เสียงผู้คนเจรจาซื้อขายดังระงม แต่ในความวุ่นวายนั้น ข้ากลับได้ยินเสียงหนึ่งที่แทรกผ่านเข้ามา เสียงร้องไห้ของเด็กน้อย
"เ้าขโมยของใช่หรือไม่!?"
เสียงตวาดดังลั่นของชายผู้หนึ่งดึงดูดสายตาของผู้คนในตลาดหลานโจว ข้าชะงักเท้ากลางทาง สายตาอดไม่ได้ที่จะมองตามเสียงนั้นไป เห็นวงล้อมของผู้คนที่เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เสียงซุบซิบดังแว่วมาเป็ระลอก
"คาราวานเร่พวกนี้เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าเองไม่ใช่หรือ?"
"ใช่ ข้าก็เห็นพวกเขาตั้งร้านขายของแปลก ๆ อยู่ตรงนั้น"
"แต่เด็กคนนี้...นางดูน่าสงสาร แต่ใครจะรู้ บางทีนางอาจจะขโมยของจริง ๆ ก็ได้"
ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อย ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งขึ้นมาทันที ข้าหันไปมองเสี่ยวหวาที่เดินอยู่ข้าง ๆ
"ไปดูกันเถอะ" ข้ากล่าวเบา ๆ ก่อนจะรีบก้าวเท้าไปยังกลุ่มคนที่ยืนล้อมอยู่โดยไม่รอคำตอบจากเขา
"เหมย! อย่าเข้าไปยุ่งเลย!"
เสี่ยวหวาเรียกข้าจากด้านหลัง แต่ข้าไม่สนใจ เสียงซุบซิบและเสียงตวาดยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งทำให้ข้าอยากรู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่
ข้าฝ่าวงล้อมของผู้คนเข้าไปทีละก้าว ร่างของข้าถูกเบียดเสียดจากผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่
บางคนหันมามองข้าด้วยสายตาแปลกใจ แต่ข้าก็ไม่สนใจ ข้าก้มตัวเล็กน้อยเพื่อแทรกผ่านช่องว่างระหว่างผู้คน จนในที่สุดก็สามารถแหวกวงล้อมเข้ามาได้
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ข้าชะงักไปชั่วขณะ เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่งยืนตัวสั่นอยู่กลางวงล้อม ใบหน้าของนางมอมแมมจนแทบมองไม่เห็นสีผิวที่แท้จริง ดวงตากลมโตของนางเต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
มือเล็ก ๆ ของนางกำขนมชิ้นหนึ่งไว้แน่น ขนมนั้นดูเหมือนจะถูกกัดไปเพียงคำเดียว
"ข้าบอกให้เ้าสารภาพมา! เ้าแอบขโมยของจากคาราวานข้าใช่หรือไม่!?"
ชายผู้หนึ่งในชุดพ่อค้าต่างเมืองตวาดเสียงดัง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ มือข้างหนึ่งชี้ตรงไปที่เด็กหญิงราวกับจะตอกย้ำความผิดของนาง
เด็กหญิงสะดุ้งเฮือก น้ำตาไหลพราก นางพยายามกล่าวอันใดบางอย่าง แต่เสียงของนางกลับแ่เบาเกินกว่าจะได้ยิน
ข้าหันมองไปรอบ ๆ เห็นผู้คนที่ยืนล้อมอยู่ต่างมองเด็กหญิงด้วยสายตาสงสาร แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้นมาอีก
"คาราวานนี้เพิ่งมาตั้งร้านขายของแปลก ๆ จากต่างเมืองเมื่อเช้าเอง"
"ใช่ ข้าก็เห็นพวกเขาขายผลไม้และขนมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"
"แต่เด็กคนนี้...นางอาจจะขโมยของจริง ๆ ก็ได้ ใครจะรู้?"
ข้ากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มก่อตัวขึ้น
「เด็กคนนี้...นางจะขโมยของจริง ๆ หรือ? หรือว่านางแค่หิวจนทนไม่ไหว?」
ข้าก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่ทันคิด แต่กลับถูกมือของเสี่ยวหวาคว้าไว้
"อย่าเข้าไปยุ่งเลยเหมย มันไม่ใช่เื่ของเรา" น้ำเสียงของนางแ่เบา แต่แฝงไปด้วยความกังวล ข้าหันไปมองเสี่ยหวา เห็นแววตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกลัวสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากเรายื่นมือเข้าไปช่วย
「ไม่ใช่เื่ของเราอย่างนั้นหรือ?」
ข้าหันกลับไปมองเด็กหญิงที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่กลางวงล้อม ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่ในดวงตานั้นกลับมีแววแห่งความหวังเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจข้าสั่นไหว
「หากข้าปล่อยผ่านไป เด็กคนนี้จะเป็อย่างไร? แต่หากข้าเข้าไปช่วย...ข้าจะสร้างปัญหาให้ตัวเองหรือไม่?」
ข้าสูดลมหายใจลึก พยายามสงบจิตใจ แต่ความลังเลในใจกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ข้ารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น
「หรือว่า์้าให้ข้าต้องมาเห็นภาพนี้?」
เสียงตวาดของชายพ่อค้าดังขึ้นอีกครั้ง
"ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปง่าย ๆ แน่! เ้าต้องชดใช้ในสิ่งที่เ้าทำ!"
