บทที่ 11
ครูพิเศษผู้ไม่หวงวิชา
มีเพียงซิสเตอร์ทั้งสองและเดวิดเท่านั้นที่รู้ว่าคัมภีร์เล่มสำคัญไม่ได้ถูกส่งมาจากโบสถ์ใหญ่แห่งเมืองรัสเซลดังที่กล่าวอ้างไว้
มันเป็เพียงหนังสือคำสอนของลัทธิไวท์วิงส์เล่มเก่าซึ่งอยู่ในสภาพค่อนข้างดีและได้รับการบูรณะใหม่เพิ่มเติมให้ดูดียิ่งขึ้นโดยใช้ยางไม้จากสนแดง แต่งแต้มด้วยสีเหลืองเข้มที่ได้จากการต้มเปลือกไม้แห้งซึ่งทับถมอยู่ในป่า จากนั้นก็ลงไขเคลือบขัดผิวด้วยไขมันสัตว์คุณภาพดีจากของบริจาคที่คนในหมู่บ้านเพิ่งนำมาให้ พวกมันถูกต้มเคี่ยวกับหญ้าป่ากลิ่นหอมแล้วกรองออกจนใสแจ๋วก่อนนำมาใช้กับหนังสือเล่มสำคัญ
แม้จะใช้เวลานานในการโน้มน้าวให้ซิสเตอร์ยินยอมใช้วิธีการผิดศีลธรรมคำสอนโดยการพูดปดกับมิสเตอร์เกรย์ แต่สุดท้ายผู้าุโทั้งคู่ก็ยอมรับเหตุผลของเขา
“ซิสเตอร์ครับ กับคนเช่นนั้น เราจะมารีรอให้เขาได้รับคำตัดสินจากทวยเทพไม่ได้... มีแต่ต้องลงมือต่อสู้ด้วยตนเองเท่านั้น ไม่ใช่ว่าท่านไวท์วิงส์ได้ให้คำสอนเอาไว้ว่า ‘ทวยเทพย่อมไม่ละทิ้งผู้พยายาม’ หรอกเหรอครับ...”
เ้าเด็กคนนี้ ใช้ความรู้จากการร่ำเรียนคัมภีร์เล่มหลักได้ไม่กี่วันมาโจมตีซิสเตอร์ใจงามเสียอยู่หมัด
“แต่จะให้เราโป้ปดกับบุคคลอื่นมันออกจะ...” ซิสเตอร์ลิซ่าเริ่มลังเลกับเหตุผล ส่วนซิสเตอร์แอนนั้นยังคงรับฟังอย่างตั้งใจ
“คิดเสียว่าเราทำเช่นนี้เพื่อทดสอบข้อเท็จจริงดีไหมครับ หากมิสเตอร์เกรย์มีกฎที่ถูกต้องตามกฎหมายอาณาจักรจริง ๆ เขาควรจะโต้แย้งได้ แต่ถ้าหากเขาใช้อำนาจในทางที่ผิดมาตลอด เราก็จะได้รู้ความจริงเสียที...”
“การรอคอยให้เทพเ้ามาตัดสินคนชั่ว... ไม่สามารถนับเป็ความพยายามได้หรอกนะครับ” ประโยคสุดท้ายจากปากเด็กน้อย ทำให้สองหญิงชราตัดสินใจได้ และมีความแน่วแน่มากขึ้น
วันแห่งการซ่อมแซมคัมภีร์คำสอน จึงกลายเป็อีกวันที่ทำให้ซิสเตอร์รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับมือน้อย ๆ ที่แต่งแต้มศิลปะงดงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนท้ายที่สุดหนังสือเล่มเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปีกลับมามีสภาพเหมือนใหม่อีกครั้ง ไม่สิ... งดงามกว่าเก่าเสียอีก
เ้าหนูคิทแอบถอนหายใจ ศิลปะงดงามที่พวกเธอกล่าวชมไว้ เป็เพียงลายเส้นธรรมดาที่ถูกขีดเขียนมารวมกันอย่างลงตัวเท่านั้น เกรงว่าเด็กประถมในโลกก่อนที่ผ่านการเรียนและฝึกฝนวิชาศิลปะมาเสียหน่อย ก็คงทำได้ไม่ยากเย็น...
