ตอนที่ 5 - เดทแรก...ของเรา
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนยิงต่อสู้ระหว่างทหารและผู้ก่อการร้ายชายแดนจังหวัดนราธิวาสติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ชายผู้หนึ่งร่างสูงใหญ่เกินกว่าความสูงของมาตรฐานชายไทยแต่งกายด้วยชุดอำพรางสีดำ กำลังออกคำสั่งแก่นายทหารใต้บังคับบัญชาประมาณยี่สิบกว่านายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่ของตนเอง
ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นไม่ไกลจากที่กำบังภัยพร้อมกับความโกลาหลของทหารหลายสิบนายกำลังวิ่งมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
“ผู้พันราช! ได้ยินผมไหมครับ! ผู้พันราช! ผู้พัน...”
พันเอกราชไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“ฝันเดิมๆ อีกแล้ว” ผู้พันหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้า รำพึงกับตนเองเบาๆ
ในความฝันคือเหตุการณ์ที่ทำให้เขาได้รับาเ็จนตาบอดทั้งสองข้าง ครั้งสุดท้ายที่เขาฝันความฝันเดิมๆนี้ ก็เมื่อห้าเดือนก่อน หรือว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น?
ผู้พันหนุ่มได้แต่สงสัย ยกมือขึ้นมือลูบหน้าอีกครั้งเพื่อเรียกสติคืนกลับมา ระบายลมหายใจเบาๆเพื่อขับไล่คลายความกังวล ก็แค่ความฝัน คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้ววันนี้ก็เป็ “เดทแรก” ของเขากับ “น้องดา” เพราะฉะนั้นเขาไม่ควรจะเก็บเอาความฝันอันไร้สาระมาคิดให้เป็กังวล
ปกติแล้วทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ผู้พันราชจะกลับไปพักที่คอนโดมิเนียมของตนในเมือง แต่วันนี้ณธิดารับปากจะพาเขาออกไปข้างนอก และเธอจะมาช่วยผู้พันหนุ่มเตรียมตัว เขาจึงพักอยู่ที่ห้องพักในโรงพยาบาลค่ายเพื่อความสะดวก
“พี่ราชแน่ใจนะคะว่าจะให้ดาเป็คนโกนหนวดให้ เกิดมาดาก็ไม่เคยทำให้ใคร แล้วถ้าพี่ราชโดนที่โกนบาดแล้วอย่ามาโทษกันนะคะ” งานโกนหนวดปกติแล้วเป็หน้าที่ของผู้กองสุพยาบาลประจำตัว แต่ตอนนี้เขามีคนดูแลประจำตัวคนพิเศษ หน้าที่นี้จึงตกเป็ของณธิดา
“ไม่โทษแน่นอนครับ น้องดา”
ผู้พันหนุ่มสอนหญิงสาวให้ใช้ที่โกนหนวด กดปุ่มตรงไหน โกนหนวดอย่างไร และทำให้เธอดูเป็ตัวอย่าง ณธิดาขยับเข้าไปใกล้ผู้พันสุดหล่อจนใบหน้าทั้งสองใกล้กันขนาดที่รู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่ายได้
สาวน้อยผู้ดูแลรู้สึกประหม่าเมื่อต้องใกล้ชิดกับเขาเช่นนี้ หัวใจของเธอเต้นตึกตัก ไม่เป็จังหวะ พยายามที่จะไม่มองใบหน้าคมเข้มที่ดูดีมาก
ณธิดาบังคับตัวเองให้มีสมาธิอยู่กับเครื่องโกนหนวด เพราะถ้าเธอพลาด อาจจะเผลอทำให้เขาโดนมีดโกนบาดได้
ผู้พันราชรู้สึกถึงอาการเต้นผิดปกติของหัวใจ จำต้องท่องหยุบหนอพองหนออยู่ในใจ ซ้ำกลิ่นของสาวน้อยก็กระตุ้นความเป็ชายของเขาให้ลุกโชน และเืในกายเดือดพล่านไปทั่วร่าง อุณหภูมิภายในห้องร้อนระอุขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ สาวน้อยถึงกับพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่มีความเสี่ยง ที่จะทำให้เป็โรคหัวใจวายก่อนวัยอันสมควร เพราะความดูดีเกินเหตุของชายตรงหน้า
ก่อนที่ณธิดาจะเดินเลี่ยงออกไป ผู้พันหนุ่มคว้าแขนของเธอไว้แล้วดึงใบหน้าเธอเข้ามาใกล้ๆอย่างช้าๆ พลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้ใบหน้าเนียนไปมา
“ถึงพี่จะมองไม่เห็น แต่อย่างน้อยขอให้พี่ได้ััใบหน้าของน้องดาได้ไหม? พี่จะจำไว้ว่าครั้งหนึ่ง เคยมีคนที่คอยดูแลเอาใจใส่พี่อย่างจริงใจ” ผู้พันราชกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน ทำให้สาวน้อยหัวใจแทบละลาย
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างเต็มใจ เธอรู้สึกถึงใบหน้าที่ร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที
ผู้พันราชเลื่อนนิ้วเรียวยาวไปบนใบหน้าเล็กๆนั้นอย่างช้าๆ ราวกับว่าเป็แก้วบางที่เขา้าทะนุทะนอมมากเป็พิเศษ จากดวงตาเล็กๆ ลงมาถึงจมูก แล้วนิ้วเรียวก็หยุดอยู่ตรงริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นอย่างเชิญชวน ใบหน้าคมเข้มก้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มเบาๆ ถ่ายทอดความรู้สึกมากมายที่มีอยู่ให้เธอได้รับรู้ ผ่านััอันอ่อนโยนของเขา
ณธิดารู้สึกราวกับว่าเป็ความฝัน...ฝันดี ที่เธอไม่อยากจะตื่นและอยากจะเก็บเอาไว้ในหัวใจดวงนี้ตลอดไป
“น้องดา...น้องดา” เสียงเรียกจากคนใกล้ตัวทำให้สาวน้อยอาสาสมัครรู้สึกตัว อย่าบอกนะว่า...เราฝัน ไม่นะ...ไม่จริง...จะเป็แค่ฝันกลางฝันได้ยังไง?“น้องดา...น้องดา” เสียงเรียกจากชายที่อยู่ในความฝันของเธอดังขึ้นอีกหน
ใช่แล้ว...แค่ความฝันนั่นเอง คิดแล้วก็อยากร้องไห้ ทำไมความจริงมันช่างโหดร้ายปานนี้หนอ เขาคงคิดกับเราแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าชาตินี้ไม่ได้เป็เนื้อคู่ของเขา เธอจะยอมรอไปถึงชาติหน้าก็ได้ แต่ว่าต้องทำบุญด้วยอะไร ใครตอบได้?
