หากว่ามีผู้เยาว์ของอูเจิ้นผู้อื่นอยู่ที่นี่คงจะตกตะลึงอย่างที่สุด ทั้งยังต้องนับถือในความกล้าของเมิ่งฝานเป็อย่างมากที่กล้าหาเื่สตรีอารมณ์ร้ายเช่นกู่ฉิง และยังกล้าบอกว่ากู่ฉิงไม่ใช่สตรีอีกด้วย!
มองไปยังเมิ่งฝานที่กำลังกัดฟันแน่น กู่ฉิงเองก็กัดฟันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดเช่นกัน แม้ว่าั้แ่เล็กจนโตนางจะไม่เคยพูดถึงรูปร่างของตนเอง แต่พัฒนาการทางด้านรูปร่างของนางก็คือสิ่งที่นางภูมิใจมาโดยตลอด
ขอเพียงเป็สตรีย่อมรู้สึกชอบใจเมื่อมีคนเอ่ยชมว่าตนเองงดงาม กู่ฉิงเองก็เช่นกัน แม้ว่านางจะไม่ชอบสายตาที่น่าสะอิดสะเอียนของบุรุษที่มองตนเอง แต่นางกลับรักและหลงใหลในรูปร่างของตนเองยิ่ง
“เมิ่งฝาน ข้าจะออกเรือนได้หรือไม่แล้วมันเกี่ยวอันใดกับเ้า ถึงอย่างไรข้าก็ไม่้าให้เ้ามาสู่ขอข้าอยู่แล้ว เ้ามันรนหาที่เจ็บตัวเสียจริง ดูท่าวันนี้ข้าคงต้องจัดการเ้าจนลุกจากเตียงไม่ได้เสียแล้ว!”
หลังจากที่กระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นกู่ฉิงกัดฟันเอ่ยออกมา ผมเส้นยาวที่ด้านหลังลอยปลิวขึ้นในอากาศ จากนั้นมีเสียงกระดูกดังจากร่างกายของนางอย่างแ่เบา คือเสียงกระดูกของนางที่กำลังปล่อยพลังนั่นเอง
ขั้นฝึกกายาระดับเก้า!
เพียงชั่วพริบตารูม่านตาของเมิ่งฝานก็หดเล็กลงทันที เพราะนึกไม่ถึงว่ากู่ฉิงจะก้าวหน้าได้รวดเร็วเช่นนี้ นับว่าพร์ในการบำเพ็ญตนของนางน่าตื่นตระหนกไม่น้อย
แม้ว่ายามนี้พลังของเมิ่งฝานได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเจ็ดแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเก้าเขาก็ยังแทบไม่มีโอกาสชนะ
ั์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ แล้วเอ่ยขึ้นในทันใด “ข้าบอกว่าเ้าไม่ใช่สตรีแล้วเ้าจะทำสิ่งใดได้ คิดที่จะลงไม้ลงมืองั้นหรือ? ...หืม ซินเอ๋อร์ เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของกู่ฉิงก็เปลี่ยนไปในทันใด ทว่าเมื่อนางหันหลังกลับไปพลันััได้ถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายบางอย่าง ซึ่งมาจากการพุ่งตัวเข้าหาอย่างฉับพลันของเมิ่งฝานทำให้เกิดสายลมพัดกระทบเข้ามาหาตัวนางก่อนนั่นเอง
เมื่อมีระดับพลังที่ต่างกันถึงสองระดับเมิ่งฝานก็ไม่คิดที่จะต่อกรกับนางซึ่งหน้า เขาอาศัยจังหวะที่กู่ฉิงไม่ทันระวังตัวพุ่งกระโจนเข้าไป
“เ้า!”
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของกู่ฉิงก็เปลี่ยนไป เมื่อััได้ถึงกลิ่นอายของเด็กหนุ่มที่ถาโถมเข้ามานางก็ขยับในทันใด ขณะที่นางใช้พลังที่มีทั้งหมดก็ถูกเมิ่งฝานพุ่งเข้าชนอย่างฉับพลัน
แม้ว่าเมิ่งฝานจะพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วแต่กู่ฉิงหาได้แสดงท่าทีอ่อนแอออกมาไม่ ฝ่ามือขยับด้วยความเร็วทำให้เกิดเสียงเสียดสีกับอากาศดังขึ้นมา และฟาดลงไปบนหัวไหล่ของเมิ่งฝานอย่างรุนแรงจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
สตรีผู้นี้มือหนักเสียจริง!
เมิ่งฝานกัดฟันแน่นแล้วพุ่งขึ้นหน้าต่อไป เพราะหาก้าเอาชนะกู่ฉิงก็จำต้องอาศัยการะเิพลังทั้งหมดออกมาในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วหากถ่วงเวลาต่อไปเมิ่งฝานก็รู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ที่พ่ายแพ้ก็คือตนเอง
เมื่อเขาพุ่งเข้าใส่กู่ฉิงอย่างรุนแรงจึงทำให้ร่างของนางถูกแบกไว้บนไหล่ ครู่หนึ่งผู้ที่ไม่อาจทรงตัวได้ก็ล้มลงไปด้านหลังเพราะแรงกระแทก ทว่าเมื่อพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรุนแรงก็ทำให้เมิ่งฝานไม่อาจทรงตัวได้เช่นกัน ทั้งสองคนจึงเซถลาไปตามแรงจนล้มลงไปบนลำธารด้วยกัน
ตู้ม!
สายน้ำสาดกระเซ็นจนเสื้อผ้าเปียกปอน เมิ่งฝานกลับมิได้เ็ปจากการล้มลงไป เพราะพริบตาต่อมาเขาก็ััได้ถึงความนุ่มนวลที่อยู่ใต้ร่างของตนเอง คือร่างกายของกู่ฉิงนั่นเอง!
ทั้งสองล้มลงไปในทิศทางเดียวกันในท่วงท่าที่เมิ่งฝานนอนทับอยู่บนร่างของกู่ฉิง เมื่อเมิ่งฝานลุกขึ้นก็นั่งอยู่บริเวณเอวของนางพอดี ขณะเดียวกับที่กลิ่นหอมโชยเข้ามาแตะจมูกเมิ่งฝานเขาถึงกับชะงักงันไปทันใด
ทางฝั่งของกู่ฉิงที่ล้มหงายหลังก็นอนหอบหายใจทำให้หน้าอกของนางขยับขึ้นลงตามจังหวะ และเพราะในยามนี้นางสวมกระโปรง เมื่อมันเปียกน้ำสาบเสื้อบริเวณต้นคอจึงรั้งลงไปจนทำให้เนื้อสีขาวเนียนดุจหมั่นโถวทั้งสองนั้นประจักษ์แก่สายตาของเมิ่งฝาน ยิ่งนางหายใจจนหน้าอกขยับก็ยิ่งทำให้ก้อนเนื้อที่มีสายน้ำไหลรินอยู่ด้านข้างลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำเป็บางครั้งบางคราว
มัน...ใหญ่อย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด!
เมิ่งฝานกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้ว่าเขาจะมีความอดทนอย่างยิ่งแต่ในยามนี้กลับรู้สึกหายใจติดขัดและร่างกายรู้สึกพลุ่งพล่าน
เมื่อเห็นสายตาของเมิ่งฝานใบหน้าของกู่ฉิงแดงก่ำในทันใด นางจะกัดฟันแล้วเอ่ยว่า “เ้าคนชั้นต่ำ เมิ่งฝาน เ้าลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ เ้าทำได้เพียงใช้วิธีชั้นต่ำหรืออย่างไรกัน?”
เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “แล้วจะอย่างไรเล่า หรือเ้าคิดว่าการที่ตนเองมีระดับพลังสูงกว่าข้าถึงสองระดับแต่กลับมารังแกข้าเช่นนี้เป็เื่ที่ยุติธรรม? หรือข้าต้องยอมให้เ้าด่า ยอมให้เ้าทำร้าย เป็กฎของตระกูลใดกัน?”
กู่ฉิงกัดฟันแน่น นางอยากจะผลักร่างของเมิ่งฝานให้ออกไปจากร่างแต่อีกฝ่ายกลับนั่งอยู่บนตัวนางทั้งยังจับแขนทั้งสองข้างของนางเอาไว้แน่น อาศัยพละกำลังของบุรุษที่มากกว่ากดขี่นางจนไร้โอกาสในการตอบโต้
แล้วในเวลาต่อมาสีหน้าของกู่ฉิงพลันเปลี่ยนไป เพราะนางััได้ว่ามีวัตถุที่แฝงไปด้วยความร้อนกำลังแนบอยู่ที่บริเวณหน้าท้องของตนเอง เมื่อเหลือบตามองลงไปก็ทำให้ทั้งใบหน้าและต้นคอของกู่ฉิงแดงก่ำขึ้นมาในทันใด
เมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ทำให้กู่ฉิงไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ทำได้เพียงะโออกมาเสียงดังเท่านั้น “เมิ่งฝาน เ้ามันคนชั้นต่ำไร้ยางอาย ในหัวของเ้ากำลังคิดสิ่งใดกัน ไม่แปลกใจเลยที่เ้าพยายามเข้าใกล้ซินเอ๋อร์ แท้จริงแล้วก็เป็เพราะเ้ากำลังคิดเื่ชั้นต่ำอยู่นี่เอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเมิ่งฝานก็แสดงความโกรธในทันใด
สำหรับความรักที่มีต่อกู่ซินเอ๋อร์นั้นเมิ่งฝานนำมันเก็บไว้ในหัวใจและถือเป็สิ่งที่ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าได้ล้ำเส้น ทว่าในวันนี้กลับถูกกู่ฉิงดูิ่ดูแคลน เมิ่งฝานจึงรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาในทันใดก่อนจะกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าชั้นต่ำ? เช่นนั้นก็ดี ข้าจะทำเื่ชั้นต่ำให้เ้าได้เห็น!”
เมื่อพูดจบเมิงฝานจึงขยับฝ่ามือมาวางไว้ที่หน้าอกของกู่ฉิงทันที ครู่หนึ่งความนุ่มนวลและไอร้อนจากร่างกายของนางก็ถูกเขากอบกุมเอาไว้ เมิ่งฝานพลันรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งหัวใจ
รู้สึกดีกว่าเมื่อสองปีก่อนมาก!
เมื่อถูกเด็กหนุ่มที่ตนเองไล่ทำร้ายนั่งอยู่บนร่างทั้งยังลวนลามจุดต้องห้ามอย่างโจ่งแจ้งจึงทำให้กู่ฉิงชะงักงัน การที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนจึงทำให้นางเหม่อลอยทำตัวไม่ถูกและมองเมิ่งฝานด้วยความชะงักงัน
หลังจากที่ได้ัักับก้อนเนื้อเนียนนุ่มอยู่หลายครั้งและััได้ถึงความรู้สึกที่ไม่เลว เมิ่งฝานที่พอใจในการกระทำแล้วจึงดีดตัวลุกขึ้นจากนั้นจึงวิ่งออกจากลำธารไปทันที
ในเมื่อได้เอาเปรียบอีกฝ่ายแล้วเขาจะไม่วิ่งหนีได้อย่างไร
ไม่กี่อึดใจต่อมาเมิ่งฝานก็หายไปจากริมลำธารแห่งนี้
พริบตาต่อมากู่ฉิงจึงได้สติ นางร้องออกมาเสียงแหลมก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงมองหน้าอกของตนเอง
เนื้อเนียนเหนือคอเสื้อยังมีรอยฝ่ามือติดอยู่ เป็เครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อครู่เมิ่งฝานได้ทำสิ่งใดลงไป
“เมิ่งฝาน ข้าจะฆ่าเ้า!”
