“ให้ชิบ*** ตาย** มาม่าหกเถอะ! บ้าเอ้ย!!”
เพิ่งเข้ามาในถ้ำที่ 6 ได้เพียงไม่นาน ออสการ์ก็ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ปากสบถคำหยาบคายออกมาอย่างต่อเนื่อง ผมบนหัวฟูตั้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมันมีควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมา
สาเหตุ! มันเกิดขึ้นจากทักษะเวทย์ ‘ม่านวารี’ ที่เด็กหนุ่มภาคภูมิใจ และนั่นยิ่งทำให้เขาหัวเสียมากขึ้นกว่าเดิม
การเลือกซื้อทักษะเวทย์ม่านวารีมาเรียนรู้เพื่อใช้มันเป็เวทย์ป้องกันระยะประชิด เป็ความคิดที่ถูกต้องและถูกที่ถูกเวลา ศัตรูภายในถ้ำที่ 5 เป็ธาตุไฟ ‘เม่นเพลิง’ ออสการ์ตั้งชื่อเ้าสัตว์ร้ายตัวนี้ว่าอย่างนั้น รูปร่างมันไม่ได้เหมือนเม่นมากนัก แต่การสลัดขนที่แหลมคมออกมาได้จากทุกส่วนของร่างกาย มันคือการโจมตีหลักของเม่นอย่างชัดเจน
และขนที่สลัดออกมาห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง
‘เม่นเพลิง’ จึงเป็ชื่อที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ! เด็กหนุ่มเข้าใจเื่นี้ดี เขาจึงสละมานาทุกหยด เม็ดยาเติมมานาทุกเม็ดเพื่อใช้ในการสร้าง ‘ม่านวารี’ หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าการป้องกันไม่ใช่จุุดเด่นของเหล่าเม่นเพลิงทั้งหลาย ดาบเปลือย ๆ หอกเหล็กเพียว ๆ ก็สามารถทะลวงผ่านหนังที่ไม่ค่อยเหนียวของพวกมันได้
ไม่ต้องเคลือบด้วยเพลิงสีชาดเลยแม้แต่นิดเดียว
ม่านวารีค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจากสายน้ำที่หมุนวนอยู่รอบตัว กลายมาเป็กำแพงน้ำที่ขวางกั้นป้องกันอยู่ตรงหน้า และในที่สุดมันก็กลายเป็เหมือนฟิล์มบาง ๆ ที่หุ้มอยู่ทั่วร่างกาย
ทักษะเวทย์ม่านวารี กลายเป็เวทย์มนต์แรกที่ออสการ์ฝึกฝนได้จนถึงระดับ ‘ดั่งใจ’
เปลวเพลิงอันร้อนแรง!? ขนเพลิง!? มันก็แค่… การปาไม้จิ้มฟันติดไฟใส่เท่านั้น
และ ‘ดาบลมกรด’ ที่แซงหน้า ‘หอกอสรพิษ’ ขึ้นไปถึงระดับ ‘ดั่งใจ’ ั้แ่ตอนปราบ ‘สิงโตหางมีดแห่งสายลม’ ก็ถูกใช้กวาดล้างถ้ำที่ 5 จนสะอาดหมดจด
ออสการ์ยังมีอารมณ์ใช้บอสผู้โชคร้ายฝึกฝนหอกอสรพิษให้ขึ้นถึงระดับ ‘ดั่งใจ’ ด้วยอีกทักษะหนึ่งด้วย
เด็กหนุ่มมั่นใจมาก! การป้องกันที่สมบูรณ์แบบ การโจมตีที่หลากหลายรุนแรง มันเพอร์เฟค
เขาไร้เทียมทาน!!
จนได้มาเจอกับเ้าหมาจิ้งจอกในถ้ำที่ 6 แห่งนี้ ความมั่นใจที่เคยมีก็สูญสลายไปจนหมดสิ้น
่เวลาแห่งความภาคภูมิใจ ่เวลาที่ไร้เทียมทาน
มันช่างสั้นเหลือเกิน!
เร็ว! แรง! นี่คือคำจำกัดความง่าย ๆ ของเ้าหมาจิ้งจอกที่อยู่กันเป็ฝูงใหญ่
เร็วกว่าฝูงสิงโตแคระ และพลังโจมตีจากเวทมนตร์รุนแรงกว่าเม่นเพลิง
ที่สำคัญที่สุด ม่านวารีของออสการ์เป็สื่อนำ ‘สายฟ้า’ ชั้นดี
ใช่! เวทย์สายฟ้า เ้าพวก ‘จิ้งจอกสามหาง’ พวกนั้นโจมตีด้วยสายฟ้าจากหาง เขาโดนไฟช็อตใส่จนไหม้ไปหมดทั้งตัว และทำให้ต้องหนีกระเซอะกระเซิงกลับมาเลียแผลอยู่ตรงนี้
“เอาไงดีล่ะทีนี้?”