เอาเถอะ...เื่ชาติหน้าเอาไว้ก่อน เพราะว่าวันนี้เป็โอกาสของเธอที่จะทำให้เขามีความสุข และหวังว่ามันจะเป็ความทรงจำที่ดีตลอดไป เธอภาวนาว่าขอให้ทุกอย่างราบรื่น อย่าได้มีอุปสรรคใดๆเลย คิดพลางพนมมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดก็ได้ ทุกศาสนาเลยก็ดีที่ได้ยินคำขอพรของเธอ
“น้องดาเป็อะไรไปพี่เรียกอยู่ตั้งนาน” ผู้พันราชสงสัยว่าเธอเป็อะไร หลังจากโกนหนวดให้เขาเสร็จแม่สาวน้อยก็เงียบไปพักใหญ่
จะให้ดาพูดความจริงไหมคะ พี่ราช คิดแล้วก็น่าอาย ใครจะไปกล้าบอกเขาว่าเธอ้าแค่จุมพิตเบาๆเท่านั้น
“ดากำลังคิดอยู่ว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างวันนี้ นอกจากไปดูหนังน่ะค่ะ”
ขอโทษนะคะพี่ราช ดาบอกความจริงพี่ไม่ได้จริงๆ เธอได้แต่ขอลุแก่โทษในใจ
“พี่ไปไหนก็ได้ ถ้าเป็ที่ที่น้องดาอยากไป” ผู้พันหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นราวกับเด็กวัยรุ่น ทั้งที่อายุบวกกับฐานะและหน้าที่การงาน เขาน่าจะชินกับผู้หญิง บางทีอาจจะเป็เพราะว่าเขาไม่เคยคบกับ “เด็ก” ก็เป็ได้ จึงไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร
วันนี้ผู้พันราชสวมแว่นตากันแดดสีดำเพราะไม่จำเป็ต้องใช้ผ้าพันตา ทำให้เขาดูดีขึ้นหลายเท่าตัว
ณธิดาช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ผู้พันมาดเข้ม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็ยี่ห้อดัง แฟชั่นล่าสุด เขาน่าจะเป็นักธุรกิจมากกว่าเป็ทหาร ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่างผู้พันราชก็เคยไปนอนกลางดิน กินกลางทรายกับเขามาแล้ว
คนดูแลสาวน้อยคิดพลางยืนมองดูเขาอย่างเต็มตาแบบถือโอกาส เพราะอีกคนมองไม่เห็นจึงไม่รู้ว่าเธอมองเขาด้วยสายตาหลงใหล
เขาจะรู้ตัวไหมว่าตนเองมีรูปร่างและหน้าตากระชากใจสาวๆ โดยเฉพาะสาวน้อยเช่นเธออย่างแรง ณธิดาคิดว่าตนเองโชคดีมากแล้วที่วันนี้จะได้ควงหนุ่มในดวงใจ
จากนั้นทั้งคู่ออกเดินทางโดยรถตู้ มีลุงจ่าเป็คนขับรถและนายทหารคุ้มกันอีกสองนายที่ท่านผบ.ทบ คุณพ่อของผู้พันหนุ่มส่งมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
ลุงจ่าเป็เหมือนกับพ่อคนที่สองของพันเอกราชไพศาล เพราะเขาติดตามคุณพ่อของผู้พันหนุ่มั้แ่เข้ารับราชการทหารเมื่อหลายสิบปีก่อน และเป็คนช่วยดูแลผู้พันราชั้แ่เด็กมาจนถึงทุกวันนี้
ชายวัยกลางคนมองทั้งคู่ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม นานแค่ไหนแล้วหนอที่เขาไม่ได้เห็นเ้านายหนุ่มมีความสุขเหมือนเช่นวันนี้ เพราะเป็คนดูแลผู้พันราชมาั้แ่เล็กจึงรู้ว่าสาวน้อยข้างกายของเ้านายน้อยต้องมีความหมายกับเขามาก ซึ่งหญิงสาวเองก็คงไม่รู้ตัว เพราะผู้พันราชเป็คนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกให้ใครเห็นง่ายๆ
ยี่สิบนาทีต่อมาทุกคนก็เดินทางมาถึงสถานที่ที่ณธิดาเรียกว่าเป็ “ที่ที่หนึ่ง”
“ถึงแล้วเหรอ น้องดา...ตกลงที่นี่ที่ไหน” ผู้พันราชสงสัยเหลือเกินว่าณธิดาพาเขามายังที่ใด
“เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” พูดพลางคล้องแขนชายหนุ่มให้เดินตาม โดยมีทหารคุ้มกันนอกเครื่องแบบอีกสองนายเดินตามมาห่างๆ
ผู้พันราชได้ยินเสียงกระดิ่งหลายอัน เสียงดัง กรุ๊ง กริ๊ง เมื่อลมพัดโชยมา เขารู้สึกว่าที่แห่งนี้ช่างสงบร่มรื่น น่าจะมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น
“พี่ราช ทายได้ไหมคะ ว่าที่นี่เป็ที่ไหน?” ณธิดาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รู้สึกผ่อนคลายมาก ยิ่งชายหนุ่มข้างกายเป็คนพิเศษของเธอด้วย
เวลานี้เธอมีความสุขมากเหลือเกิน...มากจนอยากจะให้เวลามันหยุดลง...แค่...ตรงนี้
แต่ว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกไม่มีสิ่งใดมั่นคงถาวร หญิงสาวอยากจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด เธออยากจะจดจำความรู้สึกดีๆนี้เอาไว้ เผื่อวันหน้าถ้าเจอกับเื่ทุกข์ใจ เธอจะได้เอา่เวลาแห่งความสุขในตอนนี้เป็เครื่องช่วยเยียวยา
“ที่นี่คือวัดใช่ไหม” ผู้พันหนุ่มตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่น คงจะพาเขาไปห้างสรรพสินค้าและคงจะรบเร้าให้เขาซื้อเสื้อผ้าหรือไม่ก็เครื่องประดับราคาแพงเหมือนกับอดีตคู่หมั้นชอบทำ แต่สาวน้อยคนนี้ไม่เหมือนกับผู้หญิงทั่วไป ทำให้เขาคิดว่าเธอพิเศษกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยคบหาหลายเท่านัก
“ถูกต้องค่ะ” เสียงหัวเราะ พร้อมกับเสียงปรบมือดังเปาะแปะ ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมา ถึงอย่างไรเธอก็ยังเป็เด็กจริงๆ
“ทำไมน้องดาพาพี่มาที่นี่ล่ะครับ” ผู้พันหนุ่มอยากรู้เหตุผลของเธอเหลือเกิน
“เพื่อความโชคดีค่ะ แล้วก็คิดว่าถ้าดาพาพี่ราชมาที่นี่จะทำให้พี่สบายใจขึ้น และถึงแม้ว่าตอนนี้พี่จะมองไม่เห็น แต่อย่าได้สิ้นหวังหรือหมดกำลังใจ เพราะดาเชื่อว่าซักวันนึงพี่ต้องหายเป็ปกติแน่นอน และหลังจากที่ดากลับไปแล้ว ถ้าวันไหนพี่ราชไม่มีความสุขหรือท้อแท้ใจก็คิดถึงในสิ่งที่ดาพูดนะคะ ดาเป็กำลังใจให้พี่เสมอค่ะ”
ผู้พันหนุ่มได้ยินถึงกับน้ำตาซึม ใช่...กำลังใจจากเธอมันมีความหมายกับเขามากจริงๆ และสาวน้อยคนนี้ก็เป็แรงผลักดันให้เขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับมามองเห็นอีกครั้ง
ผู้พันราชรู้ตัวดีว่าความรู้สึกของตนที่มีต่อสาวน้อยตรงหน้ามีเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน แต่เขาจะบอกให้เ้าตัวรู้ได้อย่างไร ในเมื่อเขาต้องอยู่ในโลกมืดเช่นนี้และไม่รู้ว่าจะหายเป็ปกติเมื่อไหร่
เขาควรจะเป็คนเห็นแก่ตัวและรั้งเธอเอาไว้เช่นนั้นหรือ? เขาคงทำไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลืออยู่ทุกๆวินาทีเขาสัญญากับตนเองว่าจะทำให้เธอมีความสุขมากที่สุดและจะเก็บเอาความทรงจำที่ดีนี้ไว้ตลอดไป
ผู้พันราชเอื้อมไปจับมือบางๆที่คล้องแขนเขาอยู่แล้วเอ่ยว่า...
