สายลมอ่อนๆใน่เย็นของวันพัดกิ่งไม้ให้เคลื่อนไหวไปตามแรงลม ทำให้นกน้อยทรงตัวไม้อยู่และบินออกไปในที่สุด การเคลื่อนตัวของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเมื่อสักครู่ไม่ส่งผลหรือทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของที่นี่เลยแม้แต่น้อย ใบไม่สีเขียวจากการจากไปของนกน้อยคล่อยๆล่วงล่นลงมาตามสายลม มือเรียวบางยื่นมือไปกลางอากาส ใช้พลังภายในส่งไปยังใบไม้สีเขียวนั่นก่อนที่มันจะล่นถึงพื้น นางกวาดมือเรียวบางเข้าหน้าตัว ใบไม้นั้นเองก็พัดมาที่ระหว่างคิ้วเรียงสวยในขณะที่นางยังคงหลับตาอยู่ มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศแต่จู่ๆกลับกลายเป็ผงธุรีในชั่วพริบตา ตามด้วยพลังมหาศานกระจายออกจากตัวนาง ระหว่างคิ้วงามเกิดสัญลักษณ์คล้ายนกฟินิกซ์ที่เป็เหมือนสัตว์ิญญาของนางและเลื่อนหายไป ดวงตางามค่อยๆเบิกตากว้าง นัยตามีสีฟ้าครามเพียงเสี้ยววินาทีและหายไปเช่นกัน
มุมปากบางยกขึ้นเล็กน้อยกับความสำเร็จที่อุสาฝึกฝนมาเกือบ 2 วัน นางอยากจะอวดคนหน้าดุผู้นั้นที่ชอบดูถูกนางเหลือเกิน ก่อนที่จะปิดตำราที่หน้าปกเขียนว่า พลังิญญาเป็ศูนย์ และเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าว
ฟิ้วววว ฉึก!
หญิงสาวเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถึงกลับต้องผงะถอยหลัง ใช้แขนเสื้อสะบัดลูกธนูที่พุ่งตรงเข้ามาหาตัวเองด้วยความเร็ว ดวงตางามมองลูกธนูที่ปักอยู่บนต้นไม้ใหญ่ด้วยฝีมือตนเองเมื่อสักครู่ที่หัวลูกธนูปรากฎคราบโลหิตสีแดง นางมองที่แขนเสื้ออีกครั้งพบว่าแขนเสื้อของนางตอนนี้ขาดและบาดลึกไปถึงผิวของนางด้วย
"มันคือผู้ใดกัน"
ฟางเหนียงสบดออกมาด้วยความโกรธและโมโห ที่นี่คือบริเวณในเขตสำนักนะ ใครกันถึงกล้าทำเื่เช่นนี้ไม่กลัวผิดกฎสำนักกันหรืออย่างไร แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยเสียก่อน
"ช่วยด้วย มีผู้บุกรุก ช่วยด้วย"
เสียงร้องและตามด้วยะเิดังหลายต่อหลายครั้ง ฟางเหนียงรีบวิ่งไปที่เกิดเหตุในทันที พบว่าภาพตรงหน้ายิ่งกว่าาส่ะอีก ผู้คนมากมายต่างปลดปล่อยพลังภายิญญาออกมา
"เกิดอันใดขึ้น"
ฟางเหนียงเอ่ยถามศิษย์ในสำนักอีกคนที่ปล่อยพลังิญญาออกมาพร้อมตั้งรับ
"สำนักเราถูกลอบทำร้าย ตอนนี้ผู้คุ้มกันสำนักกำลังต่อสู้และป้องกันอยู่ พวกมันมากันจำนวนมากและกำลังจะต้านไม่อยู่แล้ว เหล่าอาจารย์ที่อยู่ในสำนักก็มีเพียงแค่อาจารย์เหมาเค่อและอาจารย์มู่เท่านั้น"
"แล้วท่านรองเ้าสำนักเล่า"
"ท่ารองเ้าสำนักไม่อยู่และน่าจะเดินทางกลับมาถึงเร็วที่สุดพรุ่งนี้...."
ก่อนที่ศิษย์คนนั้นจะเอ่ยจบ ก็มีลูกไฟพุ่งมาทางที่คนทั้งสองอยู่ ฟางเหนียงจึงจำเป็ต้องผลักศิษย์ชายคนนั้นออกไป และปล่อยพลังเป็เกาะสีฟ้าออกมาหุ้มตนเองเอาไว้ ทุกคนในสำนักที่ได้เห็นถึงกับแปลกใจว่าเหตุใดนางถึงมีพลังได้ อีกทั้งการปล่อยพลังของนางยังไม่มีการปลดปล่อยพลังิญญาออกมาด้วย
"เหตุใดนางถึงได้.."
