เกรเทลถอนหายใจ
“มันคงเป็ชีวิตในฝันของใครหลายๆคน แต่ไม่ใช่ในฝันของข้า ข้าแค่อยากอยู่กับคนที่ข้ารัก”
เซียร่ามองเกรเทลที่กำลังทำหน้าเศร้าด้วยท่าทางเห็นใจ
“แต่อย่างน้อย เขาก็รักเ้านะอับบาลน่ะ”
“นั่นคือเหตุผลที่ข้ายังทนอยู่ยังไงล่ะเซียร่าเพราะว่าความสงสารไม่ใช่เพราะความรัก เ้าเองก็ควรจะเลือกคนรักให้ดีๆ เข้าใจไหม”
เซียร่าพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มให้เกรเทล
“จะว่าไปอีกไม่กี่วันจะถึงวันเทศกาลขอบคุณพระเ้าแล้ว ท่านเ้าป่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองและในวันนั้นจะมีการประกาศคู่พันธสัญญาขึ้นมา ว่าใครบ้างที่ได้ทำการผูกสัญญาชีวิตต่อกัน”
ฟังดูน่าสนใจแฮะ
“แต่ว่าข้าเป็มนุษย์เพราะฉะนั้นเื่การผูกสัญญาน่าจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า แต่ข้าอยากจะไปเข้าร่วมนะ ข้าอยากจะไปชมความรักที่แสนสวยงาม บรรยากาศคงจะเหมือนงานแต่งงานเลยใช่ไหม ที่ทุกคนจะเข้าร่วมยินดี”
เกรเทลส่งยิ้มแห้งๆ ให้เซียร่า
"เื่นั้นเ้าอดใจรอดูเองเถอะ เพราะว่าข้าก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน"
ถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เกรเทลกล่าวสักเท่าไหร่นัก แต่เซียร่าก็ไม่ได้เอยถามออกไป
วันรุ่งขึ้นเธอจัดการใส่ชุดเดรสที่ซื้อมาจากร้านขายของ มันคือชุดเดรสยาวสีฟ้าอ่อนที่ดูเรียบร้อยและอ่อนหวานในเวลาเดียวกัน เซียร่าสวมเสื้อคลุมเพราะว่าใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เธอเดินขึ้นมาบนรถม้า..แต่มันไม่ใช่รถม้าที่เอาไว้เดินทาง มันคือรถม้าที่เอาไว้บรรทุกของที่ไม่มีหลังคาและไม่มีเก้าอี้สำหรับนั่ง เซียร่านั่งลงบนพื้นไม้ที่ปูด้วยฟาง เธอกระชับเสื้อคลุมพร้อมกับมองไปที่เกรเทลด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
“การนั่งรถม้ามันน่าสนุกขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือเซียร่า”
ไทเลอร์ถามพร้อมกับะโขึ้นมานั่งข้างเธอ
“ค่ะ ข้าไม่เคยนั่งรถม้าแบบนี้มาก่อนเลย ว่าแต่..ข้าไม่รู้เลยนะคะว่าพี่จะไปด้วย..”