“ขอบใจนะน้องดาสำหรับกำลังใจ พี่สัญญาว่าจะไม่ท้อแท้และหมดความกำลังใจ” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ
“ดาเชื่อว่าพี่ราชต้องทำได้แน่นอนค่ะ” ณธิดากล่าวตอบ น้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน ณธิดายอมให้ผู้พันราชเป็คนเลือกร้านอาหารเพราะกลัวว่าถ้าไม่ถูกใจผู้พันหนุ่ม เดทแรกของพวกเขาก็คงจะจบลงอย่างไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่
ผู้พันมาดเข้มพาหญิงสาวไปที่ร้านอาหารหรูในโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองนคร์ เพราะเขามาที่นี่หลายครั้งจึงแน่ใจว่าอาหารที่นี่รสชาติถูกปากตนเองอย่างแน่นอน
ขณะที่สาวน้อยกำลังกวาดตาไปบนเมนูอาหาร เธอก็ถึงกับขมวดคิ้วว่าทำไมราคาถึงได้แพงอย่างนี้ ขนาดว่าคิดเป็เงินเหรียญนิวซีแลนด์มันก็ยังแพงอยู่ดี คิดในใจว่าพวกลูกผู้ดีมีเงินทำไมถึงได้ใช้เงินกันอย่างฟุ่มเฟือย แค่ข้าวแกงข้างถนนเธอก็ทานได้แล้ว ได้แต่คิดไม่กล้าพูดกลัวเขาจะเสียน้ำใจ แต่ที่สำคัญที่สุดกลัวโดนดุมากกว่า
เวลาผ่านไปอึดใจใหญ่ณธิดาก็ไม่ยอมสั่งอาหารสักที จนผู้พันราชอดรนทนไม่ไหว
“น้องดา จะสั่งได้รึยัง พี่ชักหิวแล้วนะ อยากทานอะไรก็สั่งได้เลย ไม่ต้องคิดมาก พี่เลี้ยงได้...แค่นี้ขนหน้าแข้งพี่ไม่ร่วงหรอก”
พอคนขี้งกได้ฟังคนมีกะตังค์พูดก็หมั่นไส้ เธอเลยสั่งอาหารเสียหลายอย่าง แถมอ้างว่าถ้าทานไม่หมดจะห่อกลับบ้านเพื่อไม่ให้เสียของ และที่สำคัญกลัวว่าเขาจะ “โมโหหิว” และแปลงร่างเป็ “มาร” อีก
ผู้พันหนุ่มได้แต่หัวเราะและอดคิดไม่ได้ว่า คบกับ “เด็ก” ก็ดีเหมือนกัน มันทำให้ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามีชีวิตชีวาขึ้นมา และรู้สึกว่าอายุของเขาจะน้อยลงไปอีกหลายปีทีเดียว
“พี่ราช อยากไปดูหนังที่โรงหนัง หรือว่าจะเช่าหนังไปดูที่คอนโดคะ เพราะถ้าเราดูหนังที่คอนโดดาจะได้บรรยายฉากหนังให้พี่ฟังได้ยังไงล่ะคะ”
คนตัวโตกลับคิดว่าถ้าอยู่กับเธอที่คอนโดมิเนียมสองต่อสอง ด้วยบรรยากาศที่เป็ใจ เขาไม่กล้ารับรองความปลอดภัยของเธอ เพราะถึงตัวผู้พันหนุ่มจะตาบอดแต่ความรู้สึกและความ้าของลูกผู้ชายคนหนึ่งก็ยังมีอยู่เต็มร้อย และเขาก็ห่างหายเื่อย่างว่ามานานเสียด้วย
ดังนั้นผู้พันราชคิดว่าไปดูหนังที่โรงภาพยนต์จะปลอดภัยต่อพยาบาลสาวน้อยของเขามากกว่า เพราะเขาไม่ไว้ใจตัวเองแม้แต่นิดเดียว
“ไปดูที่โรงหนังก็ละกันได้บรรยากาศดี น้องดาไม่ต้องเป็ห่วงพี่หรอก เพราะพี่แค่ได้ฟังเสียงก็พอใจแล้ว” คนไม่ไว้ใจตนเองตัดสินใจ และถ้าจะพูดให้ถูกล่ะก็...ขอแค่เขาได้อยู่ใกล้ๆเธอก็พอใจแล้ว
“แน่ใจเหรอคะ? ไม่สนุกแล้วก็อย่ามาโทษกันล่ะ
“ไม่แน่นอน พันเปอร์เซ็นต์เลย”
แต่มีหรือคนอย่างณธิดาจะยอมแพ้ง่ายๆ เธอกำลังครุ่นคิดว่าจะต้องทำอย่างไรหนาที่จะทำให้ “พี่ราช” ของเธอได้ดูหนังที่โรงภาพยนตร์แล้วจินตนาการภาพในแต่ละฉากได้
คิดสิ...คิด...มันต้องมีวิธี...ทำยังไงน้า? เธอทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพัก ก็ดีดนิ้วตื่นเต้นดีใจอย่างกับทีมรักบี้ออลแบล็ค (All Blacks)(1) ชนะรอบสุดท้ายได้แชมป์โลกไปครองสองสมัยซ้อน
“ดีใจอะไรนักหนาน้องดา” ผู้พันรูปหล่อได้ยินเสียงดีดนิ้วและเสียงหัวเราะคิกคักของณธิดาก็อดสงสัยไม่ได้
“ความลับค่ะ จ้างให้ดาก็ไม่บอก...ปล่อยให้งง” คนกุมความลับหัวเราะเสียงใสได้ทีแกล้งผู้พันของเธอ เพราะโอกาสอย่างนี้มีไม่บ่อย
“เล่นเป็เด็กไม่รู้จักโตนะเรา” อีกฝ่ายส่ายหน้าพร้อมกับขำคนตัวเล็กที่เล่นเหมือนเด็ก
รถตู้แล่นมาจอดที่ลานจอดรถข้างในห้างสรรพสินค้าซึ่งมีโรงภาพยนตร์ตั้งอยู่ข้างใน ผู้พันราชอนุญาตให้ลุงจ่าไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้จนกว่าเขาและณธิดาจะดูหนังเสร็จ
ส่วนทหารคุ้มกันทั้งสองนายมีหน้าที่ติดตามเขาไปทุกที่ เพราะท่านผบ.ทบสั่งกำชับให้ดูแลบุตรชายของตนให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจชะตาขาดได้
