บทนำ-ชะตาที่มิอาจเลี่ยง
เพลิงาระหว่างแคว้นจินหลงและแคว้นหยางิ ไฟาย่อมสร้างาแให้ผู้คนจดจำเสมอ
ผ่านมาไม่นานาย่อมมีจุดสิ้นสุด แคว้นหยางิพ่ายในา บุรุษถูกเกณฑ์ไปเป็ทาสสตรีไม่ขายก็มิพ้นเป็เครื่องบรรณาการให้ทหารยศสูงกว่า
นี่คือจุดจบของผู้แพ้า
บนจุดสูงสุดของแคว้นจินหลง มีผู้กุมอำนาจทั้งกองทัพไว้ในมือทหารนับแสนอยู่ใต้อาณัติของบุรุษที่ถูกขนานนามว่า แม่ทัพปีศาจแห่งแคว้นจินหลงนามของเขาคือ เฟิงฉิน
"สังหารพวกมันให้หมด"
เสียงดังกึกก้องของบุรุษผู้สวมชุดเกราะสีนิลแต่กลับย้อมไปด้วยเืสีแดงฉาน ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยศพของโจรมากมายใบหน้าเ็าปราศจากความปราณีต่อศัตรูตรงหน้า ดาบในมือฟาดฟันศพแล้วศพเล่า แม่ทัพปีศาจผู้นี้สร้างความสยองขวัญต่อศัตรูจนขวัญหนีกระเจิง
เมื่อสิ้นตะวันตกดินบัดนีู้เาจิ้นหยีถูกย้อมไปด้วยเื ซากศพมากมายถูกนำมากองรวมกันและจุดไฟเผาส่วนทหารที่เสียชีวิตถูกนำกลับเมืองหลวงเพื่อทำพิธีศพอย่างสมเกียรติ
"ท่านแม่ทัพตอนนี้พวกเรานำกำลังไปค้นหาสมบัติที่พวกโจรปล้นมาพบแล้ว" รองแม่ทัพฉินหลงกล่าวจบ
เฟิงฉินผู้เป็แม่ทัพพยักหน้ารับรู้ เขาจ้องมองไปยังศพที่ถูกเผาด้วยสายตาเ็าแต่ต่างกับฉินหลงผู้เป็รองแม่ทัพ ตัวฉินหลงเองยังรู้สึกสงสารอยู่บ้างแต่ต่างจากบุรุษผู้เหี้ยมโหดข้างๆไม่มีความเห็นใจผู้ใดอาจขวางทางต้องพบกับจุดจบ
จนกลางดึกหล่าทหารที่เหนื่อยล้าจากการศึกต่างหลับใหล มีเพียงทหารยามและเสียงลมพัดผ่านอากาศหนาวเย็นด้านนอกกระโจมในกลางดึก ร่างเฟิงฉินหลับใหลเข้าสู่ห่วงนิทรา
"ที่นี่มันที่ใดกัน" เขามองไปโดยรอบมีต้นไม้ปราศจากใบไม้เต็มไปหมดหมอกปกคลุมจนบดบังวิสัยทัศน์ ร่างหนาก้าวตรงอย่างมิกลัวสิ่งใดจนมาหยุดอยู่ที่แม่น้ำใสแสงจันทร์สาดส่องสะท้อนเป็กระจกเงา
แม่ทัพปีศาจยืนมองภาพสะท้อนในน้ำกลับพบใบหน้าที่โชกไปด้วยเื เสียงหวีดร้องจากิญญานับร้อยที่ถูกเขาสังหารดังก้องจากฝันร้าย
เฟิงฉินที่อยู่ในกระโจมสะดุ้งขึ้นมือกุมศีรษะอาการปวดหัวของเขาเริ่มทวีความรุนแรงมาก จนมิอาจรักษาได้มันเป็แบบนี้มานานนับสิบปี
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากที่นอนเขาเดินออกไปนอกกระโจมทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจมต่างมิได้ใมากนัก การที่ท่านแม่ทัพลุกออกมากลางดึกและอยู่จนถึงเช้าเป็เื่ปกติสำหรับทหารยามหน้ากระโจมของท่านแม่ทัพ
"ไปเอาเหล้ามาให้ข้า" ทหารยามที่รู้งานอยู่แล้วนำเหล้าที่ต้องพกเสมอสำหรับกลางดึกของท่านแม่ทัพ ร่างสูงนั่งยกจอกสุราจอกแล้วจอกเล่าจนถึงรุ่งเช้าด้วยสาเหตุอาการนอนไม่หลับมาหลายสิบปี ด้วยเหตุนี้หากลุกขึ้นมาแล้วก็มิอาจข่มตาหลับลงได้..
