สองชั่วโมงต่อมา
“ลูกพี่ พวกมันรวบรวมเงินได้แล้วใช่ไหม”
“มันบอกอย่างนั้น” ลูกพี่ใหญ่พูด
“ต้องเตรียมพร้อมเผื่อกรณีที่มันเล่นตุกติกด้วย”
“ดีใจด้วยนะแม่หนูน้อย เธอมีมูลค่ามากกว่าที่พวกเราคิดซะอีก”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” เสียงหัวเราะของโจรลักพาตัวทั้งสี่ก้องโสตประสาทของเอริส เด็กน้อยมีลางสังหรณ์แย่มาก ๆ เธอกลัว ที่นี่ที่ไหนก็ไม่รู้ ทั้งมืดทั้งเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ไหนจะพวกคนเลวที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันตราย
เอริสคิดถึงอ้อมกอดของหม่ามี้ นอกจากหม่ามี้แล้วไม่มีใครที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย หม่ามี้ของเธอเก่งที่สุดในโลก หม่ามี้จะต้องช่วยเธอได้อย่างแน่นอน
ในขณะที่เด็กน้อยกำลังร้องไห้อยู่นั้นในที่สุดก็มีเสียงเครื่องยนต์คำรามดังจากด้านนอก ทั้งสี่ตื่นตะหนก
“พวกมันเล่นไม่ซื่อ!”
บื้น!!
มอเตอร์ไซน์พุ่งทะยานเข้ามาในโรงงานเหมือนเหาะได้ ล้อทั้งสองกระแทกกับพื้นก่อนจะไถลไปไกลราวหนึ่งเมตร ภาพตรงหน้าทำให้โจรทั้งสี่อึ้ง แม้แต่เอริสที่ไม่รู้เื่รู้ราวก็ยังหยุดร้องไห้
มาคนเดียว?
จนกระทั่งหมวกกันน็อคถูกถอดออก เผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือเกวิน เถ้าแก่ร้านแผงลอยขายน้ำเต้าหู้นั่นเอง
“ไอ้บ้านี่ แกเป็ใคร” ชายเลวทำหน้าดุร้ายเดินเข้าหาเกวิน
“แกมันเดรัจฉาน!” เกวินเปิดฉากด่าก่อน
“แม้แต่เด็กสามขวบยังรังแกได้ แกมันไม่ใช่คน ฉันขอสาปแก ให้นกเขาไม่ขัน เป็เชื้อราที่หนังหุ้มปลาย ท่อปัสสาวะอักเสบ เป็หมันแบบไม่มีทางรักษา ไร้ทายาทสืบสกุลทุกชาติไป”
“เชี่ย ไอ้เวรนี่ วอนตายซะแล้ว” ชายเลวยิ้มเหี้ยมก่อนจะเริ่มลงมือ ท่อเหล็กถูกเหวี่ยงเล็งเข้าใส่กลางกบาลของเกวิน แต่กลับมีก้อนหินพุ่งกระแทกกลางแสกหน้า ทำเอาเขาเห็นหมู่ดาวลอยไปมาอย่างโง่งม
เกวินพลิกตัวลงจากรถอย่างเร็วหมุนตัวถีบส่งชายเลวกระเด็นไปหลายเมตร ลอยไปอยู่ตรงหน้าเหล่าลูกพี่ ทันใดนั้นทั้งสี่ก็รู้สึกตัว ว่าชายคนตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา
“แกเป็ผู้ใช้เวทย์?”
“ส่งเด็กมา ไม่อย่างนั้นฉันสาบานได้ว่าจะทำให้พวกแกต้องสูญเสียครั้งใหญ่” เกวินปั้นหน้ายิ้มต่อรอง
“แกเป็คนของนังเด็กนี่?”
