ต่อมาอย่างลี่จูได้มาที่ทวงของท่านแม่ทัพลูกพร้อมกับของหยางซูลูกชายของตนเพื่อมาพูดคุยเื่การทหาร ในขณะที่กำลังคุยเื่งานกันอยู่นั้นหญิงชราก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่ภายในจวนแม่ทัพลูกด้วยความสนใจว่าเสียงเด็กน้อยเ่าั้คือเสียงของใครตามความเป็จริงแล้ว เสียงของเด็กน้อยนั้นคือเสียงของลูกตนเองนางกับได้ยินเสียงเด็กน้อยคนหนึ่งโวยวายอย่างเสียงดังเหล่าทหารและองค์รักในจวนพากันร้องะโ เหมือนกำลังไล่จับอะไรสักอย่างสักพักนึงพวกเขาก็ร้องขอชีวิตด้วยความเ็ป องครักษ์นาย 1 วิ่งหนีเข้ามายังสวนหน้าบ้านที่แม่ทับลู่และอ๋องหยางซูกำลังคุยเื่งานเขาไม่ทันเห็นว่าเ้านายของเขาอยู่ที่นั่นแต่ด้วยความที่หนีตายอะไรสักอย่างกลับทำให้เขาวิ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต
“นี่เ้าทำไมถึงวิ่งมาอย่างนั้นล่ะ?” เสียงแม่ทัพดุลูกองครักษ์ของตนเอง
“ท่านแม่ทัพช่วยข้าด้วย”องครักษ์คุกเข่าคำนับแม่ทัพลู่พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ
“นี่มันอะไรกันอยู่ในจวนแท้ๆเ้ายังจะวิ่งผ่านอีกรู้ไหมว่าข้ามีแขก?”
“ขออภัยครับท่านแม่ครับถ้าไม่รู้จริงๆว่าท่านมีแขกแต่ตอนนี้ได้โปรดช่วยข้าน้อยด้วย” เขารีบวิ่งอ้อมไปด้านหลังของแม่ทัพลู่
“นี่เ้ากำลังหนีอะไร?” อ๋องหยางซูถามด้วยความสงสัยพร้อมกับหันไปมองที่ทิศทางที่องครักษ์วิ่งมาทำให้อย่างลี่จูหันไปมองตามด้วยความสงสัยเช่นกัน
“ขออภัยด้วยท่านอ๋องเดี๋ยวข้าจะจัดการเื่นี้เอง”
“นี่มันเื่อะไรกันแม่ทัพลู่” หยางลี่จูถามด้วยความสงสัยเธออยากรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะตามมานั้นทำไมถึงทำให้องครักษ์ในจวนที่มีฝีมือเก่งกาจถึงกลัวได้ขนาดนี้
“นั่นสิทำไมเ้าถึงไม่บอกข้าว่าเกิดอะไรขึ้น?” อ๋องอย่างซูถามเพื่อนของเขาแต่แม่ทัพลูกก็อ้ำอึ้งไม่กล้าตอบอะไรไปมากกว่านี้เพราะกลัวอ๋องหยางซูและหยางลี่จูจะโกรธ
“เออคือว่าท่านอ๋อง” ทันทีที่แม่ทัพลู่กำลังจะอ้าปากพูดนั้นก็มีเสียงของใครหลายคนวิ่งมาพร้อมร้องขอความช่วยเหลือ
"อี้เหอ อย่าเอาตัวรอดคนเดียวสิรอพวกข้าด้วย องครักษ์ 2-3คนวิ่งตามเข้ามาแต่ก็ต้องชะงักเพราะแม่ทัพลู่กำลังยืนมองแล้วแสดงท่าทางดุใส่พวกเขาทุกคนรีบคุกเข่าคำนับเพื่อที่จะขอโทษไม่ให้แม่ทัพลู่ลงโทษพวกเขาถึงแม้จะเป็เพียงแค่องครักษ์และอยู่ต่อหน้าแม่ทัพลู่แต่สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดกลับไม่ใช่แม่ทัพลู่แต่เป็สาวน้อยคนหนึ่งที่วิ่งตามหลังพวกเขามาจนมาถึงที่นี่ แม้แต่แม่ทัพลู่เองนั้นก็ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรสาวน้อยคนนี้
