หลินหวั่นชิวนึกย้อนถึงช่วงเวลาสองสามเดือนที่นางได้ทะลุมิติมาอย่างละเอียดหากว่ากันด้วยเหตุผล ชีวิตนี้ก็ค่อนข้างราบรื่น
ไม่ว่าจะการเผชิญกับคนบ้านเหล่าหลินหลายครั้งการคว้าหัวใจเด็กสองคนบ้านตระกูลเจียง หรือการขายหนังสือทำธุรกิจ
เรียกได้ว่าผ่านพ้นมาอย่างปลอดภัย
สติปัญญานางก็ยังอยู่ดีมาตลอด
มีเพียงเวลาเจอเจียงหงหย่วนเท่านั้น…นางพ่ายแพ้อยู่เรื่อยสติปัญญาถดถอย ไม่ต่างกระไรกับคนปัญญาอ่อน
เมื่อเจียงหงหย่วนปล่อยหลินหวั่นชิว ปากนางบวมเป่ง
ไอ้คนหยาบช้า เดี๋ยวนางยังต้องเจอคนในหมู่บ้านอีกนะ!
คิดไปคิดมาเพื่อป้องกันไม่ให้ชายฉกรรจ์ยุ่งกับตัวเองอีกหลินหวั่นชิวซื้อผ้าปิดปากผ้าฝ้ายสีดำจากเสียนอวี๋แสร้งทำเป็นหยิบออกมาจากแขนเสื้อ สวมต่อหน้าเจียงหงหย่วน ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังเห็นแค่ดวงตาดอกท้อหยาดเยิ้ม
จากนั้นสอดมือสองข้างเข้าไปในเสื้อเขาตามที่เขาต้องการจับเสื้อตัวในของเขาไว้ ซบศีรษะลงกับแผ่นหลังกว้างหนาเพื่อบังลม
ชายฉกรรจ์จึงจะยอมตั้งใจขับรถล่อต่อ
เขาตวัดแส้ ฝีเท้าล่อเร่งความเร็วขึ้น
รถล่อย่อมส่ายโคลงเคลง ส่ายไปมาจนหลินหวั่นชิวผล็อยหลับ
มือของภรรยาตัวน้อยคลายออก ศีรษะลู่ตกลงเจียงหงหย่วนรีบนางดึงเข้าอ้อมกอด ปลดกระดุมใช้เสื้อนวมกันหนาวของตัวเองรัดนางไว้กับหน้าอกตัวเอง
โชคดีที่ขนจิ้งจอกยาวพอให้ห่อภรรยาตัวน้อยได้ทั้งตัวไม่เช่นนั้นเขาไม่กล้าให้นางหลับไปทั้งแบบนี้เป็นแน่ ต้องปลุกนางขึ้นมาให้ระวังโดนลม
“จะเข้าหมู่บ้านแล้ว เชื่อฟังตื่นได้แล้ว” เมื่อเค้าโครงของหมู่บ้านเค่าซานเริ่มปรากฏตรงหน้าเจียงหงหย่วนคลายเสื้อหนาวออกให้หน้าของภรรยาตัวน้อยโผล่ออกมา ก้มลงจูบดวงตานางเบาๆ
ขนตาของภรรยาตัวน้อยขยับเบาๆ ปัดผ่านริมฝีปากเขาให้คับยุบยิบ
เทียบกับริมฝีปากแล้ว ใจเขาคันยุบยิบยิ่งกว่า
อดใจไม่ไหว จูบดวงตาสองข้างอย่างอาลัยอาวรณ์ทั้งยังเลิกผ้าปิดปากลงกัดปลายจมูกนางเบาๆ
หลินหวั่นชิวตื่นทันที
นางมองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง ลมหนาวพัดเข้ามาหลังจากสมองตื่นก็รีบถอยออกจากอ้อมอกชายฉกรรจ์หันไปหยิบเสื้อนวมผ้าฝ้ายตัวหนาจากในรถ ถอดเสื้อขนจิ้งจอกออก
เจียงหงหย่วนขมวดคิ้วแน่น “เหตุใดจึงเปลี่ยน? ระวังจะไม่สบาย”
หลินหวั่นชิวเคลื่อนที่ว่องไวมากไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ใส่เสื้อนวมเสร็จ นางติดกระดุมพร้อมกับพูดไปด้วยว่า “ขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์เช่นนี้ชาวบ้านทั่วไปใส่ไม่ได้แค่พวกเราสร้างบ้านยังล่อหมาป่ามาเยอะขนาดนี้ขืนข้ายังใส่เสื้อขนจิ้งจอกเข้าหมู่บ้านอีก… ถึงข้าจะไม่กลัวมีเรื่องแต่ให้ฟังเรื่องนินทาทุกวันก็น่ารำคาญ!”
