ตอนที่ 32 การซื้อขายสตรอว์เบอร์รีคราใหญ่
หลงจู๊เฉียนเพิ่งจะรู้สึกตัวหลังจากเห็นสายตาของหลิวเสี่ยวเอ้อร์ “แม่นางหลิน เจ้าสิ่งนี้คืออันใดนะ...”
“สตรอว์เบอร์รี”
“อ่าใช่! สตรอว์เบอร์รีมันคือสตรอว์เบอร์รี เจ้าสตรอว์เบอร์รีนี้สามารถหาซื้อจากที่อื่นได้หรือไม่ ? ”
หลินหร่วนยกยิ้มขึ้นพลางตอบว่า“ทั่วทั้งราชวงศ์ต้าโจวนี้ มีเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น”
เมื่อหลงจู๊เฉียนได้ยินดังนั้น จึงเผยรอยยิ้มออกมา
“แม่นางหลินสตรอว์เบอร์รีนี้... เจ้าจะขายในราคาเท่าใด ? ”
หลินหร่วนหลับตาลง จากนั้นก็ยกนิ้วขึ้นมา
หลงจู๊เฉียนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า“ชั่งละหนึ่งตำลึงเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลินหร่วนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทีนางจะบอกเขาว่าชั่งละหนึ่งร้อยอีแปะทว่าบัดนี้หลงจู๊เฉียนได้กำหนดราคาด้วยตนเอง แน่นอนว่านางย่อมมิลดราคาลงอีก
“ใช่! ชั่งละหนึ่งตำลึงสิ่งใดที่หาได้ยาก มันย่อมมีค่าเป็นอย่างมาก ข้าคิดว่าหลงจู๊คงเข้าใจความจริงข้อนี้ดี”
“สตรอว์เบอร์รีเหล่านี้ ข้าปลูกด้วยตนเองผลผลิตรอบแรกล้วนอยู่ในตะกร้านี้ทั้งหมด แต่หากอยากได้มากกว่านี้ก็จำต้องรอรอบถัดไปแม้ว่าราคามันอาจจะแพง ทว่าสตรอว์เบอร์รีเหล่านี้ย่อมทำเงินให้ท่านได้มากมายเป็นแน่”
หลงจู๊เฉียนจ้องมองเข้าไปในตะกร้าแล้วเอ่ยว่า “แม่นางหลินข้าขอเอ่ยตามตรง สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ข้าคิดว่ามันเป็นผลไม้ที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมาตลอดหลายปีชั่งละหนึ่งตำลึง ก็มิถือว่าแพงแต่อย่างใด แต่หากหอจุ้ยเซียนให้เป็นของสมนาคุณก็คงมิค่อยดีเท่าใด”
“ถ้าเช่นนั้นท่านคิดเห็นว่าเยี่ยงไร ? ”
หลงจู๊เฉียนเอ่ยแบบมิได้ปิดบังนาง “เถ้าแก่ของหอจุ้ยเซียนมีแซ่ว่าจิ่งหอจุ้ยเซียนเป็นทรัพย์สินของตระกูลเหอแห่งเมืองฟู่เฉิง ดังนั้นข้าจึงอยากส่งสตรอว์เบอร์รีไปยังเมืองฟู่เฉิงเพื่อมอบให้ฮูหยินจัดการต่อไป”
หลินหร่วนเข้าใจแล้ว นี่คือการใช้สตรอว์เบอร์รีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ของหายากเช่นนี้ หากวางขายในเมืองยู่หลิน มันค่อนข้างจะเสียเปล่า
“ข้าเพียงนำสตรอว์เบอร์รีมาขายให้แก่หลงจู๊ทว่าหลังจากนั้นหลงจู๊จะจัดการเยี่ยงไร ก็แล้วแต่ท่านเถิด”
หลงจู๊เฉียนกลอกตาไปมา “ทว่าข้าต้องการให้แม่นางหลินรับรองด้วยเช่นกัน”
“ท่านมิต้องการให้ข้าเปิดเผยที่มาของสตรอว์เบอร์รีเหล่านี้ใช่หรือไม่? ”
หลงจู๊เฉียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “แม่นางหลินช่างฉลาดยิ่งนักนั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ”
“สตรอว์เบอร์รีชั่งละหนึ่งตำลึงทว่าข้ามิต้องการเปิดเผยแหล่งที่มาของสตรอว์เบอร์รีเหล่านี้ และสตรอว์เบอร์รีทั้งหมดจะต้องขายให้แก่หอจุ้ยเซี่ยนเท่านั้นพวกเราจำต้องทำสัญญาร่วมกัน”
