ภายหลังวิชาเรียนคาบสุดท้ายจบลง เหล่าบรรดานักศึกษาชายหญิงส่งเสียงเซ็งแซ่ห้องอาคารเรียนรวม ต่างก็กำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนทยอยเดินออกจากห้องไป
เด็กหนุ่มเรือนร่างบอบบางในชุดนักศึกษาชายที่แต่งกายถูกระเบียบเป๊ะๆ ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า นั่งหน้าหงิกหน้างอ
ใบหน้างามตอนนี้เดือดดาลขั้นสุด จมูกน้อยๆ ย่นยู่ยี่ ทั้งน่ารักและน่ามันเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก
เพื่อนนักกีฬาจอมกวนนั่งอยู่เคียงข้างดรีม พยายามชวนคุยหวังจะขอคืนดี ทว่ากลับได้เพียงอาการปั้นปึ่งเฉยชากลับไป
ดรีมเก็บไอแพดลงกระเป๋าสะพายของตน ลุกพรวดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วไม่หันกลับมามองไอ้เต้อีกเลย เพื่อนนักศึกษาสาวที่เดินด้วยกันมองอากัปกิริยาระหว่างดรีมกับเต้อย่างงุนงง
เธอแตะไหล่บางก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“ผัวเมียทะเลาะกันเหรอวะ?”
“เพื่อนไม่ใช่ผัว!” ดรีมกระชากเสียง
“จ้าๆ เพื่อนก็เพื่อน... แล้วคราวนี้งอนอะไรกับไอ้เต้อีกวะ เห็นมันตามง้อมึงั้แ่่บ่ายละ”
“ไอ้บ้านั่นกวนตีน จากนี้กูจะเลิกคบแม่งละประสาท!”
“ฉันก็เห็นพวกแกพ่อแง่แม่งอนแบบนี้ประจำ เดี๋ยววันสองวันก็คืนดีกอดคอกันเหมือนเดิม” เพื่อนสาวพูด เธอเห็นคู่นี้ง๊องแง๊งกันไม่นานสุดท้ายก็กลับมาคุยกันตามปกติ
“คราวนี้กูโกรธจริงเหอะ” ดรีมบอก
“จ้า โกรธก็โกรธ”
“เออ ตกลงนัดเย็นนี้ขอบายนะ”
“อ้าว?? แล้วก็ไหนว่าเย็นนี้จะไปเชียร์ไอ้เต้แข่งด้วยกันไง นี่แมทช์สำคัญของมันเลยนะ” เธอถาม
“วันนี้กูไม่ไปละ ไม่อยากเห็นหน้าแม่ง”
“โมโหจัดเลยแฮะ ว่าแต่คราวนี้ไอ้เต้มันทำอะไรผิดเหรอ ดรีมถึงได้โกรธซะขนาดนี้??” เพื่อนสาวนึกสงสัย
“....”
เด็กหนุ่มเงียบ ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ หลุดออกจากริมฝีปากบางนั้น คนตัวเล็กเบือนหน้าหนีไม่อยากจะนึกถึงมันอีก
ไอ้เต้เหมือนจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง มันเดินตามมาง้ออยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ถูกเพื่อนตัวน้อยหมางเมินเดินผ่านเสมือนเป็อากาศธาตุ มันพยายามชวนคุยพักใหญ่แต่ก็ไม่มีวี่แววจะสำเร็จ จึงถอดใจยอมล่าถอยไปในที่สุด
ร่างบอบบางเดินออกจากคณะฯ เพียงลำพัง จากที่ตั้งใจว่าจะไปดูไอ้เต้แข่งบาสเกตบอล พอมีเื่ผิดใจกันก็ไม่อยากแม้กระทั่งจะเห็นหน้ากวนประสาทของมันอีกพักใหญ่ สุดท้ายดรีมจึงตัดสินใจเดินกลับหอพักตนเองดีกว่า
ระหว่างทางนั้นเองมีเสียงริงโทนแปลกประหลาดไม่คุ้นหูดังขึ้น
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
ดรีมหยุดเดินฉงนสงสัย เงี่ยหูฟังอีกครั้ง
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
เหมือนเสียงนั้นจะมาจากกระเป๋าสะพายข้างของเขาเลย แถมยังสั่นคล้ายข้อความเข้าอีกต่างหาก
มือเรียวควานหยิบสมาร์ตโฟนในกระเป๋านึกสงสัยว่าตนปิด notification ไลน์ไว้ตลอดนี่นา ไหงมีเสียงข้อความเข้าได้หว่า?