“นี่พวกเ้าบังอาจนักนะข้าบอกให้พวกเ้าหยุดทำไมพวกเ้าถึงไม่หยุด”เด็กน้อยที่วิ่งไล่ตามมานั้นได้ถือดาบเล่ม 1 วิ่งไล่องครักษ์หลายคนจนมาถึงที่นี่
“ซิ่วอิงนี่เ้ากำลังทำอะไร?" แม่ทัพลู่ถามเด็กน้อยที่ถือดาบอยู่
“ท่านพ่อข้าสั่งให้พวกองครักษ์หยุดแต่เขาไม่หยุดให้ข้า”
“เขาทำอะไรผิดกัน? เ้าถึงต้องเอาดาบวิ่งไล่ฟันพวกเขา”
“ก็พวกเขาไม่ยอมสอนวิชาให้ข้าพวกเขาปฏิเสธข้าแล้วจะให้ข้าทำยังไงล่ะท่านพ่อ” เด็กน้อยตอบด้วยความไร้เดียงสา
“โถลูกพ่อ เ้ายังเด็กนักยังไม่ถึงเวลาที่จะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้อีกอย่างร่างกายเ้าค่อนข้างจะอ่อนแอ รอให้เ้าโตกว่านี้ก่อนเดี๋ยวพ่อจะสอนให้”
“ไม่! ข้าอยากเรียนเดี๋ยวนี้ท่านพ่อต้องสอนข้าถ้าท่านพ่อไม่สอนข้าข้าจะไปฟ้องท่านแม่” คำพูดของเด็กน้อยทำให้ผู้เป็พ่อถึงกับสะดุ้งเพราะถึงจะเป็แม่ทัพใหญ่แล้วจะมีอำนาจมากแค่ไหนก็ไม่มีสิ่งใดที่จะโน้มน้าวจิตใจของแม่ทัพได้เท่ากับลูกสาวสุดที่รักของเขาและภรรยาที่เขาเกรงกลัวหนักหนาอ๋องหยางซูและหยางลี่จูสังเกตอาการและปฏิกิริยาของแม่ทัพลู่ที่มีต่อลูกสาวหยางลี่จูถึงกับชะงักเมื่อได้เห็นเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอจำเด็กน้อยคนนี้ได้ว่าเมื่อ 2 ปีมานี้มีเด็กหญิงคนหนึ่งที่ช่วยชีวิตองค์ชายอย่างหยางเฟยหลงไว้หากไม่มีเด็กสาวคนนี้หลานชายของนางก็คงจะไม่รอดชีวิตจากการตกหน้าผา
“ขออภัยเถอะท่านแม่ทัพลู่ ไม่ทราบว่าเด็กน้อยคนนี้คือใคร”อ๋องหยางซูถามเพื่อนรัก
“ขออภัยด้วยเถิดท่านอ๋องเด็กสาวผู้นี้คือลูกสาวคนเล็กของข้าลู่ซิ่วอิง”
“เ้าชื่อลูกซาอิงนั้นหรอ?” หยางลี่จูถามด้วยความสงสัย
“ท่านแม่ ท่านสนใจเด็กคนนี้งั้นหรอ?” อ๋องหยางซูถามแม่ของเขา
“เด็กน้อยเ้าจำข้าได้หรือไม่” หยางลี่จูถามเด็กน้อยพร้อมกับเดินเข้าไปหาเธอ
“จำได้ค่ะ ท่านคือคนที่ช่วยข้าในวันนั้น”เด็กน้อยตอบหญิงชราที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า
“ไม่ เ้าต่างหากที่ช่วยหลานของข้าไว้หากวันนั้นเ้าไม่ช่วยองค์ชายไว้ ป่านนี้เขาก็คงจะตายไปแล้ว"หญิงชราพูดกับเด็กน้อยซิ่วอิงพร้อมกับเอามือรูปที่แก้มของเด็กน้อยเบาๆ
“นี่มันเื่อะไรกันหรอพะยะค่ะองค์ไท่เฟย”แม่ทัพลู่ถามหยางลี่จู
