ั์ตาสวยเปิดขึ้นเพราะรู้สึกถึงแรงกอดรัดของใครบางคน ซูเยว่สำรวจใบหน้าของคนตัวโตที่ยังคงหลับอยู่ ยามนี้เขามิต่างจากคนทั่วไป แต่เหตุใดยามตื่นถึงได้ดูใจร้ายนัก “หรือพวกโจรป่าสมัยนี้จะเป็แบบนี้กันทุกคน เอ๊ะ! โจรสมัยไหนมันก็เหมือนกันไหมซีซี”
ความคิดของสตรีตัวน้อยยังคงค้านกันไปมา ก่อนจะหลับตาลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับ เมื่อทุกอย่างยังคงเงียบสนิทและไม่มีการเคลื่อนไหว นางก็เปิดเปลือกตาสวยขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเห็นว่าอีกฝ่ายจับจ้องอยู่
“หึ! คิดจะลักหลับข้างั้นหรือ ถึงได้ทำลับๆ ล่อๆ เช่นนี้” ไป่จวินมิเอ่ยเปล่า แต่ยกร่างเล็กขึ้นมาทาบทับบนตัวเขา ทั้งที่อาภรณ์ก็มิได้ส่วมใส่กันทั้งคู่ มีเพียงผ้าห่มผืนใหญ่เท่านั้นที่ห่อหุ้มร่างกายเปล่าเปลือยเอาไว้
“อ่ะ! ข้ามิได้คิดเช่นนั้นเสียหน่อย แค่หิวแล้วเท่านั้น รอว่าเมื่อไหร่ท่านจะตื่นต่างหาก” เสียงหวานเอ่ยท้วงคำของเขา ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มร้ายออกมา แล้วรั้งเอวเล็กดันขึ้น เพื่อให้เนินเขานั้นมาหยุดลงที่ริมฝีปากของตน
“อ่ะ! อื้อ! อย่า” ซูเยว่มิรู้เลยว่าเสียงครางกระเส่ามันยิ่งกระตุ้นให้คนตัวโตอยากทำมากกว่านั้นอีก และเขาก็ไม่หยุดมันจริงๆ เมื่อเสียงครางนี้ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานท่อนลำใหญ่ก็ถูกสอดใส่เข้าไปในร่องรักของคนตัวเล็กอีกครั้ง เอวสอบขยับเข้าออกจนเกิดเสียงหยาบโลนตามมา
“อ๊า! เมียรักอย่าดูด ซี๊ด! พี่เสียวหัว” ไป่จวินครางเสียงดัง ดีที่คนของเขาเดินตรวจตราอยู่ด้านล่างทจึงทำให้มิได้ยินเสียงกระเส่าของทั้งคู่ ที่กำลังปรนเปรอให้กัน
“ตั๊บ ตั๊บ” ร่องรักที่รองรับท่อนลำเกิดเสียงดังของเนื้อกระทบกันขึ้น ยิ่งเพิ่มความวาบหวามจนร่างสูงอดกอดรัดคนน้องเอาไว้มิได้ เอวสอบเด้งใส่มิยอมหยุด
มือเรียวก็กดไว้ที่ก้นกลมขาวเนียน เพราะซูเยว่อยู่บนตัวเขาั้แ่แรก เลยทำให้ไป่จวินชอบใจเป็อย่างมากที่ได้เด้งท่อนลำเข้าออกเช่นนี้
“พี่ไป่จวินข้ามิไหวแล้ว อื้อ! จะแตก อ๊า! เร็วอีก”เมื่อคนตัวเล็กร้องขอมีหรือที่อ๋องร้ายจะไม่สนอง เขาเร่งความเร็วถี่ขึ้น จนกระทั่งเกร็งกระตุกถึงจุดหมายทั้งคู่ ซูเยว่ซบลงที่อกแกร่งในทันที เพราะเหนื่อยล้าั้แ่เมื่อคืนแล้ว ซึ่งสู้รบกับเขาไปตั้งสี่รอบ ไม่รู้ว่าทั้งนางและเขาไปอดอยากที่ไหนมา แต่แน่นอนว่าคนที่อยู่ในร่างนี้ต่างหาก ที่ควบคุมความรู้สึกไม่ได้ เพราะซีซีหลงรักผู้ชายคนนี้ไปแล้วนั่นเอง
ที่เป็แบบนี้ก็มีเหตุผลของมันอยู่ เพราะคนตัวโตหน้าตาเหมือนใครบางคนที่เธอเคยแอบรักสมัยเรียน แต่เพราะเขาอยู่กันคนละชนชั้นกับเธอ เลยทำให้ได้แต่แอบเฝ้ามองเท่านั้น แต่วันนี้เธอกลับได้นอนอยู่บนตัวคนที่หน้าตาเหมือนเขา มันเลยทำให้เธออยากทำให้อีกฝ่ายรัก อย่างน้อยการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อาจจะทำให้มีความสุขกว่าการเป็พระชายาหรือองค์หญิงของแคว้นหนานก็ได้
