เช้าวันรุ่งขึ้น เลี่ยงจินจึงได้กลับมาที่สำนักคุ้มภัยเฟยหลงอีกครั้ง ครั้นเมื่อพบกับเฟยฮุ่ยที่ยืนแอบอยู่หลังประตูก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าถอดสี ราวกับเห็นพญามัจจุราชก็ไม่ปาน
"โอ้แม่นางน้อย! แม่จอมยุทธหญิง เล่นอะไรเช่นนี้เล่าท่าน" เลี่ยงจินนั้นแม้ว่าจะผ่านการประลองที่เดิมพันด้วยชีวิตมามาก แต่การประลองเมื่อคืนก็ยังทำให้ชายอกสามศอกคนนี้ ขวัญผวาไม่หาย
"ท่านอา ท่านย้อนกลับมาแบบนี้ ก็แสดงว่า ท่านตกลงใจที่จะจ้างสำนักของข้าแล้วใช่ไหม" เฟยฮุ่ย ตีสนิทด้วยการเข้าไปเกาะแขน หวังได้รับงาน แต่เลี่ยงจินกลับถอยหลบ เพราะยังขยาด
"ข้าสนใจฝีมือท่านเป็พิเศษเลยล่ะ ถ้าอย่างไร ข้าจะมาหารือกับบิดาของท่านเื่ภารกิจ และตกลงเื่ราคาค่าจ้างกันวันนี้" เลี่ยงจิน บอกวัตถุประสงค์ ที่มา
"ฮ่าๆ เชิญเลยๆ ทางนี้ค่ะ ท่านพ่อข้าอยู่พอดี..นี่นะ ท่านอา สำนักข้ามีอาวุธอย่างดีครบทุกประเภท มีชุดเกราะ อาวุธลับ มีดสั้น มีดบิน ถ้าไม่ซื้อก็มีให้ท่านเช่าด้วยนะ สนใจบอกข้าได้เลยนะ" เฟยฮุ่ยดีใจที่สำนักของนางจะได้รับงานครั้งแรกในรอบสองปี
"ว่าแต่ท่าน แม่นางน้อย ท่านดูบอบบางปานนี้ ร่างกายหาได้ใหญ่โต ทำไมพลังภายในท่านถึงได้ล้ำลึกนัก เหมือนกับฝึกหนักมาเป็หลายสิบปี.." เลี่ยงจินอดรู้สึกสงสัยไม่ได้
"เื่นี้ถ้าเล่าแล้วมันยาวนา.. เอาไว้ข้าเล่าให้ท่านฟังระหว่างเดินทางด้วยกันดีไหม อิอิ" เฟยฮุ่ยสร้างความกังขาให้เขาอยากรู้จะได้ไม่เปลี่ยนใจ
"เฮ้อ...แม่นางน้อย อย่างไรข้าต้องจ้างสำนักท่านอยู่แล้ว จะเล่นตัวไปไย" เลี่ยงจินส่ายศีรษะ
"ฮ่าๆ ข้ามิได้เล่นตัว เพียงแต่เื่มันยาวจริงๆ นะ เอาล่ะ ท่านนั่งรอพ่อข้าตรงนี้ก่อนนะ ข้าจะให้คนยกน้ำชามาให้" เฟยฮุ่ยแจ้งแก่เลี่ยงจิน แล้วก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ไปตามบิดา
เลี่ยงจินเห็นกิริยาของนางแล้วก็รู้สึกอดขันมิได้ แต่อีกใจหนึ่งก็นึกกังวล เพราะเห็นว่าอุปนิสัยนางนั้นยังดูเด็ก ไร้เดียงสาเกินไป ที่จะรับงานเสี่ยงอันตรายเช่นนี้
เฟยหลงเดินออกมาด้วยสภาพอาการที่ไม่ดีนัก คงเพราะการที่เขาอยู่รับอากาศเย็น เพื่อดูการประลอง เมื่อคืนนี้
"คารวะ ท่านเลี่ยง ขออภัยด้วยท่าน ที่ข้าออกมาต้อนรับล่าช้า"
"คารวะ ท่านเ้าสำนัก ข้ามิได้รอท่านนานเลย เชิญท่านนั่งก่อน.." เลี่ยงจินเห็นอาการ ของเฟยหลงดูไม่ดี
"เมื่อคืนลูกสาวข้า ลงมือหนักไป ขอท่านอย่าได้ถือสานางเลย เป็เพราะพักหลังๆ มานี่ ข้าไม่ได้ซ้อมมือกับนางเลย นางจึงควบคุมลมปราณไม่คล่อง..แล้วก็ แค่ก แค่ก.." พูดแก้ตัวให้บุตรสาวไม่ทันจบประโยคดี เฟยหลง ก็ไอออกมาเสียก่อนแล้ว
