จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่9 จักรพรรดิแห่งความตาย

    สถานการณ์ ณ ตอนนี้ ความตรึงเครียดกลับลดหลั่นลง เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของมันในยามสมบูรณ์ ประสิทธิภาพนั้นถูกลดลงสี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว การเคลื่อนไหวดูติดขัดอย่างชัดเจน
    หยางเซิงต่างรับท่วงท่าของกงเล็บทมิฬที่ถูกฟาดลงมาจากศัตรู อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย
    ทุกครั้งที่เกิดการปะทะ นัตน์ตาหมิงหลงต่างกวาดหาช่วงโหว่ เข้าจู่โจมและถอยล่นออกมา ไร้ซึ่งท่วงท่าสะดุดชงัก ต่างลื่นไหลราวกับปลาที่แหวกว่ายอยู่ในสายน้ำ ทุกการฟันผลลัพธ์นั้นหากไม่ใกล้เคียงจุดแกนชีวิต ก็ถูกจุดสำคัญตามร่างกายเพื่อลดทอนการเคลื่อนไหวลง
    ปีศาจกูลสั่นสะท้าน ไปด้วยอาการหวาดเสียว และตื่นตนก
    รังสีสังหารคุกรุ่น กระจายอยู่ในอากาศ พุ่งตรงมาทางหมิงหลง ด้วยกงเล็บหลอมรวมเป็นหนึ่งหอกทะลวง
    หมิงหลงพลันเคลื่อนที่ไปมาเริ่มทิ้งระยะห่าง พร้อมโครจรพลังวิชาจักรพรรดิวายุออกมาเพิ่มความเร็วอีกระดับนึง
    ในขณะนั้นหยางเซิงตบท่าเท้าบนผืนปฐพีด้วยท่าเท้าระเปิดเพลิง พร้อมวิชาดาบลาวาปะทุ แสงสีแดงสาดกระจายเผาผลาญ ราวกับจะระเบิดทุกเมื่อ คมดาบพุ่งทยานตรงไปทางหอกทมิฬ
    ตูมมมมม ตูมมมม!!! พื้นปฐพีสวรรค์เมฆา พลันม้วนตัว ราวกับโลกาพร้อมแตกสลายลง หากมีระดับปราณสูงส่งกว่านี้
    แรงบดอากาศกระแทกทั้งสองออกจากกัน ในขั่วขณะที่ไม่อาจทรงตัวดี หมิงหลงเคลื่อนกายแหวกว่ายผ่านกลุ่มควัน พลังวายุหมุนรอบมือทั้งสอง ปลดปล่อยแรงกดทับวิญญาณอันแข็งแกร่ง หากมีจิตใจอ่อนแออาจถูกแช่แข็งไปชั่วขณะนึง แสงคมดาบนับสิบสายถูกสาดใส่ในเสี้ยววิ
    สิบดาบรวมหนึ่ง!!
    กรงเล็บสิบอันไขว้กันเป็นเกาะป้องกัน ทว่ายังคงปรากฏรอยฟันลึกผ่านช่องว่าระหว่างกงเล็บ มันได้ตนักในทันทีว่าการรับมือด้วยสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์นั้นเริ่มตกเป็นรองเรื่อยๆ พลังปราณของมันได้ถูกเค้นออกมาราวกับลั่วไหลออกจากกายผ่านรอยฉีกขาด
    หากหมิงหลงตกเป็นเป้าหมาย หยางเซิงก็คอยสกัดการเคลื่อนไหวด้วยการโจมตีอย่างตรงไปตรงมา
    เป็นการจู่โจมสลับรุกรับกันอย่างลงตัว จนกระทั้งปีศาจกูลตกอยู่ในสถานการณ์ไม่อาจโจมตีอีกต่อไป ต้องคอยป้องกันเป็นบางครา
    “ไอ้พวกแมลงสาบ จักรพรรดิแห่งความตายจะต้องกวาดล้างพวกแกแน่นอน เจ้าพวกมนุษย์” ปีศาจกูลกวาดขึ้นอย่างเกี้ยวกราด ในแววตาของมันอาฆาตแค้นเป็นอย่างมากและความมั่นใจได้ฉายออกมา ราวกับสิ่งที่มันพูดจะเป็นเรื่องจริงอีกไม่นาน
    จักรพรรดิแห่งความตาย เป็นหนึ่งในหลายก๊กจำพวกปีศาจ ที่ทรงอำนาจและอิทธิพลในโลกยุทธภพ ส่วนตัวมันเป็นบริวารปลายแถวเพียงเท่านั้น
    “หยุดพร่ามไร้สาระ และตายๆไปซะ” หยางเซิงใกล้ถึงขีจำกัดในไม่ช้า
    “พวกขี้แพ้ชอบพร่ามก็อย่างนี้ล่ะน้า…” หมิงหลงหัวเราะเยาะอย่างเย้ยหยัน
    กงเล็บสังหาร !! เฉือนนภา !! ทะเลเพลิง !!