เมื่อไปถึงหน้าโรงภาพยนต์ณธิดาจัดแจงให้ผู้พันหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วหันไปบอกทหารติดตามว่าเธอต้องไปทำธุระก่อน กำชับให้พวกเขาดูแลเ้านายให้ดี
เมื่อณธิดาเดินจากไป ผู้พันราชเรียกหนึ่งในสองทหารติดตาม
“ตามน้องดาไปห่างๆ อย่าให้เธอรู้ตัว” ทหารติดตามรับคำแล้วเดินตาม ณธิดาไปทันที
ผู้พันราชไม่รู้ว่าศัตรูของเขาจะฉวยโอกาสเล่นงานเมื่อไหร่ และพวกเขาอาจจะใช้ณธิดาเป็เหยื่อล่อเพื่อหาโอกาสเล่นงานตนเอง และเพื่อความสบายใจของเขาเอง ผู้พันหนุ่มคิดว่าแม่สาวน้อยควรจะมีคนติดตามรักษาความปลอดภัย เมื่อออกนอกบริเวณโรงพยาบาลค่าย
ยี่สิบนาทีผ่านไป...
“ไปค่ะ พี่ราชหนังจะฉายแล้ว” พูดเสร็จสาวน้อยคล้องแขนผู้พันราช เดินนำเขาไปที่ห้องวีไอพีของโรงภาพยนตร์ที่มีเพียงเธอกับเขาเท่านั้น และนี่ก็คือธุระของเธอ
ณธิดาไปต่อรองกับผู้จัดการจนได้ห้องวีไอพีซึ่งอยู่ติดกับห้องฉายหนังข้างบน จากตรงจุดนี้สามารถมองเห็นจอหนังได้ชัดเจน และด้วยความสามารถในการต่อรอง (เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเอง้า) เป็เลิศ
หญิงสาวบรรยายฉากหนังให้เขาฟังอย่างออกอรรถรส เสียงใสๆของเธอมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างประหลาด และสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ณธิดาทำให้ ยิ่งทำให้ผู้พันราชซาบซึ้งในน้ำใจและผูกพันกับเธอมากยิ่งขึ้น
หลังจากทั้งคู่ดูหนังเสร็จ พร้อมจะเดินทางกลับที่พัก ลุงจ่าก็ขับรถตู้พาคณะของผู้พันราชมุ่งหน้ากลับโรงพยาบาลค่ายเพื่อไปส่งณธิดาที่บ้านพักของผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพราะผู้พันราชจะกลับไปพักที่คอนโดมิเนียมของเขาในตัวเมือง
ถือว่าเดทแรกของทั้งคู่เป็ไปด้วยความราบลื่น ถ้าจะให้ดีน่าจะจบลงด้วยดินเนอร์ใต้เสียงเทียนเหมือนในหนัง
สาวน้อยอาสาสมัครได้แต่หวังลมๆแล้งๆ แต่แค่นี้เธอก็มีความสุขมากแล้ว และเธอไม่ควรจะเป็คนโลภมาก แบบว่าได้คืบจะเอาศอก คิดได้ดังนั้นจึงมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะรถแล่นผ่านบ้านตึกรามบ้านช่องและอาคารหลายหลัง มองเห็นแสงไฟหลากหลายสีกระพริบอยู่ในความมืด
เอ๊ะ! ทางนี้ไม่ใช่ทางกลับโรงพยาบาลค่ายนี่นา แล้วลุงจ่ากำลังจะพาพวกเขาไปไหนกัน อดรนทนความสงสัยไม่ไหวจึงหันไปถามผู้พันหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาตอบกลับมาว่า...
“ความลับ ไม่บอก...ปล่อยให้งง” พี่ราชของเธอพอได้ทีก็เอาคืนทันที
สาวน้อยนั่งรอให้รถไปถึงที่หมายอย่างใจจดใจจ่อ สุดท้ายรถตู้เคลื่อนตัวไปหยุดอยู่หน้าร้านอาหารหรู สไตล์ดินเนอร์ใต้แสงเทียนแห่งหนึ่งนอกชานเมือง
อย่าบอกนะว่า...คำอธิษฐานอีกอย่างของเรากำลังจะเป็จริง
ณธิดาหันไปมองหน้าผู้พันหนุ่ม และทำหน้าแบบไม่อยากจะเชื่อว่า “พี่ราช” ของเธอ ที่หน้าตาดุเข้มนั้นก็โรแมนติกกับเขาเป็เหมือนกัน
ผู้จัดการร้านอาหารเป็ชายวัยกลางคน เดินออกมาต้อนรับพันเอกราชไพศาลและณธิดาก่อนจะถึงตัวอาคารด้วยซ้ำ ราวกับว่าพวกเขาเป็บุคคลสำคัญ หญิงสาวคิดว่าเขาคงจะมาที่นี่บ่อยผู้จัดการจึงรู้ว่าผู้พันราชเป็ใคร
ชายวัยกลางคนเดินนำทั้งคู่ไปยังโต๊ะซึ่งมีเชิงเทียนอันใหญ่หนึ่งคู่มีเทียนกุหลาบปักอยู่ส่งกลิ่นหอมตรึงใจ ช่วยเพิ่มบรรยากาศของความโรแมนติกอีกหนึ่งเท่าตัว โต๊ะของทั้งคู่ตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำ มองเห็นแสงจันทร์สาดกระทบอยู่บนผืนน้ำนิ่งราวกับแผ่นกระจก
ณธิดามองไปรอบตัวอย่างสงสัยว่าทำไมไม่มีลูกค้านั่งแถวนี้ แล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อเห็นป้ายจองและเชือกกำมะหยี่สีแดงกั้นเอาไว้ ทำไม “พี่ราช” ของเธอถึงได้น่ารักอย่างนี้ “เด็กผู้พันราช” เป็ปลื้ม
พนักงานเสริฟ์ประจำโต๊ะนำไวน์รินใส่แก้วให้ผู้พันราช หลังจากทั้งคู่นั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว
“ขอน้ำผลไม้ให้น้องคนนี้ด้วยนะ” ผู้พันหนุ่มหันไปบอกพนักงาน
“พี่ราช ขี้โกงนี่นาทำไมพี่ดื่มไวน์ได้ แต่ดาได้แค่น้ำผลไม้ล่ะคะ” สาวน้อยประท้วง
“เป็เด็กเป็เล็กจะดื่มไวน์ได้ยังไง?”