ตู้ม!
ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นในทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่ฟางเหนียงทำเมื่อสักครู่ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยจบมีลูกไฟลอยมาอีกครั้ง
"ฮ่าๆ นี่หรือสำนักเพลิงวิหก ที่จริงสภาพนี้ก็ไม่น่ามองสักเท่าไหร่"
เสียงนั้นปรากฏขึ้น และตามมาด้วยชายร่างอ้วนผู้หนึ่ง อายุราวๆ 50 ปี มือข้างหนึ่งเท้าเอวส่วนอีกข้างลูบหนวดที่เคราอย่างอารมย์ดี ข้างๆเขาปรากฏสัตว์ิญญาหมูป่า ถึงตัวมันจะดูไม่ใหญ่มากแต่หน้าตากลับน่ากลัว ดวงตามันสีแดงส่งพลังงานของความดุร้ายออกมาจนคนที่พบเห็นต้องเบี่ยงหน้าหนี เวลายามนี้เริ่มมืดค่ำไปเต็มที่ ฟางเหนียงตอนนี้มีสีหน้าของความกังวน คนที่นี่ถึงจะเห็นว่าเื่พวกนี้อาจจะเกิดได้ทุกเมื่อและชินกับมันเสียแล้ว แต่สำหรับนางที่พึ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่กลับพบว่ามีเื่เฉียดตายนับครั้งไม่ถ้วน เหมือนเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นห่างกันไม่ถึง 3 วันด้วยซ้ำหากเป็เช่นนี้ไปตลอด คงรักษาชีวิตไม่ได้เป็แน่
"เด็กน้อยทั้งหลาย ดูพวกเ้าสิหน้าตาแตกตื่นกันไปหมดแล้ว ข้าอยากให้ไอ้คนที่เก่งนักเก่งหนา โอ๊ะไม่ ไม่ ไม่สิ อย่างเ้าสำนักหนิงเฟิ่ง ที่พวกเ้าเทิดทูนหนักหนามาเห็นจริงๆ ดูสิ พวกเ้าลองมองไปรอบๆตอนนี้...คนของข้าล้อมสำนักไว้หมดแล้ว"
สิ้นเสียงชายอ้วนผู้นั้น ศิษย์ในสำนักก็มองไปรอบๆพบว่าตอนนี้มีแต่คนขอคนร้ายทั้งหมด พวกมันเหมือนหมาป่าที่หิวโหย หากเพียงเ้านายเอ่ยอนุญาตพวกมันก็พร้อมกระโจนพุ่งเข้าใส่ทันที
"แล้วอย่างไร ถึงพวกข้าจะเป็แค่ศิษย์ในสำนักก็ไม่ได้หมายความว่าพวกข้าจะถูกจัดการได้ง่ายๆ "
ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น และดูเหมือนจะเป็ศิษย์ที่กำลังจะจบการศึกษาอีกไม่นานนี่ด้วย จึงค่อนข้างมีความมั่นใจในฝีมือตนเอง ฟางเหนียงที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกลับต้องเอามือกุมที่หน้าอกอย่างเหนื่อยใจ ไม่ใช่ว่านางขี้ขลาดหรืออย่างใด แต่การไปกระตุ้นฝ่ายตรงข้ามเช่นนั้นก็อาจทำให้พวกนั้นยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ นางกวาดตามองดูรอบๆพบว่าผู้ดูแลที่หน้าประตูและรอบๆต่างสลบไปหมด ซึ่งเป็ไปได้ยากมาก เพราะนางจำได้ว่าเ้าสำนักหน้าดุให้คนเพิ่มกำลังแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดถึงเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้ อีกทั้งอาจารย์เหมาเค่อและอาจารย์มู่ก็มีฝีมือเป็อย่างมาก เหตุการณ์เช่นนี้ทั้งสองคงจัดการได้สบายมาก แล้วเหตุใดถึง....
