จากนั้นเราจึงรีบเดินทางกันต่อจนเข้ามาถึงในตัวเมืองแวะกินอาหารเช้าแล้วเดินทางไปยังหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหรงเหอ เป็หนึ่งในสามหมู่บ้านที่ถูกทุบทำลายรูปปั้นั หลี่จวินพาเราเข้าไปในหมู่บ้านพาไปพบกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนพากันออกมายืนมองคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน โดยเฉพาะสาวๆที่ออกมายืนยิ้มส่งสายตาให้หลี่จวินเ้าหน้าที่หนุ่มเ้าเสน่ห์ที่นั่งอยู่บนหลังม้ากำลังแจกยิ้มหวานให้สาวๆในหมู่บ้านที่มายืนมอง
ไม่นานนักเราก็มาถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน เขาเป็ชายแก่ร่างเล็กแต่ดูเป็คนน่าเชื่อถือ หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาออกมายืนต้อนรับและเชิญเราเข้าไปนั่งพูดคุยข้างในบ้าน แต่ฉันจะไม่เข้าและคิดว่าจะอยู่นั่งรอด้านนอกกับฟูหลิว แต่เหยียนเหล่ยดึงแขนให้ฉันเดินตามเข้าไปด้วย แล้วกระซิบบอกว่าให้อยู่ใกล้ๆเขาเพราะกลัวหยางเค่อจะแอบมาขโมยอุ้มฉันไปอีก
จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็บอกให้ภรรยาไปยกน้ำชากับขนมมาให้หลี่จวินและเหยียนเหล่ยกินระหว่างนั่งพูดคุยกัน ส่วนฉันกับลี่ถังเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวถัดไปจากคนทั้งสอง แล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็เริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นซึ่งตรงกับรายงานของทหารที่ส่งให้หลี่จวินอ่านก่อนมาที่นี่ หลี่จวินจึงสอบถามหัวหน้าหมู่บ้านถึงัเ้าสำราญหมายถึงอะไร
หัวหน้าหมู่บ้านเล่าว่า ัเ้าสำราญ มีความหมายไม่แน่ชัด และเป็เพียงเื่เล่าต่อๆกันมาของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเกี่ยวกับสมบัติที่สูญหายไปกับกระแสน้ำ ว่าสมบัติถูกัเ้าสำราญสีน้ำตาลกลืนกินเข้าไปจนเต็มท้องและเลื้อยหนีหายไปบนท้องฟ้า อีกทั้งยังไม่มีใครเคยเห็นสมบัตินั้นซึ่งอาจไม่มีอยู่จริง แล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็บอกว่าจะพาเราไปดูรูปปั้นัที่ถูกคนร้ายทุบทำลาย
เหยียนเหล่ยจึงหยิบขนมหลายชิ้นที่ยังไม่ได้กินหยิบวางใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วห่อส่งมาให้ฉัน เขาบอกว่าขนมอร่อยดีและอยากให้ฉันกินขนมด้วย จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านพาเรามาตรวจสอบที่วัดเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้หมู่บ้าน พบรูปปั้นัทั้งหมดถูกทุบแตกตรงท้องทุกตัว ฉันเดินตามหลังพวกเขาไปด้วยกินขนมไปด้วยโดยไม่ได้สนใจดูรูปปั้นที่แตกสักเท่าไหร่นัก เพราะกำลังห่วงกินขนมและคิดว่านี่ไม่ใช่งานหรือธุระอะไรของฉัน
