เจ้านายร้ายรัก

    ตอนที่ 11 เกือบเปิดตัว

    1 สัปดาห์หลังจากกลับจากเที่ยวภากรตั้งใจจะเข้าไปหาแม่ที่บ้าน เพราะไม่ได้กลับมากว่าครึ่งเดือนแล้วแม่เขาก็ทั้งไลน์ทั้งโทรมาบ่นหลายวันแล้ว และตั้งใจไว้ด้วยว่าจะพาชลินกาญจน์ไปด้วยเพื่อบอกแม่เ๱ื่๵๹เขากับเธอ

                   “ฮัลโหลแม่ครับเดี๋ยววันหยุดนี้ผมจะเข้าไปนอนบ้านนะครับ”

                   “หึ กว่าจะปลีกตัวมาหาแม่ได้นะตากร”คุณหญิงกมลาค่อนขอดลูกชายของเธอ

                   “โธ่ แม่ครับก็ผมงานยุ่งมากเลยอาทิตย์ที่แล้วก็ติดงาน Outing อีกเพิ่งจะมีเวลานี่แหละครับ”

                   “อืมๆ พอดีเลยเพื่อนเก่าแม่เค้าจะมาเยี่ยมแม่ที่บ้านจะได้เจอเค้าด้วย”

                   “ได้ครับแม่ งั้นแค่นี้นะครับเดี๋ยวไว้เจอกันครับ”

                   หลังจากวางสายจากแม่แล้วเขาก็เรียกชลินกาญจน์เข้ามาในห้อง

                   “ลินเสาร์นี้ไปทานข้าวบ้านแม่กับผมนะ”

                   “จะดีเหรอคะคุณกร มันเร็วไปมั้ยคะลิน กลัวว่าคุณหญิงจะเตรียมตัวไม่ทัน แล้วก็อาจจะไม่ยอมรับลินก็ได้ค่ะ”หญิงสาวบอกพร้อมแววตาที่ไม่มั่นใจ

                   “ไม่ต้องกลัวนะแม่ผมไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก” เขาว่าพร้อมกับลุกขึ้นมาโอบเธอไว้หลวมๆพร้อมก้มหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ ด้วยความที่แม่ของเขาไม่เคยเ๯้ากี้เ๯้าการเ๹ื่๪๫คู่ครองกับเขามาก่อนเขาจึงมั่นใจว่าหากเขาจะคบ จะรักกับใคร แม่เขาต้องเข้าใจและรักเธอไปด้วย

                   “ก็ได้ค่ะแต่ยังไม่บอกคุณหญิงได้มั้ยคะว่าเราคบกัน แค่ไปกินข้าวกันก็พอค่ะ

            “ทำไมล่ะ คุณไม่อยากให้ใครรู้ว่าคบกับผมเหรอ” เขาดึงไหล่หญิงสาวออกเพื่อมองหน้าชัดๆคำขอของเธอทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

                   “ไม่ใช่ค่ะ ลิน แค่กลัวแล้วอีกอย่างอยากจะดูท่าทีคุณหญิงก่อนด้วยค่ะหากท่านเอ็นดูลิน ขอเวลาไม่นานลินจะไม่ห้ามคุณนะคะ แต่ถ้าเกิดท่านไม่โอเคกับลินขึ้นมาอย่างน้อยลินก็ยังทำงานกับคุณต่อไปได้”

                   “นี่คุณคิดว่าถ้าแม่ผมไม่โอเคผมก็ต้องเลิกยุ่งกับคุณ แล้วไล่คุณออก แบบนั้นเหรอ?”

                   “......”

                   “คุณเห็นผมเป็๞คนยังไงกันแน่ หื้ม?ผมไม่มีทางไล่คุณออกเพราะเหตุผลแบบนั้นล้านเปอร์เซ็นต์และถึงแม่ผมอาจจะไม่โอเคกับคุณ ยังไงซะผมก็ต้องหาทางทำให้ท่านเห็นความดีความน่ารัก และยอมรับคุณให้ได้อยู่แล้ว”

                   “....”ลินก้มหน้างุดเมื่อโดนเขาบ่นชุดใหญ่

                   “เอาเถอะ ถ้าคุณกลัวก็ยังไม่บอกท่านก็ได้ ไปทานข้าวแล้วดูท่าทีของท่านก่อน โอเคมั้ย”เขามีท่าทีอ่อนลงเมื่อเห็นลินกังวล และไม่สบายใจ

                   “โอเคค่ะ คุณกรไม่โกรธลินนะคะ”

                   “อืม ไม่โกรธก็ได้”เขาว่าพลางกดริมฝีปากลงหน้าผากมนของเธอเพื่อปลอบโยน

     

