ตอนที่ 10 ไปไหนมา (2)
เนื่องจากคนในยุคดวงดาวไม่ทำอาหารเอง จึงไม่มีเครื่องมือสำหรับจัดการกับเขม่าน้ำมัน ก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยชินกับการทำอาหารกลางแจ้ง จึงไม่มีปัญหาเื่กลิ่นน้ำมันเช่นกัน
“เดี๋ยวต้องหาทางจัดการเื่กลิ่นน้ำมันสักหน่อยแล้วละ” ถังเหออดถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องรวบรวมด้ายิญญาเร็วๆ หน่อย รอจนใช้วิชาชำระล้างได้ เขาก็ไม่ต้องกังวลเื่กลิ่นน้ำมันแล้ว
พูดถึงด้ายิญญา ขณะที่เขากำลังทำสันในหมูทอดเกลือพริกไทยอยู่เมื่อครู่ ปรากฏว่าเขาได้รับด้ายิญญาป้อนกลับมาอีกเส้น นี่แค่สองวันเขาก็ได้ด้ายิญญามาแล้วสองเส้น ไม่มีอะไรจะน่าใไปกว่านี้แล้ว หากเป็แบบนี้ต่อไปการจะฟื้นตบะบำเพ็ญในชาติก่อนคงทำได้เร็วกว่าที่เขาคิด
ถังเหอที่กำลังอารมณ์ดีฮัมเพลงไม่ทราบชื่อขณะเดินไปที่ครัว พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารมื้อเที่ยง แต่เมื่อเห็นจานอันว่างเปล่า สีหน้าก็ดำคล้ำลงทันใด
เป็แบบนี้อีกแล้ว อาหารกลางวันของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกแล้ว แต่เขากลับไม่สังเกตเลยสักนิด หากบอกว่าอาหารที่หายไปเมื่อวานเป็อุบัติเหตุ ถ้าอย่างนั้นการหายไปครั้งที่สองในวันนี้ก็เป็เื่จงใจอย่างแน่นอน
ใครขโมยกินอาหารกลางวันของเขากันแน่
ถังเหอตรวจสอบครัวจากบนลงล่างด้วยสีหน้าเ็าหนึ่งรอบ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของบุคคลอื่น นอกจากคนคนนี้จะบินได้ ก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่ทิ้งร่องรอยและเสียงใดๆ ไว้
ถังเหอไม่แสดงท่าทีอะไร เขาทำอาหารกลางวันให้ตัวเองอีกครั้งแล้วสั่งกล้องวงจรปิดล่องหนตัวหนึ่งบนสตาร์เน็ตอย่างเงียบๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะจับโจรขโมยอาหารนั่นไม่ได้!
เวลาเดียวกัน ในย่านอาศัยอันรุ่งเรืองที่สุดใจกลางเมืองหลวง เงาร่างน้อยสีเงินร่างหนึ่งพุ่งเข้าหาหนึ่งในคฤหาสน์ด้วยความเร็วดุจแสง ทิ้งไว้เพียงเงาสายหนึ่งที่หายไปในเวลาไม่กี่วินาที
“อ๋าว…อู้...” ยิ่งเงาร่างจ้อยนั่นเข้าใกล้คฤหาสน์ มันยิ่งเชื่องช้าลง และเผยรูปลักษณ์ออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ขนสีเงินเรียบลื่นเป็ประกาย สี่ขาสั้นป้อมแต่กลับเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้า ร่างกลมดิก ดวงตาสีดำเจิดจรัส บนหน้าผากมีเขาน้อยๆ สีเนื้อกลมเกลี้ยงสองเขา เ้าสัตว์น้อยตัวนี้ดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก หากไม่ใช่ว่าเพิ่งเห็นความเร็วดุจสายฟ้าของมันมาหยกๆ คงคิดแล้วว่าเป็สัตว์เลี้ยงของบ้านใครสักคน