“ลูกของท่านเคยช่วยชีวิตขององค์ชายเอาไว้ตอนนั้นองค์ชายไปเที่ยวเล่นเกิดถูกลักพาตัวโดยคนกลุ่มหนึ่งตอนนั้นองค์ชายคิดจะหนีก็เลยพัดหลงเข้าไปในป่าและตกไปยังหน้าผา แต่ลูกสาวของท่านกับได้ยินเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือนางจึงเข้าไปช่วยองค์ชายไว้สุดท้ายกลับเป็นางที่รับเคราะห์แทนองค์ชายตอนนั้นข้าออกมาธุระข้างนอกพอดียินข่าวว่าองค์ชายถูกลักพาตัวไปข้าก็ออกตามหาและเจอนางอยู่ตรงริมหน้าผาข้าก็เลยพานางกลับขึ้นมา ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กที่ช่วยชีวิตองค์ชายในวันนั้นจะคือลูกสาวของท่าน”
“เป็ไปไม่ได้หรอกพะยะค่ะองค์ไท่เฟยลูกสาวของข้าคนนี้ร่างกายอ่อนแอ ถึงแม้นางจะอ่อนแอนางไม่น่าจะช่วยใครได้แต่นางก็มักที่จะเข้ามาอยู่กับพวกทหารแล้วมาฝึกวิชาการต่อสู้เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงข้าพยายามเท่าไหร่นางก็ไม่เคยฟัง”
“ดี งั้นลูกของท่านคนนี้ยกให้ข้าเลยได้ไหม?" หยางลี่จูพูดพร้อมกับความตั้งใจที่แน่วแน่
“องค์ไท่เฟยจะขอลูกสาวข้าไปทำไมกันพะยะค่ะ?” ท่านแม่ทัพถามด้วยความวิตกกังวลอ๋องหยางซูเห็นหน้าเพื่อนรักมีสีหน้าที่วิตกกังวลอย่างนั้นเขาจึงบอกเหตุผลให้กับเพื่อนรักได้ฟัง
“เอาเถอะน่าท่านแม่ทัพเมื่อท่านแม่ข้าเอ่ยปากขอก็ไม่ใช่เื่ที่จะไม่ดีอะไรหรอก”
“ข้าจะขอให้ลูกสาวของท่านมาเป็หลานสะใภ้ของข้าในอนาคตและคอยปกป้ององค์ชายจากพวกขุนนางที่คอยจ้องจะทำร้าย”
“แต่ลูกสาวของข้าไม่ได้เก่งเื่การต่อสู้นะพะยะค่ะ”
“ท่านไม่ต้องเป็ห่วงหรอกท่านแม่ทัพเื่นี้ข้าจะเป็คนจัดการเอง ขอเพียงแต่ท่านรักษาสัจจะก็พอ”
“ซิ่วอิง เ้าจำเด็กผู้ชายที่เ้าช่วยในวันนั้นได้หรือไม่”
“ข้าจำได้เ้าค่ะ จำได้อย่างดีเลย”
"หืม…ทำไมเ้าถึงจำได้ล่ะ?
“เพราะตอนที่ข้าช่วยชีวิตเขา เขาทำให้ข้าาเ็ข้าเลยจำได้แม่นเลย”
“ดี ข้าจะให้เ้าแต่งงานเพื่อเป็เ้าสาวในอนาคตของเขาและคอยปกป้องดูแลเขาตลอดไปจากคนที่จ้องจะทำร้ายเ้าจะทำให้ข้าได้หรือไม่”
“ได้สิเ้าคะทำไมจะไม่ได้”
“เ้าไม่กลัวอันตรายหรอ?”
“ข้าไม่กลัวหรอก ตอนที่ข้าเห็นเขาถูกคนร้ายจับข้าสงสารข้าอยากจะปกป้องดูแลเขา”
เสียงหัวเราะของหญิงชราดังขึ้นด้วยความพึงพอใจในคำตอบของเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา
"ดี ข้าคิดไว้ไม่ผิด ท่านแม่ทัพลู่ ลูกสาวของท่านคนนี้ข้าขอจองตัวในอนาคตเมื่อนางอายุครบ 20 ปีเมื่อนั้นข้าจะแต่งนางเข้าบ้านข้าเอง
“เดี๋ยวก่อนพะยะค่ะองค์ไท่เฟย พระองค์ทรงคิดดีแล้วหรือพะยะค่ะ?”