     

                   น้ำรินทร์ และลัดดา แม่ของเธอเดินทางมาถึงบ้านของคุณหญิงกมลาในบ่ายวันเสาร์ สองแม่ลูกมองคฤหาส์นด้านหน้าแล้วยิ้มให้กันความจริงฐานะทางบ้านของน้ำรินทร์ก็นับได้ว่าดีมากอยู่แล้วไม่จำเป็๲ที่จะต้องหาลูกเขยเศรษฐีก็ได้เพียงแต่เมื่อมีอันจะกินแล้วก็เกิดความคิดที่ว่า หากผู้ชายมีฐานะที่ด้อยกว่าก็ไม่สามารถเชิดชูลูกสาวของเธอให้เชิดหน้าชูตาได้และอีกอย่างก็กลัวที่จะโดนคนไม่ดีมาหลอกปอกลอก จึงต้องหาคนที่ฐานะเหมาะสมเท่าเทียมหรือไม่ก็ดีกว่าเพื่อส่งเสริมกันยิ่งขึ้น และเมื่อน้ำรินทร์ได้มาเจอกับภากร อันที่จริงต้องบอกว่าเป็๲ความตั้งใจของเธออยู่แล้วเพราะเธอเห็นข่าวภากรผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ตามแวดวงธุรกิจอยู่บ่อยๆ ทั้งหน้าตาฐานะเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างและชายหนุ่มก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะควงสาวที่ไหนออกหน้าออกตามาก่อนทำให้เธอเล็งเขาไว้เป็๲เป้าหมายต้นๆและเมื่อมารู้ว่าแม่ของเธอและแม่ของเขาเคยเรียนด้วยกัน๻ั้๹แ๻่สมัยมัธยมมาก่อนเธอยิ่งไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป

                   “สวัสดีจ๊ะ กมลาไม่เจอกันนานเลยยังสวยไม่เปลี่ยนเลยนะ” ลัดดาเอ่ยทักทายเพื่อนสมัยเรียน

                   “สวัสดีจ๊ะ ลัดดาเธอก็ยังสวยเหมือนเดิมเลย” คุณหญิงกมลาเอ่ยทักทายกลับพร้อมกับมองไปที่น้ำรินทร์

                   “สวัสดีค่ะคุณป้า น้ำรินทร์ค่ะเป็๞ลูกคุณแม่ค่ะ”

                   “โอ้โหนี่ลูกสาวเธอสวยเหมือนเธอสมัยสาวๆเป๊ะเลย ไปๆๆ เข้าไปนั่งคุยกันในบ้านดีกว่าจ๊ะ”

                   ทั้งสามคนเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขกคุยกันสัพเพเหระทั่วไปตามประสาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาเป็๞สิบๆปีส่วนน้ำรินทร์ก็ได้แต่นั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันอย่างออกรสออกชาติสายตาก็สอดส่องหาบุคคลที่เธออยากเจอ

                   “เอ้อ แล้วนี่ลูกชายของเธอไปไหนล่ะเห็นในข่าวสังคมบ่อยๆ หล่อไม่เบาเลยนะ” ลัดดาเอ่ยถามถึงภากร

                   “อ้อ ขานั้นน่ะไม่ได้อยู่กับแม่หรอกตากรเขาอยู่คอนโดที่ซื้อไว้ใกล้ๆบริษัทนั่นแหละ เพราะทำงานดึกดื่นไม่อยากเดินทางไกล นี่เดี๋ยววันนี้ก็จะเข้ามาทานข้าวกับเราด้วยนะ”

                   “ดีเลยๆ เผื่อจะได้ให้เด็กๆทำความรู้จักกันไว้ หากมีโอกาสจะได้ร่วมงานกันบ้าง” ลัดดาเริ่มปูทางให้ลูกสาว

                   “จริงสิ หนูน้ำก็เก่งทำธุรกิจอยู่แล้วก็น่าจะดีนะคะ”

                   “อ่อจริงๆแล้วน้ำรู้จักกับคุณกรมาก่อนแล้วล่ะค่ะเพราะน้ำเพิ่งสมัครเป็๲ลูกค้าของคุณกรไปเมื่อเดือนก่อนเองค่ะแต่ก็ไม่ได้คิดว่าคุณแม่ทั้งสองจะเป็๲เพื่อนเก่าแก่กันมาก่อนน่ะค่ะ”

                   ขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันอยู่ภากรและชลินกาญจน์ก็ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก เมื่อเห็นกมลา มีแขกเขาเลยเข้าไปทักทาย

                   “สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ”ทั้งคู่ยกมือไหว้คุณหญิงกมลา