"อาจารย์มู่ล่ะ เหตุใดถึงเห็นแค่อาจารย์เหมาเค่อผู้เดียว" ฟางเหนียงเอ่ยกับตนเองในใจ ถึงอาจารย์เหมาเคอจะเก่งกาจ แต่ถูกกลุ่มคนที่มีพลังิญญาและบางคนดูไปแล้วอาจเทียบเท่าอาจารย์ด้วยซ้ำลุมเช่นนี้ คงต้านรับไม่ได้นานเป็แน่
"ตำรายุทธเมฆวิฐี อยู่ที่ใดนำมาให้ข้าเดี่ยวนี้"
ชายร่างถ้วมเอ่ยออกมาอย่างต้อวการคำตอบ
"ตำราศักดิ์สิทธิ์ เ้ามีความสามารถมากพอให้เอ่ยถึงเหรอ พวกเ้ามาทางใดจงรีบออกไปส่ะ"
อาจารย์เหมาเค่อเอ่ยออกมาด้วยความโมโห ตำรายุทธเมฆวิฐีเป็ 1 ใน 3 ตำราเก่าแก่ที่ทรงคุณค่า หากผู้ใดมันครบ 3 เล่ม ผู้นั้นนับว่ามีความสามารถเป็สูงสุดเทียบเท่าเ้าของแผ่นดินผืนนี้ ตำรา 3 เล่มนี้ถูกปิดเป็ความลับไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันอยู่ที่ใด และนี้เป็ที่มาว่าหากมีข่าวลือว่าที่ใดมีตำรานี้อยู่ ถึงเป็เพียงข่าวลือที่นั้นก็มักเกิดโศรกอนาตกรรมเกิดขึ้น และครั้งนี้เองก็เกิดขึ้นที่สำนักเพลิงวิหกที่นี่ด้วยเช่นกัน
"เ้ารู้หรือไม่ หากความสามารถไม่ถึงก็ช่วยหุบปากไปส่ะ"
ชายร่างอ้วนคนนั้นเอ่ยด้วยใบหน้าดำทมึน จากนั้นปลดปล่อยพลังิญญาออกมา หมูป่าที่เดิมตัวเล็กๆตอนนี้ร่างกายของมันเพิ่มขนาดใหญ่มากขึ้นจนน่ากลัว อาจารย์เหมาเค่อเองก็ปล่อยพลังิญญาของตนเองออกมาเช่นกัน สัตว์สี่ขาตัวมหึมา ขาของมันกระทืบลงที่พื้นด้วความโมโหเช่นกัน เต่าอัศณี เป็สัตว์ที่มีพลังป้องกันและโจมตีไปในคราเดียวกัน นี้นับว่าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งคนหนึ่งของสัตว์ิญญา
"เ้าผู้เดียวจะสู้อันใดพวกข้าได้ ฮ่าๆๆ"
"ผู้เดียวอย่างไรกัน พวกข้าผู้เป็ศิษย์ไม่มีความสามารถเลยหรืออย่างไร พี่น้องข้าทำให้พวกมันเห็นว่าเรา ศิษย์สำนักเพลิงวิหกไม่ใช่ที่หรือสถานที่ที่ผู้ใดเข้ามาได้ง่ายๆ "
ศิษย์ในสำนักคนหนึ่งะโออกมาเสียงดัง เมื่อเอ่ยจบศิษย์ในสำนักทุกคนก็ปลดปล่อยพลังิญญาออกมาพร้อมกัน และพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามโดยทันที ศิษย์ในสำนักมีความสามารถก็จริงแต่หากเทียบอีกฝ่ายนั้นก็นับว่าสู้ 5 ต่อ 1 ย่อมเป็ฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว ฟางเหนียงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความร้อนใจ นางรวบรวมพลังเพื่อที่จะปลดปล่อยพลังิญญาบ้างแต่กลับนึกถึงเื่ที่คนหน้าดุเอ่ยสั่งห้ามตนเองไว้
"ไม่ว่าเช่นไร ไม่ว่าข้าจะตายอยู่ตรงหน้าเ้าแต่หากข้ามีได้สั่งหรือเ้ายังมิได้รับอนุญาตห้ามเ้าปลดปล่อยพลังิญญาของเ้าออกมาเด็ดขาดหากมิได้อยู่กับข้า มิเช่นนั้นมิเกินเค่อเดียวเ้าใสหัวออกไปจากสำนักทันที"