“ไม่ใช่ ฉันเป็แค่พลเมืองดี ปกติฉันไม่ชอบแส่เื่ชาวบ้าน แต่ฉันถูกใจเด็กคนนี้ ส่งเด็กมา ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เจรจาอีก”
“ฮ่า ๆ แกมันบ้า! ฝ่ายพวกเรามีเด็กอยู่ แกมีอะไรจะต่อรอง” ลูกพี่รองหัวเราะรั่ว ผู้ชายคนนี้ต้องเสียสติไปแล้วแน่ ๆ ไม่รู้จักหลักการต่อรองเอาซะเลย
“ลูกพี่ใหญ่ จับมันไปขายด้วยดีไหม หน้าตามันไม่เลว คงมีพวกรสนิยมแปลก ๆ ยอมจ่ายเพื่อซื้อมัน”
“นั่นสิ ไปจับมันมา” ลูกพี่ใหญ่ยิ้มกว้าง ไอ้หนุ่มนี่น่าจะขายได้สักแสนสองแสน สู้นังเด็กนี่ไม่ได้แต่ยังไงก็เป็เงินก้อนใหญ่
แต่ก่อนที่ทั้งสี่จะลงมือ ที่มือของเกวินก็ถูกอัดแน่นด้วยพลังเหนือธรรมชาติ เปลวเพลิงขนาดเล็กเท่าแสงเทียนก่อตัวมากมายหลายจุดก่อนจะรวมกันเป็ลูกบอลขนาดเท่าลูกเทนนิส มืออีกข้างแบเข้าประกอบก่อนที่สายลมจะถูกอัดเข้าไปในลูกบอล
“เอริส! อยู่นิ่ง ๆ ห้ามขยับไปไหน ลุงจะช่วยหนูเดี๋ยวนี้แหละ”
“เอ๊ะ” เอริสขยี้ดวงตาที่แดงก่ำก่อนที่ทัศนียภาพอันหมองมัวจะชัดเจนขึ้น สิ่งที่เธอเห็นคือคุณลุงที่เจอกันเมื่อตอนเช้าวิ่งเข้าหาพวกคนชั่วทั้งสี่แล้วทำการปาลูกบอลลงพื้นอย่างแรง
ลูกบอละเิออกกลายเป็คลื่นลมร้อน ๆ กระจายจนพัดเอาทั้งฝุ่นและกรวดจากพื้นเข้าจู่โจมพวกเขา จนต้องยกแขนขึ้นกัน
พอคลื่นลมสงบ ผิวกายของชายทั้งสี่รู้สึกแสบร้อนอย่างบอกไม่ถูก ชายเลวคนหนึ่งหันมามองจุดที่เอริสเคยอยู่ก็พบว่า เด็กไม่อยู่ที่เดิมแล้ว!
“มันอยู่นั่น!” ลูกพี่ใหญ่ชี้ทั้งสามหันขวับมา เกวินวิ่งไต่ไปตามโต๊ะเก่าที่ผุพังโดยมีเด็กหญิงอยู่ในอ้อมกอด ชายหนุ่มเคลื่อนไหวว่องไวมากแม้จะเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง ภายในเวลาอันสั้นเขาก็กลับมายืนตรงมอเตอร์ไซน์ของตัวเองได้
“มันไม่ใช่แค่ผู้ใช้เวทย์ มันเป็นักเวทย์!” ลูกพี่รองรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป
“ไอ้หนุ่ม ส่งเด็กคืนมา” ลูกพี่ใหญ่คำรามในลำคอ เผลอเพียงแป๊บเดียวเด็กก็ถูกชิงไปได้แล้ว ทั้งที่ระยะห่างก็ไกลตั้งเกือบสองร้อยเมตร ไอ้หนุ่มนี่มันต้องเร็วขนาดไหนกัน?
“เอริสหนูไม่เป็อะไรแล้วนะ หนูปลอดภัยแล้ว”
“อึก..อึ..อือ” เอริสยังคงร้องไห้ เด็กน้อยกำเสื้อของเกวินไว้แน่นราวกับลูกลิงตัวน้อยที่ไม่อยากปล่อยที่พึ่งสุดท้าย ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเกวินบัดนี้พลันเปลี่ยนไปเยือกเย็น เด็กคนนี้น่าสงสารมาก อายุเพียงแค่นี้ก็ถูกลักพาตัวมาแล้ว
ถ้าเขาเป็พ่อแม่เด็ก เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เด็กคนนี้ถูกลักพาตัวเป็อันขาด
“อย่างพวกแกมันก็แค่เชื้อราที่ติดอยู่ขอบขนมปังที่หมดอายุ แค่เห็นหน้าพวกแกฉันก็หมดความอยากอาหารแล้ว ไสหัวไปจากโลกนี้ซะ ตราบที่โลกใบนี้ยังมีพวกแกเดินเพ่นพ่านอยู่บนถนน ชาตินี้ฉันก็ไม่ขอกระเดือกอาหารใด ๆ ลงท้องได้อีกต่อไป”
“ปากดีนักนะแก!” ชายเลวนำบางสิ่งออกมาตั้งเล็ง
“ไอ้น้องเวร! เดี๋ยวเด็กโดนลูกหลงหรอก” ลูกพี่ใหญ่ยกมือห้ามแต่สายไปแล้ว เพราะนิ้วมือของชายเลวแตะเข้าที่ไกปืนแล้วเรียบร้อย
ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!