“ข้ามีงานที่ต้องไปคุย ก็เลยขอติดรถของอับบาลไป”
เขาดึงเสื้อคลุมของเธอให้มิดชิดมากกว่าเดิม ก่อนจะสวมหมวกที่เขาใส่ลงบนศีรษะของเซียร่า
“อากาศเริ่มเย็นแล้วเ้าสวมนี่เอาไว้เถอะ”
เกรเทลยกยิ้มจางๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าสามีของเธอ
“ออกเดินทางได้แล้วค่ะที่รัก ข้าไม่อยากจะเสียเงินค้างในเมืองหรอกนะคะ เพราะฉะนั้นเราควรจะรีบไปรีบกลับ”
ทีแรกเซียร่าก็ไม่เข้าใจคำกล่าวของเกรเทล แต่พอเธอนั่งรถม้าของอับบาลเธอถึงได้เข้าใจว่ามันไม่สามารถเร่งความเร็วได้เพราะว่าม้าค่อนข้างแก่มากแล้ว เรี่ยวแรงมันจึงไม่ค่อยมี อีกทั้งทางที่เรากำลังใช้เดินทางก็คดเคี้ยวและขึ้นเขาอีก ไม่น่าแปลกใจหรอกว่าทำไมเราถึงจะกลับช้า
“ค้างสักคืนก็ไม่เสียหายนี่เกรเทล เ้าไม่อยากเที่ยวงานเทศกาลในเมืองรึไง คืนนี้มีงานเทศกาลด้วยนะ เ้าเลือกมาได้ถูกวันจริงๆ”
เกรเทลรู้ดีว่าท่านพี่ไทเลอร์หมายความว่ายังไงกับคำที่เขากล่าวออกมา
“เื่นั้นข้าจะคงจะต้องขอคิดดูก่อน เพราะหากว่าข้าสามารถหาซื้อม้ามาแทนเ้าตัวนี้ได้ ข้าอาจจะรอจนกว่ารถม้าคันใหม่ของข้าจะเสร็จถึงจะสามารถเดินทางกลับมาได้”
อับบาลมองภรรยาของเขาด้วยแววตาที่ใ นี่ภรรยาของเขากำลังร้องขอม้าตัวใหม่กับท่านไทเลอร์อย่างนั้นหรือ
“พอดีเลย ข้าคิดว่าข้ามีที่ซื้อม้าและต่อรถม้าดีๆ จะแนะนำเ้าอยู่นะ”
“อ่า..เช่นนั้นคืนนี้เราคงจะต้องค้างในเมืองเสียแล้วเซียร่า”
เซียร่าที่กำลังเพลิดเพลินกับการมองทางไม่ได้สนใจการสนทนาของเกรเทลและไทเลอร์เลย ดวงตาของเธอกำลังเปล่งประกายเมื่อมองเห็นดอกไม้ที่ริมข้างทาง ความสวยงามที่ธรรมชาติเป็ผู้สร้างสรรค์ขึ้นมา
ไทเลอร์ยกมือขึ้นมาโอบเอวของเซียร่าเอาไว้
“เ้าดูชอบดอกไม้มากนะ ยังไงวันนี้หลังจากที่ข้าคุยธุระเสร็จแล้วข้าจะพาเ้าไปที่ร้านขายดอกไม้ ไปเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกสักสองสามชนิด”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าที่งดงามของเซียร่า
“ขอบคุณนะคะท่านพี่”
เขาถือวิสาสะตอนที่เธอกำลังเผลออุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักของเขา โดยไม่สนใจสายตาที่ใของเซียร่าเลย
“นั่งบนนี้เถอะ ข้ากลัวว่าเ้าจะเมื่อย”
นั่งบนตักของเขามันย่อมนุ่มกว่านั่งบนพื้นไม้ที่ปูบางๆ ด้วยฟางอยู่แล้ว และเราก็เดินทางมาหลายชั่วโมงแล้วเซียร่ารู้สึกว่าเธอเองก็เมื่อยล้าเกินกว่าจะปฏิเสธเขา เธอซบหน้าลงไปในอ้อมแขนของเขาก่อนจะหลับตาลงช้าๆ เพื่อเป็การพักสายตา สายลมที่ปะทะใบหน้ากำลังทำการขับกล่อมเธอให้เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