ทว่าเมื่อนางะโด่าด้วยโทสะที่มากล้นดังเช่นเมื่อสองปีก่อน เมิ่งฝานก็วิ่งหนีเข้าไปในผืนป่าแล้ว เมื่อได้ยินเสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งลำธารกว้างเมิ่งฝานก็คลี่ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา
“หึหึ ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ ยังคงะโด่าเหมือนเมื่อสองปีก่อนไม่มีผิด”
เมิ่งฝานกำมือเบาๆ แล้วััได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยเข้ามาแตะจมูก เขาจึงยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “แต่เื่ความรู้สึกที่ได้ัันั้น...นับว่าดีกว่าเมื่อสองปีก่อนอยู่บ้าง”
เมื่อกลับมาถึงบ้านเมิ่งฝานก็เปลี่ยนชุดใหม่ ไม่นานจึงคลี่ยิ้มออกมาเพราะไม่รู้ว่าเื่ในครานี้จะทำให้กู่ฉิงทำตัวคล้ายคนบ้าหรือไม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคล้ายว่าเขาและกู่ฉิงมักจะมีปัญหากันตลอด อาจเป็เพราะอีกฝ่ายมักมีท่าทีหยิ่งทะนงตนตลอดเวลา
แต่เขาคงจะไปที่ลำธารแห่งนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะจากนิสัยของสตรีอารมณ์ร้ายผู้นั้นเมิ่งฝานก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ยอมลดราวาศอกเป็แน่ ฉะนั้นแล้วเขาจึงต้องเปลี่ยนสถานที่ในการฝึกฝน
มันจะต้องเป็สถานที่ที่ลับตาคนและเป็ประโยชน์ต่อตัวเขา และสถานที่ที่เข้ากับเงื่อนไขทั้งสองข้อนี้ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ
แต่หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งั์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์ขึ้นมา เพราะมีภาพของสถานที่แห่งหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว คือบนเขาเยียนหลางนั่นเอง และยามนี้เมิ่งฝานได้รับการอนุญาตจากกู่หยวนให้มีสิทธิ์เข้าไปในเขาเยียนหลางได้แล้ว
เมิ่งฝานรู้ดีว่านอกจากสถานที่แห่งนั้นจะมีพืชวิเศษแล้วก็ยังมีสัตว์อสูรที่แท้จริงอีกด้วย ซึ่งหากสัตว์อสูรเ่าั้ยังไม่ใช่สัตว์ในระดับจ่าฝูงก็จะมีความคิดและสติปัญญาที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นจึงมีสัญชาตญาณที่กระหายเืเป็อย่างยิ่ง หากผู้ใดบุกรุกเข้าไปในอาณาเขตพวกมันก็คิดเพียงแต่จะสังหารเท่านั้น
แม้จะเต็มไปด้วยอันตราย แต่ก็ทำให้เมิ่งฝานได้รับประสบการณ์การไล่ล่าที่แท้จริง!
ั์ตาของเมิ่งฝานเปล่งประกายขึ้นมาอย่างฉับพลัน แม้ว่าในยามนี้เขาจะอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเจ็ด แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะแสดงฝีมือให้โดดเด่นในการประลองของเมืองเหยียนเฉิงได้
เพราะถึงอย่างไรแม้แต่กู่ฉิงที่มีความเร็วในการเลื่อนขั้นค่อนข้างสูงก็ยังนับได้ว่าเป็เพียงผู้ที่อยู่ในระดับดีของเมืองเหยียนเฉิงเท่านั้น
ในยามนี้วิธีการกระตุ้นพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายและพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าด้วยการไล่ล่าจากสนามจริงนับเป็หนทางหนึ่งที่เร็วที่สุดแล้ว เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นเมิ่งฝานก็กำหมัดแน่น หลังจากที่เตรียมการเพียงไม่นานจึงออกเดินทางเพื่อขึ้นไปบนเขาเยียนหลางทันที
ท่ามกลางเทือกเขาขนาดมหึมาคือขุนเขาน้อยใหญ่ที่สอดสลับเรียงราย ภายในนั้นมีเพียงผืนป่าเขียวขจีที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดกับอันตรายที่แฝงอยู่ทั่วอาณาบริเวณเท่านั้น แม้ว่าเขาเยียนหลางจะเป็เพียงหนึ่งในขุนเขายอดต่ำแห่งเทือกเขาชิงหลง แต่ก็ยังมีสัตว์อสูรที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่ภายในแม้แต่หน่วยผู้คุ้มกันหมู่บ้านก็ยังเลือกที่จะจับกลุ่มกันขึ้นไป
ฝ่าเท้าของเมิ่งฝานเหยียบย่ำไปบนเส้นทางขึ้นเขาแล้วมุ่งหน้าไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว เ้าของชุดสีดำเปรียบเสมือนวานรที่ปีนป่ายในพงไพรอย่างคล่องแคล่ว หากเทียบกับเมื่อหนึ่งเดือนก่อนก็พบว่าความเร็วนี้สูงขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
ยิ่งก้าวเดินเข้าไปลึกเพียงใดก็ยิ่งวังเวงและเงียบงันขึ้นเท่านั้น การเดินทางในครั้งนี้หาได้เหมือนดั่งครั้งก่อนไม่ ก่อนหน้านี้เมิ่งฝานต้องย่างก้าวอย่างระมัดระวังไม่ให้ผู้ใดพบเห็น ทว่าในครั้งนี้เดิมเขาก็มาเพื่อฝึกฝนตนเองอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงมุ่งเข้าไปยังส่วนลึกของขุนเขาอย่างไม่รีรอ
ยิ่งก้าวไปข้างหน้าเมิ่งฝานก็ยิ่งรู้สึกต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา สถานที่แห่งนี้มีอันตรายอยู่ทุกหนแห่ง หากซินหลันรู้ว่าเขากล้าเข้ามาถึงที่นี่จะต้องโดนลงโทษเป็แน่
แต่เพื่อการพัฒนาศักยภาพเขาจึงต้องพยายามอย่างสุดชีวิต!