ทว่าโนติฯ นั้นคือเสียงจากแอ็พหาคู่ ที่เตือนว่าอีก 1 ชั่วโมงจะถึงเวลานัดคู่เดต่หกโมงเย็นวันนี้
คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
...โอ๊ย ไอ้แอ็พเ้าปัญหาร้องเตือนอยู่ได้! เดี๋ยวพ่อลบทิ้งแม่งซะเลย!...
ระหว่างที่กำลังจะกดลบแอ็พพลิเคชั่นอยู่นั้นเอง รูปโปรไฟล์ของคู่เดตเย็นนี้ก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
ภาพชายหนุ่มสุดหล่อเรือนผมสีน้ำตาลเข้มฉีกยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนหน้าจอ รอยยิ้มนั้นช่างดูดีสว่างไสวจนตาพร่า ให้ความรู้สึกเป็ผู้ชายเ้าเสน่ห์น่าหลงใหลจนดรีมไม่อาจจะละสายตาจากอีกฝ่ายได้เลย
ดรีมชะงักไป
...ไหนๆ ก็จะลบแอ็พทิ้งอยู่แล้ว ขอดูรายละเอียดพี่ผู้ชายสุดหล่อคนนี้หน่อยก็แล้วกัน...
ว่าแล้วนิ้วเรียวก็เลื่อนอ่านข้อมูลโปรไฟล์ของอีกฝ่าย
พบว่าเ้าของรูปคือชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาลี อายุ 30ปี ส่วนสูง 189 ซม. มีอาชีพเป็นักธุรกิจเ้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ผู้มีรูปร่างดูดีประหนึ่งนายแบบเลยทีเดียว มีรูปหนึ่งถ่ายคู่กับแมวพันธุ์สก๊อตทิชโฟลด์สีส้มซึ่งระบุว่าเป็สัตว์เลี้ยงของเขาเอง รอยยิ้มบนใบหน้าคมสันนั้นช่างอบอุ่นอ่อนโยนน่าค้นหาเป็อันมาก เป็รอยยิ้มพิมพ์ใจที่ยิ่งดูก็ยิ่งเคลิ้มชวนให้ตกหลุมรัก
ใบหน้าหวานจับจ้องรูปคู่เดตสุดฮ็อตอย่างหลงใหลได้ปลื้มอยู่นานสองนาน รู้ตัวอีกทีก็เผลออ่านประวัติส่วนตัวของอีกฝ่าย วนลูปซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นตั้งหลายรอบ
ดรีมพลันสะดุ้งเฮือกได้สติขึ้นมา นี่ไม่ใช่เวลาเคลิบเคลิ้มซะหน่อย!
“เดี๋ยวนะ! นี่ผู้ชายชัดๆ เราจะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย!”
ดรีมเตือนสติตัวเอง ทว่าดวงตากลมโตยังคงจับจ้องรอยยิ้มพรายบนหน้าจอ ไม่อาจละสายตาจากรูปนั้นได้เลย
นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 17.10 น. คงอีกสักพักกว่าจะถึงเวลานัดหมายเย็นนี้ที่หน้าประตูมหาลัยสินะ เด็กหนุ่มกดแอ็พพลิเคชั่นนั้นค้างไว้นานตั้งใจจะกดลบ แต่ก็ไม่กล้าจะลบทิ้ง
เขาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จึงเก็บมือถือลงกระเป๋าสะพายสีครีมอีกครั้ง
ร่างเพรียวเดินมาถึงหน้าม.ที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาหนาแน่น เขาหย่อนก้นลงกับเก้าอี้ม้านั่งยาว เปลี่ยนใจนั่งรอยังสถานที่นัดหมายแทนที่จะกลับหอพักในที่สุด
ดรีมไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหัวใจตนเต้นระส่ำขนาดไหน ระหว่างรอคอยคู่เดตเย็นนี้อย่างใจจดใจจ่อ