เสียงปืนรัวดังลั่นไปหลายนัดตามด้วยเสียงกรีดร้องของเอริส
“กรี้ดดด!!!” เอริสสั่นอย่างหนักจนแทบช็อค เสียงของปืนเป็ดั่งปีศาจร้ายที่ครอบงำความหวังทั้งหมดให้กลายเป็ความสิ้นหวัง มือเล็ก ๆ บีบจับเสื้อแน่นพร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูเป็สายจนเสื้อของชายหนุ่มต้องเปียกชื้นไปด้วย
เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ที่แท้จริงนั้นเป็ยังไง แต่โจรลักพาตัวทั้งสี่เห็นอยู่กับตา
ะุปืนทั้งหมด..มันเลี้ยวได้!
เชี่ย! ะุเลี้ยวได้
ะุทั้งห้ามันพุ่งเข้าใส่เกวินไม่ผิดแน่ แต่พอมาถึงจุดหนึ่งวิถีะุกับหักเหไปทางอื่นกลางคัน นั่นทำให้เขาไม่ถูกยิงเลยแม้แต่นัดเดียว
สีหน้าของเกวินดูไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม เขาชี้หน้าใส่ทั้งสี่แล้วว่า
“พวกแกพกอาวุธาเข้ามาในประเทศเทียร์ ไม่อยากมีชีวิตอยู่กันแล้วเหรอ!!” เกวินตื่นตะหนักว่านี่ไม่ใช่โจรลักพาตัวธรรมดา มันหาได้แม้แต่อาวุธาเข้ามาในประเทศที่กวดขันเื่การนำเข้าอาวุธอย่างเข้มงวด นี่มันระดับผู้ก่อการร้ายข้ามชาติชัด ๆ
แต่สิ่งที่เกวินให้ความสนใจชายทั้งสี่ไม่คิดจะอธิบาย ภาพที่ะุเลี้ยวเมื่อครู่ยังติดอยู่ในสมองของพวกเขา
“ชิบหายแล้ว..นี่มันระดับจอมเวทย์แล้วไม่ใช่หรือไง เป็จอมเวทย์ชั้นสูงอีกด้วย!” ลูกพี่รองหน้าเริ่มซีดเผือก
“ยิง! ทุกคนเอาปืนยิง ฆ่ามันให้ตาย” ลูกพี่ใหญ่สั่งการก่อนที่ทุกคนจะนำอาวุธาออกมายิงกระหน่ำ ใบหน้าของเกวินไม่เปลี่ยนแปลงแถมนิ่งกว่าเดิม ะุทุกนัดที่ยิงเข้ามานับร้อย ๆ ต่อวินาที ทุกนัดล้วนถูกหักเหไปยังทิศทางอื่นอย่างผิดธรรมชาติ
เอริสที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นไม่หยุดก็กรีดร้อง แต่พอผ่านไปสักพักก็ไม่เห็นเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร คุณลุงที่กอดเธอก็ยังอยู่ดี เด็กหญิงตัวน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วดูภาพตรงหน้าภาพที่ะุถูกเปลี่ยนวิถีไปทิศทางอื่น มันช่างมหัศจรรย์และเติมเต็มจินตนาการของเด็กน้อยได้เป็อย่างดี
“หนูน้อย อย่ามอง มันเป็ภาพที่ไม่ดี” เกวินยิ้มอ่อนโยนให้เด็กน้อยในอ้อมกอด
“ปิดตานะคะ ทุกอย่างกำลังจะจบแล้ว”
“อื้อ” เอริสพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วยกมือทั้งสองข้างปิดตา
ดวงตาสีทับทิมของเกวินแดงก่ำและมองชายทั้งสี่ด้วยสายตาคาดโทษ
“ฉันเป็ผู้ชายที่เต็มไปด้วยความเมตตา ฉันไม่ถือสาถ้าใครอยากจะทะเลาะกับฉัน หรืออยากจะต่อยตีกับฉัน แต่ถ้าใครอยากให้ฉันตาย พวกมันมีตัวเลือกอยู่สองข้อ ข้อหนึ่ง ชดใช้ค่าเสียหายมา ข้อสอง ตาย!! แต่สำหรับพวกแกที่รังควานแม้แต่เด็กสามขวบกับกล้าเล็งปืนเข้าใส่ฉัน มีเพียงเส้นทางเดียวที่รออยู่”