“ไม่เล็กแล้วนะคะ บรรลุนิติภาวะแล้ว และก็เรียนจบแล้วด้วยค่ะ”
“แต่ก็ยังเด็กกว่าพี่อยู่ดี”
อันที่จริงณธิดาไม่ดื่มอยู่แล้ว แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวเป็คนไม่ชอบความไม่ยุติธรรมจึงอดโวยวายไม่ได้ แต่แล้วก็คิดได้ว่าเธอไม่ควรจะทำให้เสียบรรยากาศ และควรจะเอาใจเขามากกว่า
“พี่ราชเดี๋ยวดาอ่านเมนูให้ฟังนะคะ”
“ไม่ต้อง ของพี่สั่งเอาไว้แล้ว...น้องดาจะสั่งอะไรก็ตามสบายเลยนะ”
เอ...สั่งตอนไหน? อ๋อ! สงสัยเมื่อตอนให้คนโทรศัพท์มาจองโต๊ะแน่ๆเลย
คิดเองเออเองเสร็จสรรพเธอจึงหันไปสนใจเมนูต่อ และอย่างที่คิดราคาก็แพงหูฉี่ แพงยิ่งกว่าร้านที่ทั้งคู่ไปรับประทานมื้อเที่ยงเสียอีก แต่คราวนี้เธอไม่มีทางบ่นเด็ดขาด
บรรยากาศดินเนอร์ใต้เสียงเทียนเป็ไปด้วยความชื่นมื่นทั้งคู่คุยกันด้วยเื่สัพเพเหระและแล้วก็ถึงเวลากลับ
“เดี๋ยว...น้องดา...รอแป๊บนึง” พูดเสร็จเขาก็หันไปเรียกพนักงานประจำโต๊ะ พร้อมกับกระซิบกระซาบบางอย่าง สาวน้อยได้แต่มองตามเพราะไม่อยากถาม กลัวเขาจะบอกว่าเป็ความลับอีก
สักพักพนักงานก็เดินกลับมาพร้อมกับดอกกุหลาบสีขาวสดช่อใหญ่ในมือ
อย่าบอกนะว่า...พี่ราชเตรียมดอกกุหลาบให้เราด้วย!
ณธิดาตื่นเต้นดีใจเป็อันมาก ราวกับว่าได้ตั๋วเครื่องบินฟรีแบบบินตรง ไปกลับกรุงเทพ – โอ๊คแลนด์ จากสายการบินไทย
พนักงานวางช่อกุหลาบบนโต๊ะด้านหน้าพันเอกราชไพศาล แล้วเดินเลี่ยงออกไป ณธิดาตื่นเต้นดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พร้อมกับมองหน้าที่แสนจะหล่อเหลาของผู้พันหนุ่มราวกับว่าเขากำลังจะขอเธอแต่งงาน ซึ่งถ้าเขาจะขอจริงๆเธอก็ไม่ปฏิเสธเด็ดขาด
ผู้พันสุดหล่อยื่นดอกกุหลาบช่อโตให้ณธิดา พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า...เอ่ยว่า...
“น้องดา พี่ขอบใจมากนะสำหรับวันนี้ที่ดูแลพี่เป็อย่างดี พี่มีความสุขมาก และกุหลาบช่อนี้แทนคำขอบคุณ” ชายหนุ่มพูดสั้นๆแต่ได้ใจความ
เขาอยากจะบอกผู้หญิงตรงหน้าเหลือเกินว่าเธอมีความหมายลึกซึ้งกับเขามากมายเพียงใด แค่ในระยะเวลาสั้นๆเขาก็รู้สึกผูกพันและมีความรู้สึกดีๆให้เธอ แต่ว่าเขาก็ต้องเก็บมันเอาไว้ เมื่อไหร่ที่เขามองเห็นได้เหมือนเดิมเขาจะบอกเธอ และจะไม่ปิดบังอีกต่อไป และได้แต่หวังว่าถ้าวันนั้นมาถึง มันจะไม่สายเกินไป
“ขอบคุณมากค่ะพี่ราช ดอกกุหลาบช่อนี้สวยมากๆค่ะ” พูดเสร็จเธอก็ก้มลงไปสูดดมความหอมของดอกไม้ที่เขาเพิ่งจะมอบให้ ใบหน้าเนียนเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ ดีใจจนพูดไม่ออก ถึงแม้เขาจะไม่ได้ขอเธอแต่งงานวันนี้ โอกาสหน้าก็ยังมี คิดปลอบใจตัวเองแบบไม่ให้สิ้นหวังท้อแท้หรือหมดกำลังใจ
เมื่อทั้งสองพร้อมจะกลับ ณธิดาเดินนำเขาออกมาถึงเคาน์เตอร์จ่ายเงินพร้อมกับกระซิบบอก
“เคาน์เตอร์จ่ายเงินค่ะพี่ราช”
“ไม่ต้องหรอก...ไม่ต้องจ่าย”
“หา!” พอรู้ตัวว่าหลุดพูดเสียงดัง ก็หันไปกระซิบกับชายหนุ่มแทน แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะผู้จัดการร้านมาช่วยประคองผู้พันราชออกไปที่รถตู้ที่จอดอยู่ด้านหน้าสาวน้อยตัดสินใจหยิบกระเป๋าเงินออกมา แต่ว่าพนักงานที่อยู่ที่เคาน์เตอร์รีบเอ่ยขึ้นเสียก่อน
“อุ๊ย! ทางเรารับเงินคุณไม่ได้หรอกค่ะ....เพราะร้านอาหารร้านนี้เป็ของผู้พันราชกับผู้พันกล้าค่ะ”
“เด็กผู้พันราช” ถึงกับบางอ้อ มิน่าเขาถึงได้จองโต๊ะที่บรรยากาศดีที่สุดทั้งแถว แถมสั่งอาหารล่วงหน้าอีกต่างหาก
“เดทแรก” ของทั้งสองน่าจะจบลงด้วยดินเนอร์ใต้แสงเทียน แต่์คงเห็นว่ามันคงจะน่าเบื่อ เพราะใครๆเขาก็ทำกัน และจะไม่มีเอกลักษณ์ประจำตัวของการออกเดท
ฟ้าเบื้องบนจึงตัดสินใจส่งบางอย่างสุดพิเศษ ที่จะให้คนทั้งคู่ได้จดจำวันที่สุดแสนประทับใจในวันนี้ไปอีกนานแสนนาน
คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสาดส่องแสงนวลเย็นตาช่างเหมาะแก่การเดินเล่นกับคนพิเศษยิ่งหนา