ก้า ก้า ก้า
เหล่าบรรดาฝูงนกและอีกาส่งเสียงร้องกังวานก้องฟ้า เหล่าสรรพสัตว์มีปีกทั้งหลายบินกลับรังเป็ฝูงอย่างพร้อมเพรียง มีพื้นหลังเป็ท้องฟ้ายามเย็น อาทิตย์อัสดงเปล่งแสงสว่างฉาบทุกสรรพสิ่งโดยรอบเป็สีส้มแสดร้อนแรง
เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลประกายแดงแสนน่ารักดูดน้ำปั่นในมือจนหมดจึงโยนทิ้งถังขยะไป เขามองตามเหล่าบรรดานักศึกษาชายหญิงทยอยเดินออกจากมหาลัยกันขวักไขว่
นาฬิกาดิจิตอลบนข้อมือบางบอกเวลา 18.10 น. เลยเวลานัดหมายมาเล็กน้อย
หนุ่มน้อยหน้ามนกวาดสายตาโดยรอบเพื่อมองหาพี่ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปีตามที่นัดหมายในแอ๊พพลิเคชั่นหาคู่ แต่ที่นั่นมีเพียงเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันมากมายกำลังเดินทางกลับบ้านใน่เวลาพลบค่ำ ไร้วี่แววชายหนุ่มในชุดออฟฟิศที่ตนกำลังตามหาอยู่เลย
ดรีมเช็กข้อความในมือถืออีกครั้ง ในแชทไม่มีข้อความใดๆ พิมพ์ตอบกลับมาอีกเลย
เด็กหนุ่มพลันนึกถึงคำพูดของไอ้เต้เมื่อวันก่อนขึ้นมา เพื่อนนักบาสฯ เคยบอกว่าอย่าจริงจังกับความสัมพันธ์ทางแอ๊พพลิเคชั่นนัก บางครั้งคู่เดตก็ไม่ค่อยจะตรงปกสักเท่าไร บ้างก็เทไม่มาเจอเลยก็มี บ้างก็จู่ๆ เฟดหายไปเป็เื่ปกติ เห็นทีของดรีมจะเจอกรณีเบี้ยวนัดซะแล้วกระมัง
เ้าของเรือนผมสีน้ำตาลแดงน่ารักมองดูรูปชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นในมือถืออีกครั้ง เขาเดินวนโดยรอบบริเวณหน้ามหาลัยเพื่อให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังรอคอยเขาอยู่
เมื่อคิดว่าไม่เจอจริงๆ เด็กหนุ่มทำได้เพียงถอนหายใจคอตก ตัดสินใจขึ้นรถเมล์กลับหอพักแทน
ระหว่างทางที่กำลังเดินไปป้ายรถเมล์อยู่นั้นเอง...
“ขอโทษนะครับ น้องดรีมใช่มั้ยครับ?”
เสียงทุ้มที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น
ใบหน้าหวานหันไปเื้ัพบชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสแล็คสีเข้มตามสไตล์คนทำงานยืนอยู่ไม่ห่าง ใบหน้าคมสันของหนุ่มลูกครึ่งแสนตราตรึงใจนั้นไม่ต่างจากในรูปโปรไฟล์เลย เด็กหนุ่มจดจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือคู่เดตของเขานั่นเอง
“ฮะ... ผมดรีมเองฮะ” ร่างบางกล่าว “เอ่อ พี่คือ...”
“พี่ชื่อเจครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เสียงทุ้มอันสุภาพอ่อนโยนนั้นกล่าวขึ้น
“ผมดรีมฮะพี่เจ ยินดีที่ได้รู้จักนะฮะ”
“ขอโทษที่มาเลทนะครับ พอดีพี่ขับรถมาจากในเมือง รถติดพอดูเลย”
“ไม่เป็ไรเลยฮะ ผมเองก็ไม่ได้รีบอะไร...”