เด็กหนุ่มพึมพำออกมาระหว่างที่กระตุ้นเวทย์วารีบำบัดออกมาฟื้นฟูร่างกาย เมื่อความกลมกลืนกับเวทย์เพิ่มมากขึ้น ปริมาณพลังเวทย์ที่ใช้ก็น้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“หอกอสรพิษใช้ไม่ได้! พวกมันโจมตีจากรอบทิศทาง แต่ถ้าใช้ดาบลมกรด!? …
ให้ตายเถอะ! นี่เราจะต้องเป็ ‘เป็ด’ จริง ๆ ใช่มั้ยเนี่ย?”
ออสการ์สบถออกมาเมื่อคิดพิจารณาทางเลือกของตัวเองอย่างถี่ถ้วน แล้วก็ไม่พบกับทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ‘กายหินผา’ อีก น้ำ!ไฟ!และลม!นี่คือเวทย์ 3 สายที่เขาคิดจะมุ่งไป เพราะมันมีความก้าวหน้ามากที่สุดในตอนนี้ เด็กหนุ่มไม่อยากจะถ่วงความก้าวหน้าของตัวเองด้วยการพยายามพัฒนาเวทย์ทั้ง 5 สายไปพร้อมกัน
ออสการ์ไม่้าให้เหตุการณ์แบบในไพรทมิฬเกิดขึ้นอีกครั้ง เลเวลตันโดยปลดล็อคไอเทมที่จำเป็ในการเอาชนะเกมส์ไม่ได้! มันจะทำให้ตัวเองเหนื่อยมากขึ้นโดยใช่เหตุ
เขาหาวิธีเพิ่มการกลมกลืนกับเวทย์ได้แล้ว และกำลังหวังกับเวทมนตร์ที่มีอำนาจทำลายล้างสูงอยู่
และนั่นมันต้องใช้ความกลมกลืนกับเวทย์สูงมากอย่างแน่นอนจึงจะใช้ได้ เด็กหนุ่มรู้ว่าตัวเองเดาไม่ผิดแน่!
แต่ตอนนี้! ออสการ์ถูกบีบให้กลับมาใช้เวทย์สายดิน เพราะมันเป็ทางเดียวที่ทำให้เขาต้านทานสายฟ้าได้ และเด็กหนุ่มจะกลายเป็เป็ดที่ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่มีสิ่งไหนดีเข้าขั้นใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ เลย
“ฟู่! เอาน่า แค่เสียโอกาสฝึกฝนไปแค่ถ้ำเดียวเท่านั้น ไม่น่าจะมีผลเท่าไร?”
หลังจากเป่าปากพ่นลมออกมาอย่างแรงและพึมพำให้กำลังใจตัวเองเสร็จ ออสการ์ก็ออกเดินรุดหน้าเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง แต่ด้วยความเร็วที่ช้าลงจากปกติมาก
กายหินผาทนสายฟ้าได้ แต่มันก็ลดความคล่องแคล่วยืดหยุ่นของร่างกายไปด้วย
เด็กหนุ่มยังฝืนใช้ย่างก้าวแปดทิศได้อยู่ แต่… เขาไม่สามารถเสริมความเร็วด้วยปีกแห่งสายลมได้อีก
………
“เชี่ยแล้ว! ทำไมสายฟ้ามันแรงแบบนี้? โกงกันอีกแล้ว!”
ขนาดหลุมที่เกิดขึ้นจากสายฟ้าพุ่งกระแทกพื้น มันทำให้ออสการ์ต้องสบถออกมา เวทย์สายฟ้าที่ ‘หมาจิ้งจอกเก้าหาง’ ตัวนี้ใช้ มันมีพลังทำลายล้างทางกายภาพด้วย ไม่ได้มีแค่พลังโจมตีของเวทย์เหมือนกับหมาจิ้งจอกสามหางข้างนอก
“ให้ตายเถอะ! แค่เฉียด ๆ ก็ชาขนาดนี้แล้ว นี่มันไฟฟ้าแรงสูงกี่ล้านโวลต์กัน?”
เสียงสบถยังไหลออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง เด็กหนุ่มกำลังเคลื่อนที่หมุนวนหลบเลี่ยงไปทั้ง 8 ทิศ ดาบสั้นในมือไม่กล้ายกขึ้นปะทะป้องกันสายฟ้าเอาไว้ เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะต้านทานอานุภาพความต่างศักย์ที่สูงขนาดนี้ของสายฟ้าได้ และไม่มั่นใจว่ามือที่ยังชาอยู่จะยึดดาบเอาไว้ไม่ให้หลุดไปตามแรงปะทะไหว
ออสการ์ฝ่ามาถึงห้องบอสได้อย่างสะบักสะบอมและกล้ำกลืนฝืนทน เม็ดยาเติมมานาถูกพกมาเต็มพิกัดก็จริง แต่มันไม่ได้เตรียมมาสำหรับการใช้เวทย์กายหินผา ระดับเข้าใจกับความกลมกลืนแค่รู้จัก! ยังไม่ต้องนับว่ากายหินผาเป็เวทย์ที่ใช้พลังเวทย์มากอยู่แล้วด้วยเลย
เตรียมมาเท่าไรก็ไม่พอ…
ทนเอา! วิธีง่าย ๆ อย่างนั้นเลย กระตุ้นกายหินผาแล้วโถมเข้าไปอยู่กลางวงล้อม ปล่อยให้ฝูงจิ้งจอกสามหางพุ่งเข้ามากลุ้มรุมโจมตีในระยะใกล้ให้มากที่สุด ยกเลิกกายหินผา กระตุ้นปีกแห่งสายลม เคลื่อนไหวด้วยย่างก้าวแปดทิศ และใช้ดาบลมกรดออกไปอย่างสุดความสามารถ กำจัดกวาดล้างทั้งฝูงให้ได้ในครั้งเดียว!
เด็กหนุ่มทำตามแผนได้สำเร็จ และสถานการณ์เหมือนจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น กายหินผาที่ช่วยลดความเสียหายจากสายฟ้าได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ในตอนแรกเริ่มกลายเป็ 80 และ 90 เปอร์เซ็นต์ มันเริ่มใช้พลังเวทย์น้อยลง ร่างกายยืดหยุ่นคล่องแคล่วมากขึ้น แม้จะอยู่ในสภาพร่างหินผาก็ร่ายรำดาบลมกรดที่ต้องอาศัยความว่องไวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทุกอย่างกำลังไปได้สวย จนกระทั่งเม็ดยาเติมมานาเหลือเพียง 5 เม็ด แต่ปริมาณของจิ้งจอก 3 หางยังไม่ลดลง และยังไม่เห็นวี่แววว่าจะใกล้ถึงห้องบอส
ออสการ์ต้องปรับแผนการอีกครั้ง เขาเลิกใช้ปีกแห่งสายลมช่วยโจมตี แม้จะประหยัดพลังเวทย์ได้ไม่มาก แต่เหลือมากกว่าเดิมแค่เพียงหยดเดียวก็อาจจะเปลี่ยนแปลงผลขั้นสุดท้ายได้ เด็กหนุ่มสังหารในพริบตาไม่ได้เหมือนเดิมเมื่อไม่มีปิกแห่งสายลม
เขาได้รับาเ็จากสายฟ้าที่ถูกโจมตีซ้ำเข้ามาจากตัวที่เหลือรอดอยู่ และได้แต่ทนเอาจนชินชา!
ชินกับความเ็ป และชาไปหมดทั้งร่างกาย จน่สุดท้ายถ้าฝูงจิ้งจอกสามหางมีอยู่ไม่ถึง 10 ตัว ออสการ์โถมเข้าใส่โดยไม่กระตุ้นเวทย์อะไรเลยด้วยซ้ำ
เขาจะเก็บพลังเวทย์เอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อจัดการกับบอส!
และในที่สุดก็เป็ผลสำเร็จ มันมีเม็ดยาเติมมานาเหลือติดกระเป๋าอยู่ 2 เม็ดตอนที่จัดการหมาจิ้งจอกฝูงสุดท้ายหน้าห้องบอสได้
“บ้าเอ้ย! กลายเป็เหมือนตอนเจอกับเ้าสิงโตนั่นจนได้”
ออสการ์พึมพำออกมาเมื่อต้องยัดยาเติมมานาเม็ดรองสุดท้ายเข้าปาก การต่อสู้กันด้วยความเร็วที่ไม่มีวันเอาชนะได้ เขากำลังเจอกับสถานการณ์แบบเดิม ทั้ง ๆ ที่ทักษะย่างก้าวแปดทิศและปีกแห่งสายลมมีระดับสูงขึ้น มันยืนยันความคิดที่ว่าดันเจี้ยนมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนครั้งที่เข้าไป ไม่ได้เกี่ยวว่าเป็ถ้ำไหนหรือธาตุอะไรทั้งสิ้น!
“ฟู่!”
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาจากปากอย่างแรง มือคว้าเอาหอกที่ปักไว้ตรงทางเข้าเหมือนทุกครั้งที่จะใช้ดาบเป็อาวุธหลักขึ้นมาถือ เขาถอยออกมาที่นี่เพื่อจะหยิบมันไปใช้ตามแผนการที่คิดขึ้นได้สด ๆ และโชคดีที่เ้าบอสตัวนั้นไม่ได้ตามมาโจมตีต่อ
“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ! จะเป็เป็ดทั้งที ก็ขอเป็ ‘เป็ดแดงตะแคงฟ้า’ เลยแล้วกัน!”