สิ่งที่คาดเอาไว้ เกิดขึ้นในเวลาต่อมาเหมือนเด็กน้อยเห็นอนาคต...
แผนรับมือที่วางเอาไว้ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อสันดานหยาบของหัวหน้าหมู่บ้านถูกเปิดเผยด้วยพฤติกรรมของเขาเอง ในที่สุดทุกคนก็ได้รับรู้ว่าลมปากเชือดเฉือนคอยแอบอ้างกฎหมาย ขูดรีดชาวบ้านมามากมายอาจเป็เพียงคำลวงเท่านั้น แม้แต่นักรบรับจ้างที่ได้รับเงินสกปรกมาทำหน้าที่คุ้มกันก็ยังเคลือบแคลงในตัวนายจ้างของพวกเขา
ไม่มีใครอยากเสี่ยงกับการโดนลงโทษตามกฎของอาณาจักร แถมยังอาจถูกสอบสวนจากทางศาสนจักรกลางแห่งเซริส เรียกได้ว่าขณะนี้พวกเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบากยิ่งนัก
การมาถึงของฤดูหนาวจึงทำให้นักรบรับจ้างทุกคนตัดสินใจยื่นจดหมายลาพักไม่มีกำหนดเพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด บ้านใหญ่ของตระกูลช็อปเปอร์จึงเงียบเหงาและเสียภาพลักษณ์ทรงอำนาจเกือบหมดสิ้น มิสเตอร์เกรย์ได้แต่กัดฟันกรอดและใช้ชีวิตก่นด่าสาปแช่งสมาชิกแห่งโบสถ์ไวท์วิงส์ของหมู่บ้านนับแต่นั้น
เจสันบอกเล่าเื่ราวให้ทุกคนได้ทราบอย่างหดหู่ เขายังเป็ชายหนุ่มอายุน้อยที่ดูไร้เดียงสาในสายตาของคิท โชคดีที่การกระทำดีงามและมีน้ำใจช่วยเหลือทุกคนตลอดมาทำให้ชาวบ้านไม่เขม่นดูแคลนชายร่างกำยำคนนี้แต่อย่างใด
กระนั้น... การกระทำผิดบาปของบิดา ก็ทำให้เขารู้สึกแย่มากจนความเครียดเริ่มสะสม หน้าตาที่เคยสดใสเปลี่ยนเป็หม่นหมองและขาดแรงผลักดันในชีวิตไปหลายส่วน หากปล่อยให้เป็ไปเช่นนี้ ความรู้สึกด้านลบคงเข้าครอบงำเขาจนย่ำแย่เป็แน่
เด็กน้อยที่เคยผ่านประสบการณ์หดหู่มามากมายจึงตัดสินใจช่วยเหลือ ช่วยให้เขารู้สึกดีกับตนเองเป็ก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง
“พี่เจสันครับ...”