“อู้…อ๋าว...” เสียงเล็กน่ารักเหมือนเด็กๆ นั่นเหมือนรูปลักษณ์ของมันไม่มีผิด ผู้พบเห็นมีแต่จะรักใคร่เอ็นดูมัน อยากจะเข้ามาลูบมากอด แต่นั่นย่อมไม่รวมถึงคนที่คุ้นเคยกับมันเป็อย่างดี
เ้าสัตว์น้อยเดินในคฤหาสน์อย่างสบายใจเฉิบ มันะโขึ้นหน้าต่างชั้นสองอย่างคุ้นเคยแล้วผลุบเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว
“ไปไหนมาอีกล่ะ” เสียงทุ้มเย็นแต่ไพเราะดังขึ้นในห้อง
ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะดูเหมือนกำลังจัดการเื่บางอย่างอยู่ เขาไม่แม้แต่จะหันหน้ามาจึงมองไม่เห็นรูปลักษณ์อย่างชัดเจน ถึงอย่างนั้นแค่แผ่นหลังก็เพียงพอให้คนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจนไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว ยิ่งไม่กล้าแอบมองรูปลักษณ์ของเขาอย่างสอดรู้สอดเห็นเข้าไปใหญ่
“อ๋าวๆ…” เ้าสัตว์น้อยร้องอ๋าวๆ ใส่คนคนนั้นอยู่สองหน เหมือนกำลังตอบกลับ
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมา เผยโฉมหน้าที่ทำให้ผู้พบเห็นพากันลืมหายใจอย่างอดไม่ได้
หน้าตาแบบนี้ ต่อให้นิยามว่าเป็ผลงานชิ้นเอกของพระเ้าก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงพอ
รูปหน้าคมชัด องค์ประกอบทั้งห้าบนใบหน้าล้วนหล่อเหลาโดดเด่น มองแต่ละส่วนแยกกันก็นับเป็ผลงานชั้นเลิศ เมื่อรวมไว้ด้วยกันก็ยิ่งดูสบายตาเสียจนไม่อาจละสายตาได้ ผู้ชายแท้ๆ มาเห็นยังละอายต่อตัวเอง ผู้หญิงเห็นก็กรี๊ดกร๊าดอย่างบ้าคลั่ง เกรงว่าหัวใจสาวน้อยคงต้องทิ้งไว้กับอีกฝ่ายแล้ว
แต่ถึงเขาจะมีรูปลักษณ์โดดเด่น แต่กลับมีบรรยากาศน่าเกรงขามแผ่ออกมาจากตัว
ตอนอยู่ต่อหน้าเขาแม้แต่จะเงยหน้ายังทำไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงรูปลักษณ์หล่อเหลาไม่มีที่เปรียบเลย
บนโลกนี้มีคนที่แม้แต่จะอิจฉาก็ยังทำไม่ได้อยู่จริงๆ
เขาขยับจมูกเล็กน้อย กล่าวว่า “หนีออกไปขโมยอาหารอีกแล้วเหรอ”
“อ๋าว…” เ้าสัตว์น้อยใช้อุ้งเท้าหน้าปิดปากตัวเองราวกับมนุษย์เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารอร่อยในปากเล็ดลอดออกมา แต่น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว
กู้ม่อฉีมองการกระทำของเ้าสัตว์น้อย เขาเลิกคิ้วขึ้น ในดวงตาสีดำฉายแววสงสัยวูบหนึ่ง
ไม่มีใครรู้จักเ้าสัตว์น้อยที่โตมาด้วยกันตัวนี้ดีไปกว่าเขา มันไม่เคยกินอาหารที่คนอื่นให้เลยนอกจากของเขา แต่สองวันมานี้ถึงเวลาเที่ยงเมื่อไรมันจะรีบพุ่งออกไปทันที แล้วกลับมาด้วยสีหน้าอิ่มเอมและกลิ่นอาหารติดตัว
เ้านี่…ไปไหนมากันแน่