เมื่อผู้พันราชและณธิดาเดินมาถึงรถตู้ที่จอดอยู่ด้านหน้าร้านอาหาร สาวน้อยเอ่ยชวนผู้พันหนุ่มพร้อมกับวางกุหลาบช่อโตที่เขามอบให้แทนคำขอบคุณบนเบาะรถอย่างทะนุถนอม
“พี่ราชเราไปเดินเล่นแถวนี้ให้อาหารย่อยกันไหมคะ? อากาศดีด้วยแถมพระจันทร์เต็มดวงสวยเชียวค่ะ”
“ไปสิ” ผู้พันหนุ่มตอบรับพลางหันไปเอ่ยกับทหารติดตาม
“พวกคุณสองคนไม่ต้องตาม ผมไปเดินเล่นกับน้องดาแถวนี้...ไม่นานหรอก”
“ท่านผอบอสั่งกำชับให้ดูแลผู้พันอย่างดี พวกผมไม่กล้าขัดคำสั่งท่านหรอกครับ...ให้พวกผมตามไปห่างๆก็ได้”
หนึ่งในนายทหารติดตามซึ่งไม่รู้ว่าห่วงความปลอดภัยของเ้านายหรือกลัวท่านผอบอลงโทษกันแน่ยืนยันจะติดตามเ้านายหนุ่ม
“แล้วกล้าขัดคำสั่งฉันรึไง!” ตะคอกเสียงแข็งแบบนั้น นายทหารติดตามก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ไปกันเถอะน้องดา” ผู้พันหนุ่มยื่นแขนออกไปให้ณธิดา
คนทั้งสองเดินไปตามถนนในซอย สาวน้อยอาสาสมัครคอยอธิบายให้เขาฟังว่าข้างทางมีตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ ดอกไม้อยู่ตรงจุดไหนบ้าง ผู้พันราชซาบซึ้งกับการเอาใจใส่ของคนข้างกาย และคิดว่าตนเองเป็ผู้ชายที่โชคดีคนหนึ่ง
เมื่อเดินไปได้สักพักใหญ่ณธิดารู้สึกตัวว่าทางที่เดินค่อนข้างเปลี่ยว เธอตัดสินใจหันหลังกลับ
แต่ทะว่า...มันสายเกินไปเสียแล้ว
ภาพที่ณธิดาเห็นคือเด็กวัยรุ่นสี่คนกำลังจ้องตรงมาที่เธอด้วยสายตาหื่นกระหาย มันทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที
“ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมาดีๆถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” หนึ่งในสี่วัยรุ่นอันธพาล ตะคอกใส่หน้าผู้พันหนุ่มด้วยเสียงอันดัง โดยหารู้ไม่ว่าเขาเป็ถึงบุตรชายคนเดียวของผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน
ผู้พันราชพอจะจบต้นชนปลายได้และมีสติครบถ้วน เขารีบกระซิบบอกณธิดาทันที
“น้องดา พอพวกมันเผลอ...ก็วิ่งหนีไปเลยนะ ไม่ต้องเป็ห่วงพี่ เข้าใจมั้ย?”
เขารู้สึกได้ถึงมืออันเย็นเฉียบของเธอซึ่งกำลังเกาะกุมลำแขนของเขา ผู้พันราชรู้ว่าตอนนี้เธอหวาดกลัวเสียจนขวัญหนีดีฝ่อ เขาจับมือบางๆของเธอแล้วออกแรงบีบเล็กน้อยเป็การเรียกสติ
ณธิดาเมื่อรู้สึกตัวก็จัดการสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่ พร้อมกับเตือนสติตนเองว่าเธอเป็บุตรสาวของนายทหารคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นต้องเข้มแข็งและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าให้ดีที่สุด
“ดาจะรีบไปตามลุงจ่ากับทหารคุ้มกันให้มาช่วย พี่ราชต้องไม่เป็อะไร...สัญญาสิคะ” ณธิดากระซิบ เธอกลัวเหลือเกินว่าถ้ากลับมาแล้วเขาจะเป็อะไรไป แล้วเธอจะทำอย่างไร
“พี่สัญญา...สัญญาว่าพี่จะไม่เป็อะไร” คำตอบหนักแน่นพอจะให้เธอใจชื้นขึ้นมานิดนึง
ณธิดาอาศัย่เวลาที่วัยรุ่นทั้งสี่คนวิ่งตรงมายังทิศทางที่เธอและผู้พันราชยืนอยู่ เอี้ยวตัวหลบ เธอออกแรงวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต รู้แต่ว่าตนเองนั้นต้องหาทางโทรศัพท์ให้ลุงจ่ากับทหารติดตามมาช่วยผู้พันราช เธอรู้แต่ว่าถ้าขืนอยู่ที่นั่นกับเขาโอกาสรอดก็จะมีน้อยกว่า เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็ทหารน่าจะเรียนรู้การป้องกันตัวมาบ้าง และเธอมั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาตัวรอดได้
หญิงสาววิ่งไปแอบซ่อนตัวอยู่ข้างบ้านหลังหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เธอรีบต่อสายถึงลุงจ่าเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ถึงจะรู้ว่าผู้พันราชเป็ทหาร น่าจะพอรู้วิธีต่อสู้ แต่ตอนนี้เขามองไม่เห็นแล้วจะต่อสู้ได้อย่างไร?