“หืม... ว่าไงเ้าบัณฑิตน้อย”
“โดยปกติแล้ว พี่และชาวบ้านแถบนี้ล่าสัตว์กันอย่างไรหรือ?” เด็กน้อยคนเก่งถามด้วยความกระหายใคร่รู้ แม้แต่เจมส์และเด็กน้อยคนอื่น ๆ ก็หันมาสนใจบทสนทนานี้เช่นกัน
ทุกคนอยากรู้ว่าอาหารอันโอชาอย่างเนื้อสัตว์ หามาได้อย่างไร วันนี้เจสันจับปลาตัวใหญ่เท่าต้นแขนมาถึงสามตัว แถมกระต่ายป่าตัวอ้วนอีกสามตัว นอกจากจะทำให้เด็ก ๆ และซิสเตอร์ตาลุกวาวอย่างชื่นชมแล้ว ชายผู้นี้ได้กลายเป็เหมือนนักบุญมาโปรดในสายตาของพวกเขา
ความภาคภูมิใจเล็ก ๆ กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจของเจสัน
“ฮะ ๆ ๆ ได้เลย ข้าจะบอกให้พวกเ้าฟัง...” เจสันเริ่มจัดท่าทางตัวเองให้เหยียดตรงขึ้น ก่อนที่เด็ก ๆ จะล้อมวงเข้ามา แต่ซิสเตอร์ลิซ่าก็ร้องทักเสียก่อน
“ประเดี๋ยวก่อน... เื่นี้ไม่ใช่ความลับของเหล่าฮันเตอร์หรอกรึ เปิดเผยแหล่งล่าสัตว์ให้เด็ก ๆ รู้แบบนี้เ้าจะลำบากหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็ไร แม้แหล่งล่าสัตว์ของนักล่าแต่ละคนจะเป็ความลับที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น แต่ผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็กว้างใหญ่ไพศาลนัก เขาเองไม่ได้รับความรู้นี้มาจากครอบครัวแต่อาศัยประสบการณ์ลองผิดลองถูกด้วยตนเองจนเจอสถานที่ล่าขนาดใหญ่ ทำให้เจสันสามารถเก็บเกี่ยวเนื้อสัตว์ได้ตามความ้า
เพราะไม่หวงวิชาอันล้ำค่า ภาพลักษณ์ดีงามในสายตาของเด็กทั้งหลาย โดยเฉพาะคิทจึงเพิ่มสูงขึ้นไปอีกขั้น
บ่ายวันนั้นจึงกลายเป็เป็คลาสเรียนรู้สุดพิเศษสำหรับทุกชีวิตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้
การล่าสัตว์ในยุคสมัยที่เทคโนโลยียังไม่เจริญรุ่งเรืองเป็อาชีพที่ค่อนข้างลำบาก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การล่าแต่ละครั้งประสบความสำเร็จมีอยู่หลายอย่างจนทำให้คำอธิบายของเจสันยืดยาวเป็เวลาหลายชั่วโมง ข้อมูลหลั่งไหลออกมาจากปากชายหนุ่มไม่หยุดหย่อนจนทำให้เด็กน้อยสมาธิสั้นเกือบสิบคนผล็อยหลับคาตักพี่ชายพี่สาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ทักษะการสังเกตและเอาตัวรอดในป่าใหญ่ เป็สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุด มันไม่ใช่ความสามารถที่เรียนรู้และฝึกฝนได้ในเวลาอันสั้นและมักจะพัฒนาระหว่างการใช้งานจริง
ฝีมือในการล่าและต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อาวุธระยะไกลเช่นธนู มีดสั้น หรือขวานเล็ก เป็ความสามารถที่ต้องฝึกฝนทุกวันจนกว่าการใช้งานทุกครั้งจะพุ่งเข้าเป้าหมายเหมือนจับวาง พรที่ได้จากเทพแห่งการล่า หรือเทพแห่งการรบ มีประโยชน์อย่างมากสำหรับสายอาชีพนี้ แต่กระนั้นความพยายามฝึกฝนเป็ปัจจัยที่สำคัญยิ่งกว่าพรจากทวยเทพ เหมือนเช่นที่ท่านไวท์วิงส์เทพแห่งแสงได้ตรัสเอาไว้
สถานที่ล่า สภาพอากาศ และฤดูกาล เป็อีกปัจจัยหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงทุกครั้งก่อนออกล่า มันเป็ตัวกำหนดวิธีแต่งกายและการเตรียมเสบียงเพื่อเดินทางเป็เวลายาวนานมากกว่าหนึ่งวัน เจสันพยายามอธิบายการแต่งกายรูปแบบต่าง ๆ ตามฤดูกาลเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในป่า
เมื่อเวลาล่วงเลยมาเกือบเย็น ผู้ฟังอย่างตั้งใจที่เหลืออยู่แค่สองคนก็เก็บรวบรวมความรู้ที่ได้มา เจมส์มีความคิดแน่วแน่อยากฝึกฝนการใช้อาวุธระยะไกลอย่างการปาขวานหรือมีด จึงซักถามคุณครูจำเป็ต่อเนื่องหลังจากนั้น คิทจึงขอแยกตัวออกมา
“สองคนนี้ดูเหมือนพี่น้องท้องเดียวกันเลยนะครับ ฮิ ๆ” คิทพูดให้คุณแม่แอนและลิซ่าได้ยิน เมื่อมองไปเห็นชายต่างวัยสองคนที่โครงสร้างใกล้เคียงกันมากกว่าแปดส่วน ในใจได้แต่เปรียบเทียบว่า...
