"คัต!"
เสียงคัตดังขึ้นจากพิภพ บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาเป็ปกติทันที ทีมงานและนักแสดงต่างหายใจออกเบาๆ คลายความตึงเครียดที่ทุกคนรับรู้ได้ั้แ่เริ่มฉาก
พิภพยิ้มอย่างพอใจ “ยอดเยี่ยมมากทุกคน! โดยเฉพาะคิรินและเดช นายทำให้บทนี้ดูมีชีวิตจริงๆ” เขาเดินเข้าไปจับไหล่ของทั้งคู่เป็การชื่นชม “นายทั้งสองเล่นกันได้ถึงบทจริงๆ ฉันรู้สึกถึงความหวาดระแวงที่โคตรจะน่าอึดอัดระหว่างพวกนายจริงๆ คงไม่ใช่ว่ากำลังตึงใส่กันอยู่หรอกนะ ฮ่าๆ”
“พูดเกินไปน่ะพี่ พวกผมแค่แสดงกันแค่นั้น พี่ไม่เห็นรึไงว่าพวกเราสนิทกันแค่ไหน” เดชฉีกยิ้มกว้างให้พิภพขณะกอดคอชาญที่ยิ้มแห้งๆให้นักแสดงรุ่นพี่ทั้งสอง ถึงพิภพจะพักงานแสดงมาเอาดีด้านผู้กำกับ แต่ความสัมพันธ์ของเขาและเดชก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
เสียงปรบมือจากทีมงานดังขึ้นรอบทิศ เดชยิ้มรับพร้อมกับโค้งขอบคุณ ส่วนคิรินยิ้มบางๆ พลางโค้งให้พิภพและทุกคนเช่นกัน
“ขอบคุณครับ ผมพยายามให้เต็มที่จริงๆ”
เดชตบไหล่คิรินเบาๆ พลางหัวเราะ “นายทำได้ดีมากเลยคิริน”
นักแสดงสมทบหลายคนที่ยืนมองฉากนี้อยู่ต่างพากันยอมรับว่าบทของไวท์ที่คิรินแสดงนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและความน่ากลัว จนทำให้พวกเขาอินไปกับฉากโดยไม่รู้ตัว
ทีมงานหัวเราะกันเบาๆ บรรยากาศในห้องกลับมาผ่อนคลายลงหลังจากการแสดงที่เข้มข้น ทุกคนรู้สึกประทับใจกับความทุ่มเทและฝีมือของคิรินที่สามารถทำให้ไวท์กลายเป็ตัวละครที่มีชีวิตขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์
หลายวันผ่านไป การถ่ายทำฉากสำคัญหลายๆ ฉากที่มีไวท์และชาญในบทสนทนาที่ยิ่งทวีความตึงเครียดก็ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของการถ่ายทำฉากของไวท์ในซีรีส์ “โลกไร้สี”
วันนี้เป็อีกหนึ่งในฉากที่สำคัญของไวท์ ฉากที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับชาญที่สงสัยในตัวเขาและพยายามเค้นหาความจริง
เมื่อถึงเวลาถ่ายทำ บรรยากาศในกองถ่ายเต็มไปด้วยความคึกคัก ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับฉากนี้ คิรินในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาในฉากด้วยท่าทีที่สุขุมและเยือกเย็น สีหน้าของเขามั่นคง ราวกับเขาได้เตรียมตัวมาทำภารกิจบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่เดชในบทของชาญยืนอยู่ในชุดตำรวจเต็มยศ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและท้าทาย
พิภพเดินไปหาคิรินและเดชก่อนจะสั่งการ “จำไว้นะทุกคน ฉากนี้สำคัญมาก ผมอยากให้ทุกคนทุ่มเททุกอย่างที่มี ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเครียดและความกดดันในฉากนี้จริงๆ” เขาพูดพร้อมมองทั้งสองด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความคาดหวัง
คิรินพยักหน้าอย่างตั้งใจ “ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”
เมื่อทุกคนเตรียมตัวพร้อม เสียงของพิภพก็ดังขึ้น “แอ็คชั่น!”
