หิมะขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ทำให้เส้นทางรถม้าเต็มไปด้วยหิมะที่ก่อตัวหนา ยากแก่การเดินทาง
บนพื้นเต็มไปด้วยรอยเท้าม้าจำนวนสิบกว่าตัวพึ่งเดินผ่านไป เนื่องจากร่องรอยยังไม่ถูกทับถมด้วยหิมะที่กำลังตกอยู่
รอยเท้าเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตามเส้นทางสายหลัก
“อีกไม่นานพวกเราน่าจะถึงเมืองเซาท์วูด คืนนี้คงพักที่เมืองนี้กันก่อนแล้วรอให้หิมะเบาลงเราค่อยเดินทางกันต่อ”
เสียงชราดังขึ้นจากกลางขบวน เรียกความสนใจจากคนทั้งกลุ่มให้หันมาฟัง
“เราใช้เวลาสองเดือนกว่าจะเข้าสู่แคว้นเอเธลการ์ดและอีกสิบกว่าวันกว่าจะมาถึงที่นี่ ั้แ่เริ่มออกจากเฟนดาริล ก็ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว สามสี่วันมานี้ เราเจอหิมะมาตลอดทาง มันจะทำให้เราล่าช้ากว่าแผนมากไหมท่านตา”
ชายหนุ่มผมดำเอ่ยถามพร้อมกระชับเสื้อขนสัตว์ให้แน่นขึ้น แม้มันไม่ค่อยช่วยให้ความหนาวลดน้อยลงก็ตาม
“ไม่หรอก ข้าคิดเผื่อไว้แล้ว อีกสองเดือนครึ่ง กว่าที่สถาบันจะเปิดรับสมัคร ต่อให้หิมะตกหนัก เราเดิน ๆ หยุด ๆ ไม่เกินสองเดือน เราก็ถึงเมืองวาลเดียลาได้แล้ว”
“นี่รวมถึงบทฝึกหัดสุดท้ายก่อนสอบเข้า ที่เ้าต้องเจอด้วย”
พ่อบ้านรอย เอ่ยขึ้นลอย ๆ เรียกความสนใจของนายน้อยได้ทันที
“ท่านจะให้ข้าทำอะไรหรือ”
“ในป่าดารันธาร์ เ้าต้องร่วมต่อสู้กับพวกเขาบางคน โดยเ้าเป็ผู้ควบคุมการต่อสู้ แต่ไม่ต้องกังวลเกินไป เพียงแค่สัตว์กึ่งเวทเท่านั้น”
“การเป็ผู้ฝึกฝน ไม่เพียงเ้าต้องมีพลังของตนเอง แต่เ้าต้องรู้จักความสามารถกลุ่มของเ้าและรู้จักนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
“เช่นหากมีนักเวทหลายคนอยู่ในกลุ่ม แต่ละคนมีธาตุไม่เหมือนกัน ถ้าเ้าสู้โดยใช้เวทที่ประสานเสริมกัน มันจะทำให้มีพลังโจมตีเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าสู้กันอย่างสะเปะสะปะ เวทธาตุหักล้างกันเอง เ้าคิดเอาแล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
นิโคลัสผู้ที่อดีตเคยเป็นักฆ่า คุ้นเคยกับการทำงานคนเดียวมาตลอด อาศัยสภาพแวดล้อมและสิ่งที่ตนเองมีเพื่อสร้างความได้เปรียบ แต่เขาไม่เคยทำงานร่วมกับผู้อื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่ใช่เพราะเขาไม่สามารถหาใครมาช่วยงานได้ เพียงแต่ เขาไม่ชอบให้ใครมาอยู่ข้างหลังเขาเวลาต่อสู้เท่านั้นเอง
