จูหยวนจางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดูออกว่าหม่าฮองเฮากำลังช่วยพูดขอความเมตตาให้จ้าวสิง วันนี้จ้าวสิงไม่เคยได้ติดต่อกับฮองเฮาเลย แล้วเขาได้รับความไว้วางใจจากฮองเฮาได้อย่างไร?
จูหยวนจางและหม่าฮองเฮาเป็สามีภรรยากันมาั้แ่เยาว์วัย ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน จูหยวนจางจึงมีความเคารพและรักใคร่ในตัวหม่าฮองเฮาเป็อย่างยิ่ง
"ตกลง ข้าสัญญาตามที่เ้าขอ" จูหยวนจางพยักหน้าตอบตกลง
อย่างไรก็ตาม เขาอยากจะเห็นนักว่าจ้าวสิงไปทำเื่อะไรไว้อีก ถึงทำให้จื่อถงคิดว่าเขาจะต้องโกรธจัดอย่างแน่นอน
หม่าฮองเฮานำทางจูหยวนจางเดินมาหยุดอยู่ที่หน้า ร้านค้าแห่งหนึ่ง ร้านนี้มีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่ถึงสี่คูหาติดกัน ้าเขียนตัวอักษรตัวใหญ่สามคำว่า ‘ต้ารุ่นฟา’
ตอนที่จ้าวสิงตั้งชื่อ เขาคิดว่าชื่อนี้ไม่เลว ทั้งรุ่งเรืองและมั่งคั่ง จึงนำมาใช้โดยตรง
หม่าฮองเฮา จูหยวนจาง และหลิวป๋อเวิน ทั้งสามคนเดินเข้าไปข้างใน เมื่อเห็นภาพความคึกคักภายในร้าน ใบหน้าของจูหยวนจางก็ปรากฏความประหลาดใจอยู่หลายส่วน
มีปึกกระดาษกองโตวางอยู่ตรงประตูทางเข้า และมีเสี่ยวเอ้อะโเรียกแขกอยู่ข้าง ๆ "กระดาษ สมุด ลดราคาครั้งใหญ่! วันนี้ซื้อสองแถมหนึ่งขอรับ!"
หลิวป๋อเวินรีบก้าวเข้าไปดู พบว่ากระดาษนี้มีสองชนิด ชนิดหนึ่งเป็สีเหลืองอ่อน อีกชนิดหนึ่งเป็สีขาวบริสุทธิ์
"เล่มหนึ่งมีกระดาษสามสิบสองแผ่น ซื้อไปให้ลูกหลานเขียนการบ้าน เล่มละเพียงห้าสิบเหวินขอรับ ซื้อสองเล่มแถมหนึ่งเล่ม สีเหลืองถนอมสายตา สีขาวสะอาดตา เลือกได้ตามใจชอบเลยขอรับ"
เสี่ยวเอ้อคนนั้นเห็นว่ามีคนมา จึงรีบเข้าไปแนะนำ หากสมุดเหล่านี้ยังขายไม่ออก เงินรางวัลของเดือนนี้คงต้องมลายหายไปแน่
"ห้าสิบเหวิน?" หลิวป๋อเวินถือสมุดที่ปกสวยงามและหนาอยู่ในมือด้วยความตกตะลึง
กระดาษเซวียนจื่อที่ดีที่สุดในเมืองอิ้งเทียน แค่แผ่นเดียวก็ราคาถึงหนึ่งร้อยเหวินแล้ว แม้สมุดเล่มนี้จะเล็กกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อคำนวณดูแล้ว ตกเล่มละเพียงสามสิบสามเหวินเท่านั้น อีกทั้งคุณภาพกระดาษดูแล้วไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
ในโลกนี้ มีกระดาษราคาถูกเช่นนี้จริง ๆ หรือ?
เสี่ยวเอ้อคนนั้นคิดว่าหลิวป๋อเวินเห็นว่าราคานี้แพงเกินไป เขาจึงชะโงกหน้ามองรอบ ๆ จากนั้นจึงยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของหลิวป๋อเวินว่า "เอาอย่างนี้ ข้าลดให้ท่านสักสองส่วน ท่านจ่ายเพียงแปดส่วนก็เอาไปได้เลยขอรับ"
หลิวป๋อเวินยิ่งตกตะลึง "หา?"
ราคานี้ยังมีช่องว่างให้ต่อรองได้อีกหรือ?
