“หรือเ้าอยากจะได้ของสวยๆในร้านเหมือนน้าฉางซิ่วนั่น เอาไหม ข้าจะซื้อให้” ฟู่เจียนจื่อถามเมื่อเห็นพี่เลี้ยงของเขาก้มลงเลือกหยกสำหรับห้อยถุงผ้า
“ไม่เอานะเ้าคะ บ่าวซื้อที่แผงแถวนี้ดีกว่าจะซื้อไปฝากพี่ เฟยเฟยกับท่านยายเหม่ยด้วย”นางเลือกป้ายหยกแกะสลักคำว่า ‘สุขภาพแข็งแรง’ สำหรับนางเหม่ย
“อ้าว ทำไมไม่อยากได้”ของมีค่า เครื่องประทินความงาม ผู้หญิงคนไหนก็อยากได้มิใช่หรือของบนแผงนี่จะสู้ของในร้านใหญ่ๆ ได้อย่างไร คุณชายน้อยคิดเมื่อเห็นนางต่างหญิงสาวทั่วๆไป
จินป๋ายไช่ส่งหยกในมือให้แม่ค้านางหันมาพูดกับคุณชายน้อยของนางที่กำลังจ้องข้าวของบนแผงตาเขม็ง
“ของมีราคาค่างวดสูงพวกนั้นไม่เหมาะกับบ่าวอย่างป๋ายไช่หรอกนะเ้าคะต่อให้คุณชายออกปากจะซื้อให้ บ่าวก็ไม่สมควรรับ คุณชายเก็บเงินไว้ดีกว่า”
ที่จริงแล้วค่าแรงที่นางได้รับจากฟู่ฟูเหรินในแต่ละเดือนนั้นนางก็เกรงใจมากเหลือเกินที่รับมา บ้านสกุลฟู่ให้ที่อยู่ที่กินและรับเลี้ยงดูนางบุญคุณก็ทดแทนไม่หมดแล้วในชาตินี้ ครั้นนางนำเงินไปให้ท่านยายเหม่ยท่านก็ไม่ยอมรับ สั่งกำชับให้เก็บเป็สมบัติติดตัว หากต้องออกเรือนทางบ้านฝ่ายชายจะได้ไม่ดูแคลน
“เ้ากำลังขัดใจข้า”ฟู่เจียนจื่อแสร้งทำหน้าบึ้ง นางเป็พี่เลี้ยงของเขานะเห็นคุณหนูบ้านหม่าซื้อเอาๆ เขาก็อยากจะซื้อของให้นางบ้างั้แ่บ้านตระกูลฟู่รับนางมาอยู่ด้วย จนกระทั่งนางได้กลายมาเป็พี่เลี้ยงคอยดูแลเขาเขาก็ยังไม่ได้ให้ของขวัญพิเศษอะไรนางสักชิ้น นางเป็คนของเขาคนของเขาย่อมต้องไม่น้อยหน้าใคร!
ส่วนเื่ของฝากให้ยายเหม่ยและบ่าวคนอื่นในบ้านนั้นบิดาเขาไม่ลืมอยู่แล้ว เพราะบ้านสกุลฟู่ของเขานั้นใจดีกับบรรดาบ่าวไพร่เมื่อไปต่างเมืองจึงมักจะมีของมอบให้ทั่วถึงกันเพื่อเป็สินน้ำใจตอบแทนความซื่อสัตย์ที่อยู่กันมาหลายปี
“โธ่ คุณชาย...”จินป๋ายไช่รู้ดีว่าเด็กชายแกล้งหน้าบึ้งไปอย่างนั้น
ฟู่เจียนจื่อกวักมือเรียกบ่าวชายที่ยืนรอบิดาของเขาอยู่หน้าร้านเครื่องหอมให้ข้ามถนนมารับเขา“ข้าจะไปดูของให้ท่านย่า เ้าเลือกของรออยู่นี่เถอะเดี๋ยวข้ากลับมา”
“เ้าค่ะ” หญิงสาวรับคำมองตามหลังเด็กชายที่เดินข้ามถนนไปด้วยความเอ็นดูอย่างแท้จริง...