‘หวังว่าโลกใบนี้ น่าจะทำให้ข้าเปลี่ยนความคิดเดิม ๆ ได้’
เขาคาดหวังไว้ลึก ๆ ในใจ
บ่ายคล้อย ปรากฏกำแพงเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนตั้งตระหงานอยู่เบื้องหน้า ทำให้รู้สึกถึงเตียงอุ่น ๆ ขึ้นมาทันที
ใน่เวลานี้ ที่พักในเมืองค่อนข้างหาง่าย เนื่องจากใน่หิมะตกหนักจะไม่ค่อยมีนักเดินทางผ่านมามากนัก
เมืองเซาท์วูดจัดได้มีขนาดใหญ่ขนาดเมืองรอง เนื่องจากตั้งอยู่บนทางผ่านหลักที่ใช้เดินทางระหว่างแคว้น ร้านค้ามากมายและที่พักหลายระดับ ไว้บริการนักเดินทาง
เขี้ยวอัสดง เลือกที่พักขนาดกลางที่ผู้คนไม่มากนักเพื่อความเป็ส่วนตัว
ระหว่างมื้ออาหารเย็น แม้ยังคงมีโต๊ะว่างอยู่หลายโต๊ะ แต่มีคนสองสามกลุ่มนั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วย
“บรรยากาศตามเมืองั้แ่เราเข้าสู่แคว้นเอเธลการ์ดมา มันแตกต่างจากแคว้นฮาเวนดอร์ยิ่งนัก ข้าเห็นความครึกครื้นและสนุกสนานยังอยู่ตามท้องถนน ร้านรวงยังคึกคัก แม้่หิมะตกก็ยังเปิดร้านกันอยู่มาก”
แจ็คกล่าวขึ้นอย่างมีความสุข เพราะเขาชอบเมืองที่มีสีสันและสนุกสนาน
“เ้าจะแอบไปเที่ยวไหนอีกแล้วล่ะซิ ระวังตัวไว้ อย่าก่อเื่ก็แล้วกัน”
บอริสกล่าวเตือนอย่างรู้ทัน
“ขอรับ ข้าทราบแล้ว”
เสียงชายหนุ่มกล่าวเสียงหงอย ๆ แต่ไม่ได้ปฏิเสธอันใด
“ข้าขอวานท่านช่วยสำรวจ ร้านความหวัง ให้ด้วยนะ ดูว่าสถานการณ์ยังดีอยู่หรือไม่”
“ขอรับนายน้อย”
“พรุ่งนี้ พวกเ้าเอาของไปขายและไปหาซื้อของใช้จำเป็ให้พร้อมเพรียงพอการเดินป่าประมาณหนึ่งสัปดาห์”
“หิมะน่าจะตกหนักอีกไม่กี่วัน หิมะเบาลงเมื่อไหร่ เราจะออกเดินทางต่อทันที ลำบากพวกเ้าหน่อยแล้ว เพื่อเ้าหนูนี่จะได้มีประสบการณ์เผชิญสัตว์หิมะด้วย”
“ขอรับ”
ทุกคนรับคำอย่างพร้อมเพรียง
“นายน้อย่หลังมานี้ ข้ารู้สึกว่า ท่าดาบของข้าพัฒนาขึ้นมาก ท่าโจมตีบางท่าของข้าทำได้ลื่นไหลขึ้น และการโจมตีในมุมที่ข้าไม่เคยทำได้กลับทำได้อย่างง่ายดาย มันเหมือนร่างกายข้าสามารถบิดและยืดได้มากกว่าเดิม นั่นเพราะโยคะของนายน้อยใช่ไหมขอรับ”
เลวานนักดาบคู่ผู้เน้นการโจมตีเป็หลัก เอ่ยถามขึ้นเมื่อทุกคนกำลังสนใจกับอาหารตรงหน้า