เด็กหนุ่มกำลังจะตอบปฏิเสธนัดคืนนี้ไปเพราะเกิดจากการกลั่นแกล้งของเพื่อน แต่เมื่อเห็นความพยายามของอีกฝ่ายที่ตีรถมาแต่ไกลเพื่อเจอเขา คำพูดมากมายที่ตระเตรียมมากลับจุกอยู่ที่คอไม่อาจกล่าวออกไปได้สักคำ
พี่เจเอ่ยปากชักชวนดรีมไปทานมื้อค่ำด้วยกัน ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เป็ร้านที่เปิดใหม่ได้ไม่นานยังไม่เป็ที่รู้จักในหมู่นักศึกษาแต่รสชาติดีมาก เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นเป็ทุนเดิมอยู่แล้วตกปากรับคำเชิญชวนนั้นอย่างง่ายดาย
ดวงตากลมโตบ้องแบ๊วเป็ประกายเมื่อพูดถึงของกินขึ้นมา
ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อยระหว่างเดินเคียงข้างกันไปยังร้านอาหาร
เด็กหนุ่มเรือนร่างบอบบางมองสำรวจรูปร่างหน้าตาพี่เจที่เดินอยู่เบื้องขวาด้วยใจระทึก พบว่าอีกฝ่ายคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ส่วนสูงประมาณ 190 ซม.ได้ หุ่นดีราวกับนายแบบหลุดออกมาจากปกนิตยสารแฟชั่นเลยทีเดียว
หนุ่มลูกครึ่งในวัยสามสิบนั้นมีแผ่นหลังอันกว้างขวาง ลำแขนที่แกร่ง แม้จะสวมใส่เสื้อเชิ้ตอยู่ก็ไม่อาจปกปิดเรือนร่างล่ำสันอันเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์นั้นได้เลย ไม่ได้ล่ำถึงขนาดเล่นกล้ามอาชีพแต่แข็งแรงกำยำตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่งผู้มีเขาโครงเรือนร่างอันสง่างามแตกต่างจากชาวเอเชียอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มนักธุรกิจแต่งกายในชุดเสื้อเชิ้ตทำงานแบรนด์เนมสีขาวสะอาดตา กระดุมคอเม็ดบนถูกปลดออกแสนสบายเป็กันเอง สวมกางเกงสแล็คสีเทาขรึมสั่งตัดขนาดพอดีตัว สวมรองเท้าหนังสีดำสนิทสุดเนี้ยบ บนข้อมือหนาคือนาฬิกา PATEK PHILIPPE เรือนใหญ่ที่ตัวเรือนโลหะสะท้อนแสงไฟถนนเป็ประกายระยิบระยับ
ทรงผมสีน้ำตาลเข้มจัดทรงสไตล์เกาหลีราวกับอปป้านั้นยิ่งเสริมความหล่อเหลาสง่างามยิ่งขึ้น ผมที่ถูกเซตจัดทรงมาประณีตดูดีมีรสนิยม จวบจนโครงหน้าคมคายตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่งชวนฝันผู้มีส่วนผสมอันลงตัวระหว่างชาวต่างชาติและคนไทยอย่างพอดิบพอดี คิ้วเข้ม จมูกโด่งสวย ริมฝีปากหนามีรอยยิ้มบางเบาประดับอยู่ตลอดเวลา ไรเคราสีน้ำตาลจางๆ รอบกรอบหน้านั้นดูแล้วเซ็กซี่ขยี้ใจยิ่งนัก
ดวงตากลมโตของดรีมย้ายจุดสนใจมายังั์ตาสีควันบุหรี่น่าหลงใหลคู่นั้น ที่ราวกับจะมีเสน่ห์บางอย่างดึงดูดดรีมเข้าหาครั้งแล้วครั้งเล่า รอยยิ้มสุดแสนอบอุ่นนั้นหากจ้องนานกว่านี้ก็อาจทำให้คนมองหลอมละลายได้เลยทีเดียว ทั้งดูดีสุภาพหวานซึ้งชวนมอมเมายิ่งนัก ภาพรวมของบุคคลตรงหน้าช่างตรงตามปกในรูปแอ๊พพลิเคชั่นเป๊ะๆ ไม่ผิดเพี้ยน เรียกว่าตัวจริงหล่อกว่าในรูปเสียด้วยซ้ำไป