    ตูมมมม !!!
    สภาพร่างกายของปีศาจกูลที่ยังคงเย็บไม่เสร็จสิ้นดีและถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง สองซีกได้หักโน้มลงไปด้านหลังอีกครั้ง ทัศนียภาพที่มองเห็นพลันพลิกคว่ำและหัวทิ่มลงไปนอนกับพื้น
    “พี่หยางเซิง ได้เวลาลุมกระทืบมันแล้ว” ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำที่สอง
    หมิงหลงและหยางเซิงกระโจนเข้าใส่ปีศาจกูลในชั่วพริบตา จนกระทั้งไม่ให้มันได้ตั้งตัว พร้อมสาดใส่พลังเป็นชุดๆและไม่มีทีท่าจะหยุดยั้งโดยง่าย
    ซับบบ ตูมม ฟิ้งง ซับบ !!
    อ๊ากกกก !!
    เวลาได้ผ่านพ้นไป
    สภาพร่างกายของปีศาจถูกแยกออกเป็นส่วนๆ แขนขาสองคู่ถูกมัดรวมกันด้วยเส้นด้ายอย่างแน่นหนา ส่วนหัวนั้นถูกฝังลงดินอย่างมิดชิด ช่วงตัวนั้นปราศจากซึ่งการป้องกันแต่อย่างใด เป็นได้เพียงท่อนไม้ที่ยังคงขยับได้
    “ข้า หมิงหลง ต้องขอบคุณพี่หยางเซิงแล้ว” หมิงหลงถูกชะตากับตัวหยางเซิงเป็นอันมาก บุคคลที่หน้าคบหาต้องดูกันด้วยเวลาตกลงอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก หยางเซิงผู้นี้กระทั้งยอมแลกชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น ต้องมีจิตใจอันยิ่งใหญ่เพียงใดถึงสามารถกระทำเช่นนี้ได้ บุคคลเช่นนี้ต้องมีมิตรสหาย ลูกน้องมากมาย เป็นอีกหนึ่งขุมพลังอันแข็งแกร่ง
    “ไม่เลย เป็นข้าที่ต้องขอบคุณน้องหลง หากไม่ได้เจ้าช่วย ข้าคงตกตายไปนานแล้ว” หยางเซิงกล่าวด้วยท่าทียิ้มแย้มแบบผืนๆ ด้วยความเหนื่อยล้าถึงขีดสุด พลังปราณถูกเผาผลาญจนเหือดแห้ง ร่างกายของชายหนุ่มโชลมไปด้วยเลือดและเหงื่อไหลย้อยเป็นสาย
    หยางเซิงมีหน้าตาดุดัน สูงใหญ่มีมัดกล้ามเป็นมัดๆ ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่อาจถูกสั่นคลอนได้
    ‘เด็กหนุ่มผู้นี้ยังวัยเยาว์นัก วิชาตัวเบานับว่าหาตัวจับได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นไหวพริบ รวมถึงปฏิกิริยาตอบสนองนั้นช่างไร้ที่ติ และดาบรูปทรงแปลกปลาดดูเปราะบางยิ่งนัก แต่ทว่ากลับไม่เป็นดั่งตาเห็น ยิ่งไปกว่านั้นเด็กหนุ่มยังไม่ก้าวข้ามขอบเขตปราณคลุมกาย เหตุใดวิชาดาบไร้ปราณคลุมอาวุธถึงฟันเกราะปราณในขอบเขตก่อกำเนิดปราณจนขาดสบั้นได้ ’
    หยางเซิงมีความรู้สึกทึ่งในความสามารถของเด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้
    ในความคิดของหยางเซิง เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นตัวหลักในการจัดการปีศาจโดยแท้จริง ไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ
    แม้ยังไม่อาจรู้เหตุผลที่แน่ชัดว่าเหตุใดจึงมาช่วยเขา แต่ก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปในเมื่อเด็กหนุ่มได้ฉุดเขาออกจากห้วงแห่งความสิ้นหวังและความตาย
    “น้องหลง เราจะทำเช่นใดกับมันดี” หยางเซิงเอ่ยถาม ร่างกายที่ถูกแยกเป็นส่วนๆยังคงขยับไปมา ดูน่าขยะแขยงยิ่ง
    เป็นพลังอำนาจที่น่าหวาดกลัวภายใต้พลังของจักรพรรดิแห่งความตาย หากเป็นตัวตนระดับสูงความแข็งแกร่งคงไม่อาจจะจินตนาการได้