เนื่องจากเลื่อนขั้นขึ้นมาอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเจ็ดจึงทำให้ประสาทััของเมิ่งฝานก้าวหน้าขึ้นด้วย ยามนี้ั์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างฉับพลันแล้วทอดสายตาออกไปยังต้นตอของความรู้สึก
ท่ามกลางผืนป่านั้น มีเงาร่างที่ดูคล้ายมนุษย์กำลังจ้องมองมาที่เมิ่งฝาน และเมื่อเขามองมันอย่างละเอียดก็พบว่านั่นคือวานรที่มีเส้นขนสีแดงปกคลุมไปทั่วร่าง
สัตว์อสูรระดับสอง วานรอัคคี!
ั์ตาของเด็กหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด ด้วยรู้ว่าโดยปกติแล้วสัตว์อสูรในแถบเขาเยียนหลางแห่งนี้จะแบ่งออกเป็ห้าระดับ และวานรอัคคีที่เป็สัตว์อสูรระดับสองนี้ก็นับว่าเป็สิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างพิเศษชนิดหนึ่ง พวกมันมีพละกำลังมหาศาลทั้งยังมีนิสัยดุร้าย ซึ่งเมิ่งฝานเองก็นึกไม่ถึงว่าเมื่อตนเองก้าวเข้ามาในเขาเยียนหลางแห่งนี้แล้วจะต้องเผชิญหน้ากับตัวประหลาดเช่นนี้เป็สิ่งแรก
หลังจากส่งเสียงแปลกประหลาดออกมาวานรอัคคีก็กระโจนเข้าใส่เมิ่งฝานอย่างดุร้าย มันยื่นกรงเล็บที่เปล่งประกายเป็อาวุธมุ่งไปยังจุดสำคัญของเมิ่งฝานโดยตรง
ทันใดนั้นั์ตาของเมิ่งฝานก็เปล่งประกายอย่างฉับพลัน หากเป็เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขาก็คงจะหันหลังกลับแล้วรีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ทว่าในยามนี้เขากลับตวัดมือขึ้นพร้อมทั้งเคลื่อนพลังไปยังนิ้วทั้งห้า! ชั่วพริบตาถัดมาพลังมหาหัตถ์สังหารก็แผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือแล้วพุ่งเข้าไปยังหน้าอกของวานรอัคคีอย่างรุนแรง พลันเกิดเสียงะเิดังสนั่นขึ้นในทันใด
มหาหัตถ์สังหารห้าร้อยจิน!
พลังอันแข็งแกร่งทำให้วานรอัคคีล้มลงไปในชั่วพริบตา มันยังไม่ทันได้ส่งเสียงใดออกมาก็ถูกเมิ่งฝานจู่โจมจนส่วนหัวแตกกระจาย
เมิ่งฝานมองวานรอัคคีที่นอนอยู่บนพื้นด้วยแววตาเยือกเย็นก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “ขอโทษด้วยจริงๆ แต่ข้ามาในครั้งนี้ก็เพื่อการไล่ล่า ฉะนั้นแล้ว...ขอใช้เืของพวกเ้าในการช่วยให้ข้าได้เลื่อนขั้นพลังก็แล้วกัน!”