เกวินหยิบลูกบอลเหล็กขนาดเท่าลูกอมสี่ลูกออกมาแล้วบ่นพึมพำบางอย่าง ณ วินาทีนี้ต่อให้คิดจะหนีก็เปล่าประโยชน์ เขาทยอยดีดลูกบอลเหล็กพุ่งเข้าไปกระแทกศีรษะของพวกโจรลักพาตัวทีละคน
คนแรกที่โดนคือชายเลวที่ตะคอกใส่เอริสหนักที่สุด ลูกบอลเหล็กถูกดีดจากเกวินที่อยู่ห่างออกไปเกือบสองร้อยเมตรแต่มันกลับรวดเร็วมากซะจนมองไม่เห็น! เมื่อกระแทกใส่หน้าผากของเขา สติก็ถึงกับวูบในบัดดล
“หนี!” ลูกพี่ใหญ่ออกคำสั่ง นี่มันนอกรีตมาก นายเป็จอมเวทย์แต่ไม่ร่ายเวทมนตร์ กลับมาดีดลูกเหล็กฆ่าพวกฉัน ยังมีศักดิ์ศรีในฐานะจอมเวทย์เหลืออยู่ไหม แต่พวกกิกี้พวกนี้ไม่มีวันได้รู้ ว่าองค์เทพท่านนี้ไม่ใช่ไม่ใช้เวทมนตร์ เขาแค่ร่ายเวทย์[เสริมพลัง]ที่นิ้วเพื่อเพิ่มแรงดีดกับความแข็งแกร่งของลูกเหล็กเท่านั้น
ใครบอกว่าจอมเวทต้องสู้ให้อลังการทุกครั้ง? เห็นได้ชัดว่ามันไร้สาระมากในสายตาของเกวิน
ทั้งสี่ยังไม่ตาย ก็แค่หมดสติ ลูกบอลเหล็กพวกนี้มันฆ่าใครไม่ได้หรอก อย่างน้อยก็ด้วยระดับพลังของเขาในปัจจุบัน เกวินต้องทำตามกฎของตัวเอง คืนนี้พวกมันต้องตายเท่านั้นแต่ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ มือน้อย ๆ ของเด็กหญิงก็กระตุกเสื้อของเขา
“จบแล้วใช่ไหม”
“อืม จบแล้ว หนูปลอดภัยแล้ว”
“หนูอยากเจอหม่ามี้” เอริสอ้อนวอน มันทำให้เกวินใจอ่อน ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน เด็กคนนี้เจอเื่หนักเขาต้องคอยปลอบโยนเธอ แต่กฎต้องเป็กฎ
เกวินมองชายทั้งสี่แล้วหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาบีบให้แตก เปลี่ยนของเหลวในขวดให้กลายเป็เข็มพิษสี่เล่ม เขายิงพวกมันไปติดที่ตามเส้นเืของอีกฝ่าย ถ้าโชคดีพวกมันอาจรอดที่โรงพยาบาลถ้าครอบครัวเด็กคนนี้เมตตาพอ
เอริสที่สดใสเมื่อตอนเช้าตอนนี้เงียบราวกับตุ๊กตาที่มีชีวิต เธอแทบไม่สนใจต่อสิ่งอื่นราวกับทุกอย่างสามารถทำอันตรายเธอได้ เธอจึงต้องหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาแม้จะเพิ่งได้รับความช่วยเหลือมาแล้วก็ตาม
เกวินวางเด็กน้อยไว้บนมอเตอร์ไซน์แล้วจ้องมองเธอด้วยความเ็ปหัวใจ นี่ต้องไม่ใช่ครั้งแรกแน่นอนที่เด็กคนนี้ถูกลักพาตัว
‘เด็กคนนี้มีฐานะยังไงกันแน่ ทำไมถึงตกเป็เป้าลักพาตัว?’ เกวินเริ่มสันนิษฐาน สี่คนนี้รู้จักคำศัพท์ที่ใช้เรียกผู้ใช้เวทมนตร์ นักเวทย์ จอมเวทย์ นั่นหมายความว่าคนพวกนี้มาจากสังคมเื้ั