แล้วยังน้ำเสียงทุ้มเข้มสมชายชาตรีในวัยสามสิบแต่หาได้แข็งกร้าวไม่ คำพูดทุกคำที่กล่าวออกมาช่างสุภาพนุ่มนวลให้เกียรติคู่สนทนาทุกคำแม้ว่าดรีมจะอายุน้อยกว่าอีกฝ่ายมากก็ตาม อีกทั้งการวางตัวเป็กันเองเข้าถึงได้แบบสบายๆ นั้นไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มมหาลัยรู้สึกเกร็งประหม่าแต่อย่างใด กลับรู้สึกสบายใจอย่างคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินถ้อยคำอันเรียบง่ายเป็กันเองหลุดจากริมฝีปากหนาอีกด้วย
เด็กหนุ่มได้เรียนรู้ว่าพี่เขาเป็ลูกครึ่งไทยอิตาลี พูดภาษาไทยได้ชัดเจนเพราะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยสลับกับอิตาลีอยู่ตลอด พี่เขาสามารถพูดอิตาลีได้คล่องแคล่ว จากการใช้ภาษาอิตาลีในการสื่อสารกับคุณพ่อผู้เป็เ้าของภาษาอยู่เป็ประจำ
กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ แสนรัญจวนลอยโชยมาเตะจมูกของดรีมเป็ระยะ กลิ่นหอมหวานแฝงไปด้วยความเซ็กซี่หนักแน่นตามแบบฉบับบุรุษเพศเข้ากันกับมวลบรรยากาศโดยรวมของบุรุษตรงหน้าเป็อย่างยิ่ง เพียงอยู่ใกล้ก็ทำเอาดวงใจน้อยๆ เต้นตึกตักหวั่นไหวไปกับกลิ่นอายสุขุมแบบผู้ใหญ่ที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน
...เอ๊ะ นี่เราจะใจเต้นทำไมฟระ อีกฝ่ายเป็ผู้ชายนะเฮ้ย ถึงจะหล่อหุ่นดีแค่ไหนก็เถอะ!...
ดรีมเตือนสติตัวเองก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงจุดหมายปลายทาง เป็ร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดเล็กมีเคาน์เตอร์ปลาดิบและโต๊ะอาหารเพียง 10 โต๊ะเท่านั้น ตกแต่งร้านได้ประหนึ่งอยู่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศดีเป็ส่วนตัวน่านั่ง เหมาะสำหรับสังสรรค์พูดคุยกับเพื่อนฝูงมาก
พี่เจเข้าไปทักทายเ้าของร้านอย่างเป็กันเอง ทั้งสองเป็เพื่อนสนิทคบหากันมาั้แ่สมัยมหาลัยและยังติดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน
“เดี๋ยวนี้ริอาจคบแฟนเด็กนักศึกษาเลยเหรอวะไอ้เจ ไม่เห็นแนะนำให้เพื่อนรู้จักเลย” เ้าของร้านกระทุ้งไหล่พี่เจด้วยท่าทีสนิทสนม
“ยังไม่ใช่แฟนหรอก แต่ถ้าน้องดรีมเขายอมคบด้วยก็ไม่แน่” พี่เจตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
ส่วนเด็กหนุ่มทำได้เพียงเขินอายก้มหน้างุด
“ฮ่าฮ่าฮ่า น้องน่ารักดีนะ มิน่าละเพื่อนพี่ถึงชอบ วันนี้สั่งเต็มที่นะพี่ให้ราคาพิเศษไปเลย!” เ้าของร้านกล่าวพร้อมยื่นเมนูให้
พวกเราเลือกนั่งโต๊ะด้านในสุดสำหรับสองที่ โต๊ะดังกล่าวมีฉากผนังลวดลายญี่ปุ่นกั้นอย่างเป็สัดเป็ส่วนให้ความรู้สึกเป็ส่วนตัว
เด็กหนุ่มร่างบางหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ไม้ วางกระเป๋าสะพายลงข้างตัว พี่เจนั่งฝั่งตรงข้ามโดยมีโต๊ะอาหารคั่นกลางระหว่างทั้งสองอยู่
ในใจเด็กหนุ่มคิดว่าลองทานอาหารด้วยกันสักมื้อค่อยกล่าวปฏิเสธอีกฝ่ายไปอย่างสุภาพดีกว่า เพราะพี่เจเองก็อุตส่าห์ตั้งใจเดินทางมาหาเขาถึงนี่ จะไล่อีกฝ่ายไปเลยก็ใช่เื่อยู่ เห็นแบบนี้ดรีมก็เป็คนมีมารยาทและขี้เกรงใจอยู่พอสมควร ไม่ค่อยจะกล้าปฏิเสธใครตรงๆ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
สาวเสิร์ฟในชุดนักศึกษามารับออเดอร์ พวกเขาสั่งซูชิรวมชุดใหญ่ สลัดปูอัดและชาเขียวเย็นสองแก้ว
เธอเก็บเมนูพลางเหล่มองพี่เจอยู่เป็ระยะ ท่าทางจะหลงเสน่ห์หนุ่มลูกครึ่งเข้าเต็มเปา
คู่เดตนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ จนพี่เจเป็ฝ่ายเริ่มชวนคุยก่อน
“น้องดรีมใช้น้ำหอมรึเปล่าครับ พี่รู้สึกเหมือนได้กลิ่นคล้ายสบู่หรือแป้งอ่อนๆ จากตัวเราเลย”
“ไม่ใช่น้ำหอมหรอกฮะ พอดีผมติดทาแป้งเด็กจนเป็นิสัย... นี่พี่เจได้กลิ่นด้วยเหรอฮะ??” ร่างบอบบางก้มดมไหล่ตนเองฟุดฟิด นึกสงสัยนี่ก็ตกเย็นกลิ่นน่าจะเลือนหายหมดแล้วนี่นา
“นิดหน่อยครับ ถึงว่าสิตัวเราถึงได้หอมน่ากอดซะขนาดนี้” พี่เจกล่าวเสียงทุ้ม
“มะ...ไม่หรอกฮะ พี่เจสิตัวหอมกว่าดรีมตั้งเยอะ...”
“เราว่าพี่ตัวหอมเหรอครับ?”
“ฮะ...”
“ดีใจจัง ขอบคุณนะครับ”
หนุ่มลูกครึ่งเผยรอยยิ้มแสนจะอบอุ่น จนใบหน้าหวานพลันแดงระเรื่อขึ้นมา
บทสนทนาที่ชวนจั๊กจี้หัวใจนั้นทำเอาเด็กหนุ่มผู้ไม่ประสีประสาความรักหวั่นไหวอยู่พอสมควร นอกจากจะไม่รังเกียจแล้วกลับรู้สึกดีกับคำพูดของอีกฝ่ายด้วย
ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของพี่เจที่ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ ราวกับกำลังโดนเสน่ห์อันเปี่ยมล้นมหาศาลนั้นดึงดูดเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว เป็ครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกใจเต้นแรงเมื่อได้อยู่ใกล้ผู้ชายด้วยกันขนาดนี้
ระหว่างคิดอะไรเพลินๆ นั้นเอง ความคิดต่างๆ นานาในหัวพลันมลายหายไป เมื่อเด็กหนุ่มถูกั์ตาสีควันบุหรี่สุขุมคู่นั้นจ้องมองกลับไม่วางตา
เมื่อถูกสายตาแหลมคมราวกับพญาเหยี่ยวซึ่งเป็ผู้ล่าอันสง่างามจับจ้องโดยตรงซึ่งๆ หน้า ดรีมพลันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็สัตว์ตัวน้อยที่ไม่อาจต่อกรได้เลย กลายเป็นั่งตัวแข็งประหนึ่งถูกสะกดไว้กับที่อยู่อย่างนั้น
ทั้งสองประสานสายตากันอยู่นาน จนดรีมรู้สึกเขินและเป็ฝ่ายเบือนหน้าหนีไปเอง
“เอ่อ...พี่เจจ้องดรีมมากไปแล้วนะฮะ...”
“เอาคืนครับ เห็นน้องดรีมจ้องพี่อยู่ตั้งนานนี่นา”
“...ดรีมเปล่าจ้องขนาดนั้นซะหน่อย”
“ฮะฮะ ไม่จ้องก็ไม่จ้องครับ”
หนุ่มลูกครึ่งเผยรอยยิ้มอันหล่อเหลาสุดแสนจะไนซ์กระแทกใจกว่าเดิมหลายเท่า ทำเอาดรีมใจคอไม่มี หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะซะแล้ว
...โอ๊ยยย แค่พี่เขายิ้มก็แทบละลายแล้ว คนอะร๊าย หล่อลากดินหุ่นก็ดี๊ดี แถมยังไนซ์น่ารักซะขนาดนี้อีก มันหวั่นไหวนะเนี่ย!!!...
…เฮ้ยเดี๋ยวก่อนไอ้ดรีม พี่เขาเป็ผู้ชายนะ มึงชอบผู้หญิงตั้งสติให้ดีสิวะ!...
