" โอกาสสุดท้าย! พวกเเกมาบนโลกนี้ทำไมเเล้วมีแผนการอะไรกันเเน่? "
" กรอด... ฝันไปเถอะ! "
เเววตาคมกริบของดาบหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตากลมโตสีนิลที่กำลังหวั่นไหวสั่นระริก ทั้งสองเผ่าพันธุ์ยืนทัดทานประจันหน้า ด้านหนึ่งเ้าปีศาจ ' ผู้รุกราน ' ที่หัวใจบีดรัดกระตุกวูบ เมื่อถูกเติมคลื่นความร้อนส่งผ่านสู่เเขนทั้งสองข้างจนผิวกายภายนอกดำเกรียมส่งกลิ่นเหม็นไหม้โชยคลุ้ง อีกด้านมนุษย์ร่างเล็กใจเเกร่ง ' เ้าที่ ' ผู้หนึ่งในคุณสมบัติเก่าเเก่ของ ' ธาตุไฟ ' ที่เป็สิ่งสะกดข่มตรงข้ามิญญาภูตผีปีศาจร้ายทั้งหมดทั้งมวล
" หึหึหึ เป็เเค่ปีศาจปาหี่เเต่ทำตัวสูงส่งเเถมยังปากเเข็งดีเเท้ เเบบนี้พี่... ชอบมาก♡♡♡ "
เมื่อถูกย้อนเกล็ดด้วยวลีเด็ดที่ก่อนหน้าตัวมันเองเคยสำทับล้อเลียนทับถมเขายามที่สิ้นฤทธิ์ใกล้ตาย ความอัปยศได้ก่อเกิดขึ้นภายในใจเ้าปีศาจ จนออกอาการหัวร้อนแทบจะมีควันขาวพวยพุ่งขึ้นมา
เมื่อเริ่มเรียนรู้ถึงขอบเขตพลังจนควบคุมเปลวเพลิงได้ดังใจ เทียบพลันบังคับคลื่นความร้อนโดยเเบ่งเป็เส้นสายละเอียดเล็กหลายร้อยเส้น สั่งการให้พวกมันฝักลึกลงไปใต้ิัสีเทาคล้ำ เข้าชอนไชเผาไหมเส้นโลหิต เริ่มจากข้อมือไปต้นเเขน ลุกลามขึ้นไปยังไหล่จนเห็นเส้นเพลิงเรืองรองถูกเขาผลักดันให้วิ่งไหลตามกัดกร่อนกระเเสเส้นเืสีเงินศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจ เกิดควันเผาไหม้โชยขึ้น ทั่วทั้งร่างเ้าปีศาจปรากฏลวดลายเส้นเพลิงกลืนกินราวกับโดนรากไม้เพลิงร้อนเเรงชอนไชทวนกระเเสคืบคลานเข้าใกล้ศีรษะของเ้าปีศาจไปทุกที
ชี่ ชี่ ชี่
" อ๊ากกกกก! อ๊ากกกกก! "
บรรยากาศหนักหน่วงยังต้องเเข็งค้างหยุดนิ่งเพราะเสียงเเหบแห้งราวกับโลหะเสียดสีร้องโหยหวนด้วยความเ็ปทรมานเเสนสาหัสยิ่งกว่าตกอยู่ในกองเพลิงขุมนรกหลอมร่าง
" ยะ... อย่าเรียกว่าทัพหน้าเลย ตัวข้า ' เเกรนดิวัล ' เป็เเค่ทหารชั้นเลวปฏิบัติหน้าที่อยู่เเนวหน้าเท่านั้น เเค่เพียงตัวข้า... นี่ยังไม่เรียกว่าจุดเริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ จงจำไว้... ถึงเเม้ตอนนี้ายังไม่เริ่มต้น เเต่พวกเราล้วนเเทรกซึมอยู่ในทุกองค์กรของพวกเเกหมดเเล้ว ฮี่ฮี่ฮี่ น่าหัวร่อที่จนป่านนี้เเล้วพวกมนุษย์ทั้งหลายยังคิดว่าโลกใบนี้มีรูปทรง ' กลมเกลี้ยง ' อยู่เลย "
" ไอ้ ' สมรภูมิ ' ที่ว่า... มันอยู่ตรงไหน ถ้าไม่ใช่พวกเราเเล้วพวกเเกกำลังสู้รบกับใครหรืออะไร? "