หลินหร่วนครุ่นคิดชั่วครู่ นางมิได้ขายสตรอว์เบอร์รีให้ผู้ใดอยู่แล้วดังนั้นนางจึงพยักหน้าพร้อมกับตอบตกลง
“ตกลงทว่าทุกสิ่งอย่างล้วนมีเวลาของมันนะ”
นางจะมิยอมผูกมัดกับหอจุ้ยเซียนอย่างแน่นอนเพราะมิมีผู้ใดทราบว่าต่อไปในอนาคตจะเกิดอันใดขึ้น ทั้งยังมิทราบว่าหลังจากนี้หอจุ้ยเซียนจะเล่นตุกติกกับนางหรือไม่
นางยินดีเก็บที่มาของสตรอว์เบอร์รีเป็นความลับทว่าทุกสิ่งอย่างล้วนมีเวลาของมันเองเช่นกัน
เมื่อหลงจู๊ได้ยินดังนั้น จึงรู้สึกกังวลขึ้นมาทันใด
ทันใดนั้นหลินหร่วนก็เอ่ยออกมาว่า “ระยะเวลาการออกผลของสตรอว์เบอร์รีนั้นมินานในหนึ่งปีมันจะออกผลเพียงแค่สามเดือนเท่านั้น ตราบใดที่หอจุ้ยเซียนให้ราคาที่เหมาะสมข้าย่อมมิติดขัดอันใด ทว่าสัญญาจะต้องเป็นสัญญาแบบปีต่อปี”
“แน่นอนว่า...หากหลงจู๊เฉียนรู้สึกว่าคำขอนี้มิสมเหตุสมผลเช่นนั้นก็ยังมิต้องลงนาม”
หลงจู๊เฉียนครุ่นคิดแล้วเอ่ยออกมาว่า“เรื่องนี้... ข้าจำต้องรายงานให้ฮูหยินทราบ แล้วให้นางตัดสินใจ”
หลินหร่วนพยักหน้า “เจ้าค่ะ หากเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ข้าจะขายสตรอว์เบอร์รีทั้งหมดให้แก่ท่าน”
หลงจู๊เฉียนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า“ข้าจะรีบจัดส่งสตรอว์เบอร์รีไปยังเมืองฟู่เฉิงโดยเร็ว หากได้รับคำตอบจากฮูหยินแล้วข้าจะรีบแจ้งให้เจ้าทราบ”
หลินหร่วนพยักหน้าเบา ๆ
จากนั้นหลงจู๊ก็ได้สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์นำสตรอว์เบอร์รีไปชั่งทันที
สตรอว์เบอร์รีมีมิมาก แม้ว่าจะเก็บมาจนเต็มตะกร้าใบใหญ่ทว่าด้านในนั้นมีหญ้าอยู่จำนวนมิน้อย ดังนั้นจึงทำให้เกิดความยุ่งยากเล็กน้อยตอนชั่งน้ำหนักเพราะจำต้องแยกหญ้ากับสตรอว์เบอร์รีออกจากกัน
ในระหว่างที่ชั่ง เสี่ยวเอ้อร์ก็ได้ระวังแล้วระวังอีกเพราะกลัวว่าสตรอว์เบอร์รีป่าจะช้ำ
เมื่อจัดการชั่งสตรอว์เบอร์รีเสร็จเรียบร้อยแล้วเสื้อของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“แม่นางหลินสตรอว์เบอร์รีทั้งหมดหนักยี่สิบชั่ง”
หลิวหร่วนพยักหน้ารับ เพราะมิได้ห่างจากน้ำหนักที่นางคาดการณ์เอาไว้
หลงจู๊เฉียนยื่นเงินให้นางพลางเอ่ยถามว่า “สตรอว์เบอร์รีให้ผลผลิตครั้งละเท่าใดและอีกกี่วันถึงจะสามารถจัดส่งรอบถัดไปได้ ? ”
หลินหร่วนครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นก็ตอบว่า “ผลของสตรอว์เบอร์รีมีมิมากให้ผลผลิตครั้งละราว ๆ ยี่สิบชั่ง สามารถจัดส่งให้ได้ทุก ๆ เจ็ดถึงแปดวัน”
“อืม...ข้าจะรายงานเรื่องนี้ต่อฮูหยิน”
หลังจากที่หลินหร่วนรับเงินมาเรียบร้อยแล้ว นางจึงบอกลาหลงจู๊แล้วเดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลหลิน
ตามความสามารถของนาง นางสามารถเร่งการเติบโตของสตรอว์เบอร์รีได้ยี่สิบถึงสามสิบชั่งในทุกวันและสามารถทำให้มันออกผลตลอดทั้งปีได้เช่นกัน แต่เนื่องจากมันเป็นของหายากจึงทำให้มีราคาที่สูงลิ่ว หากนางทำให้มันออกผลได้ทุกวัน คาดว่าคงโดนกดราคาลง
นางเข้าใจสัจธรรมที่ว่า...ยิ่งผลผลิตมีมากเท่าใดราคาก็จะยิ่งถูกลงเท่านั้น