“ในเื่ ท่าโจมตีหรือการเคลื่อนไหวของท่าน ข้าไม่อาจบอกได้ แต่ถ้าพูดถึงเพียงร่างกายแล้ว ข้ายืนยันกับท่านได้ว่า”
“ใช่ โยคะ ทำให้ร่างกายของคนเรายืดและบิดดัดได้ดีขึ้น โดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้า ส่วนใครจะนำไปประยุกต์กับการเคลื่อนไหวแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับเขาเอง”
“ข้าก็เหมือนกันนายน้อย ข้ารู้สึกการสปริงตัวและข้อเท้า เวลาะโระหว่างต้นไม้ทำได้คล่องตัวขึ้น การพลิกตัวหลบกิ่งไม้ต่าง ๆ ก็สบายขึ้นมาก ข้าก็สงสัยอยู่ว่าทำไม อยู่ดี ๆ ข้าเก่งขึ้น ข้าก็นึกว่า ข้าเก่งขึ้นเอง”
แจ็คกล่าวเสียงอ่อย ๆ เมื่อรู้ว่าที่ตัวเองพัฒนาขึ้นเพราะนายน้อย ไม่ใช่เพราะตนเอง
“อย่างเ้านะจะพัฒนา เมื่อก่อน ถ้าไม่ได้ทำภารกิจ ข้าเห็นวัน ๆ เ้าเอาแต่นอน พอเย็นเ้าก็ออกเที่ยว ดีหน่อยที่เ้าไม่ได้หลงลืมเ้าฮอร์ค ยังพามันออกไปเข้าป่าบ้าง”
อีแวนที่าุโรองจากบอริสเอ่ยกระเซ้าขึ้น ทำเอาแจ็คหน้าเจื่อนเพราะไร้ซึ่งข้อโต้แย้ง
“เ้าต้องขยันฝึกเพิ่มขึ้น ถ้าเ้าไม่อยากเป็ภาระให้นายน้อย”
“ดูนายน้อยสิ เป็นักเวทฝึกหัดแท้ ๆ แต่เคลื่อนไหวคล่องยิ่งกว่านักล่าฝึกหัดเสียอีก... อีกไม่นาน เขาตามเ้าได้แน่!”
บอริสรองหัวหน้าเตือนด้วยความหวังดี
“ขอรับ”
เขาไม่สามารถแย้งอะไรได้เลย เพราะสิ่งที่นายน้อยแสดงออกให้เห็น บ่งบอกชัดเจนอยู่แล้ว
แม้เขาไม่อาจเปรียบเทียบกับนายน้อยได้ แต่เขาไม่อยากเป็ภาระของกลุ่ม อย่างน้อยต้องเลื่อนระดับเป็นักล่าขั้นกลางให้ได้โดยเร็ว
คืนนั้นทุกคนพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ น้ำอุ่นและที่นอนนุ่ม ๆ ช่วยทำให้ผ่อนคลายยิ่งนัก
ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เมื่อเจอเข้ากับอากาศหนาว ซิลฟี่แทบจะอยู่แต่ในมิติสัตว์ตลอดเวลา เพราะมันเองไม่ชอบอากาศหนาว ยิ่งมีหิมะ ยิ่งทำให้มันขยับปีกได้ลำบาก
และการอยู่ในมิติสัตว์ของนายน้อย ก็ไม่ได้อึดอัดแต่อย่างใด ต้นไม้และดอกไม้นานาพันธ์ที่นายน้อยเก็บเพิ่มมาระหว่างเดินทาง ช่วยทำให้โลกเล็ก ๆ นี้ ดูมีชีวิตชีวาขึ้น อีกทั้ง นายน้อยยังให้มันชักชวนเพื่อน นกตัวน้อย ๆ เข้าไปอยู่อีกห้าหกตัว
เ้าพวกนี้ตอนแรกก็ลังเล แต่พอได้เข้ามาอยู่แล้ว แทบไม่ยอมออกไปไหนเลย