                   “อ้าวตากรวันหยุดยังไม่หยุดใช้งานหนูลินอีกเหรอเนี่ย ตายแล้วนี่เราต้องหัดเกรงใจลูกน้องบ้างนะ วันหยุดก็คือวันหยุด ใช้งานหนักแบบนี้เดี๋ยวคนทำงานเก่งๆแบบหนูลินก็หนีแกไปทำงานที่อื่นหรอก”แม่เขาบ่นไม่เว้นช่องว่างให้ได้แทรกกันเลยทีเดียว

                   “อ้อๆ โทษทีนะลัดดา ลืมแนะนำเลยนี่คุณน้าลัดดา เป็๲เพื่อนเก่าแม่สมัยเรียน มาเที่ยวหาแม่น่ะแล้วนี่ก็ลูกสาวหนูน้ำรินทร์ ที่เป็๲ลูกค้าแกไง”

                   “สวัสดีครับน้าลัดดาสวัสดีครับคุณน้ำ”

                   “สวัสดีจ๊ะ นี่ลูกชายเธอตัวจริงหล่อกว่าในทีวีอีกนะเนี่ย” ลัดดาเอ่ยชมชายหนุ่มโดยไม่ได้สนใจ ลินที่ยืนอยู่ข้างๆ เพราะคิดว่าเป็๲แค่เลขาติดตามมาทำงานให้เ๽้านาย

                   ลิน รู้สึกเหมือนเป็๞ธาตุอากาศมากเพราะทั้ง 4 คนพูดคุยกันแทบจะไม่สนใจเธอเลย จะมีก็แต่ภากรที่คอยมองเธอเป็๞ระยะส่งสายตาที่พอจะเดาออกว่ารู้สึกผิดที่พาเธอมาวันนี้ 

                   “แม่ครับเดี๋ยวผมขอตัวไปคุยงานกับลินสักครู่นะครับ”

                   “ไปเถอะเสร็จแล้วรีบมานะเดี๋ยวเราทานข้าวกัน หนูลินอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะจ๊ะ” คุณหญิงกมลาหันมาชวนเธอลินมองหน้าผู้เป็๞เ๯้านายเชิงขอความเห็น เขาพยักหน้าให้เธอ         “ขอบคุณค่ะคุณหญิง”

                   “ได้ครับแม่เดี๋ยวผมจะรีบคุยงานแล้วมาทานข้าวครับ ผมขอตัวก่อนนะครับคุณน้าลัดดา คุณน้ำ”ภากรเอ่ยขอตัวกับทุกคน และเดินนำลินไปยังห้องทำงานของเขาที่จะใช้เฉพาะวันที่เขามานอนบ้านเท่านั้น   

            น้ำรินทร์ ได้แต่มองตามทั้งสองไปอย่างใช้ความคิด เธอมองว่ายังมีโอกาสเพราะดูจากท่าทางคุณหญิงกมลาแล้ว น่าจะยังไม่ทราบเ๹ื่๪๫ของทั้งสองคน วันนี้ที่ภากรพาเลขาเข้ามาที่บ้านน้ำรินทร์คิดว่าพวกเขาต้องมีจุดประสงค์อย่างอื่นแน่นอนคงไม่ได้พามาเ๹ื่๪๫งานแบบที่อ้าง

                   “ลินว่า ลินกลับดีกว่าค่ะ”

                   “ลิน  ผมขอโทษนะ ไม่คิดว่าเพื่อนที่แม่ว่าจะกลายเป็๞แม่ของคุณน้ำรินทร์จริงๆ” เขาพูดพลางกอดหญิงสาวไว้    

                   “ไม่ใช่ความผิดคุณสักหน่อยลินโอเคค่ะ เพียงแต่ลินเกรงใจคุณหญิงเพราะวันนี้ท่านมีแขก เกรงว่าวันนี้อาจจะไม่เหมาะน่ะค่ะ”เธอพูดตามที่คิด

                   “เราก็รอให้แขกกลับก่อนแล้วค่อยคุยกับแม่ผมก็ได้นี่”

                   “มันจะดึกเกินไปค่ะเดี๋ยวแม่ลินเป็๲ห่วง นี่ขนาดวันนี้บอกมีงานก็ไม่รู้ว่าแม่จะเชื่อลินรึเปล่าค่ะ”

                   “นะคะ คุณภากรเอาตามที่ลินบอกไว้วันหลังเราค่อยบอกท่านก็ได้นะคะ เวลามีเยอะแยะไปค่ะ” ลิน หว่านล้อมเขา

                   “ก็ได้ แต่คุณรับปากแล้วนะผมไม่อยากโทรมาคุยกับแม่ ผมว่าเรามาคุยต่อหน้าท่านพร้อมกันน่าจะเหมาะกว่า”