เด็กหนุ่มมหาลัยเตือนสติตัวเองเป็รอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ โดนรอยยิ้มนั้นดาเมจใส่รุนแรงจนยากจะต้านทาน
“ปกติน้องดรีมเล่นแอ๊พนี้อยู่แล้วเหรอครับ?” หนุ่มนักธุรกิจเป็ฝ่ายถามกลับบ้าง
“ม...ไม่เลยฮะ!” ดรีมโพล่งตอบขึ้นมา
“เล่นครั้งแรกเหรอครับ?”
“เปล่าฮะ....คือเอ่อ...เื่มันยาวน่ะฮะพี่เจ เอาเป็ว่านี่เป็ครั้งแรกที่นัดเจอคนทางแอ๊พหาคู่แบบนี้ฮะ แล้วดรีมก็ไม่ได้เป็คนนัดเองด้วยโดนเพื่อนแกล้งให้แมทช์กับพี่ที่เป็ผู้ชาย... แต่จริงๆ แล้วดรีมเป็ชายแท้ชอบผู้หญิงนะฮะ”
ชายหนุ่มเ้าเสน่ห์นิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากริมฝีปากบาง
...เย้ ได้โอกาสบอกปฏิเสธแล้วสินะ ทานข้าวด้วยกันสักมื้อแล้วค่อยแยกย้ายดีกว่า...เด็กหนุ่มคิดในใจ
“แปลว่าน้องดรีมไม่ได้เป็คนตอบแชทข้อความเองเหรอครับ โดนเพื่อนแกล้งงั้นเหรอ?”
“ใช่ฮะ แต่ไหนๆ พี่ก็มาแล้ว ดรีมเลยมานั่งกินข้าวเป็เพื่อนจะได้ไม่เสียเที่ยว”
“อย่างนั้นเหรอครับ...”
บทสนทนาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนหนุ่มลูกครึ่งในชุดทำงานจะถามต่อ
“น้องดรีมชอบผู้หญิงเหรอครับ?”
“ใช่ฮะ ผมชอบผู้หญิง”
“แล้วเคยคบผู้ชายมั้ย”
“ม...ไม่เคยหรอกฮะ และไม่น่าจะได้คบด้วย...”
“ไม่มีโอกาสเลยเหรอครับ?”
“ก็...คิดว่าไม่มีนะฮะ....” เสียงหวานกำชับ
ร่างสูงใหญ่นั้นไม่พูดอะไรอีก เขาลอบมองฉากกั้นลวดลายญี่ปุ่นที่บดบังโต๊ะอาหารซึ่งทั้งคู่กำลังนั่งอยู่จากสายตาคนภายนอก คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ไม่นานพี่เจก็ตัดสินใจย้ายมานั่งเคียงข้างดรีมแทน
มือใหญ่บรรจงวางลงบนหน้าตักเด็กหนุ่มอย่างแ่เบา อุณหภูมิความร้อนของฝ่ามือหนาที่แตะต้องเบามือนั้นสร้างความปั่นป่วนให้แก่ผู้ถูกััเป็อย่างยิ่ง รู้ตัวอีกทีไรขนบางๆ หลังคอของดรีมก็ลุกซู่
คนไร้เดียงสาตื่นตระหนกใทำอะไรไม่ถูก ดรีมไม่เคยเจอะเจอใครที่พบกันครั้งแรกจะเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้มาก่อน ยังไม่ทันจะส่งเสียงประท้วงอะไร เพียงหันไปก็พบว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นใกล้เข้ามาในระยะประชิดจนแทบจะหายใจรดกันเสียแล้ว
ฝ่ามือหนาที่วางบนตักบางนั้นคืบคลานไปยังต้นขาด้านใน ค่อยๆ เลื่อนไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม
“พ...พี่เจจะทำอะไร...” เสียงหวานกล่าวตะกุกตะกัก
“พี่ขอทดสอบอะไรหน่อยนะ”
ดรีมไม่อาจจะกล่าวอะไรอีกเมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมายังปากอวบอิ่มของเขา เด็กหนุ่มร่างบางถูกปิดปากโดยไม่ทันตั้งตัว
ััลึกซึ้งในโพรงปากกระตุ้นเร้าวาบหวามเสียจนดรีมลืมไปสนิท
...ว่านี่เป็จูบแรกในชีวิตของเขา...