เสี่ยวเอ้อคิดว่าเขายังเห็นว่าแพงอยู่ จึงกัดฟันพูดว่า "ต่ำสุดข้าลดให้เหลือหกส่วน และจะแถมสมุดเล่มเล็กให้ท่านอีกเล่มขอรับ"
หลิวป๋อเวินคำนวณในใจและได้ราคาในทันที จึงพยักหน้าซ้ำ ๆ
สามสิบเหวิน ซื้อสองแถมหนึ่ง แถมสมุดเล่มเล็กขนาดเท่าฝ่ามืออีกเล่ม มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ซื้อ?
เพียงชั่วพริบตา จูหยวนจางก็เห็นหลิวป๋อเวินกอดสมุดกองโตไว้ในอ้อมแขน ราวกับเก็บสมบัติล้ำค่าได้
หม่าฮองเฮาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงกล่าวว่า "เดินเข้าไปข้างในอีกหน่อยเถิด ลองดูรอบ ๆ "
ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ในห้องน้ำ ธัญพืช ผักผลไม้ หรือขนมที่เด็ก ๆ ชอบกิน มีครบถ้วนทุกอย่าง
จูหยวนจางมองดูแล้ว ในใจก็รู้สึกยินดียิ่ง ร้านค้าที่มีสินค้าครบครันและราคาไม่สูงเช่นนี้ สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ราษฎรได้อย่างมากจริง ๆ
แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับแข็งค้างทันทีเมื่อเดินเข้าสู่บริเวณห้องครัว
ชามหลิวหลีเหล่านี้ถูกวางเรียงรายอยู่บนชั้นวางสินค้า มีหลากหลายรูปแบบ ดูประณีตงดงามเป็พิเศษ และของที่เขาเคยภูมิใจว่าได้ของดีมา แท้จริงแล้วคือแบบที่เรียบง่าย ธรรมดา และราคาถูกที่สุดในร้าน
้าของสินค้าแบบนี้ยังมีตัวอักษรตัวใหญ่เขียนไว้ว่า ‘ระบายสินค้ารุ่นเก่า หกใบหนึ่งตำลึงเงิน ซื้อหนึ่งโหลแถมหนึ่งโหล’
สายตาของจูหยวนจางเริ่มเคร่งขรึม หน้าอกกระเพื่อมเล็กน้อยด้วยความโกรธ "ดี ดี ดี เ้าเด็กคนนี้ กล้าหลอกลวงข้าเช่นนี้! ข้าจะต้องลงโทษเขาในข้อหาหลอกลวงเบื้องสูงให้ได้!"
หม่าฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ พลางมองจูหยวนจาง "ข้อหานี้ ท่านลงโทษเขาไม่ได้หรอกเ้าค่ะ ท่านอย่าลืมว่าตอนนี้ฐานะของท่านเป็เพียงพ่อค้าผู้มั่งคั่งเท่านั้น"
"จ้าวสิงเพียงแต่กำลังเจรจาการค้ากับท่านเ้าค่ะ" ขณะที่พูด หม่าฮองเฮาก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
แม้จูหยวนจางจะเข้าใจเหตุผลนี้ดี แต่ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้ว ก็ได้แต่กัดฟันยอมขาดทุนครั้งนี้ไป
"ในเมื่ออยากได้ของเหล่านี้ไปขาย เราซื้อจากที่นี่โดยตรงเลยไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ" หม่าฮองเฮากล่าวกับจูหยวนจาง
"นั่นเป็ความคิดที่ดี!"
แม้จะรู้สึกเสียดายเงินหนึ่งหมื่นตำลึงที่ตกไปอยู่ในมือของจ้าวสิง แต่ที่นี่ เงินสิบตำลึงสามารถซื้อได้ถึงหนึ่งร้อยสิบสองใบ
จูหยวนจางโบกมือสั่งให้เก็บของเหล่านี้ทั้งหมด "เสี่ยวเอ้อ คิดเงิน"
"เชิญท่านไปที่โต๊ะชำระเงินขอรับ" เสี่ยวเอ้อพูดพลางชี้ทาง
คนทั้งกลุ่มรีบถือถ้วยหลิวหลีจำนวนมากเดินไปที่นั่น
"สวัสดีเ้าค่ะ ถ้วยหลิวหลีเหล่านี้เป็สินค้าเวยอ้ายปี ต้องมีบัตรสมาชิกจึงจะสามารถซื้อได้เ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินคำนี้ ใบหน้าของจูหยวนจางก็ปรากฏความสงสัย "เวยอ้ายปี?"