ยิ่งขบคิดยิ่งสงสัยภายในมีคำถามไร้คำตอบอยู่เต็มไปหมด ่หัวค่ำก่อนหน้านี้เขายังตามจับมือปืนเฒ่าที่ลอบยิงนักการเมืองใหญ่อย่างอุกอาจต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อย จนกระทั่งล่วงเลยถึงตอนนี้ทุกเื่ที่ได้ยินกลับทำให้ห้วงความคิดเขาหนักอึ้ง สับสน ดั่งทุกคำพูดของมันมีม่านหมอกขาวลึกลับวางอำพรางอยู่
" ฮี่ฮี่ฮี่ คราใดที่ ' คราฆาต ' ตะวันดับได้มาถึง กลางวันไร้ซึ่งเเสงสว่างสาดส่อง ห้วงเวลาขับเคลื่อนผันผ่านมีเพียงยามค่ำคืนมืดมิดเหน็บหนาวด้วยความหวาดกลัว ยามนั้นพวกแกจงเลือกข้างฝักฝ่ายให้ถูกต้องเถอะ... เพราะอีกด้านที่ซุ่มซ่อนซ้อนทับอยู่ต่างคิดว่า ' พวกมัน ' ล้วนมีความถูกต้องเที่ยงธรรมในการเข้ารุกรานเเละเพื่อผลประโยชน์หนึ่งเดียวคือความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ด้วยเเล้วละก็... ต่างลงมืออย่างเลวชาติ ชั่วช้า ได้ทุกอย่างเฉกเช่นเดียวกัน ถึงเเม้ในยามนี้จะยังไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำเเต่สุดท้ายฝ่ายหนึ่งที่พ่ายเเพ้เเละต้องสิ้นสุดเผ่าพันธุ์คือพวกเเกต่างหากที่ดำรงอยู่กึ่งกลางระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ อีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า... าศักดิ์สิทธิ์ที่ยาวนานนับพันปีจะเริ่มตันขึ้นอีกครั้งเเละครั้งนี้ เมื่อบรร... "
" อะไร? เ้าเเกรนเด้!!! เมื่ออะไร!!! "
เมื่อบทสนทนาพัฒนาไปอีกระดับราวกับเกิดระลอกคลื่นในความคิด เเต่เ้าเเกรนเด้กลับอ้ำอึ้งปิดปากปิดบังดั่งหน้าที่สุดท้ายของมันคือการปลูกฝัง ' เมล็ดพันธุ์มืด ' แห่งความหวาดกลัวสงสัยไร้สิ้นสุดได้สำเร็จลุล่วง ถึงเเม้เขาจะเร่งเร้าส่งพลังให้กัดกร่อนเผาผลาญจนเ้าปีศาจร่างั์ต้องคุกเข่ายอมศิโรราบด้วยความขมขื่นจนกระอักเืเเทบสิ้นสติ เเต่อย่างไรก็ตามชนชาตินักรบชนชั้นเเนวหน้ากล้าตายที่สืบอยู่ในสายโลหิตสีเงินศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์าที่สูงส่ง ยังคงพลักดันให้มันเชิดคางวางหน้าสูง เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี จนส่วนลึกในใจเขายังต้องพยักหน้าชื่นชมยอมรับ
" ไอ้ล่อนจ้อน เจอกันในนรก... "
เทียบมองวาระใกล้สุดท้ายท้ายสุดของ ' เเกรนดิวัล ' อย่างเข้าใจเเต่ไร้ความรู้สึกเห็นใจ น่าประหลาดในยามใกล้ตายเ้าปีศาจกลับมีสีหน้าสงบนิ่งปราศจากความกังวลหวาดกลัว ดวงตาสีดำมืดทอดมองไกลข้ามผ่านหัวไหล่ของเขา เหมือนเเววตานั้นสามารถมองทะลุหลังคา ข้ามขอบฟ้าหรือผ่าห้วงจักรวาลที่กว้างใหญ่ คล้ายดั่งในวาระสุดท้ายของเ้าปีศาจตนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถปิดกั้นทิศทางที่มันอยากมองไปในสถานที่ที่มันเฝ้าฝัน้าเห็นได้
ฟู่!!!!!