ถ้าผมสีวอลนัทของเจมส์เป็สีน้ำตาลแดงแบบเจสันแล้วละก็คงไม่มีใครปฏิเสธแน่นอนถ้าเขาแอบอ้างว่าตนเองเป็ลูกชายของบ้านช็อปเปอร์
ก่อนจะจากไปเตรียมตัวทำอาหารเย็น ซิสเตอร์แอนก็เอ่ยปากชวนเจสันให้อยู่ทานอาหารมื้อค่ำเสียก่อน ท้องที่หิวจนส่งเสียงร้องทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ไม่อยากเบียดเบียนเสบียงของเด็ก ๆ ก็ตาม
ระหว่างทำอาหารดวงจิตของชายแก่ก็คิดหาแนวทางการล่าสัตว์ หรือจับพวกมันมาเลี้ยงเพื่อให้อาหารประเภทเนื้อมีกระจายทั่วถึงทุกชีวิตในชุมชนอย่างพอเพียง คลิปวิดีโอการทำปศุสัตว์ในโลกเก่าที่เขาค่อย ๆ รำลึกพวกมันขึ้นมาทำให้แนวทางน่าสนใจมากมายเริ่มเป็รูปเป็ร่างในหัว
กับดักสัตว์เป็สิ่งที่สร้างได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องคาดหวังความสำเร็จอะไรมากนัก เวลาก่อนฤดูหนาวจะทำให้สัตว์เริ่มจำศีลก็จริง แต่เขามั่นใจว่ายังคงมีบางตัวที่เร่งกักตุนไขมันได้ไม่เพียงพอและต้องออกหาอาหารล่วงเวลายาวนานกว่าตัวอื่น กระต่ายสองตัวที่เจสันเอามาให้เป็เครื่องยืนยันได้ดี พวกมันอวบอ้วนและเต็มไปด้วยพลังงาน ขนพองฟูนุ่มนิ่มเหมาะกับการนำมาแปรรูปเป็แผ่นรองนอน หรือใช้เศษขนยัดเข้าไปในถุงผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น
การจับสัตว์มาเลี้ยงเป็อีกสิ่งหนึ่งที่เป็เป้าหมายของคิทเช่นกัน กระต่ายเป็สัตว์ที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว เนื้ออร่อยและใช้งานได้ทุกส่วน ยังมีหนูป่าตัวใหญ่ที่เป็สัตว์อีกชนิดที่เขาหมายปอง แต่การควบคุมมันช่างยากลำบากและอาจนำพามาซึ่งโรคร้ายหลายชนิด คิทจึงต้องตัดตัวเลือกหลังออกไปก่อน
ปลาที่เจสันเอามา มีเนื้อสีชมพูอ่อนออกไปทางหม่นหมอง สีสันไม่ค่อยน่ากินแต่ลวดลายบนเนื้อพวกมันค่อนข้างคุ้นตา ระหว่างแล่เนื้อปลาตัวใหญ่ด้วยมีดเล็กคมกริบ ความชำนาญของเขาก็เริ่มเพิ่มขึ้น ในใจพลันนึกถึงแซลมอนในโลกใบก่อน จนเมนูน่ากินยั่วน้ำลายแม้กระทั่งคนทำอาหารผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว
โจ๊กธัญพืชผสมเห็ดและปลาแซลมอน โรยด้วยหนังปลาทอดเกลือจนเหลืองกรอบ...
คิทอยากจะทำโทษตัวเองสักที... เขาไม่ควรทรมานตัวเองด้วยการนึกถึงอาหารแบบนี้
สายตาที่มุ่งมั่นของเ้าหนูคิททำให้ซิสเตอร์ที่คอยคนโจ๊กหอมกรุ่นเริ่มสงสัย พวกเธอชะเง้อหน้ามองมาว่าเด็กน้อยกำลังทำอะไรกับปลาทั้งสามตัวแล้วพบว่าปลาทั้งหมดถูกแล่ออกเป็สัดส่วนพร้อมใช้งานเสร็จสมบูรณ์แล้ว
(อา... ถ้าอยู่ในรายการมาสเตอร์เชฟยูเอส* คงได้แต้มจาก กอร์ดอน แรมซี* บ้างล่ะนะ ฮี่ ๆ ๆ)
Note : Master Chef US/ Chef Gordon Ramsay (รายการทีวีแข่งทำอาหารของต่างประเทศกับเชฟชื่อดังในวงการ)
จริง ๆ แล้วปลาพวกนั้นไม่ได้ถูกแล่อย่างสวยงามเข้าขั้นเชฟระดับโลกแม้แต่น้อย แต่สำหรับมือใหม่อย่างเขานับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว หลังจากก้างปลาที่แฝงตัวอยู่ถูกถอนออกหมดแล้ว ปลาชิ้นใหญ่จึงถูกหั่นเป็ลูกเต๋าชิ้นเล็กพอดีคำ พวกมันถูกนำไปทอดกับกระเทียมป่าในน้ำมันจนสุก น้ำมันที่เหลือจากการทอดไม่ถูกใช้เติมในโจ๊กทันทีเหมือนวันที่ก่อนหน้า แต่มันถูกใช้เพื่อทอดหนังปลาที่คลุกเคล้ากับเกลือป่น เสียงน้ำมันปะทุดังไปทั่วห้องครัว ไม่นานนักแผ่นหนังปลากรอบสีเหลืองรสเค็มพอดีก็ถูกจัดใส่จานใหญ่ น้ำมันส่วนที่เหลือจึงถูกผสมลงไปในโจ๊กธัญพืชจนหมด
อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันเป็สิ่งจำเป็อย่างมากสำหรับการใช้ชีวิตในฤดูหนาวอันโหดร้าย คิทจึงไม่กังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพมากนัก คนพวกนี้แทบจะไม่มีทางอ้วน แค่พลังงานที่ได้รับแต่ละวันเพียงพอกับการอุ่นร่างกายก็ดีแค่ไหนแล้ว
ผู้ทรงศีลอย่างนางชีทั้งสองไม่เคยเจออาหารระดับนี้มาก่อน ความตะกละกำลังก่อตัวอย่างรวดเร็วจนรู้สึกละอายใจ สายตาจ้องเขม็งไปยังเ้าหนูผู้คิดค้นอาหารแบบใหม่ออกมา
เ้าเด็กน้อยกำลังทำตัวสบาย ๆ ปากกำลังเคี้ยวหนังปลากรุบกรอบด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ไม่ได้ตระหนักว่าตนเองทำสิ่งใดลงไปแม้แต่น้อย
ไม่นานนักเจมส์ก็ถูกเรียกให้มายกอาหารเพื่อนำไปแจกจ่าย...
โต๊ะไม้กลางห้องถูกนั่งจนแน่นขนัด บรรดาเด็กโตกระจายตัวไปดูแลน้อง ๆ อย่างทั่วถึง โถไม้หลากขนาดถูกแจกจ่ายออกไปเพื่อให้ทุกคนเดินมารับอาหารอย่างเป็ระเบียบ ซิสเตอร์ลิซ่าคอยแจกจ่ายโจ๊กธัญพืชแสนอร่อย ซิสเตอร์แอนคอยตักกระเทียมป่าทอดกับเนื้อแซลมอนใส่ถ้วยของทุกคน เด็กน้อยทุกคนมองอาหารในมือด้วยตาลุกวาวเมื่อเห็นก้อนเนื้อแสนอร่อย แต่แถวแจกจ่ายอาหารยังไม่สิ้นสุดแค่นั้น
พวกเขาได้เข้าคิวรอรับหนังปลาแซลมอนทอดกรอบจากมือของคิทอีกคนละแผ่น...
อาหารมื้อนี้ให้ความรู้สึกหรูหราสำหรับผู้ใช้ชีวิตในหมู่บ้านอันห่างไกลอย่างเรดวู้ดยิ่งนัก พวกเขาแทบจะรอกล่าวคำขอบคุณทวยเทพก่อนเริ่มกินไม่ไหวแล้ว