ผกากาญจน์มองออกนอกหน้าต่างเครื่องบินส่วนตัวของชีคซาเรส ซึ่งมันเป็อะไรที่ตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่ใช่น้อยที่ได้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวอย่างนี้ มันดูกว้างขวางโอ่อ่ามากมาย แต่พอเครื่องบินส่วนตัวบินขึ้น ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจก็ลดน้อยถอยลง และเหลือเพียงความใจหายหดหู่ และคิดถึงญาติพี่น้อง และถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอน
‘เอาน่า!! คิดอะไรมาก เราไม่ใช่จะไปแล้วไปเลยสักหน่อย อีกไม่นานเราก็กลับมาแล้วน่ะนะ’
ผกากาญจน์สูดหายใจเข้าลึกๆ เต็มปอด เพื่อเรียกสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว และไม่ต้องคิดอะไรไปมากเกินไป
ชีคซาเรสที่นั่งอยู่เคียงข้างกันกับผกากาญจน์ ก็รับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาที่เป็อยู่ของผกากาญจน์ แต่ก็ไม่ได้พูดว่าอะไรออกมา เขาก็รู้แหละว่าเธอจำต้องเดินทางไปยังบ้านเมืองของเขา เพราะการบังคับของเขาโดยแท้ ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจเลยสักนิดเดียว
“จะนอนก็ได้นะ เพราะเราจะต้องใช้เวลาในการเดินทางกันอีกนาน”
ชีคซาเรสพูดขึ้นเมื่อเห็นคนตัวเล็กข้างกายยังคงนิ่งเงียบอยู่
“จะต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณกี่ชั่วโมงหรือคะ ถึงจะไปถึงประเทศของคุณน่ะค่ะ”
ผกากาญจน์หันหน้ามาถามคนตัวโต อย่างสงสัยใคร่รู้กับคำที่เขาบอกว่าอีกนาน
“ใช้เวลาประมาณสิบแปดชั่วโมง”
ชีคซาเรสตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สากับเวลาที่ใช้ในการเดินทางนั้น แต่คนตัวเล็กที่ได้รับฟังอย่างนั้นก็ถึงกับตาโตขึ้นมาเลย
“สิบแปดชั่วโมงเลยหรือคะ นานจัง!! อย่างนี้แล้วจะทำอะไรฆ่าเวลาดีล่ะ”
ผกากาญจน์ทวนเวลาที่คนตัวโตว่ามาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อตามที่เขาว่ามานั้น เพราะเธอไม่เคยไปที่นั่นเลยนี่นะ
“แล้วคุณอยากจะทำอะไรฆ่าเวลาล่ะ”
ชีคซาเรสคลี่ยิ้มออกมาที่มุมปากนิดหนึ่ง ยื่นใบหน้าคมเข้มนั้นเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าสวยหวาน ตามองสบตากันอยู่ในระยะห่างไม่ถึงคืบ ก่อนจะถามถึงสิ่งที่คนตัวเล็กอยากจะทำในเวลานี้ อยากรู้ว่าสิ่งที่เธออยากจะทำนั้นจะเหมือนกันกับเขาหรือเปล่า
ผกากาญจน์มองจ้องสบตาคนตัวโต ก็ทำให้รู้สึกร่างบางวูบวาบ สยิวสะท้านะเืไปกับสายตาที่มองมากนั้น จนต้องแสร้งก้มลงมองไหล่แกร่ง หลบสายตาคมกล้าคู่นั้นอย่างเร็วไว
“มีหนังหรือละครดู หรือมีเพลงฟังไหมคะ?”
ผกากาญจน์ถามคนตัวโตไปทั้งที่ไม่มองสบตา แต่ใบหน้าสวยหวานนั้นสิกลับแดงระเรื่อซับสีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งนั้นก็ทำให้ชีคซาเรส รู้ได้ในทันทีว่าคนตัวเล็กรู้ว่าเขาคิดอยากทำอะไร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดจะทำอะไรตามใจตัวเองในเครื่องบิน ทั้งที่มีองครักษ์หลายคนนั่งกันอยู่ด้วยอย่างนี้หรอก มันไม่สมควรเป็อย่างยิ่ง
“มีทั้งหนังให้ดูและมีทั้งเพลงให้ฟัง อยากจะทำอันไหนล่ะ??”
ชีคซาเรสพูดบอกให้คนตัวเล็กเลือก โดยที่ยังคงจ้องมองใบหน้าสวยหวานอยู่อย่างไม่อยากจะมองไปทางอื่น เขาชอบมองดูเวลาคนตัวเล็กเขินอายอย่างนี้ มองเท่าไรก็ไม่เบื่อเลยจริงๆ
“ดูหนังก็ได้ค่ะ แล้วมีหนังอะไรบ้างคะ?”
ผกากาญจน์ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก็เลือกออกมา พร้อมกับถามขึ้นมาอีก ชีคซาเรส จึงหันไปหยิบรีโมททีวีขึ้นมากด แล้วรายชื่อหนังก็แสดงขึ้นมาบนหน้าจอทีวีให้เลือก
ผกากาญจน์ จึงเลือกหนังที่จะดู
“เอาเื่ที่สองน่ะค่ะ”
ผกากาญจน์ ชี้นิ้วไปที่ชื่อหนังที่เป็เื่ที่สอง ชีคซาเรสจึงกดรีโมทเลือกหนังตามที่เธอบอก และหนังก็เริ่มเล่นไปเรื่อยๆ โดยที่คนทั้งสองก็นั่งดูกันอย่างตั้งอกตั้งใจ
นั่งดูหนังกันอยู่ได้สักพัก ชีคซาเรสก็หันหน้ามามองดูคนตัวเล็ก ซึ่งก็ปรากฏว่าเ้าหล่อนนอนหลับไปซะแล้ว
“หึหึหึ!!”
ชีคซาเรสจึงส่ายหน้าหัวเราะขำในลำคอ อย่างนึกเอ็นดูคนตัวเล็กตรงหน้า ชีคซาเรสยื่นมือใหญ่ไปปรับเก้าอี้ที่ผกากาญจน์ เอนลงไปนอนราบ เพื่อให้นอนสบาย และเขายังยื่นหน้าไปกดจูบลงที่หน้าผากนูนเนียนใสนั้นด้วยแ่เบา ก็จะผลมาดูหนังเื่นั้นต่อ
๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖๑๖