"แล้วเมื่อใดกันที่ข้าสามารถปลดปล่อยพลังิญญาได้กันเ้าค่ะ"
ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความมึนงงเล็กน้อย เหตุใดถึงให้นางปลดปล่อยพลังิญญาต่อหน้าผู้อื่นมิได้
"วันที่เ้าแข็งแกร่งมากพอ"
เสียงของชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจังเมื่อคราวนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของนาง ฟางเหนียงที่ตอนแรกกำลังจะปลดปล่อยพลังิญญากลับต้องกำหมัดแน่น เพราะตอนนี้นางเองก็อยากช่วยศิษย์ทุกคนเช่นกัน ตอนนี้สิ่งที่นางทำได้คือใช้พลังสกัดกั้นพลังที่ถูกโจมตีจากฝ่ายศัตรูในศิษย์บางคนเท่านั้น การต่อสู้ด้วยพลังิญญาเกิดขึ้นมาเกือบ 1 ชั่วยาม ยามราตรีที่มืดมิดตอนนี้กลับสว่างไสวไปด้วยเปลวเพลิงและเสียงะเิจากพลังิญญาที่ถูกปลดปล่อยพลังออกมา
"เหมาเค่อ ข้ารู้ว่าเ้าเป็อาจารย์ที่ดีแต่เ้ามิสงสารศิษย์ของเ้าหรือ ข้าว่าคงทนไม่ได้อีกแม้สักเค่อเดียว"
ชายร่างอ้วนผู้นั้นเอ่ยพร้อมหัวเราะ อาจารย์เหมาเค่อเองก็เริ่มพลังหมดแล้วเช่นกัน แต่จะทำเช่นไรได้ ตอนนี้มีเขาเองผู้เดียวที่เป็ผู้แข็งแกร่งที่สุด ณ ตอนนี้ อีกแค่ 1 ชั่วยามเ้าสำนักก็จะมาถึงแล้ว เขาจะต้องทนให้ได้นานที่สุด เขามองไปทางด้านหลังของเขาแล้วรู้สึกท้อใจ ศิษย์ของเขาที่เขาตั้งใจฝึกฝนมาอย่างดีและควรมีอนาคตที่สดใส บัดนี้เริ่มล้มเจ็บ บางเริ่มทนไม่ไหวเนื่องด้วยฝ่ายศัตรูมีมากเกินไป เห็นทีคงไม่ถึงแม้เค่อเดียวที่จะต้านทานได้ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงปล่อยพลังสูงสุดออกมา
"ศิษย์ข้า ที่ผ่านมาข้าเชื่อมั่นในตัวพวกเ้าทุกคน อีกแค่ชั่วยามเดียว...ชั่วยามเดียวเท่านั้น จงรักษาสำนักเอาไว้ให้ได้"
อาจารย์เหมาเค่อเอ่ยจบก็ปลดปล่อยพลังิญญาใส่ร่างของชายร่างอ้วนผู้นั้นจนเกิดเสียงะเิดังไปทั่ว ครั้งนี้คือการะเิพลังเฮือกสุดท้ายของอาจารย์เหมาเค่อ หากเขาไม่จัดการผู้เป็หัวหน้า เกรงว่าที่เหลือศิษย์ของเขาเองก็คงสู้ไม่ได้
"เ้า..."
ชายร่างอ้วนผู้เป็หัวหน้ายังไม่ทันได้เอ่ยจบก็ถูกพลังของอาจารย์เหมาเค่อโจมตีเข้าใส่เต็มๆ จนกระอักเืและตายไปในที่สุด ส่วนอาจารย์เหมาเค่อเองใช้พลังโจมตีและป้องกันตนเองพร้อมกัน พลังในร่างกายแทบไม่เหลือแล้ว พลังปลดปล่อยพลังไปก็สลบไปในที่สุด
"อาจารย์เหมาเค่อ"
ฟางเหนียงที่เห็นเช่นนั้นรีบพุ่งทยานเข้าไปรับร่างของอาจารย์เหมาเค่อโดยทันที และพาเข้าไปพักในที่ปลอดผู้คน
"อาจารย์เหมาเค่อท่านอดทนไว้นะเ้าคะ หญิงสาวเอ่ยจบก็ถ่ายทอดพลังไปที่อาจารย์มู่เพื่อเพิ่มพลังให้ป้องกันแก่งิญญาเสียหาย
ตู้ม!
เกิดเสียงะเิอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวที่กำลังถ่ายทอดพลังให้อาจารย์เหมาเค่ออยู่ถึงกับต้องใ คนผู้นั้นถูกอาจารย์เหมาเค่อจัดการไปแล้วมิใช่หรือเหตุใดนางถึงััได้ถึงพลังิญญาแข็งแกร่งเช่นนี้อีก
"เื่แค่นี้ก็ต้องให้ถึงมือข้าเช่นนั้นหรือ สัตว์ิญญาแค่เต่าอัศณีตัวเดียวกับศิษย์เพียงไม่กี่คน ข้าที่นั่งทนดูมาถึง 1 ชั่วยามแล้วรู้สึกเบื่อหน่ายเสียจริง"
เสียงนึงดังขึ้นและค่อยๆปรากฏชายร่างใหญ่ในเงามืด
"ทำเช่นไรดี นี่คงมิใช่หัวหน้ามันอีกคนนะ"
ศิษย์อีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
"เ้าหยางเกาหรือ....ฮ่าๆๆ มันก็แค่ไอกระจอก เป็เพียงแค่หมารับใช้เท่านั้น เ้ากล้าดีอย่างไรเอาข้าไปเทียบกับมัน"
ชายผู้นั้นเอ่ยจบก็ใช้มือส่งพลังไปที่ศิษย์ผู้นั้น เกิดขวัญสีดำรอบคอและบีบเข้าอย่างแรงทั้งที่ยังไม่ได้แม้แต่ปล่อยพลังิญญา ศิษย์ผู้นั้นดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป ก่อนที่สลบอยู่กลางอากาศ ฟางเหนียงที่เห็นเช่นนั้นกำมือแน่นด้วยความโมโห น้ำตานางไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่แต่ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำกลับมีเพียงความแค้นจนหน้ากลัว นัยนาของนางปรากฏนกฟินิกซ์สีขาวที่กำลังนอนอยู่แต่ตอนนี้นกตัวนั้นกลับกำลังตื่นขึ้นและร่างกายมันเองกำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็สีฟ้าคราม
"ฆ่าคนทิ้งเป็ผักปลา ถึงข้ามิเข้าใจโลกใบนี้มากนักแต่นี้มิใช่อุดมการของข้า.....กรี๊ดดดดดดดด"
สิ้นเสียงกีดร้องของหญิงสาวที่อดทนมานาน ตอนนี้มันได้ะเิเป็ที่เรียบร้อย ร่างของนางะเิพลังออกมาท้องฟ้าที่มืดมิดตอนนี้กลับแปลเปลี่ยนเป็สีฟ้าคราม
หวี๊ก~~~ หวี๊ก~~~
เสียงของสัตว์มหึมาดังลั่นก้อง มันบินวนอยู่เหนือท้องฟ้าด้วยความโมโห เหมือนมันถูกขัดใจที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่ได้เห็นกลับต้องตะลึง เพราะนี้นับเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นพลังิญญาที่หน้าเกรงขามเช่นนี้ แค่การมาของมันยังทำให้ทุกคนที่พบเห็นต้องเข่าอ่อนไปพร้อมๆกัน
"ฟินิกซ์ขาววิหกเหิน นี่ นี่ นี่มันสัตว์ในตำนาน สัตว์ิญญาระดับสูง เป็ไปได้เช่นไรกัน"
การะเิของพลัวิญญาเมื่อสักครู่ ทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านล่างเขาต่างใกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
"ท่านเ้าสำนัก นั้นมัน"
อาเหยาเอ่ยขึ้นด้วยความใ เมื่อมองไปบนเขาซึ่งเป็ที่ตั้งของสำนัก
"เร่งความเร็วให้มากที่สุด ไปให้ถึงสำนักให้ทันภายในสองเค่อ"
"ขอรับ"
อาเหยารับปากเสียงดัง นี่คือความเร็วที่เขาทำได้แล้ว หนิงเฟิ่งกำมือแน่นด้วยความโมโห ในที่สุดเขาก็มาไม่ทัน ดีที่เขาตัดสินใจกลับวันนี้ หากกลับตามแผนเดิมคิดว่าสำนักของเขาอาจจะเหลือแค่เถ้าถ่าน และถึงกระนั้นก็ยังไม่ทัน
"ข้าเชื่อในตัวเ้า เข้มแข็งเอาไว้"
ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเองในใจเมื่อนึกถึงคนผู้หนึ่ง
>>>ปุกาศปุกาศ ั้แ่ตอนที่ 15 เป็ต้นไปไรท์จะเริ่มติดเหรียญ โดยจะเปิดให้อ่านฟรี 24 ชม.แรกในตอนนั้นๆ ของทุกวัน หลังจาก 24 ชม. ไรท์ของติดเหรียญตอนละ 1 เหรียญน๊าาาาา<<<<
......
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว