“ชาวบ้านมาทำอะไรที่บ้านของเราหรือเ้าคะ”
เป็เพราะมารดาไม่ให้นางออกไปตากลมข้างนอก ฮั่วิจูจึงอดออกไปดูความครึกครื้น ถ้าจำไม่ผิด ชาติที่แล้วชาวบ้านจับตัวอันธพาลที่ทำร้ายท่านพ่อมาส่ง
“หัวหน้าหมู่บ้านจับอันธพาลที่รุมกระทืบท่านพ่อมายอมรับผิด และขอโทษ”
“เพราะเหตุใดพวกเขาถึงได้ทำร้ายท่านพ่อหรือเ้าคะ”
ฮั่วิจูกะพริบตาดำขลับและใสซื่อเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางเวหา ทั้งที่แท้จริงแล้ว นางรู้เหตุผลที่อันธพาลพวกนั้นทำลงไปดี
ฮั่วเจินจูไม่กล้าบอกให้น้องสาวแปดเปื้อนหู บิดาตัวดีของพวกตนไปยืมเงินอันธพาลพวกนั้นแล้วไม่ใช้คืน พอถูกทวงเข้าหน่อย บิดาก็โมโหจนเกิดเื่ชกต่อยกันขึ้น
สำหรับชาวบ้านธรรมดาแล้ว เงินจำนวนสิบตำลึงสามารถกินใช้ไปได้ทั้งปี แต่บิดาผู้ฟุ่มเฟือยกลับมองว่าเป็เื่เล็กน้อย พอสุราไหลลงลำคอก็นิสัยเปลี่ยน ถูกทวงเงินบ่อยครั้งก็ฉุนเฉียว สุดท้ายจบลงอย่างที่เห็น
“พวกเราควรเรียกค่ารักษาจากอันธพาลพวกนั้นนะเ้าคะ ท่านพ่อเจ็บหนักขนาดนี้ เสียเงินค่ารักษาไปไม่น้อย ต่อไปพวกเราจะเอาเงินจากที่ใดมากินมาใช้”
เชิญหมอจากในตัวตำบลมาพักค้างคืนที่บ้าน เพื่อคอยดูแลรักษาอาการป่วยของนางและบิดา ครอบครัวต้องสูญเสียเงินไปถึงห้าสิบตำลึง
“อันธพาลพวกนั้นยอมยกหนี้ให้กับท่านพ่อ เพื่อไม่ให้ท่านพ่อเอาผิดกับพวกเขา” ฮั่วเจินจูบอกกับน้องสาวที่มีใบหน้ากลุ้มกับเื่เงินยิ่งกว่าผู้ใหญ่
“เฮ้อ! ไม่คุ้มเอาเสียเลย” ฮั่วิจูถอนหายใจกับเงินเพียงสิบตำลึง
ก่อนเดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้ ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของบ้านสามถูกริบไปจนหมด ฮูหยินผู้เฒ่ามอบเงินให้พวกตนเพียงหนึ่งร้อยตำลึงเท่านั้น ใช้จ่ายระหว่างเดินทางก็หมดไปพอสมควร ส่วนของมีค่าอย่างปิ่นปักผมของมารดา เป็เพียงปิ่นเงินราคาไม่กี่อีแปะจำนวนสองด้ามที่ถูกมอบให้ติดตัวมาด้วย
อย่าได้เพ้อฝันว่าคนสกุลฮั่วจะเห็นใจ จนกล้าฝ่าฝืนคำสั่งผู้นำตระกูลแล้วแอบมอบเงินทองให้กับบ้านสาม
สกุลฮั่วเป็สกุลแม่ทัพที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินต้าฉี เคียงคู่บัลลังก์ของสกุลเซียวมาเนิ่นนานนับร้อยปี ด้วยคุณูปการอันใหญ่หลวง ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงแต่งตั้งบรรดาศักดิ์อ๋อง[1] ให้กับผู้นำสกุลฮั่ว พระราชทานนามว่าเหลียงอ๋อง
ผู้นำสกุลฮั่วจึงกลายเป็อ๋องต่างแซ่ เพียงหนึ่งเดียวแห่งต้าฉี
กฎของสกุลฮั่วเคร่งครัดคล้ายคลึงกับกองทัพ คนในสกุลจึงปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน บอกหันซ้ายห้ามหันขวาอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะต้องรับโทษตามกฎบ้าน หากสกุลฮั่วมิเคร่งครัดในกฎระเบียบที่ตั้งขึ้น เกรงว่าคงสิ้นสกุลไปนานแล้ว
ฮั่วิจูจำได้ว่า การใช้ชีวิตในชนบทของพวกตนเมื่อชาติที่แล้ว เป็ไปด้วยความยากลำบาก ต้องกินดื่มเหมือนกับชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้
หลังจากมาใช้ชีวิตในชนบทเป็เวลาหนึ่งปีเต็ม ฮั่วิจูกับมารดาและพี่สาวถูกตามตัวกลับ ผิดกับบิดาที่ต้องใช้ชีวิตกับบ่าวรับใช้ข้างกายเพียงสองคนอยู่ที่นี่เป็เวลาสองปี
พอได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเมืองหลวง บิดาของนางทำตัวดีขึ้น เนื่องจากเผชิญกับความยากลำบากชนิดที่ว่าอดมื้อกินมื้อจนขยาด จากนั้นท่านปู่ก็ส่งบิดาเข้ากองทัพ ตอนนั้นฮั่วิจูจำได้ว่า นางร้องขอเดินทางไปฝึกฝนฝีมืออยู่ในค่ายทหารพร้อมกับผู้เป็บิดา และท่านปู่ก็อนุญาต แต่ท่านแม่ของนางกลับทุกข์ตรม
การตัดสินใจในครานั้นของฮั่วิจู มิใช่เพียงใช้อารมณ์อย่างเดียว แต่เป็เพราะรุ่นหลานของสกุลฮั่วมีแต่สตรี ทั้งสามบ้านล้วนให้กำเนิดบุตรเป็สตรี ไม่มีบุรุษแม้แต่คนเดียว
มีหลายคนเย้ยหยันว่าถึงคราที่สกุลฮั่วจะต้องขาดหลานชายสืบทอดสกุล แต่สกุลฮั่วกลับไม่สนใจคำเย้ยหยันเ่าั้ ฝึกฝนรุ่นหลานที่เป็สตรีให้สามารถควบคุมกองทัพอันทรงพลังให้ได้ั้แ่ยังเยาว์
“ข้าจะไปดูอาการของท่านพ่อก่อน”
ถึงอย่างไรภายในใจของฮั่วิจูยังคงรักบิดาไม่เสื่อมคลาย ผู้อื่นมองบิดาของนางไม่ดี แตกต่างจากนางที่มองว่าบิดาดีที่สุดในใต้หล้า กี่ภพกี่ชาตินางยังคงยืนยันตามคำเดิม
“ท่านพ่อ!”
ฮั่วหนานอันกำลังดื่มยาที่เสี่ยวเฟิงป้อน สายตาเขียวช้ำเหลือบไปเห็นบุตรสาวคนเล็กวิ่งเข้ามาหา จึงเผลอตัวยื่นมือออกไปรับ กลับต้องร้องโอดโอยเพราะแขนยังเจ็บอยู่
“ท่านพ่อไม่ต้องขยับ ข้าจะเดินเข้าไปหาท่านเอง” พยายามปีนเตียงอีกฝั่งขึ้นไปนั่งอยู่ข้างๆ บิดา
“ิเอ๋อร์”
ฮั่วอันหนานอันเอียงศีรษะชนกับศีรษะน้อยๆ ของบุตรสาวคนเล็ก ในครอบครัวมีเพียงบุตรสาวคนนี้ที่แสดงออกว่ารักและห่วงใยตนมากที่สุด ส่วนบุตรสาวคนโตจะนิ่งเงียบเหมือนกับผู้เป็มารดา
“ท่านพ่อเจ็บมากหรือไม่” ยื่นมือไปแตะแขนที่มีผ้าพันเอาไว้ ก่อนจะเลื่อนไปััรอบดวงตาเขียวช้ำ
“เจ็บมาก! พ่อเจ็บจะตายอยู่แล้ว” แสร้งร้องโอดโอยขอความเห็นใจจากบุตรสาว มือเล็กๆ แตะลงบนาแช่างเยียวยาได้มากกว่ายารักษาาแของหมอชราเสียอีก
“อืม เช่นนั้นข้าจะให้ท่านแม่มาทายาให้นะเ้าคะ”
“ไม่ต้อง!”
รีบร้องห้ามอย่างรวดเร็ว ขืนนางมาทายาให้ บรรยากาศในห้องคงคล้ายกับยืนอยู่บนทะเลสาบน้ำแข็ง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะถูกนางใช้สายตาดุด่าเชือดเฉือน
ฮั่วิจูยกมือเล็ก ๆ ขึ้นปิดปากขำ บิดากลัวมารดาเสียยิ่งกว่าอะไรดี มารดาของนางเป็ถึงบุตรีขององค์หญิงใหญ่ บิดาเป็ถึงอัครมหาเสนาบดีผู้ดูแลสำนักตรวจราชการ
ยอดพธูทั้งสี่แห่งเทียนอัน มีท่านหญิงอันหยาง มารดาของฮั่วิจูรวมอยู่ในนั้นด้วย
แต่แล้วเพราะเหตุใดคนที่ดีพร้อมอย่างท่านหญิงอันหยาง ถึงได้มาแต่งงานกับบุรุษเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเทียนอันน่ะหรือ
นึกถึงเื่ที่โด่งดังไปทั่วเทียนอันแล้ว คนอื่นอาจจะบอกว่าเศร้า แต่ฮั่วิจูกลับคิดว่าเป็เพราะ์ลิขิต ดลบันดาลพร้อมกับผูกด้ายแดงให้กับทั้งสองต่างหากล่ะ
ย้อนกลับไปเมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้ว ในงานเลี้ยงวสันตฤดูที่สกุลซือหม่าจัดขึ้น มีสตรีสามคนแย่งผ้าเช็ดหน้าของคุณชายใหญ่สกุลซือหม่า จนชุลมุนวุ่นวาย มารดาของนางที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถูกคนพวกนั้นเซมาชนจนตกลงไปในสระบัวขนาดใหญ่
กุลสตรีที่อยู่แต่ในห้องหอมีหรือที่จะว่ายน้ำเป็ ยิ่งไหลบัวพันขายิ่งดึงร่างให้จมดิ่งลงสู่ก้นสระ สาวใช้ที่ลงไปช่วยเหลือถูกไหลบัวเกี่ยวขาจนจมดิ่งลงไปใต้สระเช่นเดียวกัน
บิดาของนางที่คอยแอบมองมารดาอยู่ตลอดเวลา เห็นท่าไม่ดี จึงรีบะโลงไปให้ความช่วยเหลือ
การช่วยเหลือในครานั้นเป็เื่อื้อฉาวไปทั่วเมืองหลวงอย่างเทียนอัน เพราะอาภรณ์ของท่านหญิงอันหยางเปียกจนแนบลู่ไปกับร่างกาย เพื่อมิให้ผู้ใดพบเห็นทรวดทรงอันเย้ายวน คุณชายสามสกุลฮั่วจึงถอดอาภรณ์ชั้นนอกคลุมร่างกายของท่านหญิงอันหยาง
ข่าวที่ดังกระฉ่อนไปทั่วเทียนอัน สร้างแรงกดดันให้กับท่านอันหยางเป็อย่างมาก เหลียงอ๋องประจำการอยู่ที่ชายแดนได้ทราบข่าว จึงส่งสาสน์เร่งด่วนกลับเข้าเมืองหลวง มอบหมายให้พระชายาของตนเองเดินทางไปเยือนตำหนักองค์หญิงใหญ่ เพื่อขออภัยในข่าวที่ทำให้ท่านหญิงอันหยางเสื่อมเสีย
หลังจากนั้นไม่นานก็มีพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ลงมา ผลสุดท้ายคางคกก็สามารถลิ้มลองเนื้อหงส์ได้สำเร็จ
เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ ฮั่วิจูได้ยินมาจากปากหลายคน รวมไปถึงการบอกเล่าของผู้เป็บิดา ่เวลาที่บิดาเล่าเื่นี้ มักจะบอกเล่าเคล้ารอยยิ้ม เพราะบิดาแอบหลงรักท่านหญิงอันหยางมาหลายปี
แต่เพราะความต่างระหว่างทั้งสอง จึงทำได้เพียงแอบมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เคยแสดงท่าทีออกมาว่าสนใจแต่อย่างใด ผู้ใดจะคาดคิดว่า์จะผูกด้ายแดงให้กับคนที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
สำหรับฮั่วิจูแล้ว นางคิดว่าบิดากับมารดาไม่ได้แตกต่างกันมากสักเท่าไหร่ มารดาของนางเป็ถึงหญิงงามแห่งเทียนอัน บิดาของนางก็เป็ถึงจอมเสเพลแห่งเทียนอัน ทั้งสองล้วนเป็ที่สุดของเทียนอัน จะมีสิ่งใดเหมาะสมกันมากไปกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว
...................
หมายเหตุ
อ๋อง[1] เป็นตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ลำดับที่ 1 โดยส่วนมากผู้ที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนี้จะเป็โอรสพระเชษฐา หรือพระอนุชาขององค์จักรพรรดิ และตำแหน่งนี้ยังสามารถแต่งตั้งให้กับขุนนางผู้ที่มีคุณูปการอันใหญ่หลวงแก่บ้านเมือง