ในขณะที่เราเดินดูซากรูปปั้นัถูกทุบทัองแตก หลี่จวินก็สันนิษฐานได้ทันทีว่าคนร้ายน่าจะตั้งใจจะหาอะไรสักอย่างในท้องั คงไม่ใช่พวกมือบอนเล่นสนุกทั่วไปแน่ๆ และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับปริศนา ัเ้าสำราญ ที่หยางเค่อเคยพูดถึงด้วย หัวหน้าหมู่บ้านจึงขอร้องกับหลี่จวินว่าช่วยจับคนร้ายให้ได้โดยไว เพราะพวกชาวบ้านรู้สึกไม่สบายใจกันเลย กลัวคนร้ายจะไปทุบทำลายรูปปั้นอื่นๆที่ชาวบ้านเคารพนับถือบูชา หลี่จวินจึงรับปากทันทีว่าจะจับคนร้ายมาให้ได้
และคืนนี้จะส่งเ้าหน้าที่ที่กำลังติดตามมาไปคอยเฝ้าดู ถ้าพวกคนร้ายโผล่มาจะจับทันที พร้อมกับหันมาถามฉันว่าเห็นอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่ ฉันจึงตอบไปส่งๆว่า นอกจากเห็นัท้องแตกแล้วก็ไม่เห็นอะไรอย่างอื่น จากนั้นฉันก็หยิบขนมป้อนใส่ปากเหยียนเหล่ยที่กำลังขอแบ่งขนมกิน หลี่จวินเห็นฉันป้อนขนมให้เหยียนเหล่ยกินก็รู้สึกหมั่นใส้และอิจฉา จึงเดินมาหยิบขนมจากมือฉันไปหนึ่งชิ้น จะนำไปป้อนให้ลี่ถังหวังออดอ้อนเอาใจบ้าง แต่ลี่ถังกลับรับขนมจากมือหลี่จวินหยิบไปกินเอง แล้วทำเสียงเชอะ! สะบัดหน้าใส่หลี่จวินพร้อมกับหันไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านให้นำทางไปตรวจสอบอีกสองหมู่บ้านที่เหลือ ทำเอาหลี่จวินหน้าเหวอหันมาถามฉันทันทีว่า
หลี่จวิน : นี่ข้าทำอะไรผิด ทำไมลี่ถังทำเสียงเชอะ! ใส่ข้าล่ะเนี่ย?
มี่จื่อ : ท่านทำเ้าชู้หกเรี่ยราดตามรายทางที่ผ่านมาก็สมควรโดน เชอะ! ใส่แล้วล่ะ! เชอะ! (ฉันสะบัดหน้าเชอะ! ใส่หลี่จวินแล้ววิ่งตามลี่ถังไปทันที)
หลี่จวิน : หนอย! เ้าเด็กคนนี้!! เหยียนเหล่ยดูสาวใช้ของเ้าซี่! เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่ทำเสียงเชอะ! ใส่ข้า
เหยียนเหล่ย : ข้าก็ดูนางอยู่ทุกวัน นางก็น่ารักน่าเอ็นดูดี
หลี่จวิน : เพราะเ้าให้ท้ายมี่จื่อแบบนี้ นางถึงไม่เกรงกลัวข้า แต่เอ๊ะ! แหมๆ! เหยียนเหล่ยแววตาเ้ามันเปลี่ยนไปนะเนี่ย แววตาแบบนี้มันเหมือนหมาป่าอยากกินลูกกวางน้อยชัดๆ
เหยียนเหล่ย : รีบไปทำงานให้เสร็จเร็วๆเถอะน่า!
หลี่จวิน : ข้าพูดถูกใช่มั้ยล่าาาา
หัวหน้าหมู่บ้านพาเราไปตรวจสอบอีกสองหมู่บ้านที่รูปปั้นัถูกทุบทำลายในลักษณะเดียวกัน เมื่อตรวบสอบเสร็จหลี่จวินจึงบอกให้เรากลับไปพักที่หมู่บ้านแรกเพราะหัวหน้าหมู่บ้านจัดเตรียมที่พักไว้ให้ ส่วนหลี่จวินกับลี่ถังจะออกไปดักจับคนร้ายกับทหารคนอื่นๆคืนนี้
ฉันจึงขออนุญาตเหยียนเหล่ยไปเดินเล่นที่ริมแม่น้ำหรงเหอซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลมากนัก เหยียนเหล่ยอนุญาตให้ไปแต่เขาจะไปด้วยเพราะเขากลัวว่าหยางเค่อจะตามมาจับตัวฉันไปอีก เราเดินกันมาเรื่อยๆจนเดินมาหยุดที่ริมแม่น้ำหรงเหอ ฉันชี้นิ้วไปทางขวามือและถามเขาว่ากระแสน้ำไหลไปทางนี้ไปที่ไหน เหยียนเหล่ยตอบว่าไหลออกทะเล ส่วนทางซ้ายมือไหลผ่านเมืองอีกหลายเมือง