อากาศภายในมิติมีพลังธรรมชาติแ่ากว่าภายนอก อีกทั้งดอกไม้และหนอนแมลงก็ชุกชุม เนื่องจากพลังธรรมชาติทำให้พวกมันโตกันได้เร็วขึ้น จนเ้านกเหล่านี้แทบจะเป็ไก่กันไปหมด
แม้แต่ซิลฟี่เอง เมื่อเข้าไปอยู่ข้างในมิติหลาย ๆ วันเป็ครั้งแรก แล้วเมื่อออกไปเผยตัวให้ทุกคนเห็น ทำเอาทุกคนแปลกใจต่างหยอกล้อมัน ว่าเป็ แม่ไก่ กันหมด ทำเอาความภาคภูมิใจของ นกบริสุทธิ์แสนสวย หายไปจนเกลี้ยงเลย ตอนนี้มันเกือบเป็ แม่ไก่สีน้ำตาล ไปแล้ว
หิมะที่ตกหนัก นานกว่าที่คิด ผ่านไปสามวันหิมะยังตกหนักอยู่ โชคดีที่เช้าวันที่สี่หิมะเริ่มเบาลงและหยุดลงในเช้าวันที่ห้า
เขี้ยวอัสดง เริ่มเดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง โดยไม่ยอมให้เสียเวลาแม้แต่น้อย
สี่วันในเมืองเซาท์วูด ไม่ได้เสียเวลาไปเปล่า ๆ ข้อมูลมากมายที่แจ็คออกไปรวบรวมมาให้ มีประโยชน์ไม่ใช่น้อย
ข้อมูลของร้านค้าความหวัง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง โดยร้านค้าไม่ได้ปิดตัวลงเหมือนที่เมืองเฟนดาริล และยังคงมีลูกค้าแวะเวียนเข้าร้านอยู่บ้างเป็ระยะ ๆ ซึ่งอาจเนื่องจากอยู่ใน่หิมะตกหนักจึงทำให้ลูกค้าลดน้อยลง
เื่ต่อมาคือข่าวการรับสมัครนักเรียนใหม่ของสถาบันวาลเดียลา ที่จะเปิดขึ้นในอีกราวสองเดือนครึ่ง ที่เมืองวาลเดียลา มีนักเรียนฝึกหัดนับหมื่นมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง เพื่อหวังได้รับโอกาสได้เข้าเรียนในสถาบันราชวงศ์ แม้การแข่งขันค่อนข้างสูงมาก และรับนักเรียนในแต่ละสาขาหลักเพียง สาขาละหนึ่งร้อยคนเท่านั้น แต่ยังคงมีนักเรียนจากทุกแคว้นในจักรวรรดิวาลเดียมาสมัครอย่างเนืองแน่นทุกปี โดยเฉพาะเหล่าบุตรหลานตระกูลสูงศักดิ์ ที่จำต้องเข้าเรียนในสถาบันนี้ให้ได้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับราชวงศ์ แต่การเข้าสถาบันแห่งนี้ไม่ใช่เื่ง่าย แม้แต่ ราชบุตรและราชธิดาของจักรพรรดิ ยังไม่อาจใช้เส้นสายเพื่อเข้าเรียนได้ นับประสาอะไรกับขุนนางทั่วไป
แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจคือ รายชื่อตัวเต็งสิบอันดับแรก ปรากฏชื่อของคนที่เขารู้จัก
อเล็กซ์ ฟาร์เมียร์ อัศวินฝึกหัดจากแดนใต้ ตัวเต็งอันดับต้น ๆ ของการสอบครั้งนี้