                   “ค่ะ ไว้รอว่างพร้อมกันวันไหนเราค่อยมาแจ้งท่านนะคะ”

                   “ครับ” ฟอด..!  ว่าแล้วก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่

                   จากนั้นทั้งสองคนก็พากันออกมาทานข้าวกับแม่และแขกของแม่เขาคุณหญิงกมลานั่งหัวโต๊ะ คุณลัดดาและน้ำรินทร์นั่งฝั่งเดียวกันส่วนภากรและลินก็นั่งอีกฝั่ง ระหว่างทานอาหารน้ำรินทร์ก็ชวนภากรคุยเ๹ื่๪๫การเทรดที่เธอเป็๞ลูกค้าของเขาอยู่ และคอยตักอาหารใส่จานให้ภากร โดยมีคุณหญิงกมลาพูดคุยกับเพื่อนของเธอและแอบลอบมองพฤติกรรมของลูกสาวเพื่อนเงียบๆ

     

                   “เฮ่ออออ...ทรายแกว่าฉันควรทำยังไงดี ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว” ลินบ่นกับเพื่อนรักในร้านอาหารที่ทั้งสองนัดเจอกันในวันต่อมา

                   “นี่แกจะบ้าเหรอลิน ถึงขนาดเขาพาไปบ้านเพื่อจะไปบอกแม่ว่าคบกันจะมาสับสนอะไรตอนนี้เนี่ย” ทรายปวดหัวกับเพื่อนรักของเธอ

                   “ตอนนั้นก็คิดว่าฉันโอเคแล้วแต่พอไปเจอสถานการณ์แบบนั้น ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจอะแก”หญิงสาวเกิดกังวลขึ้นมาหลังจากแยกกับภากรเมื่อวาน

                   “เอาแค่ว่าตอนนี้ แกคิดยังไงกับเ๽้านายของแกก่อนจริงจัง? หรือเปล่า”

                   “ฉันไม่รู้..มันสับสนไปหมดตอนนี้”ลินตัดพ้อ

                   “เอางี้ แกตอบคำถามฉันนะ”ทรายหาวิธีช่วยเพื่อนสุดฤทธิ์  ลินพยักหน้าหงึกหงักตั้งใจฟัง

                   “แกคิดว่ารักเขารึยัง?”           

                   “อืมมมมมม...ก็....น่าจะรัก”ลินตอบแบบไม่มั่นใจ

                   “แล้วเวลาแกเห็นยัยคุณน้ำรินทร์น้ำล้นอะไรนั่น ออเซาะ ฉอเลาะเ๯้านาย แกรู้สึกยังไง?”

                   “ก็...ไม่ค่อยชอบรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นโกรธนะ”

                   “แล้วปกติถ้าแกไม่ได้เจอเขาไม่ได้คุยกับเขา แบบ 2-3 วันแกคิดถึงเค้ามั้ย”

                   “ก็นึกถึงนะ” ลินตอบตามที่คิด ทำให้ทรายเกาหัวแกรกๆเหมือนจนปัญญา

                   “นึกถึง กับ คิดถึงมันไม่เหมือนกันนะแก แกลองคิดดูดีๆมั้ยว่า คิดถึง อยากเจอ อยากคุยกับเค้ามั้ย”

                   “ก็มีบ้างนะที่อยากเจอ อยากคุยแต่ทราย..ฉันกับเขาเจอกันทุกวันทำงานไง หยุดแค่เสาร์-อาทิตย์เองนะ”

                   “อืม..ก็จริงนะ คนไม่เคยห่างกันนานๆคงไม่ได้คิดถึงกันขนาดนั้นอีกอย่าง....เพื่อนฉันก็ไม่เคยมีแฟนด้วยเนาะ เฮ่อออ...” ประโยคหลังทรายเหมือนพูดกับตัวเอง เหนื่อยใจกับเพื่อนคนนี้เหลือเกิน สวย เก่ง แต่อ่อนหัดเ๹ื่๪๫ผู้ชายที่สุด

                   “เออ นี่ทรายแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบหรือ รัก ฉันรึเปล่า”

                   “โอ้ยยย ลินจากที่ฟังแกเล่าเ๱ื่๵๹เค้าหึงคุณมารุธอะไรนั่นก็คงไม่ต้องถามหรอกแล้วไหนเค้าจะพาแกไปหาแม่เค้าอีก ถึงจะยังไม่ได้บอกเพราะเจอมารซะก่อนก็เถอะ”ทรายบอกเพื่อน ทำให้ลินนั่งนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ภากรแสดงออกกับเธอ