“ข้าอยากซื้อของให้ป๋ายไช่ขอรับ” ฟู่เจียนจื่อโพล่งความ้าของเขาเมื่อกลับเข้ามายืนอยู่ในร้านเครื่องหอมแล้ว
ขณะนั้นเถ้าแก่เ้าของร้านกำลังบอกราคากระจกฝังมุกที่หม่าฉาง-ซิ่วกำลังถืออยู่ในมือเด็กชายได้ยินดังนั้นจึงรับรู้ว่าของในร้านนี้ราคาของสินค้าแต่ละชิ้นค่อนข้างสูงทีเดียวประโยคหลังเสียงของเขาจึงค่อนข้างเบาลง
“ท่านพ่อจะอนุญาตหรือไม่...เอาอันเล็กๆก็พอ”
ฟู่หลิงเฉินเข้าใจถึงความหมายที่แฝงในน้ำเสียงเด็กน้อยคงเข้าใจว่าของชิ้นเล็กราคาย่อมถูกกว่าของชิ้นใหญ่ซึ่งความจริงแล้วสำหรับของบางสิ่งบางอย่างนั้นยิ่งเล็กยิ่งต้องใช้ความประณีตในการทำแต่ตัวเขาก็ไม่คิดจะออกปากขัดบุตรชายแม้แต่น้อย
“ตามใจเ้าเถอะอยากซื้ออะไรให้นางก็เลือกมา”
หม่าฉางซิ่วลอบหันหน้าสบตากับสาวใช้นางคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะมือเติบกับสาวใช้นางนั้นได้มากถึงเพียงนี้และสิ่งที่นางเห็นเด็กชายกำลังเลือกหยิบนั้นมูลค่าของมันไม่น้อยเลยหญิงสาวจึงเดินเข้าไปใกล้เขา
“เจียนจื่อจ๊ะน้าว่า...” นางอยากจะแนะให้เด็กชายเลือกซื้อที่แผงขายของด้านล่างซึ่งเหมาะสมกับฐานะของบ่าวนางนั้นมากกว่า
“น้องฉางซิ่วพี่คิดว่ากลิ่นนี้น่าจะเหมาะกับเ้านะ” ฟู่หลิงเฉินชิงแตะเบาๆที่แขนนาง แล้วพาไปยังมุมเครื่องหอมด้วยรู้เท่าทันั้แ่ที่เห็นนางเดินมาและจ้องสิ่งของที่ฟู่เจียนจื่อเลือกหยิบขึ้นมา
ฟู่เจียนจื่อหันมามองบิดาเด็กชายยิ้มแฉ่งเข้าใจความหมายที่บิดาขยิบตาให้ในมือเขาตอนนี้มีกระจกบานเล็กหนึ่งอัน ที่เขา้ายังมีแป้งอัดและชาดทาปากน้ำมันหอมเขาก็อยากจะได้ คุณหนูบ้านหม่าซื้ออะไรไปบ้างอย่างน้อยป๋ายไช่ของเขาก็น่าจะได้สักเสี้ยวหนึ่งของนางก็ยังดี
“ข้าอยากได้แป้งผัดหน้าชาด และน้ำมันหอมที่ราคากลางๆ ช่วยข้าเลือกหน่อยได้หรือไม่” เด็กชายใช้น้ำเสียงนอบน้อมในการขอความช่วยเหลือจากภรรยาของเถ้าแก่ซึ่งตอนนี้ชายผู้นั้นกำลังวุ่นวายกับการส่งขวดเครื่องหอมให้หม่าฉางซิ่วเลือกอยู่เขายังหาเงินเองไม่ได้เงินที่บิดาให้ติดตัวก็เป็เพียงค่าขนมเล็กน้อยเพราะห่วงความปลอดภัยการมาเที่ยวต่างเมืองถือเป็โอกาสพิเศษ ของขวัญจากเขาจึงต้องเป็สิ่งพิเศษที่สุดเพราะเขาอยากให้ป๋ายไช่ได้ใช้ของดีๆ บ้าง
ฟู่หลิงเฉินภูมิใจในตัวเด็กชายยิ่งนักเมื่อได้ยินคำว่าสินค้าราคากลางๆที่้าเขาไม่กดค่าความเป็บ่าวของป๋ายไช่ลงด้วยคำว่า้าสินค้าราคาถูกที่สุดสำหรับนางหรือใช้จ่ายมือเติบเพียงเพื่ออยากจะเอาชนะคุณหนูบ้านหม่าด้วยการซื้อของฟุ่มเฟือยให้พี่เลี้ยง