สายตาของไทเลอร์มันหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเซียร่าอย่างไม่รู้ตัว เขามองเธอที่กำลังหลับอย่างสบายในอ้อมแขนของเขาก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงไปจุมพิตบนหน้าผากของเธอเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน ทุกครั้งที่เธอมองดอกไม้ดวงตาของเธอจะเปล่งประกายออกมาราวกับเสือน้อยที่กำลังวิ่งไล่ลูกกระต่ายเลย
ไม่ได้เห็นหน้าสองวัน มันเนิ่นนานและทรมานจนเขาเก็บเอาไว้ฝันถึงเลย นับเป็ลางดีที่เขาตัดสินใจมากที่นี่กับอับบาล และงานที่เขากำลังทำมีกำหนดเข้าหารือวันนี้พอดีเลย
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็แวร์บีสต์เสือ แต่ทว่างานหลักของเขาคือการเป็ขุนนาง เพราะคำสั่งแทรกแซงของลีโอทำให้เขาต้องเป็เข้าไปเป็เซอร์เพื่อที่จะได้จับตาดูการเคลื่อนไหวขององค์จักรพรรดิและองค์รัชทายาทแห่งโลเมอร์
เซียร่า แลนด์ผู้แสนงดงามที่เขาเคยได้ยินชื่อของเธอมานับครั้งไม่ถ้วน วันที่ได้เห็นเธอครั้งแรกมันราวกับว่าลูกธนูพุ่งแทงเข้ามาทะลุหัวใจของเขายังไงอย่างนั้นเลย ความสวยงามที่โดดเด่นและความอ่อนหวานที่แสนไร้เดียงสา เมื่อเธอกล่าวว่าเธอชื่อเซียร่ายิ่งทำให้เขาค่อนข้างมั่นใจถึงที่มาของเธอได้อย่างชัดเจน
และไทเลอร์คิดว่าลีโอเองก็น่าจะรู้เช่นเดียวกันถึงที่มาของเซียร่า นั่นเป็สาเหตุที่ทำให้หมอนั่นเลือกที่จะถอยห่างจากนาง แต่เขาไม่สนใจหรอกเพราะแค่ถูกใจ แค่ถูกใจเท่านั้นก็เพียงพอให้เขาไขว่คว้าเธอมากอดเอาไว้แนบอกแล้ว
หลังจากที่อับบาลพาเราเข้ามาในเมือง ลีโอก็ขอปลีกตัวไปทำงานโดยที่เขาพาเซียร่าที่กำลังหลับมาด้วย เขาจัดการพาเธอไปนอนพักผ่อนที่ห้องพักชั้นบนของโรงแรมก่อนจะจัดการเปลี่ยนชุดเพื่อเข้าประชุมหารือเื่ขององค์ชายที่สองที่กำลังจะเดินทางกลับมาที่จักรพรรดิคิงส์ตันหลังจากที่พระองค์เรียนจบ
เื่นี้จะต้องกระทบกระเทือนกับองค์รัชทายาทอย่างแน่นอน เพราะเื่การตายที่เป็ปริศนาของบุตรีนักรบแลนด์ก็ยังไม่สามารถระบุว่าเป็ฝีมือของใคร แต่ทว่าองค์รัชทายาทได้ขาดกองหนุนที่แสนแข็งแกร่งไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
กองทัพใดเล่าในจักรวรรดิจะเก่งกาจและยิ่งใหญ่เท่ากับกองทัพของแม่ทัพแลนด์..
“ข้าคิดว่าองค์รัชทายาทนั้นประพฤติตนไม่น่าเป็ที่ประทับใจสักเท่าไหร่..”
ไทเลอร์มิได้คิดถึงเื่ที่เขาจะต้องออกความเห็นหรือว่าอะไรทั้งนั้นเพราะว่าเขาแค่มาร่วมประชุมและไม่ทำตัวเด่นไปกว่าบรรดาชนชั้นสูงที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนี้ก็เท่านั้น
“ข้าคิดว่าจะต้องดูท่าทีและความสามารถขององค์ชายที่สองอีกที ว่าพระองค์พร้อมแค่ไหนกับการนั่งในตำแหน่งองค์จักรพรรดิ”
“ข้าไม่ชอบท่าทีที่น่าขยะแขยงขององค์รัชทายาทเลยให้ตายเถอะ พระองค์ทรงทำเหมือนว่าขุนนางเช่นเราคือมดปลวกที่อยู่ใต้เท้าของพระองค์ ทั้งที่อำนาจส่วนใหญ่ที่ทำให้พระองค์นั่งในตำ
แหน่งรัชทายาทก็ล้วนแล้วแต่มาจากพวกเราทั้งนั้นที่ยืนฎีกาถวายแก่องค์จักรพรรดิ!”