ไม่น่าแปลกใจที่สถาบัน้าตัวเขาอย่างยิ่ง ถึงกับออกบัตรเชิญให้โดยตรง ไม่เช่นนั้นสถาบันอื่นตัดหน้าเอาตัวเขาไปก่อนแน่นอน
อันดับต่อมาคือ เซอริน่า วาลเดียลา ราชธิดาองค์เล็กของจักรพรรดิ นักเวทฝึกหัดสายรักษา ที่ถูกกล่าวขานว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างหนาแน่นมาก มีพลังรักษามากกว่านักเวทรักษาในระดับเดียวกันถึงสามเท่า โดยคาดว่าองค์หญิงคงไม่ได้สอบเข้าก็สามารถเข้าเรียนได้อยู่ดี
อันดับสาม ลูคัส วาลเดียลา นักเวทฝึกหัดและบุตรชายคนเล็กของ ดยุกแม็กนัส วาลเดียลา ที่นับได้ว่าเป็นักเวทดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในจักรวรรดิขณะนี้ อันเนื่องจากข่าวโด่งดังของเขา ตอนที่เข้าพิธีปลุกพลัง และได้รับการประเมินถึง ระดับมหาปราชญ์ ทำให้เป็ที่จับตามองนับั้แ่นั้นเป็ต้นมา
แต่มีสิ่งที่น่ากังวลใจเพียงเื่เดียว นั่นคือ การไม่ลงรอยกันระหว่าง จักรพรรดิกับดยุกแม็กนัส ทำให้สถานการณ์การเติบโตของ ลูคัส มีผลกับราชวงศ์โดยตรง
ในส่วนของคนอื่น ๆ อีกราวยี่สิบกว่าคนโดยมีวิถีที่แตกต่างกันไป และเป็ตัวเต็งที่จะติดหนึ่งในสิบพอ ๆ กัน
ทำให้นิโคลัสรู้สึกมีแรงกระตุ้นให้เขาต้องเร่งพัฒนาตนเองให้ได้มากที่สุด ก่อนไปถึงเมืองหลวง
หลังจากออกจากเมืองเวสท์วูดเพียงวันเดียว พ่อบ้านรอยให้ขบวนเดินแยกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ได้ขึ้นเหนือมุ่งหน้าตรงไปเมืองหลวง เพราะเป้าหมายแบบฝึกหัดสุดท้ายของ นายน้อย คือ ชายขอบป่าดารันธาร์
“คืนนี้เราจะพักกันที่หมู่บ้านนี้ และจะฝากม้าไว้ที่นี่ พรุ่งนี้ เ้าจะต้องตั้งกลุ่มเจ็ดคน รวมตัวเ้าด้วย เพื่อเข้าป่าไปล่าสัตว์ ส่วนตัวข้าจะเข้าไปเพียงสังเกตการณ์ โดยไม่ยื่นมือช่วยเหลืออะไรเ้า”
ชายชราเอ่ยขึ้นในขณะที่ขี่ม้านำหน้าเข้าสู่หมู่บ้าน ราวกับคุ้นเคยสถานที่นี้เป็อย่างดี
สามวันนับั้แ่ออกจากเมืองเซาท์วูด หิมะเริ่มตกน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งวันนี้ไม่มีหิมะตกอีกแล้ว
โรงแรมที่พัก ยังมีห้องว่างเหลืออยู่มาก เพราะ่นี้ไม่ใช่ฤดูล่าสัตว์ สัตว์ป่าหลายชนิดมักจำศีลกันในฤดูนี้
โชคดีที่โรงแรมยังคงมีหญ้าแห้งเพียงพอสำหรับม้าของพวกเขา
คืนนั้น การประชุมเพื่อวางแผนสำหรับบทฝึกหัดสุดท้ายของนายน้อยได้เริ่มขึ้น
