มุมปากพลางแสยะยิ้มเล็กน้อยนี่อาจเป็การปะทะตัดสินผลแพ้ชนะแล้วก็ได้ สกิลทุกอย่างถูกที่ยังไม่ได้เปิดใช้ต่างถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกันเพื่อเพิ่มพลังต่อสู้ของเขาให้สูงขึ้นไปอีก
ผู้กล้าที่พุ่งเข้ามาก็เปิดใช้สกิลทุกอย่างที่ยังไม่ได้เปิดเช่นเดียวกันร่างของเขาพร่างพราวด้วยแสงระยับราวกับเทพจุติ ดาบในมืออยู่ในท่าพุ่งเสียบทะลวงพลังทั้งมวลในโลกหล้าถูกเขาควบคุมดึงดูดทั้งจากในร่างและนอกร่างมายังตัวดาบอย่างต่อเนื่องดาบสีทองที่เดิมเจิดจรัสราวดวงสุริยันกลางฟ้าก็ยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นราวดวงตะวันหลายดวง
ฝ่ายจอมมารก็ควบคุมดึงดูดพลังทั้งมวลทั้งจากตัวเองและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเหมือนกันเขาจรดชี้คมดาบไปด้านหน้าเข้าหาผู้กล้าอย่างแน่วแน่ ดาบสีดำทมิฬแผ่ไอสีดำกัดกร่อนสรรพชีวิตออกมาแม้แต่อากาศ ผืนดินก็เริ่มสลายตัวไปไม่เหลือสิ่งใดไว้
การดวลนี้ทั้งสองต่างทุ่มพลังเข้าใส่กันอย่างเต็มที่ทั้งผู้กล้าที่พุ่งเข้าใส่ และจอมมารที่ตั้งรับอย่างมั่นคงเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาทั้งสองก็ปะทะกัน
“ตาย!!!”
ทั้งสองคำรามลั่นพร้อมกัน
ตูม!!!!!
เมื่อทั้งสองปะทะกันก็เกิดคลื่นปะทะรุนแรงรูปดอกเห็ดแผ่ขยายออกไป มันรุนแรงยิ่งกว่าการปะทะก่อนหน้าเสียอีกท่ามกลางฝุ่นควันที่แผ่ออกไปทั่วบริเวณจนถึงทีมผู้กล้าที่รออยู่
“สำเร็จไหม??”
“ไปๆพวกเราเข้าไปดูกัน”
ทั้งสี่ที่เฝ้ามองการต่อสู้นี้มาอย่างยาวนานพากันฝ่าฝุ่นควันเข้าไปยังจุดปะทะท่ามกลางฝุ่นควันเ่าั้ไม่มีใครสังเกตุสีหน้าของพวกเขาได้ชัดว่าแต่ละคนนั้นต่างมีสีหน้าอย่างไรกันบ้าง
ฝุ่นควันที่จุดปะทะเริ่มเบาบางลงเผยให้เห็นผลจากการปะทะนี้ร่างสองร่างเผชิญหน้ากันอยู่ ทั้งคู่ไม่มีใครยอมล้มลงไปจอมมารถูกผู้กล้าแทงดาบใส่อกขวาทะลวงออกด้านหลัง เืหลั่งไหลออกมาจากาแพร้อมพลังชีวิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของจอมมารพลังทำลายของผู้กล้าส่งเข้าไปยังร่างของจอมมาและกำลังจะพรากชีวิตนั้นไปในไม่ช้า
ส่วนผู้กล้าก็ถูกดาบของจอมมาแทงทะลุหน้าอกขวาเช่นกันคมดาบทะลวงผ่านชุดเกราะของเขาราวกับมันเป็เพียงกระดาษ ดาบของจอมมารทะลวงผ่านร่างผู้กล้าไปเกือบมิดด้ามไอสีดำกัดกร่อนเริ่มกัดกินาแและพลังชีวิตของผู้กล้าอย่างต่อเนื่องหน้าอกของเขาเริ่มสลายตัวไปทีละน้อย
ทั้งสองคนต่างมองตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ทั้งคู่อยู่ใกล้ความตายกันมากในตอนนี้พลังชีวิตที่รั่วไหลกำลังจะพรากลมหายใจของทั้งคู่ไปแต่พวกเขายังไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเห็นอีกฝ่ายได้ตกตายไปก่อนถึงแม้ตัวเองจะต้องตกตายตามไปก็ตามที
“ขะ...ข้าชะ..นะแล้ว จะ..จอมมาร”
ผู้กล้ากระอักเืด้วยท่าทีหยิ่งทะนงแม้จะตะกุกตะกักลมหายใจขาดห้วงเล็กน้อย แต่แววตาของผู้กล้านั้นยังคงเปล่งประกายเขาร่ายเวทรักษาตัวเองไปด้วยแม้จะมีดาบปักคาอกอยู่แม้พลังชีวิตจะลดลงจนเข้าขั้นวิกฤตแต่ยังไม่ตาย
“เอือก.. ขะ..ข้าต่างหาก ทะ.ที่ ชนะ”
สภาพของจอมมารเองก็ไม่ต่างกันเขาไม่ได้มีเวทรักษาแบบผู้กล้าแต่เขาก็ยังไม่ตาย และเริ่มใช้สกิลเปลี่ยนพลังกายเป็พลังชีวิตแต่ด้วยพลังชีวิตอันมหาศาลทำให้มันเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการลดลงมากทีเดียว
“จะ.เ้าพะ..แพ้แล้ว”
ผู้กล้ายังคงมั่นใจมากและก่อนที่จอมมารจะกล่าวตอบโต้เขาก็ััได้ถึงพลังเวทที่หลั่งไหลมารวมกันยังดาบที่ปักคาอกตัวเองอยู่สีหน้าของจอมมารย่ำแย่ลงทันที
“ระ...หรือว่าเ.จ้า..”