ในปัจจุบัน เวทมนตร์เป็สิ่งมหัศจรรย์ มันคือพลังแห่งปาฏิหาริย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะใช้ได้และเป็ที่รู้จัก มีเพียงโลกเื้ัเท่านั้นที่ล่วงรู้การมีอยู่ของเวทมนตร์ ไม่ว่าจะเป็ผู้มีอำนาจ ตำรวจ ทหาร นักการเมือง เ้าพ่อมาเฟีย นักธุรกิจ กระทั่งลูกหลานของขุนนาง
เอริสต้องมีบางสิ่งที่ใครบางคน้า แต่เกวินยังมองไม่ออกว่ามันคืออะไร
“หนูน้อย” เกวินยิ้มละไมก่อนจะแบมือให้เด็กน้อยดู
“จับตาดูดี ๆ ที่มือของลุงไม่มีอะไรอยู่เลย เห็นไหม” เกวินพลิกทั้งหน้ามือและหลังมือ
“อื้อ”
“จากนั้นก็..” เกวินยิ้มก่อนจะพลิกมืออย่างรวดเร็ว แต่มือของเขาไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันกลับมีดอกไม้ที่เปล่งแสงสีสันสดใส มันเป็ดอกไม้ที่สวยและประหลาดที่สุดเท่าที่เด็กน้อยจะเคยเห็น ความงดงามของมันทำให้อารมณ์ที่เศร้าหมองถูกลดทอนลง
“สวยไหม?”
“สวย เอริสอยากได้”
“ลุงจะให้เอริส เพราะเอริสเก่งมาก ลุงจะให้เป็รางวัล”
“เอริสเก่งยังไงเหรอ?”
“เอริสเข้มแข็งมาก ขนาดอยู่ใกล้คนชั่วยังไม่เป็อะไรและอดทนจนลุงมาถึง”
“แต่เอริสร้องไห้ เอริสคิดถึงหม่ามี้ เอริสโดนพวกคนชั่วตะคอกด้วย เอริสเสียใจ”
“เพราะเอริสร้องไห้ไง ลุงเลยได้ยินเสียงร้องไห้และตามมาช่วยหนูทัน”
“เอ๊ะ?”
“เพราะเอริสคิดถึงหม่ามี้และร้องไห้ ลุงเลยมาที่นี่ได้ เอริสเก่งมาก”
“เอริสเก่งมากจริง ๆ เหรอ?”
“ใช่แล้ว เอริสเก่งมาก และนี่คือรางวัลสำหรับคนเก่ง”
“เอริสจะได้ดอกไม้จริง ๆ เหรอ”
“ใช่แล้ว” เกวินนำดอกไม้เรือนแสงสวมเข้าที่มือเล็ก ๆ ของเด็กน้อย ดวงตาสีครามมองมันตาแป๋วราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์ก่อนที่แสงของดอกไม้จะดึงดูดบางอย่างให้ใกล้เข้ามา
เหล่าภูติตัวเล็กโบยบินจากทั่วทุกสารทิศมารายล้อมเอริส เด็กน้อยงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณลุง คนตัวเล็กพวกนี้คืออะไร”
“พวกนี้คือ[คุณภูติ] คุณภูติอยากเล่นกับเอริส คุณภูติชมว่าเอริสเก่งที่สุด”
“จริงเหรอ คุณภูติชมเอริสจริง ๆ เหรอ ขอบคุณ ขอบคุณ” เอริสรู้จักขอบคุณ ภูติน้อยทั้งหลายต่างรายล้อมและเริ่มร้องเพลง แสงจากดอกไม้ทำให้ความมืดมิดโดยรอบหายไปและถูกแทนที่ด้วยสีสัน เหล่าภูติและเสียงเพลงทำให้ความกลัวและความหวาดระแวงหายไปและถูกแทนที่ด้วยความสุข
ทั้งหมดนี้ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน มันแปลกใหม่มากสำหรับเอริส แต่สิ่งที่ทำให้เด็กน้อยที่เพิ่งถูกลักพาตัวยิ้มได้ก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างประหลาดที่มีต่อคุณลุงคนขายน้ำเต้าหู้ สายใยอันพิศวงถูกก่อตัวขึ้นนับั้แ่ได้สบตากันเมื่อเช้านี้ มันทำให้ชะตากรรมของทั้งคู่ต้องพลิกผันไปตลอดกาล