ขณะฟู่เจียนจื่อกำลังวุ่นวายอยู่กับการเลือกของกำนัลเพื่อมอบแก่จินป๋ายไช่ฟู่หลิงเฉินก็พลันเหลือบตามองออกมานอกร้านคิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ทันใดกับภาพแห่งความขุ่นเคืองเบื้องหน้าชายหนุ่มกำชับสั่งความกับหวังจงให้คอยรั้งตัวคุณชายน้อยไว้แต่ในร้านก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากร้านเครื่องหอมมุ่งตัดผ่านถนนไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากมองตามร่างนายตัวน้อยจนเขาผลุบหายเข้าไปในร้านเครื่องหอมแล้วจินป๋ายไช่ก็หันมาทุ่มความสนใจกับแผงขายของข้างร้านขนมต่อ นางหมายตาหยกอีกชิ้นเพื่อจะเอามาห้อยถุงผ้าใบใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จ
จินป๋ายไช่ในวัยสิบหกนั้นมีความน่ารักสดใสอยู่ในตัวนางสุขภาพดี เป็คนรักสะอาด แม้ไม่ได้ประทินโฉม แต่ผิวพรรณนางก็ผุดผ่องด้วยเืฝาดสมวัยการเป็พี่เลี้ยงเด็กเล็กทำให้นางไม่จำเป็ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องมากมายนัก หญิงสาวจึงคุ้นชินกับการแต่งตัวเรียบง่ายแต่กระนั้นความงามของนางก็ยังโดดเด่นเกินหน้าบรรดาสาวใช้คนอื่นของบ้านสกุลฟู่
และทุกครั้งที่ต้องออกพ้นชายคาบ้านฟู่เป็ต้องมีชายสักคนสองคนที่มักลอบชำเลืองตามดรุณีร่างน้อยนางนี้แต่ก็ไม่มีชายใดกล้าทำบุ่มบ่ามรุ่มร่ามกับนาง ด้วยว่ามีคนสนิทของฟู่หลิงเฉินตามประกบเป็เพื่อนร่วมทางกับนางเสมอยามต้องออกไปจัดการกิจธุระนอกกำแพงบ้าน
หากแต่นี่คือเมืองเหยาอันที่ซึ่งไม่มีใครรู้ว่านางเป็คนของผู้ใด
“หยกเนื้อดี...”ชายผู้หนึ่งฉวยคว้าเอาชิ้นหยกขึ้นมาส่องกับแสงอาทิตย์ตัดหน้านาง “เนื้อละเอียด ใส ใสพอๆ กับแก้มของเ้า...”
หญิงสาวชะงักกับคำเกี้ยวพาราสีซึ่งๆหน้านางหันไปมองป้าผู้เป็เ้าของแผงขายหยก นาง้ามิตรสักคนในยามนี้แต่ต้องพบเห็นสีหน้าระอาใจของป้าเ้าของแผงแทน
คนผู้นี้คงจะเป็อันธพาลอยู่แถวนี้กระมังเพราะตอนนี้นางก็เพิ่งจะเห็นชายที่แต่งตัวมอซออีกคนกำลังคว้าถ้วยขนมในร้านข้างเคียงขึ้นตักกินหน้าตาเฉยแถมยังถ่มน้ำลายเรี่ยราดทำให้ลูกค้าคนหนึ่งต้องเบือนหน้าหนี
“ไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน”ใบหน้ายาวๆ นั้นยื่นเข้าหาเป้าหมาย จมูกงองุ้มทำทีสูดดมระรวยกลิ่นหอมจากร่างบางอย่างคนกักขฬะกลิ่นเหม็นอย่างร้ายกาจจากลมหายใจของมันทำให้จินป๋ายไช่ถึงกับเกือบผงะแต่นางยังรักษามารยาท แม้กำลังพบคนไร้มารยาทมากที่สุดคนหนึ่งก็ตาม