“หึหึ ..ขะ..ข้าชนะ”
ก่อนที่จอมมารจะได้คิดทำอะไรดาบของผู้กล้าที่หลังจากปักร่างจอมมารแล้วก็ดับแสงไปนั้น ในยามนี้กลับเปล่งแสงอีกครั้งพร้อมพลังทำลายจากเวทมนตร์ที่เขาร่ายเตรียมไว้นานแล้วก็ถูกปลดปล่อยมามันะเิจนร่างท่อนบนของจอมมารกลายเป็เศษเนื้อทันทีพลังชีวิตของจอมมารเหลือศูนย์ พร้อมชีวิตที่จบสิ้นลงทั้งกายและดวงิญญาที่แตกสลายปิดฉากผู้ได้รับฉายาจอมมารคนปัจจุบันลง
ดาบในมือผู้กล้าหม่นแสงลงดาบสีทองที่เคยสง่างามในยามนี้เริ่มถูกสนิมกัดกินอย่างรวดเร็วผู้กล้าร่างส่ายไปด้านหน้าจะล้มแต่เขาก็ใช้ดาบต่างไม้ค้ำปักดินค้ำไว้ได้
“ใน..ทะ..ที่สุด”
ผู้กล้าสูดหายใจเข้าเต็มปอดด้วยความยินดีในชนะนี้แม้จะมีดาบปักคาอกอยู่แต่เขาก็ไม่รู้สึกเ็ปเท่าใดนัก เวทรักษายังคงทำหน้าที่ของมันสีหน้าของผู้กล้าดีขึ้นเล็กน้อย และเขายังััได้ถึงพวกพ้องที่ใกล้มาแล้ว
เขาจึงผ่อนลมหายใจออกและใช้มืออีกข้างจับดาบของจอมมารเพื่อเตรียมเอามันออกจากร่างยามนี้ดาบสีดำทมิฬนี้ไม่มีไอชั่วร้ายอีกแล้ว มันมีสภาพไม่ต่างจากดาบธรรมเล่มหนึ่งเพราะนายของมันได้ตายลงไปแล้วนั่นเอง
ฉึก!!!!
เสียงบางอย่างดังขึ้นอย่างกะทันหันผู้กล้าเบิกตากว้างอย่างใ เมื่อมีดาบเล่มหนึ่งทะลุโผล่ขึ้นกลางอกของเขาเขากระอักเืออกมาคำโต เวทรักษาถูกยกเลิก รวมถึงสกิลทุกอย่างที่เขาเปิดใช้อยู่ด้วยเขาพยายามหันหลังกลับไปมองว่าใครเป็ผู้ทำแบบนี้
“ฮี่ๆต้องขอบคุณท่านผู้กล้าจริง ที่ท่านสังหารจอมมารลงได้”
“ท่านมันแข็งแกร่งเกินไปแข็งแกร่งเกินไปมากจริงๆ”
“ถ้าโทษก็ต้องโทษตัวเองที่แข็งแกร่งเกินไป”
“คิคิคนที่ควบคุมไม่ได้ ใครเค้าจะ้า”
เสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้หัวใจของผู้กล้าจมดิ่งลงราวกับเจอเื่ะเืใจถึงที่สุด
“ทะ..ไม กะ..กันพะ..พวกเ้า ถึง...”