เด็กหญิงสะดุ้งอีกครั้ง ร่างเล็ก ๆ ของนางสั่นเทิ้มราวกับใบไม้ที่ถูกลมพัดแรง ข้ากำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มชัดเจนขึ้น
「ข้าจะปล่อยให้เกิดอันใดขึ้นกับเด็กผู้หญิงผู้นี้มิได้!」
ข้าสูดลมหายใจลึก พยายามสงบจิตใจ แต่ก่อนที่ข้าจะตัดสินใจทำสิ่งใด เด็กน้อยผู้นั้นกลับวิ่งพรวดออกมาจากวงล้อมของผู้คนมาทางข้า
"ช่วยข้าด้วย!"
นางร้องเสียงดัง และในชั่วพริบตา เขาก็วิ่งเข้ามากอดข้าแน่น
ข้าชะงักไปชั่วขณะ รู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านของร่างเล็ก ๆ ที่กอดข้าไว้แน่น
「ข้านึกถึงตัวเองในวัยเยาว์ ข้าเคยลำบากแบบนี้เช่นกัน」
ข้าก้มลงมองเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นมองข้าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวัง
"ปล่อยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้!" ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาหาข้า ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ
ข้าสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา "เด็กคนนี้ไม่ได้ขโมยของ เขาแค่หิวเท่านั้น หากท่าน้าค่าของ ข้าจะจ่ายให้เอง"
ชายคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงมองข้าด้วยสายตาไม่พอใจ
"เ้าคิดว่าเ้าจะช่วยทุกคนได้หรืออย่างไร?"
ข้าหยิบเงินได้จากการดูดวงที่เหลือจากซื้อของแบ่งครึ่งหนึ่งแล้วยื่นส่งให้ชายผู้นั้น
ชายคนนั้นมองข้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจแรง ๆ แล้วเดินจากไป ผู้คนรอบข้างเริ่มสลายตัวไปทีละคน ทิ้งไว้เพียงข้า เสี่ยวหวา และเด็กน้อยในอ้อมแขนของข้า
"เ้าช่างดื้อดึงจริง ๆ" เสี่ยวหวากล่าวขึ้นเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับมีแววของความโล่งใจ
ข้าคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลูบศีรษะของเด็กน้อยเบา ๆ "เ้าชื่ออันใด?" ข้าถามเขา
"ข้าชื่อเสี่ยวหลง..." เด็กน้อยตอบเสียงสั่น
"เ้า...เ้าชื่ออันใด?" ข้าถามเด็กหญิงตัวเล็กที่ยังคงยืนตัวสั่น น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง นางเงยหน้าขึ้นมองข้าด้วยดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะตอบเสียงแ่เบา
"ข้าชื่อ...เสี่ยวหลง..." เสียงของนางสั่นเครือจนแทบจับความไม่ได้
"เสี่ยวหลง เ้าหิวมากใช่หรือไม่?"
ข้าถามอีกครั้ง นางพยักหน้าทั้งน้ำตา ร่างเล็ก ๆ ของนางยังคงสั่นเทิ้ม ข้าก้มลงมองขนมและผลไม้ที่ข้าถืออยู่ในมือ
มันเป็ของที่ข้าตั้งใจซื้อมาเพื่อไหว้บรรพบุรุษในวันพรุ่งนี้ แต่ในตอนนี้ ข้ารู้สึกว่ามันมีค่ามากกว่าการวางไว้บนโต๊ะบูชา
"เอานี่ไปเถอะ"
ข้ากล่าวพลางยื่นขนมและผลไม้ให้นาง เด็กหญิงมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ก่อนจะยื่นมือเล็ก ๆ มารับไปอย่างลังเล
"เหมย เ้าแน่ใจหรือ?" เสี่ยวหวาที่เฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล "แล้วเ้าจะเอาอันใดไปไหว้บรรพบุรุษ?"
ข้าหันไปมองเขา ยิ้มบาง ๆ
"ข้ายังเหลือเงินอยู่ เดี๋ยวข้าจะเดินย้อนกลับไปซื้อใหม่ก็ได้" ข้าตอบเบา ๆ แต่หนักแน่น
เสี่ยวหวาถอนหายใจเบา ๆ แต่ไม่ได้กล่าวอันใดอีก ข้าหันกลับไปมองเด็กหญิงที่ยืนกอดขนมและผลไม้ไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะหายไป
นางเงยหน้าขึ้นมองข้าอีกครั้ง น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม แต่ในดวงตานั้นกลับมีแววแห่งความขอบคุณที่ทำให้หัวใจข้าสั่นไหว
"ไปเถอะ เสี่ยวหลง รีบกลับบ้านเสีย"
ข้ากล่าวพลางลูบศีรษะของนางเบา ๆ เด็กหญิงพยักหน้า ก่อนจะหันหลังวิ่งไปพร้อมข้าวของที่ข้าให้ นางวิ่งหายลับไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว ราวกับลมหนาวที่พัดผ่าน
ข้ายืนมองตามหลังนางไปจนลับสายตา เสียงของตลาดที่วุ่นวายเริ่มจางหายไปในสายลมหนาว ข้ารู้สึกถึงความอบอุ่นเล็ก ๆ ที่แผ่ซ่านอยู่ในใจ
「บางที...การช่วยเหลือใครสักคน อาจทำให้บรรพบุรุษข้าให้ยิ้มภูมิใจในตัวข้าบ้าง」
เสี่ยวหวายืนอยู่ข้าง ๆ ข้า เขามองข้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกล่าวขึ้นเบา ๆ "เ้าช่างดื้อดึงจริง ๆ เหมย"