"ใช่เ้าค่ะ" พนักงานเก็บเงินพยักหน้าตอบ
"เวยอ้ายปีนี้หมายความว่าอย่างไร?" หลิวป๋อเวินเห็นดังนั้นจึงรีบถามแทน ยามอยู่นอกวัง จะมีเหตุผลใดให้ฝ่าาต้องเป็ผู้เอ่ยปากถามเอง?
"หมายถึงบุคคลที่สำคัญมาก และเป็ลูกค้าคนสำคัญของร้านเราเ้าค่ะ"
"แล้วจะกลายเป็เวยอ้ายปีได้อย่างไร?"
"เพียงมีทะเบียนบ้านท้องถิ่นของอำเภอเฟิ่งหยาง และฝากเงินไว้ที่ร้านเราสองตำลึงเงินก็พอแล้วเ้าค่ะ อีกทั้งสินค้าแบบนี้ จำกัดให้ใช้เฉพาะภายในอำเภอเฟิ่งหยางเท่านั้นนะเ้าคะ ไม่อนุญาตให้จำหน่ายต่อภายนอกเ้าค่ะ"
พนักงานเก็บเงินยิ้มเตือน
"และเงินสองตำลึงนี้สามารถนำมาใช้จ่ายได้ และยังได้รับส่วนลดพิเศษด้วยนะเ้าคะ"
"ไม่ทราบว่าพวกท่าน้าสมัครบัตรสมาชิกเวยอ้ายปีตอนนี้เลยหรือไม่เ้าคะ?"
เมื่อได้ยินว่าหากไม่มีทะเบียนบ้านท้องถิ่นของอำเภอเฟิ่งหยางก็ซื้อของสิ่งนี้ไม่ได้ จูหยวนจางก็กัดฟัน "จ้าวสิงผู้นี้ช่างคำนวณได้รอบคอบทุกจุด คนอื่นไม่มีทางเอาเปรียบเขาได้เลยจริง ๆ "
"ดูท่าแล้ว จะไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ เช่นนั้นก็คงต้องซื้อจากมือของเขาเท่านั้น" หม่าฮองเฮาส่ายหน้าด้วยความเสียดายเล็กน้อย
ทว่าหลิวป๋อเวินที่อยู่ข้าง ๆ กลับตาเป็ประกาย หากร้านค้าในเมืองอิ้งเทียนบริหารจัดการเช่นนี้ เกรงว่าการค้าจะรุ่งเรืองขึ้นอีกมาก ไม่รู้ว่าจะสามารถเลียนแบบนำไปใช้ได้หรือไม่...
จูหยวนจางจำต้องวางถ้วยหลิวหลีในมือลงด้วยความเสียดาย แต่สมุดของหลิวป๋อเวินนั้นสามารถซื้อได้อย่างอิสระ
สุดท้ายทั้งสามคนเดินเที่ยวรอบหนึ่ง แล้วจึงหิ้วของกระจุกกระจิกกองโตกลับไป
ในวันรุ่งขึ้น จูหยวนจางรับเงินจากหม่าฮองเฮา แล้วมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการอำเภอด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนัก
"เหล่าจู ท่านมาแล้วหรือ? รีบนั่ง รีบนั่ง!" ปากของจ้าวสิงะโทักทายอย่างคึกคัก แต่ตัวเขายังคงนอนนิ่งอยู่บนเก้าอี้โยกโดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
"เฮยจื่อ คุนจื่อ ยังไม่รีบออกมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอีก? อยากโดนหวดกันทุกคนหรืออย่างไร!” จ้าวสิงะโสั่ง
ร่างกำยำของเฮยจื่อพุ่งพรวดออกมาอย่างคล่องแคล่ว เขายิ้มด้วยใบหน้าที่ดูซื่อสัตย์ พร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างยกขึ้นเบา ๆ
เขาย้ายโต๊ะหินที่อยู่ข้าง ๆ เข้ามา โดยที่น้ำชาบนโต๊ะยังคงนิ่งสนิท ไม่หกเลอะเทอะแม้แต่นิดเดียว
"เชิญดื่มน้ำชาขอรับ" เฮยจื่อกล่าวกับพวกจูหยวนจางอย่างซื่อ ๆ
"เฮยจื่อ เ้าเลิกทำเื่ที่ใช้แรงเยอะแต่ได้ผลน้อยแบบนี้เสียทีได้หรือไม่?"