ที่ภรรยาตัวน้อยพูดเป็นความจริง
พวกเขาสร้างบ้านหลังใหญ่จนเป็นที่อิจฉาตอนนี้มามีขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ที่บรรดาสตรีสาวตระกูลร่ำรวยยังไม่แน่ว่าจะมีหรือไม่…ยิ่งต้องเป็นที่อิจฉาเป็นแน่
เจียงหงหย่วนจับมือหลินหวั่นชิวมากุมแน่น คิดรังเกียจตัวเองในใจแค่จะให้ภรรยาตัวน้อยแต่งตัวตามใจเขายังไม่มีปัญญา
‘วันหน้าข้าจะทำให้เจ้าอยากใส่กระไรก็ได้ใส่อยากอวดสิ่งใดก็ได้อวด’ เจียงหงหย่วนมองภรรยาตัวน้อย พลางพูดในใจอย่างเงียบๆ
คำพูดนี้ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกไป
เป็นคำที่เขาบอกกับตัวเอง
รถล่อเคลื่อนเข้าหมู่บ้าน คนบ้านเหล่าหลินเห็นหลินซย่าจื้อรีบพาลูกสาวสองคนไปบ้านเจียง
เป้าหมายยังไม่บรรลุ นางยังยอมแพ้ไม่ได้
มารดามันเถิด ไม่รู้ว่าวันนั้นโดนผีเข้าหรือไม่ยังไม่ทันพูดกระไรก็ต้องกลับบ้านเสียแล้ว
ท่านแม่เอาแต่บอกว่าโดนคนทุบคอแต่พวกนางไม่เห็นรอยบนคอนางแต่อย่างใด
ความจริงแล้วเจียงหงหย่วนใช้วิชาบวกกับกำลังภายในใส่กำลังภายในลงในก้อนหิน แตะบนจุดลมปราณผ่านเนื้อหนัง คอของสวี่ซื่อจึงปรากฏรอยใด
เมื่อวานหลินหวั่นชิวกลับหมู่บ้านแต่นางมีธุระต้องเข้าตำบล
รู้มาว่าหลินหวั่นชิวกลับมาทำความสะอาดบ้านหวางกุ้ยเซียง หวงซื่อ หลิวซื่อ ป้าสองจ้าวจึงไปช่วยงานตั้งแต่เช้า
เห็นหลินซย่าจื้อวิ่งมาอย่างเร่งรีบป้าสองจ้าวเอาตัวมาขวางทันที “ไอ๊หยา จมูกหมานี่มันดีเสียจริง ดมกลิ่นตามลมจนมาถึง”
หลินซย่าจื้อโมโห “ไสหัวไป ข้ามาเยี่ยมน้องสาว ไม่เกี่ยวกับเจ้า!” นางมาคุยกับหลินหวั่นชิว ไม่อยากเสียเวลากับมนุษย์ป้า จะยอมทนไปก่อน
ตอนนี้เอง ที่หลินหวั่นชิวกำลังเดินออกมา
เจียงหงหย่วนกำลังขนของลงจากรถเห็นหลินซย่าจื้อวิ่งมาก็จะเดินไปขวาง แต่หลินหวั่นชิวไม่ให้เขาไป “ท่านอยู่ตรงนี้แหละนี่เป็นศึกระหว่างสตรี!”
เจียงหงหย่วนเห็นป้าสองจ้าวมีท่าทีดุดันเต็มเปี่ยมหวางกุ้ยเซียงกับหวงซื่อก็อยู่ หลังจากพิจารณาและได้ยินคำของหลินหวั่นชิว เขาจึงหันไปขนของต่อไม่ตามไปเข้าร่วม
“น้าเล็ก”
“น้าเล็ก พวกข้ามาช่วยทำความสะอาด”
แววตาหลินฮั่วกับหลินฉินมีประกายอิจฉาเมื่อเห็นหลินหวั่นชิวกระนั้นก็ทักทายด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า
มือที่ยื่นมาย่อมไม่ตบคนที่ส่งยิ้มให้แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้องสนใจ
ตอนเจ้าของร่างเดิมอยู่บ้านเหล่าหลินเด็กสองคนนี้ใช้งานไม่ต่างจากสาวใช้
อีกอย่างไม่ว่าจะผ้าประจำเดือนของหลินซย่าจื้อหรือของหลินฉินก็ให้เจ้าของร่างเดิมซักหมด
นอกจากนี้เด็กสาวทั้งสองยังใส่ร้ายเจ้าของร่างเดิมเป็นประจำทำให้เจ้าของร่างเดิมโดนทุบตีอยู่บ่อยๆ
ทั้งที่อายุยังน้อยแต่กลับอำมหิตเหมือนหลินซย่าจื้อ
ไม่สิ นอกจากเจ้าของร่างเดิมที่ยอมคนแล้ว ไม่มีผู้ใดในบ้านเหล่าหลินไม่อำมหิต
ดังนั้นคิดว่าแค่พูดดีด้วยแล้วจะเปลี่ยนท่าทีและความรู้สึกหลินหวั่นชิวได้เช่นนั้นหรือฝันไปเถอิด!
“น้าเล็ก…” หลินฉินทำหน้าเสียใจ นางเดินตรงไปข้างหน้าอีกสองสามก้าวไปอยู่หน้าเจียงหงหย่วน “น้าเขย ท่านดูสิเจ้าคะพวกข้าหวังดีมาช่วยงาน แต่น้าเล็กไม่รับน้ำใจ!”
ความจริงนางไม่อยากเรียกเจียงหงหย่วนว่าน้าเขย อยากเรียกว่าหย่วนเกอมากกว่าแต่เจียงหงหย่วนกลับไม่ยอมรับกับบ้านหลินว่าตัวเองแต่งหลินหวั่นชิวมาเป็นภรรยา ตอนนี้บ้านหลินกำลังร้อนใจอยากให้เจียงหงหย่วนยอมรับฐานะของหลินหวั่นชิวยิ่งนักเช่นนี้พวกเขาจะได้ตักตวงผลประโยชน์
ส่วนเรื่องที่ให้หลินฉินหลินฮั่วแต่งกับเจียงหงหย่วนพวกเขาเคยคิดเช่นกัน แต่เนื่องจากสวีฝูจ้องจะยึดสมบัติบ้านเจียงอยู่พวกเขาจึงต้องโยนความคิดนี้ทิ้งไป
ดังนั้น ตอนอยู่บ้านเหล่าหลินสวี่ซื่อกับหลินฟาไฉกำชับพวกนางสองพี่น้องให้เรียกเจียงหงหย่วนว่าน้าเขย