หาคาถาใหม่ๆ มาอัพเดตได้ทุกวัน ถมคนอื่นๆในเพจก็ช่วยกันหาพวกความเชื่อตำนานแปลกๆมาลงอีก ได้ความรู้เพียบๆ”
“ความรู้ที่ไม่มีประโยชน์มากกว่าล่ะสิ” ลินหัวเราะออกมาร่าเริง “แหม แอมมี่ ความรู้แบบนั้นมันเอาไปสอบได้ซะทีไหนมีความจริงอยู่บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างมากก็แค่เื่ที่เขาเล่าต่อๆ กันมาเธอจะไปตามสืบได้ยังไงว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงบ้าง”
แอมมี่ค้อนใส่ลินอีกคน “Good! ไม่มีใครเข้าข้างฉันเลยต่อไปนี้ฉันจะไม่เล่าอะไรดีๆ ให้ฟังอีกแล้ว” พูดพลางเดินสะบัดหนีไปงอนๆ
ลินหัวเราะ หันมาพยักหน้ากับกันตาทำนองรู้กันแล้วรีบตามแอมมี่ไปติดๆ
แอมมี่เดินนำหน้า ลินรีบเดินจ้ำจนตามทัน “โอ๋ๆ อย่างอนน้าแอมมี่ไม่ฟังเธอแล้วจะไปฟังใครล่ะ หายน้า ดีกันน้า ดีกันๆ”
คู่นี้งอนกันได้ไม่เคยเกินครึ่งชั่วโมงก็กลับมาคุยกันปร๋อตามประสาวัยที่มีเื่รอบตัวมากมายให้สนใจเกินกว่าจะมานั่งคิดมาก
ค่ำวันนั้นที่หน้าเพจแมจิกเทลคึกคักกว่าปกติเพราะมีโพสต์หนึ่งโดยใครก็ไม่รู้ใช้ชื่อว่า โบราณเป็โพสต์ที่ทำให้ทุกคนได้สนใจและเห็นโพสอันหนึ่งที่มีภาพถ่ายโบราณประกอบเป็ภาพของตุ๊กตาตัวเล็กๆเท่าฝ่ามือ เห็นรายละเอียดไม่ชัดนักแต่บอกได้ว่าน่ากลัวมากกว่าจะเรียกว่าน่ารัก
ลินเปิดมาพบครั้งแรกเข้าใจไปเองว่าน่าจะเป็พวกตุ๊กตาอาคมที่พวกทำของเอาไว้ทำร้ายคนที่ไม่ชอบ เหมือนพวกวูดู พวกไสยศาสตร์เล่นของอยากให้เจ็บตรงไหนเอาเข็มทิ่มตรงนั้น หรือเอาไว้สาปแช่งให้ฝ่ายตรงข้ามมีอันเป็ไปเพราะรูปร่างหน้าตาของตุ๊กตาในรูป ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความชั่วร้ายและลึกลับ
แต่เมื่อเลื่อนลงมาอ่านความเห็นและข้อมูลประกอบภาพก็ต้องประหลาดใจเป็เื่ที่ลินไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย บางทีแม้แต่กันตาเ้าแม่เื่ลึกลับก็อาจจะไม่เคยได้ยินเหมือนกัน
“ตุ๊กตาจอมคาถาหรือ” ลินอุทานในใจ
“ตุ๊กตาจอมคาถาเป็ตุ๊กตาในตำนานโบราณของประเทศแถบอเมริกาใต้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังได้ยินว่ามีผู้ใช้งานมันอยู่เชื่อกันว่าตุ๊กตาเหล่านี้จะสามารถบันดาลให้คำอธิษฐานของผู้ใช้เป็จริงได้ทุกประการภายในเวลาเพียง49 วัน”
“49 วัน!” ลินคิด
ลินอ่านต่อ “โดยวิธีใช้คือการนำตุ๊กตามาเขียนคำอธิษฐานลงไปบนผ้าขาวที่ห่อลำตัวของมันเอาไว้หลังจากนั้นก็พกพาตุ๊กตาติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา ห้ามเปียกน้ำ ห้ามใกล้ไฟห้ามใกล้สัตว์เลี้ยงและที่สำคัญที่สุดห้ามแยกจากเ้าของเด็ดขาด
ทำอย่างนี้แล้ว เมื่อพกติดตัวครบ 49 วันแล้วคำอธิษฐานที่เขียนไว้จะเป็จริงได้ทุกประการโดยไม่มีข้อแม้”
อะไรจะขนาดนั้นเชียว ลินคิดลินยังอ่านไม่ทันจบก็เห็นคอมเมนต์ขึ้นตามๆ กันมาอีกหลายคอมเมนต์
“เริ่ดอ่ะ ตุ๊กตาแบบนี้จะหาซื้อได้ที่ไหน ใครพอตามได้บ้าง อยากได้ๆๆๆ>< ”
“แอดมินบอกว่าเป็ของโบราณไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วม้างง”
“ใครหาได้เอามาปล่อยหน่อย อยากได้มากมาย”
“ไม่เอาด้วยคนนะหน้าตาอย่างกับศพเลย ใครจะกล้าพกเนี่ย สยองอ่ะ”
“ประเทศเราจะมีหรือเปล่า เห็นบอกว่าของอเมริกาใต้ไม่ใช่เหรอ”
“อันนี้มันน่ากลัวไปหรือเปล่านะ มันไม่ใช่แบบโชคลางแล้วอ่ะ เหมือนพวกตุ๊กตาไสยศาสตร์เลยนะไม่กลัวกันเหรอ”
“ความฝันของฉันมีทางสมหวังแล้วววว ใครหาได้หาให้หน่อยนะหลังไมค์มาเลย วอนท์มากๆๆๆ จ่ายไม่อั้น”
ลินไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ ก็เจอคอมเมนต์ของแอมมี่จนได้ “นั่นไง กะแล้วไม่มีผิดแอมมี่นี่ไม่เคยพลาดเื่แบบนี้เลย ไวตลอด” เธอคิดพลางหัวเราะเบาๆ อยู่คนเดียว
“โอ๊ย เจ๋งๆๆๆ แอดมินลงรายละเอียดหน่อยสิ มีคนสนใจอยากได้เยอะแล้วนะมาดูหน่อยเร้ว” คอมเมนต์ของแอมมี่เป็อย่างนี้ซึ่งลินก็ไม่แปลกใจเลย
แต่คอมเมนต์ต่อมาของสมาชิกเพจอีกคนที่ใช้ชื่อว่า ‘สาวกซาตาน’ แปลกกว่าคนอื่นเล็กน้อย
“ทำไมเชื่ออะไรกันง่ายๆ ไม่กลัวถูกเขาใช้เป็เครื่องมือเหรอ”
ลินอ่านแล้วก็รู้สึกสะดุดเล็กน้อยแต่ไม่มีใครให้ความสนใจกับข้อความนั้นมากนัก ไม่มีสักไลค์ด้วยซ้ำ
เ้าของคอมเมนต์นั้นใช้ชื่อว่า ‘สาวกซาตาน’ ก็คงจะเป็พวกเกรียนพวกนักเลงคีย์บอร์ดที่ชอบใช้ฉายาให้มันฟังดูยิ่งใหญ่ๆ น่ากลัวๆ แบบนั้นละมั้ง
ลินกำลังนั่งไล่อ่านคอมเมนต์ของแต่ละคนอยู่อย่างสนอกสนใจก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง
“ลิน แม่เอาโอวัลตินมาให้จ้ะ ทำอะไรอยู่” เสียงของแม่ดังลอดเข้ามา
ลินรีบลุกไปเปิดประตูทันที “ค่ะๆ แม่ มาแล้วค่ะ”
“ทำอะไรอยู่จ๊ะ” แม่เดินเข้ามาในห้องวางแก้วนมไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือแล้วหันมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของลินที่เปิดค้างอยู่
“อ๋อ...คือ อันนี้” ลินไม่ค่อยอยากให้แม่รู้นักหรอกว่ากำลังดูอะไรอยู่แต่ก็ดูเหมือนว่าจะหลบไม่ทันเสียแล้ว
“อุ๊ย ตุ๊กตาอะไรน่ากลัวจัง” แม่อุทานเมื่อเห็นภาพตุ๊กตาจอมคาถาถนัดตา
“เอ่อ...” ลินพยายามรวบรวมความคิดอธิบาย“แม่เคยเห็นบ้างไหมคะเห็นเขาเรียกว่ามันเป็ตุ๊กตาจอมคาถา เป็พวกเครื่องรางโชคดีอะไรทำนองนั้นแหละค่ะ”
“อืมแม่ไม่เคยเห็น แต่ภาพนี้มันก็ดูเก่ามากแล้วนะลูก อาจจะเป็แค่เื่เล่าน่ะจ้ะ”แม่มองภาพนั้นอย่างพินิจพิจารณา
“แม่ว่า มันจะจริงไหมคะ” ลินถาม
แม่ส่ายหน้า “แม่ไม่ยักรู้ว่าลูกก็สนใจเื่แปลกๆพวกนี้ด้วย ตามความเห็นแม่นะแม่ว่ามันดูเหมือนพวกของไสย์ศาสตร์มากกว่าจะเป็เครื่องรางโชคดีเพราะเครื่องรางโชคดีมันจะเป็พวกไม้หรือสมุนไพรกลิ่นหอม ไม่ค่อยมีของที่ดูน่ากลัวๆแบบนี้หรอกนะจ๊ะ แม่ว่าเราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวนักหรอกลูกลินเองก็อย่าไปสนใจมากนักเลย สวดมนต์ไหว้พระนอน ทำใจให้สบายจะดีกว่าว่าแต่การบ้านวันนี้ทำเสร็จหรือยังจ๊ะ ให้แม่ช่วยอะไรไหม”
“อ่า เสร็จแล้วค่ะวันนี้คาบบ่ายว่างหนูเลยนั่งทำที่โรงเรียนเสร็จไปแล้ว” ลินรีบตอบรัวเร็วพร้อมรีบคลิกเปลี่ยนไปดูหน้าอื่นเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ
“จ้ะ งั้นแม่ไม่กวนนะลินถ้าพรุ่งนี้อยากตื่นใส่บาตรกับแม่ก็ตั้งนาฬิกาเช้าหน่อยละกันนะ”
ลินยิ้มหวาน “ค่ะแม่”
หลังจากแม่เดินออกจากห้องไปเด็กสาวรีบคลิกกลับเข้าไปดูหน้าเพจแมจิกเทลต่อทันที ไล่อ่านคอมเมนต์แต่ละอันจนหมดเมื่อไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจแล้วเด็กสาวก็คิดว่าจะปิดคอมพิวเตอร์แล้วไปนอนอ่านหนังสือบนเตียง
แต่วินาทีที่กำลังจะคลิกล็อกเอาท์ออกจากเฟซบุ๊คนั้นเองเธอก็เห็นว่ามีโพสใหม่อันหนึ่งเด้งขึ้นมาที่หน้าแมจิก เทลพร้อมภาพประกอบจึงรีบคลิกเข้าไปดูทันที
แล้วเธอก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึงในภาพที่โพสขึ้นมาล่าสุดนั้น เป็ภาพของตุ๊กตาตัวเล็กๆพันผ้าเหมือนมัมมี่เว้นเฉพาะที่ใบหน้าแต่แปลกตรงที่ตุ๊กตาตัวนี้สวมชุดนักเรียนมัธยมเล็กๆ ไว้ข้างนอกอีกชั้นหนึ่งด้วยผิวหน้าเหลืองซีดแห้งเหี่ยว ดวงตาลึกโบ๋ ผมสีน้ำตาลเป็กระเซิงยาวถึงกลางหลังนี่มัน....!
ตุ๊กตาจอมคาถาแน่ๆ แถมยังเพิ่งถ่ายใหม่ๆ สดๆ แน่เพราะเห็นฉากข้างหลังตุ๊กตามีไอโฟนวางอยู่เครื่องนึงด้วยดูไม่ใช่ภาพตัดต่อและไม่เก่าเก็บเหมือนกับภาพที่แอดมินโพสขึ้นมาแน่นอน
พร้อมกันภาพนั้นมีข้อความที่โพสขึ้นมาพร้อมกันด้วยว่า
“ฉันได้มาแล้วละ ตุ๊กตาจอมคาถา ไม่อยากจะเชื่อเลย!!!!!!!”
ตอนนี้ที่โรงเรียนเื่ที่กำลังท็อปฮิตนิยมในหมู่เด็กนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนหญิง แทบจะพูดติดปากกันทุกคน ก็คือเื่ของตุ๊กตาจอมคาถา
“เห็นไหม เห็นไหม ฉันบอกแล้ว มันมีจริง ตุ๊กตาจอมคาถามีจริงๆ ด้วยดูสิมีคนได้มาแล้ว” กันตาเดินร้องไปทั่วห้องเหมือนประกาศชัยชนะดูท่าทางเธอตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าคนที่ได้รับตุ๊กตาจอมคาถาไปจริงๆ เสียอีก
ด้านหลังห้องเรียนยังมีนักเรียนอีกกลุ่มกำลังสุมหัวกันอยู่ที่ไอแพดของใครคนหนึ่งที่กำลังขยายภาพตุ๊กตาจอมคาถาใหญ่เต็มจอ
“หน้าตาน่าเกลียดชะมัดเลย เหมือนพวกเล่นของอ่ะเราว่า”
“ดูดิ มีคนให้ราคาเป็หมื่นแล้วอ่ะ บ้าป่าว” ใครคนหนึ่งชี้ไปที่คอมเมนต์หนึ่งที่ประกาศของซื้อตุ๊กตาจอมคาถาด้วยราคาหลักหมื่นหลังจากที่มีการเสนอราคาแข่งกันมาตลอดทั้งคืนั้แ่ตอนที่เ้าของภาพโพสภาพขึ้น
“อะไรมันจะขนาดนั้น ได้ผลจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ช่ายจะรู้ได้ไงว่าไม่ได้ทำปลอมอ่ะเนาะถ้ารู้ว่าราคาขนาดนี้ฉันลองทำขายเองบ้างดีกว่า”
“บ้า ไม่กลัวอาถรรพ์หรือไง”
“จะว่ารูปตัดต่อก็ไม่ใช่นะ ดูเหมือนจริงมากๆ เลยอ่ะดูรายละเอียดที่ผิวตุ๊กตาสิ บรื๋ย ดูหยั่ง
กะซากศพจริงๆเลย ใครอยากได้ก็ตามสบายเลยนะ ฉันไม่เอาด้วยคนอ่า น่ากลัวเกินไป”
ในวันนั้นมีการส่งต่อและแชร์ภาพตุ๊กตาจอมคาถากันจนรู้ไปทั่วทั้งโรงเรียนไม่เว้นแม้แต่บรรดาครูอาจารย์ จนถึงกับมีการขึ้นประกาศเตือนในหน้าเว็บโรงเรียนให้นักเรียนรู้จักพิจารณา อย่าหลงเชื่อในเื่งมงายมอมเมาแต่ยิ่งประกาศแบบนี้ก็ยิ่งเหมือนโฆษณาให้คนที่ยังไม่รู้ได้รู้จักทั่วกันกว้างขึ้นไปอีกนั่นเอง
ค่ำวันนั้นที่หน้าเพจแมจิกเทลก็มีความคืบหน้าเื่ของเครื่องรางในกระแสอันนี้ขึ้นมาอีกเมื่อสมาชิกเพจเ้าเก่า ‘สาวกซาตาน’เข้ามาโพสข้อความดังนี้
“ประวัติของตุ๊กตาจอมคาถา
หลังจากที่ได้เห็นกระแสตื่นตัวสนใจตุ๊กตาจอมคาถานี้กันมาก เลยลองไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับตุ๊กตานี่มาปรากฏว่าได้พบกับข้อมูลที่ค่อนข้างน่าเป็ห่วงเพราะมันไม่ใช่พวกตุ๊กตาประเภทเครื่องรางโชคดีถ้าจะเป็ก็เป็เครื่องรางมรณะเสียมากกว่า
เพราะตุ๊กตาจอมคาถาตัวแรกๆถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของมนุษย์ที่ตายไปด้วยคาถาอาคมของหมอผี พ่อมดในสมัยก่อนหรือไม่ก็จากชิ้นส่วนศพของคนที่ถูกกว่าหาว่าเป็พ่อมดแม่มดซึ่งในสมัยนั้นมีโทษถึงตาย ทำให้ตุ๊กตาเหล่านี้เก็บความคับแค้นใจ อาฆาตเอาไว้มาก
บางคนจะเจอมันลุกขึ้นมามีชีวิตได้ในตอนกลางคืนพยายามทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงร่างมนุษย์เพราะิญญาที่ตายไปล้วนแต่ตายโดยไม่เต็มใจตายจึงอยากจะกลับมามีชีวิตใหม่ด้วยการแย่งร่างคนที่ใกล้ชิดตุ๊กตามากที่สุดในบางกรณีถึงกับชิงเอาชีวิตของผู้เป็เ้าของก็มี”
หลังจากที่แอดมินประจำเพจแชร์ความเห็นของลูกเพจคนนี้ขึ้นสเตตัสแล้วก็เริ่มมีคอมเมนต์อื่นๆตามมา