เมื่อได้จังหวะเหมาะสมจิตสังหารระอุเข้มข้น เขาเอนหลังอ้าปากสูดเอาลมจากภายนอกเก็บเข้าเต็มปอดจนตัวโป่ง สองมือดั่งคีมเหล็กล็อคจับข้อมือจอมปีศาจเเน่น พลางควบคุมเปลวเพลิงที่สะสมกักเก็บไว้ในร่าง ก่อนจะอ้าปากพ่น ' ไฟ ' ร้อนเเรงออกมาจนเเก้มป่อง เปลวเพลิงความร้อนสูงพวยพุ่งถาโถมราวกับคลื่นั์ซัดฝั่งจู่โจมระยะเผาขนเข้าคลอกศีรษะเ้าเเกรนเด้จอมปีศาจชาติสอง เผาผลาญร่างกายสีมะเมื่อมเเข็งเเกร่งของมันเหลือเพียงอณูเถ้าถ่านลอยหายในอากาศ เเม้ดวงิญญายังไม่มีเหลือสลายหายไป
ตุบ!
เมื่อทุกอย่างกระจ่างสิ้นสูญบนร่องรอยร่างั์ที่สลายไป ปรากฏป้ายเหล็กดำประกายทองตั้งวางอยู่ ป้ายเหล็กรูปทรงห้าเหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ พอดีถ้าถือกำในฝ่ามือ มันมีน้ำหนักเทียบเท่ากับ .30 ปืนคู่ใจของเขา
ด้านหน้าป้ายเหล็กสลักรูปหัวกระโหลกปีศาจเปล่งเเสงระเรื่อมืดมิดเลือนราง บนหน้าผากมีสองเขาเล็กยื่นงอก ดวงตาลึกโบ๋ทั้งสองถูกพันรอบด้วยโซ่หนาเเน่นไม่ยอมให้โผล่พ้นมองเห็น ปากอ้ากว้างเเลบลิ้นยาวจรดปลายคาง บนลิ้นปรากฏเเมงมุมสลักตัวหนึ่งเกาะอยู่น่าขนลุกยิ่งนัก รอบหัวกระโหลกรายล้อมด้วยอักขระโบราณที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน เเต่ถ้า ' เล็กน้ำ ' ได้มาเห็นเข้าละก็... อักขระเก่าเเก่เหล่านี้เหมือนกับอักษรยึกยือที่เ้าตัวพยายามอ่านถอดใจความใต้รูปถ่ายใบเก่าที่พบเจอในวันเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน
เทียบหยิบป้ายเหล็กเย็นกระชับขึ้นในมือ ป้ายเหล็กเเผ่กลิ่นอายเก่าแก่เย็นเยียบราวกับมันข้ามผ่านกาลเวลายาวนาน เขาพินิจมองลวดลายสลักด้านหน้ารูปหัวกระโหลกปิดตาราวกับถูกมนต์สะกดในฝีมือเชิงช่างยิ่งใหญ่ที่บรรจงประดิษฐ์ออกแบบมาได้ละเอียดลึกลับสวยงาม ก่อนที่จะนำมาเหน็บเเนบพุง
" .......... "