เธออดเป็ห่วงเขาไม่ได้ ถึงแม้ว่าสายตาอันธพาลที่มองมาทำให้เธอหวาดกลัว แต่ด้วยความเป็ห่วงผู้พันราชมีมากกว่า ณธิดาจึงสอดส่ายสายตามองหาอาวุธป้องกันตัวเพื่อจะกลับไปช่วยผู้พันของเธอ และเหมือนโชคจะเข้าข้างเมื่อเธอเหลือบไปเห็นท่อนเหล็กขนาดเหมาะมือตกอยู่ข้างทาง
ณธิดาไม่รอช้ารีบวิ่งกลับไปในทิศทางที่จากมาทันทีและได้แต่ภาวนาขอให้เขาปลอดภัย
เมื่อมาถึงยังจุดเกิดเหตุณธิดาตาเบิ่งกว้าง ยกมือขึ้นปิดปาก วัยรุ่นสองคนนอนแอ้งแม้งหมดสติอยู่บนพื้น อีกสองคนที่เหลือกำลังรอดูท่าทีของผู้พันหนุ่มอยู่ เมื่อพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวชายหนุ่มที่รอฟังเสียงอยู่แล้วะโเตะก้านคอทีเดียวสองคน ทั้งคู่หมดสติล้มลงไปทันที
สาวน้อยคนดูแลได้แต่ตะลึงงัน เหมือนกับว่ากำลังดูหนังฮอลลีวูด แต่อันนี้ภาพจริง เสียงจริง เธอได้แต่สงสัยว่าพี่ราชของเธอเป็ใครกันแน่? เพราะฝีมือของเขาไม่ธรรมดา ตามองไม่เห็นยังสู้กับคนสี่คนได้
คำถามของณธิดานั้น ผู้พันราชไม่สามารถตอบเธอได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าเขาเป็หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับของทหารที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่ามันมีอยู่ คุณพ่อของเขา...ท่านผอ.ทบ นายทหาราุโไม่ถึงสิบนาย และพันเอกกล้าณรงค์เพื่อนของเขา ซึ่งตอนนี้รักษาการหัวหน้าหน่วยแทนตัวเขา
สาเหตุที่ผู้พันราชได้รับาเ็จนตาบอดทั้งสองข้างเพราะว่าเขานำหน่วยปฏิบัติการลับออกปฏิบัติหน้าที่ และเป็ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนจู่โจมผู้ก่อการร้าย หน่วยงานลับที่เขารับผิดชอบตั้งอยู่ที่ค่ายทหารตรงข้ามกับโรงพยาบาลค่ายทหาร
ถึงแม้ว่าผู้พันราชจะไม่สามารถลงพื้นที่ได้ แต่ว่าเขาก็ยังเป็คนวางแผนจู่โจม เมื่อหน่วยงานลับต้องออกไปปะทะกับผู้ก่อการร้าย
ผู้พันราชโทษตัวเองที่ไม่ยอมให้ทหารติดตาม...ตามมาคุ้มกัน ป่านนี้ “น้องดา” ของเขาคงจะหวาดกลัว ถ้าเธอเป็อะไรไปเขาจะไม่มีวันยกโทษให้กับความโง่เขลาของตนเองเด็ดขาด
ทันทีที่วัยรุ่นอันธพาลทั้งสี่นอนสลบอยู่บนพื้น ณธิดาวิ่งเข้าไปสวมกอดผู้พันหนุ่ม พอนึกได้จึงดันตัวออกห่าง “พี่ราชเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ?” เธอกวาดสายตาไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
“น้องดา! กลับมาทำไม! พี่บอกให้วิ่งหนีไปไง! ทำไมไม่เชื่อฟังฮึ!” ผู้พันราชฉุนโกรธขึ้นมาทันที กรามทั้งสองขบเข้าหากันแน่นเสียงดังกรอด
“จะให้ดาวิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวได้ยังไง? แล้วดาก็หาอาวุธมาช่วยพี่ด้วย...ฮือ...ดากลัวพี่ราชจะเป็อะไรไป” ได้ฟังเช่นนั้นเขาก็โกรธเธอไม่ลง ดึงตัวเธอมากอด ลูบแผ่นหลังเธอไปมา ปลอบโยนคนที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
ถ้ากลัวขนาดนี้จะวิ่งกลับมาทำไมก็ไม่รู้ แสดงว่าเธอคงเป็ห่วงเขามาก ตัวเล็กแค่นี้ช่างมีความกล้าหาญดีแท้ สมกับเป็เืเนื้อเชื้อไขทหารจริงๆ เขาอดที่จะภูมิใจในตัวเธอไม่ได้
พอคิดถึงคุณพ่อของณธิดา ผู้พันราชใจหายทันที ถ้าหากคุณพ่อของเธอรู้เข้า เธออาจจะโดนเรียกตัวให้บินกลับด่วน...แล้วเขาจะทำอย่างไร?
ผู้พันหนุ่มลูบผมของคนที่อยู่ในอ้อมกอดไปมาอย่างช้าๆ และวินาทีนี้เองเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองได้ยกหัวใจให้เธอไปหมดทั้งดวง และเหตุผลที่เขาอยากจะมองเห็นนั้นไม่ใช่เพียงแค่อยากเห็นหน้าเธอเท่านั้น แต่ว่าเขาอยากปกป้องผู้หญิงตัวเล็กๆที่อยู่ในอ้อมกอด ด้วยตัวของเขาเอง
ถ้าเธอเป็อะไรไปเขาคงจะทนไม่ได้ และสัญญาต่อตนเองว่านับจากนี้เป็ต้นไปเขาจะไม่ประมาท และจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเป็อันขาด
จากนั้นไม่นานลุงจ่าและทหารติดตามทั้งสองนายได้เดินทางมาถึงยังจุดเกิดเหตุ
“ผู้พันราชกับคุณดาเป็อะไรรึเปล่าครับ?” ลุงจ่าถามน้ำเสียงห่วงใย และไม่แปลกใจเลยที่เห็นวัยรุ่นอันธพาลสี่คนนอนสลบอยู่บนพื้น เขารู้ว่าเ้านายน้อยเป็ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้และหนึ่งในนั้นคือการต่อสู้แบบใช้มือเปล่า
“ผมกับน้องดาไม่เป็อะไร ลุงจ่าช่วยต่อสายถึงนายกล้าด้วย บอกให้เอารถมาจับพวกนี้กลับค่ายด่วน” ผู้พันราชออกคำสั่ง สาเหตุที่เขาไม่ส่งตัววัยรุ่นพวกนี้ส่งตำรวจก็เพราะอยากจะให้โอกาสกลับตัว และเขามีโครงการจับพวกวัยรุ่นเกเรไปฝึกทหาร บางคนได้ดิบได้ดีรับใช้ชาติไปก็เยอะ
สักพักใหญ่ผู้พันกล้าหรือพันเอกกล้าณรงค์ เดินทางมาถึงพร้อมกับรถทหารอีกสองคันและนายทหารอีกห้านาย เขามองเห็นสภาพของวัยรุ่นพวกนั้นแล้วสงสารพวกมัน เพราะดันไปมีเื่กับผู้พันราช ฉายา “ผู้พันจอมโหด อันดับ 1” ประจำค่าย
เขาไม่อยากคิดเลยว่าเพื่อนรักจะคิดบัญชีกับพวกวัยรุ่นอย่างไร เพราะดันไปทำให้ “น้องดา” ของเพื่อนรักใจนขวัญหนีดีฝ่ออย่างนี้