จากนั้นเขาก็ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังและเคร่งขรึมว่าฉันไม่รู้จริงๆหรือเื่ัเ้าสำราญกับแผนที่ที่หยางเค่อพูดถึง ฉันจึงยืนยันกับเหยียนเหล่ยว่า ไม่รู้เื่นั้นจริงๆ แม้จะเคยรู้จักกับหยางเค่อแต่ก็รู้จักกันแค่่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นไม่ได้รู้ทุกเื่ที่เขาทำ เหยียนเหล่ยจึงจับหน้าฉันให้หันมามองจ้องตาครู่หนึ่งแล้วพูดว่าแววตาฉันไม่มีแววโกหก เขาจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดและถามซ้ำอีกครั้งว่าฉันเป็ใครมาจากที่ไหน
ซึ่งฉันก็ยังคงตอบเหมือนเดิมว่า พลัดตกน้ำมาจากอนาคต ไม่ใช่คนที่นี่ ไม่ใช่คนชนเผ่า และคิดว่าเส้นทางที่จะกลับบ้านได้ก็คือแม่น้ำ แม้เหยียนเหล่ยจะทำสีหน้าว่าไม่เชื่อ แต่เขาก็ไม่เคยพูดว่าฉันบ้าเลยสักครั้ง เพียงแต่สั่งห้ามไม่ให้ฉันเข้าใกล้แม่น้ำอีก แล้วรีบพาฉันกลับที่พักที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านทันที
ในที่พักเหยียนเหล่ย หลี่จวิน และลี่ถัง กำลังนั่งพูดคุยหาข้อมูลและพยายามหาความหมายของปริศนาัเ้าสำราญกันอย่างเคร่งเครียด สักพักฟูหลิวก็ยกน้ำชาและขนมเข้ามาวางบนโต๊ะ ส่วนฉันก็รินน้ำชาให้พวกเขาตามหน้าที่ของหญิงรับใช้จากนั้นจะเดินตามฟูหลิวออกไปนั่งรอด้านนอก
แต่เหยียนเหล่ยเรียกฉันไว้ให้นั่งลงข้างๆสั่งให้นวดแขนแก้เมื่อย ฉันจึงนั่งลงนวดแขนให้เหยียนเหล่ยที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง บีบนวดไปเรื่อยๆ แล้วมองใบหน้าหล่อคมเข้มของเหยียนเหล่ยที่กำลังตั้งใจอ่านบันทึกประวัติความเป็มาของหมู่บ้าน ฉันจึงแกล้งยั่วลูบไล้ใต้ท้องแขนบีบคลึงเบาๆคล้ายส่งสัญญาณบางอย่างที่เราน่าจะรู้กันเพียงสองคนว่าฉันกำลังอ่อย
ก็เห็นเขายังคงทำสีหน้าเรียบเฉยปกติแต่แอบอมยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก แล้วเขาก็หยิบถ้วยน้ำชายกดื่มกลบเกลื่อนอาการที่ถูกฉันอ่อย แต่ทันใดนั้นฉันก็ต้องสะดุ้งโหยงใเพราะถูกหลี่จวินตีที่มือที่กำลังลูบไล้เหยียนเหล่ยดัง เพี๊ยะ!!!
มี่จื่อ : โอ๊ยย! ใหมดเลย! ท่านหลี่ตีข้าทำไม?!
หลี่จวิน : นี่! เ้าลูกกวางน้อยคิดยั่วน้ำลายหมาป่ารึไง?! ให้ตายสิ! เ้าสองคนนี่ทำให้ข้าหงุดหงิดตาชะมัด ดูหน้าเ้านายของเ้าสิ! เก็บอาการจะไม่อยู่แล้ว หยุดยั่วยวน! แล้วเอาบันทึกของหมู่บ้านไปอ่านซะ!!
มี่จื่อ : ข้าต้องอ่านด้วยเรอะ...?
หลี่จวิน : ใช่! ช่วยกันอ่านสิ! คดีจะได้เสร็จเร็วๆ จะได้กลับบ้าน
เหยียนเหล่ย : เอ่อ! หลี่จวินบอกให้หัวหน้าหมู่บ้านเอาแผนผังของหมู่บ้านมาให้ข้าดูหน่อย
หลี่จวิน : ได้! ประเดี๋ยวข้าจะให้คนไปเอามาให้