เมื่อสตรอว์เบอร์รีเหล่านั้นถูกส่งไปถึงเมืองฟู่เฉิงคาดว่าราคาจะแพงขึ้นอีกสิบเท่า
ทว่านางมิได้อิจฉาเลยสักนิด ท้ายที่สุดแล้วความสามารถของนางในตอนนี้มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นหากต้องการหาเงินให้มาก ๆ ก็จำต้องดูกำลังของตนเองด้วยเช่นกันว่ามีกำลังมากพอหรือไม่
บัดนี้นางต้องพึ่งพาหอจุ้ยเซียนเพื่อหารายได้เล็กๆ น้อย ๆ ไปก่อน ค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยคิดถึงเรื่องอื่น
บัดนี้นางมีเงินมากกว่าสี่สิบตำลึงอยู่ในมือเงินส่วนนี้สามารถนำไปต่อยอดได้เช่นกัน
ถ้าเช่นนั้น จะทำอันใดดีเล่า ?
นางมีความสามารถเหนือธรรมชาติดังนั้นจะต้องมิทำให้ความสามารถที่สวรรค์ประทานให้ต้องเปล่าประโยชน์ นางสามารถทำนาหรือปลูกพืชที่หายากบางชนิดได้
ทว่าบัดนี้ความสามารถของนางมีอยู่อย่างจำกัด หากต้องการปลูกในพื้นที่กว้างก็จำต้องพัฒนาความสามารถของนางให้สูงขึ้นกว่านี้
ทว่าการพัฒนาความสามารถมิใช่เรื่องง่าย
เมื่อนางใช้พลังวิเศษจนหมด เมื่อนั้นพลังถึงจะพัฒนาไปอีกขั้นแต่ก็มิควรแสดงความสามารถออกมามากจนเกินไป เพราะจะทำให้ผู้อื่นสงสัยได้
ระหว่างที่หลินหร่วนกำลังเดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลหลินสายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นภูเขาเฉินวูในระยะไกล
คิดออกแล้ว !
นางคิดออกแล้วว่าจะพัฒนาความสามารถของตนเองเยี่ยงไร!
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจเท้าของหลินหร่วนก็ได้ย่ำเดินออกไปด้วย ใช้เวลามินานก็กลับมาถึงบ้านตระกูลโจว
เมื่อหลินหานเห็นนางเดินเข้ามา จึงเอ่ยทักทายเสียงเบาว่า“เป็นอันใดไป ? พบของที่สามารถใช้แทนองุ่นได้หรือไม่? หลงจู๊เฉียนรับซื้อหรือไม่ ? ”
หลินหร่วนยกยิ้ม พลางจับมือของหลินหานกดไปที่ถุงใส่เงิน
เมื่อหลินหานเห็นดังนั้นจึงผงะตกใจเล็กน้อย นางนำผลไม้ใดไปขายแทนองุ่นกัน? เหตุใดหลินหร่วนถึงได้เงินมามากมายเพียงนี้ !
ใบหน้าของหลินหานขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยเขารีบดึงมือออกทันใด แล้วเอ่ยถามด้วยความโมโหว่า “เจ้าเป็นสตรี เหตุใดถึงทำกิริยาเช่นนี้? ”
เมื่อหลินหานกล่าวจบ เขาก็วิ่งหนีออกไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำทันที
หลินหร่วนรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก เขาเป็นอันใดไปกัน ?
นางครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นก็ตอบกลับไปด้วยท่าทีประชดประชันเดิมทีชุดของคนโบราณ กระเป๋าจะซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ หรือไม่ก็ตรงเข็มขัด
และบังเอิญว่ากระเป๋าของหลินหร่วนอยู่ตรงเข็มขัดพอดี
ในสายตาของนาง หลินหานเป็นเด็กน้อยที่ใสซื่อ นางมิเคยคิดถึงเรื่องระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวดังนั้นนางจึงจับมือเขาไปกดเข้าที่เอวโดยมิรู้ตัว
คาดมิถึงเลยจริง ๆ ว่าเด็กน้อยของนางจะมีท่าทีเช่นนี้