ผู้กล้ารับรู้ได้ว่าดาบเล่มนี้ไม่ใช่ดาบธรรมดามันน่าจะเป็ดาบที่มีความสามารถในการสังหารผู้มีพลังะเช่นเขา พลังชีวิตของเขาลดลงอย่างต่อเนื่องเวทรักษาถูกยกเลิก รวมถึงสกิลทั้งหลายของเขาที่ถูกยกเลิก บางอันถูกทำให้ไร้ผลเช่นเดียวกับสกิละของเขาที่กลายเป็สีเทาไปแล้วในตอนนี้เพราะถูกปิดการใช้งานมีเพียงสกิลเดียวที่ยังใช้งานได้ มันเป็สกิลที่เขาได้รับมาเมื่อไม่นานนี้
ความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามาทั้งการร่วมผจญภัยกับผองเพื่อน การทำภารกิจสุดโหด การต่อสู้ที่มีชีวิตเป็เดิมกันพวกเขาห้าคนผูกพันกันด้วยสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นจนผู้กล้าไม่อาจคิดได้เลยว่าทำไมผองเพื่อนถึงได้ทำแบบนี้
“ข้าคงต้องขอให้ท่านตายจริงๆนะท่านผู้กล้า”
เสียงอันคุ้นเคยทำให้ผู้กล้าได้สติกลับมาอีกฝ่ายเริ่มแทงดาบเข้ามาลึกขึ้นพร้อมเืที่หลั่งไหลออกมาต่อเนื่องพลังชีวิตของเขาลดลงจนเกือบจะหมด ชีวิตของผู้กล้ากำลังจะดับลง ทว่าไม่ได้ดับลงเพราะการต่อสู้กับจอมมารแต่กลับดับลงเพราะความเชื่อใจ
ผู้กล้าไม่พูดอะไรออกมาอีกเขาตัดสินใจสกิลสุดท้ายที่ยังใช้งานได้อยู่ แม้จะไม่ทราบผลที่แน่ชัดของสกิลนี้ และไม่ทราบว่าเหตุใดมันยังทำงานได้อยู่ทั้งที่สกิลอื่นไม่อาจใช้งานได้ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะใช้สกิลนั้น และชื่อสกิลนั้นก็เรียบง่ายมากมันคือ โชคชะตา
“ขะ..ข้าจะ..กะ..กลับมา”
กล่าวจบร่างของผู้กล้าก็ลุกท่วมด้วยเปลงเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ทำให้ผองเพื่อนผงะถอยหนีด้วยความใดาบที่ปักคาอกเขาอยู่ถูกเปลวเพลิงนี้ทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ซากร่างของผู้กล้ากลายเป็มนุษย์เพลิงที่ลุกโชติ่
เพียงอึดใจต่อมาเปลวเพลิงนั้นก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่มาก่อน ร่างของผู้กล้าเองก็เช่นกัน รวมถึงดาบของเขาและดาบของจอมมารที่หายไปด้วยเดิมทีอาวุธทั้งสองชิ้นนี้เป็เทวภัณฑ์ที่ไม่มีวันถูกทำลายได้ แม้แต่เปลวเพลิงนี้ทำไม่ได้ทว่ามันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“อะไรกัน!!”
ทั้งสี่คนมีสีหน้าใไม่น้อยที่เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
“พวกเราจะเอายังไงกันดี”
หนึ่งในนั้นเอ่ยอย่างหวาดหวั่นเดิมทีพวกเขาต้องเอาดาบเล่มนี้กลับไปด้วย แต่มันกลับหายไปเสียอย่างนั้น
“พวกเราแค่ออกไปบอกว่าผู้กล้าได้สละชีพตัวเองและตายไปพร้อมจอมมารก็หมดเื่แล้ว”
“ตะ..แต่ว่าดาบมัน”
“ก็บอกไปว่ามันสลายไปพร้อมผู้กล้าก็จบเื่แล้วยังไงคนที่รู้เื่นี้ก็มีแค่พวกเราสี่คน ถ้าไม่มีคนพูด ใครจะรู้เื่นี้”
“ตกลงตามนั้น”
พวกเขาตัดสินใจตามนั้นเมื่อพวกเขาเดินทางกลับไปก็ได้แจ้งแก่โลกว่าผู้กล้าได้สละชีพตนเองสังหารจอมมารด้วยการะเิพลังของดาบ และสลายหายไปพร้อมกัน ทำให้พวกเขาได้รับความดีความชอบในการช่วยสังหารจอมมาร
แต่ละคนได้รับการสรรเสริญอย่างสูงสุดเช่นเดียวกับผู้กล้าที่ได้รับการยกย่องถึงความเสียสละอันสูงสุดและได้รับการจารึกชื่อเอาไว้ในประวัติศาสตร์ไปตลอดกาลในฐานะผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดที่ได้สละชีพเพื่อปกป้องโลกใบนี้เอาไว้ทว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของเื่ราวทั้งหมด......