ผลึกทับทิมโลหิตขับประกายระยิบระยับโลดเเล่นสะท้อนเเสงวูบไหวบนเเก้วตาสีสนิมดังมีเปลวเพลิงลุกโชนเเดงฉานสถิตอยู่ ท่วงท่าผิดแปลกที่เเสดงออกราวกับพยายามจะนำผลึกเ้าปัญหาไปเเนบชิดติดไว้กลางหน้าผากคล้ายดั่งเ้าปีศาจยามเเรกพบ ยิ่งนำมันเข้าใกล้ดั่งมีบางสิ่งเพิ่มเติมสอดคล้องงอกเงยสองข้างซ้ายขวา จนความเ็ปทิ่มทะลุปลุกเขาให้รู้สึกตัว ในจิตใจถูกเเทนที่ด้วยความตื่นตะลึงสับสน ในดวงิญญาราวกับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของคำสาปแช่งสบถด่าอาฆาตเเค้นจากภูตผีปีศาจมรณะในยมโลกนับพันหมื่นดังกึกก้องจนประสาทสั่น ร่างเอนไหวโงนเงนไร้เรี่ยวเเรง เืเเดงข้นไหลทะลักลงมาเป็สายจากทวารบาลทั้งห้าโดยที่เขาเเทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
' เ้าโง่! รีบใช้เปลวไฟห่อหุ้มมันเร็วเข้า '
ถ้อยคำของเ้าเมล่าต้วน้อยดังขึ้นในดวงิญญา สุ้มเสียงเย่อหยิ่งสูงศักดิ์ช่วยเหนี่ยวรั้งตั้งสติเเละมีอำนาจวิเศษปัดเป่าชำระล้างภัยมืดของเหล่าิญญาร้ายที่เข้ากัดกร่อนก่อนที่จิตใจเขาจะดำดิ่งไปกับความเ็ปที่เเทรกซึมเข้ากลืนกิน
พรึ่บ
เทียบผนึกมันไว้อย่างเเน่นหนาหลายชั้น ก่อนจะส่งต่อมันให้กับเมล่าที่ไม่รู้มายืนกอดอกเเอ่นตัวอยู่บนไหล่ตั่งเเต่เมื่อไหร่
' ผลึกเืนี่... เหมือนกับมันพยายามส่งเสียงร้องเรียก '
' ชิชะ เ้าสิ่งอัปมงคลนี้คือทุกอย่างตั้งเเต่เกิดจนตายของเ้าปีศาจนั่น ส่วนที่มันพยายามเชื่อมโยงเข้ากับเเกเพราะว่าอยากยึดร่างใหม่ หยิบยืมอาศัยพลังเเห่งชีวิตเพื่ออดทนอยู่รอดต่อไป '
' หืม... ความทรงจำงั้นเรอะ '
' ก็ไม่เชิง เเต่มันยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพียงเเต่ในตอนนี้ขอบเขตพลังเล็กจ้อยของเเกยังไม่มีคุณสมบัติให้รับรู้ '
บรรพบุรุษน้อยที่เเสนเอาเเต่ใจกลับมีท่าทีเคร่งขรึมเข้มงวดเมื่อกล่าวถึงผลึกโลหิตชิ้นเท่าหัวเเม่โป้งอันนี้เเบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน หล่อนหรี่ตามองผลึกเืใสเเวววาวอยู่หลายอึดใจ พลางจับมันยัดเข้าปากจนเขาได้เเต่มองตาค้าง
" ทะ... เทียบ!!! "
สุ้มเสียงลนลานของรองเลิศร้องเรียกขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เทียบต้องหันกลับมองมา พร้อมกับมีบางสิ่งสะกิดใจให้เขาย้ายสายตาคมกริบไปจับจ้อง ' ไอ้หนู ' เ้าหน้าที่มือใหม่หัดจับที่ยืนอยู่ด้านข้าง ' ท่านรอง ' ตั้งเเต่หัวจรดเท้าราวกับมันเป็ศัตรูคู่อาฆาต