“ยังหิวอยู่หรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กนิ่งไป ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองอีกฝ่ายทันที
“มากกก จนจะกินช้างได้แล้ว” นางลากเสียงยาว ทำเอาไป่จวินอดที่จะหัวเราะเอ็นดูมิได้ เพราะดูท่าคนตัวเล็กคงจะหิวมากจริงๆ เขาจับนางพลิกตัวลง ก่อนจะค่อยๆ ถอดแก่นกายใหญ่ออก เสียงซูดปากดังขึ้นจากทั้งคู่
“อย่าทำเสียงเช่นนี้ ข้ายังทำต่อได้นะจะบอก” เขาเอ่ยบอกเสียงกระเส่า จนคนฟังต้องทุบลงที่ไหล่แกร่ง
“คนบ้า จะเอาให้บานวันเดียวเลยหรือไง เก็บไว้กินวันอื่นบ้างก็ได้ ข้ามิได้คิดจะหนีไปไหนเสียหน่อย”ไป่จวินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายที่เอ่ยออกมา ก่อนที่จะะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ฮ่าฮ่า ก็ได้ ก็ได้เช่นนั้นวันนี้พอก่อน เดี๋ยวมันจะบานเสียเปล่าๆ ข้าจะออกไปสั่งคนให้ทำอาหารมาให้แล้วกัน” เขาเอ่ยก่อนจะลุกออกจากเตียงเพื่อสวมอาภรณ์ แต่ต้องชะงักกับคำพูดที่ดูกังวลของคนตัวเล็ก
“เ้าจะไม่ส่งข้าให้คนของเ้าใช่ไหม” ซูเยว่เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ คนเราต่อให้เก่งฉลาดแค่ไหนหากต้องสุ้กับบุรุษจำนวนมากนับพันเช่นนี้คงมิมีทางรอดเป็แน่
“ตราบใดที่เ้าเชื่อฟังข้า ผู้ใดก็มิมีสิทธิ์แตะต้องเ้า” เขาเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ซูเยว่มองตามร่างสูงไปจนประตูปิดลง จึงมองหาเสื้อผ้าของตนที่น่าจะกองอยู่บนพื้น ก่อนจะค้นเอาบางสิ่งออกมากิน
“เราจะท้องตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยก็ต้องรอให้พ้นตำแหน่งชายาอ๋องหรานจวิ้นไปก่อน คนบ้าอะไรกินจุขนาดนี้ แฮะๆ เหมือนว่าตัวเองเลยนะซีซี” เสียงหัวเราะเบาๆ เปล่งออกมาภายในห้อง
เพราะมันไม่ใช่แค่ไป่จวินที่มัวเมากับเื่เมื่อคืน ซีซีเองที่ไม่ได้นอนกับใครมานานเกือบปี ก็เก็บกลั้นอารมณ์ไม่อยู่เหมือนกัน เลยทำให้เธอลืมไปว่าร่างนี้ยังใหม่เกี่ยวกับเื่พวกนี้ แม้จะมีอายุเท่ากันแล้วก็เถอะ
จะบอกว่าเธอเป็ผู้หญิงสมัยใหม่ไม่แคร์เื่พวกนี้ก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะนอนกับใครง่ายๆ ถ้าไม่ได้คบกันก็ไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนแน่ แต่มันก็ยังไม่พอให้เธอรั้งแฟนหนุ่มให้อยู่ด้วยในตอนนั้น เพราะอีกฝ่ายดันไปทำผู้หญิงท้องเสียได้เลยทำให้ต้องเลิกลากันไป
“แย่ล่ะสิจัดหนักไปหน่อย ปวดเนื้อตัวไปหมดแล้วเนี่ยะ” เสียงบ่นครวญครางดังขึ้น ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง อาภรณ์ที่หล่นอยู่ข้างเตียงยังมิมีปัญญาจะเก็บขึ้นมา ทำเอาเธอเกิดสำนึกผิดกับเ้าของร่างไม่ได้
“ขอโทษนะซูเยว่ ที่ฉันใช้แรงงานร่างเธอขนาดนี้ คราวหลังจะเบาๆ ให้แล้วกัน อีตานั่นก็หุ่นดีจนอดไม่ได้ซะด้วย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นภายในห้อง โดยมิรู้ว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาแล้ว เพราะมัวแต่ก้มลงเก็บอาภรณ์ด้านล่างอยู่ ร่างสูงของไปจวินยืนนิ่งั้แ่ได้ยินชื่อของใครบางคน
“ไยนางจึงเอ่ยเรียกนามตนเองเช่นนั้น คำพูดก็ดูประหลาดต่างจากคนทั่วไป หรือจะเป็อย่างที่คนของเรารายงานก่อนหน้านี้ นางเป็ใครกันนะ เื่ลึกลับที่ได้ยินมาจะมีอยู่บนแผ่นดินนี้จริงหรือ”
อ๋องหนุ่มยืนครุ่นคิดถึงเื่ที่เคยได้รับรายงาน รวมถึงคำพูดของคนตัวเล็กเมื่อครู่นี้ด้วย ก่อนจะได้สติเดินเข้าไปหานาง แล้วหยิบอาภรณ์นั้นขึ้นมา แต่ก็มิได้ส่งให้ไปแต่ยื่นอันใหม่มาให้ ซึ่งเขาสั่งคนจัดหาั้แ่มาถึงที่นี่
“ข้าจะพาไปอาบน้ำ ลุกมิไหวสินะ”
“ก็ใครล่ะทำ” เสียงหวานแห้วใส่ทันที
“หึ! ข้าทำคนเดียวงั้นหรือ เห็นมีแต่เ้าที่ร้องขออยากอยู่ข้างบน ทำราวกับข้าเป็ม้าเสียอย่างนั้น” ไป่จวินเอ่ยพร้อมกับยิ้มกวนส่งให้ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับอายหน้าแดงจนต้องก้มลงเพื่อปกปิด ก่อนที่ร่างเล็กจะลอยขึ้นเพราะคนตัวโตช้อนอุ้มขึ้น ตรงไปยังห้องอาบน้ำซึ่งอยู่ด้านล่าง ร่างเล็กถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ จนกระทั่งเข้ามาถึงบ่อแช่น้ำซึ่งมีการเตรียมพร้อมไว้แล้วจึงได้วางนางให้ยืนเพื่อปลดผ้าออก
“อาบด้วยกันจะได้ไม่สิ้นเปลืองเวลา” เขาเอ่ยหน้าตายก่อนจะอุ้มเอาคนตัวเล็กลงน้ำอีกครั้ง ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองนั่งลง ซึ่งไป่จวินก็มิคิดจะออกห่างนางเลยสักนิด เขาลูบทำความสะอาดให้อีกฝ่ายราวกับอาบน้ำให้เด็ก จนซูเยว่ถึงกับใจสั่น เพราะไม่เคยมีใครทำให้แบบนี้มาก่อน
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า ข้าสั่งให้คนต้มยามาให้แล้ว กินอาหารเสร็จก็นอนพักตื่นมาจะได้สดชื่นขึ้น เข้าใจหรือไม่”
“อืม รู้แล้ว” เสียงหวานเอ่ยตอบเพราะตอนนี้หมดแรงแล้วจริงๆ ถึงกับผล็อยหลับไปเมื่อได้ผิงอกแกร่ง เพราะมีน้ำ อุ่นๆ ที่ทำให้ผ่อนคลายด้วย เลยทำให้หลับง่ายจนคนตัวโตถึงกับอดมิได้ที่จะส่ายหัวเอ็นดู
“หึ!ก่อนนี้ดูเก่งเหลือเกิน มาตอนนี้คอตกเชียว” เขาเอ่ยบอกก่อนจะช้อนอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นแนบอก ผ้าผืนหนาที่มีสำหรับเช็ดร่างกายถูกดึงมาห่อพันตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยการทำเพียงมือข้างเดียว ทั้งที่ตัวเขาเองยังมิมีสิ่งใดปกปิดร่างกายเลย ไป่จวินเดินกลับขึ้นห้องทั้งอย่างนั้น แต่ก็มิมีผู้ใดเห็นหรอกเพราะสองส่วนนี้เชื่อมต่อกัน มีแต่เขาที่เข้าออกได้
“ก็อก! ก็อก!” ั์ตาคมเหลือบมองไปยังประตูเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ามันมิได้ถูกเปิดออกก็เบาใจ เพราะปกติคนของเขาจะเคาะแล้วเปิดเข้ามา แต่เมื่อเช้าเขาสั่งไว้แล้วว่าอย่าเข้ามาโดยมิได้รับอนุญาต
“คนครัวตั้งโต๊ะเสร็จแล้วขอรับ” จางเหยาเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวข้าจะออกไป” ไป่จวินตอบก่อนจะห่มผ้าให้คนตัวเล็ก หลังจากที่สวมอาภรณ์ให้นางเสร็จแล้ว
“ไยข้าต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยนะ” แม้จะบ่นให้ตนเอง แต่มือเรียวก็ยังอดมิได้ที่จะดึงผ้าขึ้นห่มให้คนตัวเล็ก ก่อนจะเดินออกมาจากห้องซึ่งมีคนสนิททั้งสองรออยู่ เผิงหยวนชะโงกหัวเข้าไปดูเพราะอยากรู้ว่าท่านอ๋องพาสตรีจวนใดมา แต่กลับถูกผู้เป็นายดึงคอเสื้อจากด้านหลังให้เซถลาตามมา พร้อมกับั์ตาคมดุจ้องมองอย่างเอาเื่
“กระหม่อมแค่อยากรู้ว่าสตรีผู้นี้เป็ใคร ไยทำให้ท่านอ๋องเฝ้าดูแลได้ถึงเพียงนี้พะย่ะค่ะ”
“ข้ามิได้ดูแลนาง ก็แค่มิอยากให้ตายตอนนี้เท่านั้น ข้ายังต้องใช้ประโยชน์จากนางอีก” ไป่จวินเอ่ยในสิ่งที่วางแผนเอาไว้ แต่ดูเหมือนคนสนิททั้งสองจะไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็นั่นแหละใครจะกล้าเอ่ยค้านกันล่ะ
“อย่าให้ใครเข้าใกล้เรือนนี้เด็ดขาด ต่อไปอยู่ต่อหน้านางห้ามเอ่ยถึงฐานะข้าเข้าใจหรือไม่” ไป่จวินเอ่ยกับคนของตนอีกครั้ง แม้ก่อนนี้จะบอกกับคนที่นี่ไปแล้ว
นั่นยิ่งทำให้คนสนิทเกิดความสงสัยขึ้นมากกว่าเดิม เพราะมิรู้ถึงแผนการของผู้เป็นายว่า้าสิ่งใด จึงจำต้องทำตามคำสั่งโดยที่มิรู้ว่าสตรีด้านในเป็ใครกันแน่
อีกด้านที่จวนอ๋องหรานจวิ้น ยามนี้เขาร้อนรนกระวนกระวายเป็อย่างมาก เพราะยังตามหาตัวซูเยว่มิพบ คนของนางก็ยังถูกขังอยู่ในห้อง
“มันผู้ใดที่กล้าเข้ามาในจวนข้า” เสียงรอดไรฟันดังขึ้น
“หรือพระชายาจะทรงหนีออกไปเองพะย่ะค่ะ ขนาดธนูนางก็ยังยิงได้ หากจะหนีจากที่นี่ก็คงทำได้มิยากเช่นกัน” ไห่เฉิงเอ่ยขึ้นทำให้ทุกคนนึกถึงวันนั้นขึ้นมา
“นางคงมิใช่ซูเยว่คนเดิมที่เราเคยรู้จักอีกแล้ว ข้าเชื่อว่านางต้องเป็ผู้อื่น หลายร้อยปีก่อนเคยมีสตรีนางหนึ่งหลุดมาจากอีกยุคที่ต่างจากเรา มีความรุ่งเรืองมากกว่านี้ นางอาจมาจากที่นั่นเช่นกัน” หรานจวิ้นเอ่ยถึงบรรพบุรุษของราชวงค์เก่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน
“ท่านอ๋องหมายถึงพระชายาอ๋องฉินเหยียน ใช่หรือไม่พะย่ะค่ะ” ลี่หยางถามขึ้น เพราะเขาเองก็เคยได้ยินเื่เล่านี้มาเช่นกัน สตรีที่มาจากต่างยุค แต่นางก็โผล่มาทั้งตัว แต่นี่ก็ยังปรากฏเห็นเป็พระชายาซูเยว่มิได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิด นอกจากนิสัยที่ดูไม่เหมือนเดิม และความสามารถที่เพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก
“ข้าจะเข้าวังไปหอคัมภีร์ ต้องรู้ให้ได้ว่ามีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากเป็จริงนางก็มีค่ายิ่งนัก” หรานจวิ้นเอ่ยก่อนจะยิ้มร้ายออกมา