ผู้พันกล้าเดินเข้าไปหาณธิดาที่กำลังซบอกเพื่อนเกลอ ลูบศีรษะเธอช้าๆอย่างให้กำลังใจ สาวน้อยเงยหน้าขึ้น ฝืนยิ้มให้อย่างลำบาก
“นายกล้า นายช่วยเอาพวกนี้ไปขังไว้ก่อน แล้วฉันจะคิดบัญชีกับพวกมันทีหลัง” ผู้พันราชกล่าวแก่นายทหารเพื่อนสนิท
ณธิดาซึ่งยังไม่หายใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ยอมกลับบ้านท่าเดียว บอกว่าจะขอไปค้างที่คอนโดมิเนียมกับพี่ราชของเธอ
“น้องดา จะไปค้างกับพี่ได้ยังไง? น้องเป็ผู้หญิงนะ เดี๋ยวคนก็เอาไปนินทาให้เสียหายหรอก”
“ไม่รู่ล่ะ ดาไม่สนใจคำนินทาด้วย แล้วดาก็เชื่อว่าพี่ราชเป็ลูกผู้ชายพอและให้เกียรติดา”
เธอช่างไม่รู้เลยหรือว่าร่างกายของเขานั้นมีปฏิกิริยาอย่างไร ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกัน และเขาไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็เด็กดื้อรั้นอย่างนี้ ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรเพราะสาวน้อยที่กำลังซบอกอยู่ไม่ยอมฟังท่าเดียว และเขาก็ไม่อยากดุเธอด้วยเพราะเป็ฝ่ายผิดที่ไม่ดูแลณธิดาให้ดี
ผู้พันราชตัดสินใจโทรศัพท์ไปปรึกษาพี่หมอหรือพันเอกอนุกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่าย ซึ่งถือเป็ผู้ปกครองของณธิดาในเวลานี้ หลังจากเล่าเหตุการณ์ให้พี่หมอฟังเขาก็ขอความเห็น
“น้องดา คงใมากจนขวัญเสีย บอกว่าจะไปค้างที่คอนโดกับผมท่าเดียว ผมไม่รู้จะทำยังไงดีครับพี่หมอ”
“อย่างงั้นเหรอ?” คุณหมอวัยกลางคนหยุดคิดสักพักจึงเอ่ยต่อ “พี่ว่าให้หนูดาไปค้างกับผู้พันราชก็ดี เธอจะได้สบายใจ อืม...ไปพักที่บ้านพักรับรองในค่ายไม่ดีกว่าเหรอ? บ้านพักที่ท่านผอบอมาพักตอนเดินทางมาที่นี่ เพราะถ้าหนูดาพักในค่ายจะได้รู้สึกปลอดภัย”
“ถ้ายังงั้นก็ได้ครับ แล้วเื่ที่ต้องอยู่กันสองต่อสอง ผมจะให้ลุงจ่าพักด้วยกันคืนนี้ พี่หมอคิดว่าไง?”
“พี่ว่าก็ดีนะ จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย พี่เชื่อใจผู้พันราชว่าจะให้เกียรติหนูดา”
เื่ความเชื่อใจนั้นเขายังไม่เชื่อใจตนเอง และถ้าหากเธอจะขอนอนกอดเขาทั้งคืนแล้วเขาจะไม่แย่หรือ?
...เป็อย่างที่ผู้พันหนุ่มคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด ณธิดาเอาแต่นอนซบอกเขา...ไม่ยอมให้ลุกไปไหน ซักพักเธอก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ตอนแรกผู้พันราชโมโหพวกวัยรุ่นอันธพาลที่บังอาจมาทำลาย “เดทแรก” ของเขากับณธิดา แต่ตอนนี้ผู้พันมาดเข้มมีร่างนิ่มๆ ซ้ำกลิ่นก็หอมยวนใจของสาวน้อยในอ้อมกอด เขาไม่แน่ใจว่าควรจะโมโหพวกมันหรือไม่
ผู้พันหนุ่มใช้มือลูบไล้ใบหน้าเนียนไปมาอย่างช้าๆ ราวกับเป็สิ่งที่เขาอยากทะนุถนอมมากที่สุดในชีวิต แล้วนิ้วเรียวก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่ม ก้มลงจุมพิตเบาๆอย่างอดใจไม่ไหว ถึงจะรู้ว่าคืนนี้คงจะไม่ได้หลับเพราะร่างกายเขาตอบสนองเธอดีเหลือเกิน ทำเอาตัวเขาร้อนรุ่มไปหมด แต่ก็ต้องอดทนเอาไว้ ผู้พันหนุ่มต้องเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อให้คนที่กำลังซบอกอยู่ได้หลับสบาย
ณธิดาซึ่งกำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของผู้พันหนุ่มซึ่งพร้อมจะปกป้องเธอให้พ้นภัย กำลังฝัน...
ฝันว่า “พี่ราช” ของเธอกำลังก้มลงจุมพิตเบาๆ...และแล้วเธอก็หลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“เดทแรก” ของคนทั้งคู่จบลงด้วยการอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน สาวน้อยหารู้ไม่ว่าคำขอพรของเธอสมปรารถนาแล้ว
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 18.0px Thonburi}p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 24.0px FreesiaUPC; min-height: 17.0px}p.p3 {margin: 5.0px 0.0px 5.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px Thonburi}p.p4 {margin: 5.0px 0.0px 5.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px 'Cordia New'; min-height: 16.0px}p.p5 {margin: 5.0px 0.0px 5.0px 0.0px; font: 14.0px Thonburi}p.p6 {margin: 5.0px 0.0px 0.0px 0.0px; text-indent: 36.0px; font: 14.0px Thonburi}p.p7 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 14.0px Thonburi}span.s1 {font: 14.0px Helvetica}span.s2 {font: 14.0px 'Cordia New'}span.Apple-tab-span {white-space:pre}
All Blacks เป็ชื่อเรียกทีมรักบี้ประจำชาติของประเทศนิวซีแลนด์ และเป็ทีมที่ชนะการแข่งขันรักบี้ระดับโลกครั้งล่าสุด รักบี้เป็กีฬาประจำชาติของคนกีวี เด็กผู้ชายจะเริ่มเล่นรักบี้ั้แ่เล็กๆ รวมถึงทุกโรงเรียนั้แ่ระดับประถมไปถึงมหาวิทยาลัย และนักกีฬาในทีม All Blacks แต่ละคนสื่อมวลชนจะให้ความสนใจมีชื่อเสียงโด่งดังทุกคน