"หึหึ ข้าต่างหากล่ะที่เสียมารยาท ยอดฝีมืออยู่ตรงหน้ากับเห็นเป็เด็กผู้หญิงธรรมดา" เลี่ยงจินนึกขัน โลกนี้ดูคนแต่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
“เชิญดื่มชาก่อนเถอะท่าน วันนี้อากาศเย็นมากว่าทุกวัน อาการข้าก็ยิ่งทรุดลงไปอีก” เฟยหลง รู้ว่าอีกฝ่าย มาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์อะไร แต่ก็ยังคงสงวนท่าที
“ขออภัยด้วย ที่มารบกวน ถ้าเช่นนั้น ข้าขอพูดตรงๆ ที่มาวันนี้ ก็ด้วยประสงค์ ที่จะว่าจ้างสำนักคุ้มภัยของท่าน ให้ช่วยคุ้มครองข้าในการเดินทางไปยังเมืองหลวง เงื่อนไขมีเพียงสองข้อ ข้อแรกคือให้ข้าถึงที่หมายโดยปลอดภัยเท่านั้น เพราะว่า ข้ามิได้มีทรัพย์สิน หรือบริวาร ที่จะให้คุ้มครอง แล้วข้อสองก็คือ…”
“ให้ข้าเป็คนคุ้มครองท่านอา ในการเดินทางใช่ไหมล่ะ” เฟยฮุ่ยพูดแทรกเลี่ยงจินเข้ามา ขณะที่นางนำขนมซึ่งมารดาได้จัดเตรียมไว้ให้รับรองแขก มาวางบนโต๊ะ
“เสียมารยาทจริงๆ ต้องให้พ่อลงโทษเ้าไหม” เฟยหลงตำหนิลูกสาวที่เสียมารยาทบ่อยครั้งแล้ว แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าอาจเป็เพราะนางอยากให้มีการจ้างวานเกิดขึ้นมากจริงๆ
“หึ หึ นางพูดตรงกับใจข้าคิดไว้เลยทีเดียว” เลี่ยงจินเสริมขึ้น และนี่เป็เหตุผลสำคัญที่เขาตัดสินใจจะว่าจ้างสำนักคุ้มภัยนี้
“นางฝีมือสูงส่งก็จริง แต่อย่างที่ท่านเห็น อุปนิสัยของนางยังเป็เหมือนเด็กๆ ที่อ่อนต่อโลก ท่านน่าจะรู้ดี ในยุทธภพเรานี้ อันตรายรอบด้าน เล่ห์เหลี่ยมมากมาย ใจคนนั้นเล่าก็แสนจะสลับซับซ้อน ข้าเกรงว่านางจะทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ และมีอันตรายเกิดขึ้นกับนาง” เฟยหลงบอกความในใจ
“เื่นั้นข้าเข้าใจดี ถ้าเช่นนั้น ข้าขอเสนอเงื่อนไข ให้ท่านคิดทบทวนก่อน ข้าจะวางมัดจำเป็เงินห้าร้อยตำลึง ก่อนออกเดินทาง และจะมอบให้อีกห้าร้อยตำลึง เมื่อข้าเดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว” เลี่ยงจินเสนอราคาที่สูง เพราะคิดว่าชีวิตของเขานั้นมีค่ามากกว่าเงินแค่นี้แน่นอน และหากมันจะช่วยให้เฟยหลงตัดสินใจได้เร็วขึ้น
“แต่ว่า…” เฟยหลงทำทีจะพูดต่อ แต่เลี่ยงจิน ก็ยกมือขึ้นห้ามไว้
“ท่านแค่กลับไปคิดดู ข้าให้เวลาท่านคิดหนึ่งวัน...ท่านประกอบกิจการเป็สำนักคุ้มภัย มันก็เป็กิจการที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงอยู่แล้ว แม้ชีวิตข้าเองก็เสี่ยง หากท่านไม่คิดจะรับงานแล้วก็ ท่านควรที่จะปิดสำนักไปเสีย”