ทุกคนอยากเข้าร่วมด้วยกันทุกคน แต่ที่ว่างมีเพียงหกคนเท่านั้น
“พวกเราจะล่าสัตว์อยู่ในเขตป่ารอบนอกเป็เวลาห้าวัน และไม่เกินหกวันพวกเราจะกลับมา หากเจ็ดวันผ่านไปพวกเรายังไม่ออกมา พวกเ้าเข้าไปตามหาพวกเราได้เลย โดยสังเกตสัญลักษณ์ของกลุ่มของเราเหมือนเดิม”
“จากนี้ไป เ้าเป็คนตัดสินใจ”
พ่อบ้านรอย กล่าวเปิดการประชุมสั้น ๆ
“ขอรับ ข้าขอเริ่มเลยเมื่อไม่ให้เสียเวลา ข้าขอคัดคนที่ข้าอยากให้อยู่ที่หมู่บ้านนี้ก่อนแล้วกัน”
“เนื่องจากพ่อบ้านที่าุโที่สุด ต้องไปกับข้า ดังนั้น พี่วิคเตอร์ที่เป็หัวหน้ากลุ่มจำต้องอยู่ที่หมู่บ้าน พร้อมกับพี่สาวทั้งสอง เนื่องจากมีต้นไม้หนาทึบเกินไป ข้าเกรงว่าจะเป็อุปสรรคต่อพี่อาริน อีกทั้งสัตว์กึ่งเวทกลางหิมะมีภูมิต้านทานน้ำแข็ง จึงทำให้พี่อีรินเสียเปรียบได้”
“และข้าอยากให้พี่สาวได้พักจริง ๆ จัง ๆ บ้าง โดยไม่ต้องกังวลถึงข้า ข้ามีท่านตาคอยปกป้องอยู่แล้ว”
กล่าวพลางหันหน้าไปทางสองสาว แล้วขยิบตาให้เล็กน้อย
อารินที่ไม่ค่อยเข้าใจเื่อะไรทำนองนี้ กำลังสับสนกับการแสดงออกของนายน้อย แต่อีรินกลับยิ้มร่าและกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
“ขอบคุณ นายน้อย”
“แต่ข้า โอ๊ย!”
อารินกำลังจะพูด แต่โดนพี่สาวข้าง ๆ หยิกเอวจนร้องตัวลอย
“เชื่อฟังที่นายน้อยพูด อย่าทำให้เสียเื่ดีงามของนายน้อย”
กล่าวจบอีรินพลางหันไปพยักหน้าให้นายน้อยเบา ๆ แสดงว่าเธอเข้าใจนายน้อย
“ต่อไป เพราะแจ็คที่เป็หน่วยลาดตระเวน ต้องกับด้วย ดังนั้น เจคอบ เ้ารอโอกาสหน้านะ”
“ขอรับ”
เจคอบรับคำอย่างเชื่อฟัง
“อังเดรนักเวทรักษา จำเป็สำหรับการต่อสู้ ดังนั้น นิโคไล เ้าอยู่ช่วยดูแลที่พักกับพี่สาวนะ”
“ขอรับ”
“พี่ปีเตอร์ ความจริงข้าคิดอยากให้ท่านไปด้วย เพราะพลังโจมตีของท่านสูงที่สุด แต่เนื่องจากเรากำลังเข้าป่า พื้นที่บางจุดอาจมีต้นไม้จำนวนมากทำให้ท่านแสดงพลังได้ไม่เป็ที่ ดังนั้นข้าต้องรบกวนท่านอยู่ที่นี่ด้วยขอรับ”
“นายน้อยสบายใจได้ ข้าไม่คิดมาก”
ปีเตอร์ไม่ได้คิดมาก หากเขาไม่ได้ขี่ม้า เขาก็แสดงพลังไม่ได้เต็มที่อยู่ดี
“และหน่วยตั้งรับ ข้าคิดว่าการเดินในพื้นที่ป่าที่บางจุดอาจคับแคบ อาจไม่สะดวกต่อพี่อีแวนที่มีร่างกายใหญ่โต ดังนั้น”