.
.
.
"กริ่ง..กริ่ง.." เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นมือบางยื่นขึ้นไปปิดนาฬิกาเ้าปัญหาที่คอยปลุกเธอทุกเช้า ขาอีกข้างพยายามลากร่างลงจากเตียง
"ฝันแบบนี้อีกแล้ว" เค่อฉิงพึมพำขณะลุกออกจากเตียงด้วยความอ่อนเพลียใบหน้างามปราศจากเครื่องสำอางจ้องมองกระจกตรงหน้า
เค่อฉิงเธอฝันแบบนี้มาสามเดือนแล้ว ในความฝันของเธอเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งสวมชุดเกราะสีดำโบราณแต่มันกลับอาบไปด้วยเืที่แดงซานบุรุษผู้นั้นยืนหันหลังให้ในมือถือดาบที่เต็มไปด้วยคราบเืจนน่าสยดสยอง
เค่อฉิงเธอไม่คิดอะไรมากหลังจากเลิกสนใจเื่ความฝัน ก็ลากร่างของตัวเองไปอาบน้ำล้างหน้าเพื่อเตรียมไปทำงาน ปัจจุบันเธอทำงานเป็เชฟทำอาหารให้บริษัทซีซวน การงานค่อนข้างเป็ไปได้ด้วยดี รวมทั้งร่างกายหน้าตารวมถึงหน้าอกก็ไม่ก็แพ้ใครเหมือนกัน
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเค่อฉิงเธอก็ออกไปทำงานตามปกติ เสียงรถและผู้คนเป็สิ่งที่เจอประจำในตัวเมืองใหญ่
เค่อฉิงยืนมองนาฬิกาข้อมือด้วยความรีบจึงมองซ้ายมองขวาก่อนที่จะข้ามถนนไป เธอเดินไปสักพักเห็นหญิงชราคนหนึ่งกำลังนั่งขอทานอยู่ริมถนน เค่อฉิงจึงหยิบเงินในกระเป๋าเพื่อใส่ให้หญิงชราคนนั้น
"ขอบคุณนะมากแม่หนูก่อนที่จะไปยายจะบอกอไรสักหน่อยก้มมาใกล้ๆยายหน่อย" ปกติเค่อฉิงเป็คนที่นอบน้อมต่อผู้ที่มีอายุมากกว่าเธออยู่แล้ว เป็ปกติที่จะทำตามหญิงชราที่ขอทานตรงหน้า ใบหน้าหญิงชรายิ้มออกมา
"ชะตาเ้ามิอาจเลี่ยง" เพียงคำกล่าวสั้นๆของหญิงชรา
เค่อฉิงที่เคยได้ยินหมอดูทักมาบ้างแต่เธอไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินอีก แต่เพียงยิ้มรับหญิงชราตรงหน้าและเดินจากไปหญิงชรามองเค่อฉิงด้วยความเอ็นดู
เค่อฉิงคอยดูเวลาตลอด เธอจะสายไม่ได้ เธอเดินผ่านผู้คนมากมายเพื่อไปยังสะพานข้ามไปบริษัท เสียงพูดคุยและมลพิษจากยานพาหนะโดยรอบสร้างความรำคาญให้อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะต้องทาครีมกันแดดและยังต้องรักษาผิวอยู่เสมอ ทำให้เธอไม่ชอบที่นี่เลยสักนิด
เค่อฉิงเดินมาจนถึงสะพานข้างหน้าเธอคือบริษัท แต่ด้วยความรีบร้อนจึงไม่ได้มองข้างหน้าอยู่ๆก็มีรถมาด้านหน้าเธอเสียงบีบแตรด้วยความใของคนขับ
จึงทำให้เค่อฉิงหลบรถแทบไม่ทันจึงตัดสินใจะโลงทะพานที่มีน้ำอยู่ แต่ทว่าร่างกายของเธอเริ่มจมลงเรื่อยๆไม่ว่าจะพยายามขึ้นจากน้ำมากเท่าไหร่มันก็ไม่เป็ผล จนสิ้นสติของเธอค่อยๆดับวูบไป..
จบตอน..