ในฉากนั้น ชาญยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง สีหน้าเข้มข้นดุดัน ขณะที่ไวท์นั่งอยู่ตรงข้ามเขา ใบหน้าของไวท์ดูนิ่งสงบ ผิดกับบรรยากาศที่ตึงเครียด
ชาญเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไวท์...ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่นายจะต้องบอกความจริงทั้งหมด ฉันรู้สึกว่านายเกี่ยวข้องกับคดีนี้มาตลอด แต่มันยังมีบางอย่างที่นายพยายามซ่อนเอาไว้”
ไวท์ยิ้มเย็นๆ ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างใจเย็น “คุณชาญ...คุณดูจะมั่นใจมากทีเดียวว่าผมเกี่ยวข้องกับคดีนี้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็การท้าทายเสียมากกว่า
ชาญกัดฟันกรอด “ฉันสืบมานานพอที่จะรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล นายอาจจะคิดว่าตัวเองปลอดภัยอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง แต่ความจริงยังไงก็ต้องถูกเปิดเผยออกมา”
ไวท์เอนตัวพิงเก้าอี้และยิ้มอย่างเยือกเย็น “อย่าคิดเองเออเองสิ รู้มั้ยว่าการปรักปรำคนอื่นมันมีความผิดนะ เป็ตำรวจแต่ไม่รู้เื่นี้รึไง”
คำพูดของไวท์ทำให้ชาญนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่มั่นคง “ปากดีไปเถอะ ไม่ว่าแกจะวางแผนอะไรอยู่มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ไวท์พยักหน้าช้าๆ มองชาญด้วยสายตาเย้ยหยันแฝงไปด้วยความลึกลับ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความท้าทายและล่อแหลมอย่างมาก “คุณชาญ...บางทีความอยากรู้ที่ถลำลึกมากเกินไปก็อาจทำให้สูญเสียทุกอย่างได้นะ เหมือนกับน้องสาวของผู้กองไง”
“แก!” ชาญที่ได้ยินเื่ของน้องสาวที่เป็หนึ่งในเหยื่อของฆาตกรที่เขาตามล่าก็ถึงกับฟิวส์ขาดแล้วกระชากคอเสื้อของไวท์ขึ้นมาด้วยความเดือดดาล!
“ชาญ! คุณจะทำอะไรไวท์น่ะ!” พิมพ์ที่ตามมาสมทบทั้งสองในการตามสืบคดีเห็นท่าทางของทั้งคู่ที่เหมือนจะทะเลาะกันจึงรีบเข้ามาผลักชาญออกไปจากไวท์แล้วประคองเพื่อนของเธอขึ้นมาอย่างเป็ห่วง
“ฉันไม่เป็ไร เธอไปปลอบแฟนเธอเถอะ หมอนั่นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วนั่น” ไวท์ยิ้มอ่อนโยนให้พิมพ์ ก่อนจะเดินจากไปโดยหันมาเหลือบมองชาญพร้อมรอยยิ้มจางๆจนทำให้ผู้กองหนุ่มกัดฟัน แต่เขาต้องเงียบเอาไว้เนื่องจากตอนนี้ไม่อยากให้พิมพ์รู้ว่าเขาสงสัยเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ
“แล้วคูณจะออกมาจากห้องพักทำไม ทั้งที่พึ่งถูกพวกผมช่วยจากแก๊งค้ายานั่นมาแท้ๆ เดี๋ยวพยาบาลก็บ่นหรอก” ชาญเอ่ยด้วยความเป็ห่วงอัยการสาว
“ฉันก็แค่อยากสูดอากาศสดชื่นบ้างนี่นา ว่าแต่คุณเก่งมากเลยนะคะชาญ ที่สามารถเอาชนะแก๊งค้ายาพวกนั้นได้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว”
“ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอก เพื่อนของคุณก็ช่วยจัดการพวกมันไปเยอะเหมือนกัน เผลอๆอาจจะมากกว่าผมด้วยซ้ำ”
“ว่าไงนะคะ!? ไวท์เนี่ยนะ! ขนาดแมลงเขายังไม่กล้าจับเลย เขาจะไปทำเื่แบบนั้นได้ยังไง แถมยังเป็โรคหัวใจอ่อนแออีก”
“อ่อนแองั้นเหรอ ดูเหมือนเพื่อนคุณคนนี้จะมีความลับมากกว่าที่คิดนะ” ชาญแค่นเสียงขณะจับข้อมือตัวเองที่ยังคงไม่หายเจ็บจากการจับของไวท์ในตอนที่จะไปช่วยพิมพ์
“...ไวท์” พิมพ์พึมพำเสียงเบา ขณะนึกถึงเพื่อนของเธอที่มักจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา แต่ในตอนนี้เธอพึ่งรู้ว่าเขาเองก็มีความลับบางอย่างที่ไม่ได้บอกเธอ
เสียงปรบมือดังก้องทั่วกองถ่าย ทุกคนต่างยืนขึ้นและปรบมือให้คิริน เดช และพิมพ์ ทั้งสามสามารถถ่ายทอดความเข้มข้นของฉากนี้ที่เต็มไปด้วยความสงสัยในตัวของไวท์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