“ข้าทราบขอรับนายน้อย ข้ายินดีอย่างมาก ข้าจะได้นอนยาว ๆ ได้หลายวัน ต้องขอขอบคุณนายน้อยที่เมตตา”
อีแวนยิ้มร่าด้วยความดีใจ ไม่ใช่ว่าเขาี้เี แต่ให้ไปเดินลัดเลาะในที่แคบ ๆ เขาไม่ค่อยถนัดจริง ๆ
“ยังไงพวกท่านอย่าลืมฝึกโยคะทุกวันด้วยล่ะ ส่วนพี่อีรินและนิโคไล อย่าลืม ไท่จี๋ฉวน ที่ข้าสอนให้ มันดีสำหรับนักเวทอย่างพวกเราจริง ๆ แต่อย่าพึ่งทำในโล่งก็พอ”
อีแวนที่กำลังยิ้มร่าถึงกับหุบยิ้มในทันที
“เอาหล่ะ ข้าขอสรุปหกคนที่จะร่วมทางไปกับข้าดังนี้นะขอรับ”
“พี่แฮร์รี่ อัศวินโล่ เป็หน่วยป้องกัน”
“พี่เลวานและพี่บอริส เป็หน่วยจู่โจมระยะประชิด”
“พี่อีริค เป็นักเวทโจมตี”
“อังเดรหน่วยรักษา แจ็คเป็หน่วยลาดตระเวนและพลธนูเช่นเดียวกับข้า”
เมื่อกล่าวสรุปจบแล้ว ชายหนุ่มหันไปทางจอมเวทชราเพื่อขอคำชี้แนะเพิ่มเติม
“ท่านตามีข้อเสนอแนะอะไรหรือไม่ขอรับ”
พ่อบ้านรอยยิ้มน้อย ๆ เขาค่อนข้างพอใจกับการคัดเลือกครั้งนี้ ทำให้ทั้งสองกลุ่มมีความสมดุลได้กำลังดี โดยนึกถึงสภาพแวดล้อมที่จะเผชิญเอาไว้ด้วย ไม่ได้เลือกเพียงด้านพละกำลังอย่างเดียว
“เ้าอาจสงสัยว่า ทำไมข้ากำหนดคนจำนวนเท่านี้ให้เ้า มันทำให้เ้าพบความลำบากเมื่อต้องเผชิญหน้าสัตว์กึ่งเวท หรือไม่ทางสู้สัตว์เวทได้เลยหากบังเอิญไปพบมันเข้า”
“ข้าอยากให้เ้ารู้จักประเมินสถานการณ์ ว่าเมื่อใดควรสู้ เมื่อใดควรหนี อีกทั้งสัตว์กึ่งเวทบางตัวเริ่มมีปัญญาแล้ว มันฉลาดพอที่จะวางกับดักเ้าได้ ดังนั้นในป่า เ้ายิ่งต้องระมัดระวังตัว และไม่เพียงแต่สัตว์ใหญ่ที่เป็อันตรายเท่านั้น ในป่านี้มีอสรพิษและแมลงพิษมากมายที่สามารถคร่าชีวิตเ้าได้ เ้าต้องระวังเอาไว้ให้ดี”
“รับทราบขอรับ”
ชายหนุ่มขานรับ
“แจ็ค พรุ่งนี้เช้าก่อนออกเดินทาง เ้าช่วยไปสอบถามร้านขายน้ำยา ว่าป่าแถบนี้มีสัตว์พิษอะไร และต้องใช้น้ำยาอะไรบ้าง ซื้อมาให้พวกเราด้วย”
“เอาหล่ะ คืนนี้แยกย้ายกันพักผ่อนได้”
นิโคลัสกลับเข้าห้องพักของตนเอง พลางนึกย้อนถึงเื่ราวต่าง ๆ ั้แ่วันแรก ที่เขามาถึงโลกใบนี้
สิ่งใหม่ ๆ ที่ได้เรียนรู้ โลกที่แตกต่าง การต่อสู้แบบใหม่ ที่เขาได้ศึกษาและเรียนรู้มาสองเดือนกว่า
เป็เหมือนการเรียนภาคทฤษฎีและซ้อมปฏิบัติให้โรงยิมเช่นนั้นเลย
“พรุ่งนี้ข้าจะได้ลงภาคปฏิบัติจริงแล้วซินะ..”